مشاركة

อุ้มบุญ(รัก)พ่อเลี้ยง
อุ้มบุญ(รัก)พ่อเลี้ยง
مؤلف: กชภาภัค

Episode1

last update تاريخ النشر: 2026-04-30 23:34:59

ไร่ศิวะรักษ์คีรี

ไร่ศิวะรักษ์คีรีเป็นไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดของทางภาคเหนือไร่แห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลและปกครองของพ่อเลี้ยงหนุ่มวัยสามสิบห้าปีอย่างคีรี ลูกชายคนโตของนายท่านศักดิ์ดาและคุณหญิงรตีผู้ทรงอิทธิพลทางภาคเหนือที่ใครต่างก็พากันเกรงขามและเกรงกลัว

ไร่แห่งนี้ขึ้นชื่อความสวยงามและบรรยากาศรบรื่นชวนให้จิตใจสดใสและสดชื่นทุกครั้งที่ได้มองหรือยามได้สูดดมกลิ่นอายธรรมชาติเข้าปอด

บรรยากาศภายนอกที่ชวนให้หลงใหลและผ่อนคลายไม่อาจสู้บรรยากาศมาคุภายในบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในไร่แห่งนี้ได้เลยสักนิด

บรรยากาศภายในห้องรับรองบ้านใหญ่ปกคลุมไปด้วยความอึมครึมเมื่อประมุขใหญ่อันดับหนึ่งของบ้านประกาศเสียงแข็งกร้าวบังคับให้บุตรชายคนโตแต่งงานกับลูกสาวคนรู้จักที่เธอเอ็นดูและอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้จนตัวสั่นจนไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีประจวบเหมาะกับลูกชายคนโตที่อายุอานามของชายหนุ่มปาเข้าไปสามสิบห้าปีแต่ทว่ายังไม่มีเมียเป็นตัวเป็นตน ในฐานะแม่ที่อยากมีหลานให้อุ้มชูก่อนตายจาก อยากเห็นลูกชายคนโตเป็นฝั่งเป็นฝาได้คิดหาวิธีต่าง ๆ นานาเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เธอต้องการ สุดท้ายแผนการของเธอก็กระจ่างออกอุบายให้ฝ่ายผู้หญิงมาอุ้มบุญให้กับลูกชายรบล้างหนี้สินที่พ่อและแม่มากู้ยืมเธอไว้ จากนั้นก็มาบังคับลูกชายที่ต่อให้หัวรั้นแค่ไหนแต่ไม่เคยปฏิเสธความต้องการของคนเป็นแม่อย่างเธอได้เลยสักครั้ง

"ผมไม่แต่ง" แต่ทว่าดูท่าแล้วครั้งนี้มันอาจจะไม่ง่ายเหมือนที่คิด เมื่อพ่อเลี้ยงหนุ่มคีรีปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมทำตามคำสั่งแม่ท่าเดียว

"ลูกไม่เคยปฏิเสธแม่เลยนะคีรี" คุณหญิงรตีที่เห็นว่าครั้งนี้บุตรชายคนโตไม่ยอมอ่อนข้อให้เธอง่าย ๆ ก็แสร้งบีบน้ำตาออกมาด้วยความเสียใจก่อนจะเอนศีรษะซบอกสามีที่นั่งมองเหตุการณ์ระหว่างภรรยากับลูกเงียบ ๆ อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวตามประสาคนกลัวเมีย

"ก็เพราะว่าผมไม่เคยปฏิเสธแม่เลยคิดว่าจะบังคับผมยังไงก็ได้เหรอครับ" คีรีเลิกคิ้วถามผู้เป็นแม่อย่างสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลไม่ให้มันประทุออกมา ที่ผ่านมาไม่ว่าผู้เป็นแม่เอ่ยปากขอให้เขาทำอะไรให้เขาไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้ดูเหมือนว่าความต้องการของผู้เป็นแม่จะเกินไปมากเลยทีเดียว เกินลิมิตในสิ่งที่เขาจะทำให้ได้

ให้เขาแต่งงาน

ให้ผู้หญิงคนนั้นมาอุ้มลูกให้เขา

เหอะ เกินไป แม่คิดว่าใครจะมาเป็นแม่ของลูกเขาก็ได้หรือยังไงกัน

แล้วยิ่งได้ฟังว่าผู้หญิงคนนั้นยอมแต่งงานกับเขา ยอมอุ้มบุญให้เพราะอยากปลดหนี้ให้ครอบครัว เขาก็ยิ่งสะอิดสะเอียนและรู้สึกเกลียดชังผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาทันทีทั้งที่ยังไม่ได้พบหน้า

"แล้วรอแกมีเมีย มีลูกเอง ฉันไม่ต้องนอนรออยู่ในโลงศพเหรอ" บรรยากาศภายในบ้านเริ่มแย่ลงเมื่อต่างคนต่างไม่ยอมกัน

คุณหญิงยืนหยัดที่จะให้ลูกชายแต่งงานให้ได้ ในขณะที่ลูกชายก็เอาแต่ปฏิเสธท่าเดียว

"ผมยอมแม่ได้ทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้ผมคงยอมแม่ไม่ได้" เมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกชายพูดคุณหญิงรตีก็เชิดหน้าขึ้นมองอย่างคนเหนือกว่าก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาที่ทำเอาชายหนุ่มถึงกับชะงัก

"ยอมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไร่แห่งนี้แม่ก็คงต้องให้ตาคีรันเข้ามาดูแลแทน" คุณหญิงรตีแสยะยิ้มร้ายมองบุตรชายคนโตที่กำลังจ้องหน้าเธอตาเขม็ง

"ไม่ได้" และแน่นอนว่าคีรีไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นกว่าเขาจะดูแลไร่ให้เติบใหญ่ขนาดนี้ได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด ไหนจะคนงานนับพันที่เขาดูแลมาเนิ่นนานหลายปี ถ้าไร่แห่งนี้้มีคนอื่นที่ไม่ใช่เขามาดูแลมันจะเป็นยังไง ถึงคนคนนั้นที่แม่พูดถึงจะเป็นน้องชายของเขาก็เถอะ แต่ยังไงเขาก็ยอมไม่ได้คีรันไม่ได้มีหัวด้านนี้เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่น้องชายของเขาจะดูแลไร่แห่งนี้ได้เหมือนเขาแน่นอน

"ไม่ได้ ก็ยอมทำตามคำสั่งของแม่ซะแต่งงานกับหนูเพียงจันทร์ มีลูกกับเธอ เรื่องแค่นี้คีรีทำให้แม่ได้ไหม" สายตากดดันจ้องมองหน้าชายหนุ่มไม่ละไปไหน

เมื่อถึงทางตัน เมื่อหนทางมืดหม่นไร้ซึ่งทางออก มีทางเดียวที่คีรีจะอยู่รอดนั่นก็คือ

"ก็ได้ ผมจะยอมทำตามคำสั่งของแม่"

"ดีมาก ลูกรัก" คุณหญิงรตีที่ได้ยินคำตอบที่พึงพอใจก็ฉีกยิ้มร่าก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืนเดินมาสวมกอดบุตรชายพร้อมทั้งหอมแก้มสากของบุตรชายฟอดใหญ่อย่างรักใคร่ "คีรีของแม่น่ารักที่สุด"

เป็นคำชมของแม่ที่ตัวพ่อเลี้ยงหนุ่มอย่างคีรีไม่ได้ปลื้มปิติเลยสักนิด เขานั่งขบกรามแน่นขบอารมณ์คุกรุ่นที่สุ่มอยู่ในอกไม่ให้ประทุออกมา

เจ็บใจเหลือเกินที่เขาไม่อาจปฏิเสธคนเป็นแม่ได้เลยสักครั้ง เขาพ่ายให้กับผู้หญิงที่ชื่อว่ารตีเสมอ

"งั้นแม่ขอตัวไปโทรหาแม่หนูเพียงจันทรฺ์ก่อนนะ" คุณหญิงรตีพูดพลางหัวเราะคิกคักเดินออกไปพร้อมกับผู้เป็นสามี

ปล่อยทิ้งให้พ่อเลี้ยงคีรีนั่งไม่สบอารมณ์อยู่ตรงนี้เพียงลำพัง

'เพียงจันทร์'

เขาจะจดจำชื่อนี้ไปจนวันตาย

อีกฟากหนึ่ง

"หนูไม่แต่ง" ฉันตะโกนปฏิเสธพ่อกับแม่เสียงดังลั่นเมื่อท่านมาบังคับให้ฉันแต่งงานกับเศรษฐีใหญ่เจ้าของไร่ชาที่มีนามว่า คีรี เพื่อปลดหนี้ให้กับครอบครัวที่พ่อกับแม่ฉันไปกู้ยืมแม่พ่อเลี้ยงมาส่งฉันเรียนจนจบมหา'ลัย

"ทำเพื่อพ่อกับแม่สักครั้งไม่ได้เลยหรือไง ทุกวันนี้ที่ครอบครัวเราเป็นหนี้ก้อนโตไม่มีปัญญาหามาคืนเขาก็เพราะใคร ไม่ใช่เพราะเราเหรอเพียงจันทร์" พ่อฉันที่เงียบอยู่นานโพล่งขึ้นมาเล่นเอาซะฉันถึงกับชะงักไปเลยทันทีกับคำพูดของพ่อ รู้สึกโหวง ๆ ในใจขึ้นมาแปลก ๆ ความรู้สึกผิดก่อเกิดขึ้นมาภายในจิตใจกระทันหันพลางคิดว่าถ้าฉันไม่ดันทุรังเรียนต่อมหา'ลัยทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าฐานะของตัวเองเป็นเช่นไร ป่านนี้ครอบครัวเราจะเป็นหนี้ก้อนโตแบบวันนี้ไหม

"มีหนทางให้เราใช้หนี้คืนเขาได้ เราควรคว้าไว้ไม่ดีกว่าเหรอ อีกอย่างพ่อกับแม่ก็แก่เต็มทีไม่รู้ว่าจะทำงานได้อีกนานแค่ไหน ถ้าเราหมดหนี้ไปคราวนี้พ่อกับแม่ก็จะสบายมากขึ้นนะเพียงจันทร์" แม่ฉันเอ่ยหว่านล้อมฉันอีกคน ฉันมองหน้าพ่อกับแม่สลับกันไปมาด้วยความรู้สึกที่มันหลากหลาก ตอนนี้ความคิดของฉันมันตีวุ่นกันไปหมดจนไม่รู้ว่าฉันควรจะตัดสินใจยังไง

อยากหมดหนี้ก็อยาก

อยากให้พ่อกับแม่สบายก็อยาก

แต่จะให้ไปฉันแต่งงาน ไปอุ้มลูกให้คนอื่นเขา อันนี้ฉันว่าฉันไม่ไหว มีหนทางมากมายให้ฉันหาเงินมาใช้หนี้คืนเขาได้

"เราเป็นหนี้เขาอยู่เท่าไหร่เหรอจ๊ะแม่" ฉันแสร้งถามออกไปเพราะถ้าเกิดว่าหนี้สินที่แม่ไปยืมเขามามันไม่เยอะเท่าไหร่ฉันคิดว่าฉันจะไปทำงานอยู่ประเทศเกาหลีหาเงินมาจ่ายหนี้เอา

"สามล้านไม่รวมกับที่ดินที่แม่เอาไปจำนอง" แต่คำตอบที่ได้รับจากแม่ทำเอาฉันล้มทั้งยืน แสงสว่างที่เคยมีก็ค่อย ๆ ดับลงจนมลายหายไป "ถ้าลูกไม่ยอมแต่งงาน คุณหญิงเขามีข้อเสนอให้นะ"

"ข้อเสนออะไรเหรอจ๊ะ" ฉันถามอย่างคนลนลานต้องการจะรู้คำตอบให้ได้เสียเดี๋ยวนั้น

"ถ้าเราไม่ยอมรับข้อเสนอก็ให้หาเงินมาคืนท่านภายในเวลาหนึ่งเดือน แต่ถ้าเราหาไม่ได้และไม่ยอมรับข้อเสนอก็เตรียมย้ายไปอยู่ที่อื่น"

คุณหญิงรตีที่ฉันรักทำไมถึงได้ใจร้ายใจดำกับฉันถึงเพียงนี้กัน

เงินสามล้านไม่รวมที่ดินที่เอาไปจำนองกับเวลาหนึ่งเดือนฉันไม่มีปัญญามากพอที่จะหามาคืนหรอกนะ ให้เวลาฉันสิบปีฉันก็คิดว่าฉันไม่มีปัญญา

"โว้ยยย" ฉันร้องออกมาอย่างคนคิดไม่ตกเหตุอันใดเหล่าฉันถึงได้ไร้ทางออกขนาดนี้กัน

แล้วทางออกเดียวที่จะทำให้ครอบครัวฉันมีที่ซุกหัวนอนต่อไปนั่นก็คือ

"หนูยอมแต่งก็ได้"

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อุ้มบุญ(รัก)พ่อเลี้ยง   Episode37 end

    หลายวันผ่านไป หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหกสาวน้อยวิวาห์ของฉันตอนนี้อายุสองขวบแล้ว วัยกำลังพูดกำลังจา วัยกำลังซนเลยแหละค่ะ และเหมือนเดิมวิวาห์น้อยของฉันยังติดพ่อของเธอเหมือนเดิม "แม่ขา" นั่นไงคะพูดยังไม่ทันขาดคำเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยก็ดังมาแต่ไกลพร้อมกับวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาฉันที่กำลังนั่งปอกผลไม้อยู่ "ไม่ปีนนั่งตักแม่นะคะ แม่ถือมีดอยู่หนูเห็นไหมอันตรายมาก ๆ นะคะ" ฉันบอกเมื่อวิวาห์กำลังจะปีนขึ้นมานั่งบนตักของฉัน "มีดแทงตายหย๋อคะ" วิวาห์เอียงคอถามฉันตาแป๋ว ปากเล็ก ๆ ยื่นออกมาน้อย ๆ น่าจูบจังเลยค่ะ "ใช่ค่ะ เลือดออกเยอะเลยนะคะ" "เจ็บแน่" คิ้วเรียวของลูกขมวดมุ่นมองมาที่มีดที่ฉันกำลังถืออยู่ "เจ็บแน่ถ้าวิวาห์เล่น ถ้าวิวาห์ไม่อยากเจ็บวิวาห์ต้องทำยังไงคะ" ฉันเลิกคิ้วถามลูกสาว "ไม่เล่นมีด อยู่ห่าง ๆ มีด" "เก่งมาก" ฉันเอ่ยชมให้กับความฉลาดของลูกสาวตัวน้อยพลางคว้าตัวเธอเข้ามาใกล้กดจูบบนแก้มอ้วนของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความรักใคร่ "ชื่นใจไหมคะ" วิวาห์ถามฉันตาแป๋ว "ชื่นใจมาก ๆ เลยค่ะ" แก้มใครเล่าจะชื่นใจเท่าแก้มอ้วนของลูกสาวฉัน "คุยอะไรกันอยู่ครับสองแม่ลูก" ฉันกับวิวาห์หันไปม

  • อุ้มบุญ(รัก)พ่อเลี้ยง   Episode36

    หนึ่งเดือนผ่านไป หลังจากกลับมาจากทริปเที่ยวฉันกับคีรีก็กลับมาทำหน้าที่ของตัวเองกันต่อ ฉันอยู่บ้านเลี้ยงลูก ส่วนคีรีก็ไปทำงานในไร่บ้างก็เข้าไปช่วยคีรันดูแลงานในบริษัทบ้างเป็นครั้งคราวที่คนเป็นน้องดูแลไม่ไหวและงานเยอะจนล้นมือ "เดี๋ยววันนี้เพียงฝากวิวาห์หน่อยนะคะ เพียงจะออกไปซื้อของหน่อย" ฉันบอกกับแม่บ้านที่ยื่นแขนมารับวิวาห์จากฉันไปอุ้ม วันนี้ฉันว่าจะไปเดินห้างสักหน่อยเพื่อซื้ออาหารมาเลี้ยงฉลองวันเกิดวิวาห์ในวันนี้ หนูน้อยที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของฉันจากวันนั้นที่เป็นทารกน้อยตัวแดงร้องไห้จ้ามาวันนี้เธออายุครบหนึ่งปีเต็มแล้ว ร่างกายเติบโตไปตามกาลเวลาแต่ดูเหมือนว่าลูกสาวของฉันจะโตนำเด็กคนอื่นไปหน่อย วิวาห์ในวัยหนึ่งขวบเธออ้วนมากเลยค่ะ และนอกจากวันนี้จะเป็นวันเกิดของลูกสาวอันเป็นที่รักยังเป็นวันครบรอบแต่งงานของฉันกับคีรีอีกด้วย วันนี้ฉันเลยจัดงานเลี้ยงฉลองควบสองไปเลยค่ะ เมื่อจัดการฝากลูกกับแม่บ้านจนสำเร็จฉันก็ขึ้นห้องมาจัดการตัวเองต่อ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ในเวลาต่อมาฉันก็โผล่หัวอยู่ที่ห้าง ฉันมาคนเดียวขับรถของคีรีมา ส่วนเงินน่ะฉันมีเป็นกอบเป็นกำเลยค่ะเพราะคีรีเพิ่งโอนเงินมาให

  • อุ้มบุญ(รัก)พ่อเลี้ยง   Episode35

    หลังจากกินข้าวเสร็จคีรีก็พาฉันตระเวนเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมชอบไปกันถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะค่ำแต่ก็ยังมีสถานที่หลายแห่งให้เราสองคนได้ทำสิ่งแปลกใหม่ด้วยกัน อย่างเช่นนั่งดื่มกันอยู่ร้านเหล้าและเล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาให้กันฟัง เป็นความธรรมดาที่พิเศษมาก ๆ เพราะตั้งแต่แต่งงานกันมาเราทั้งสองคนยังไม่เคยมีโมเมนต์แบบนี้ด้วยกันเลย อย่างการมาเที่ยวแบบนี้ก็ด้วย ดื่มเสร็จก็กลับมาที่ห้อง ฉันมีสภาพเมามายในขณะที่คีรีซึ่งเป็นคนดื่มเยอะกว่าฉันมีสภาพปกติทุกอย่าง เขาประคองฉันมาที่เตียงนอนวางฉันนอนลงอย่างเบามือ ก่อนจะเดินหายไปหาผ้ามาเช็ดหน้า เช็ดตาให้ฉัน "เมาแล้วเซ็กซี่จัง" ฉันได้ยินเขาพูดมันเต็มสองหู แววตาคมเข้มดุดันพราวระยับในยามที่มองสำรวจตัวฉันเขาไล่ฝ่ามือลูบไล้กันก่อนจะตะบมมันเข้ากับสองเต้าอวบอิ่มเค้นคลึงมันอย่างเมามัน สะกิดยอดปทุมถันจนแข็งชูชันขึ้นเป็นไต "อื้อ คีรี" ฉันครางเสียงกระเส่าในยามที่ริมฝีปากเรียวหยักของคีรีครอบงำเต้านมอวบอิ่มของฉัน เขาดูดดื่มมันราวกับเด็กน้อยดูดนมมารดาก็ไม่ปาน "เสียวเหรอ" เสียงทุ้มแหบพร่าถามฉันด้วยแววตาพราวระยับ คีรีกวาดสายตาจดจ้องไปทุกส่วนข

  • อุ้มบุญ(รัก)พ่อเลี้ยง   Episode34

    หลังจากเสร็จกิจกรรมเข้าจังหวะยามแปดโมงเช้าทั้งฉันและคีรีก็พาฉันกันหลับเป็นตายด้วยความเพลียขั้นสุด ตื่นมาอีกทีตะวันก็ลับขอบฟ้าไปเสียแล้ว ฉันที่ตื่นก่อนคีรีก็ลุกไปอาบน้ำอาบท่าก่อนจะออกมาแต่งตัวหน้ากระจกในขณะที่คีรีนอนหลับไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา แต่ฉันไม่คิดจะปลุกเขาหรอกนะเพราะเข้าใจเขาได้ว่าเขาคงเหนื่อยมาก ก่อนหน้าจะได้หยุดพักคีรีก็ทำงานตลอดเวลาเจอหน้าลูกหน้าเมียแค่ตอนเช้าก่อนออกไปทำงานแค่นั้น ไหนจะขับรถพาฉันมาที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่ ไหนจะกิจกรรมเข้าจังหวะแบบเมามันส์เมื่อเช้าอีก "อื้อ" เสียงครางเครือของคนบนเตียงทำให้ฉันที่ยืนมัดอยู่หันไปมอง คีรีกำลังบิดขี้เกียจก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกโพลงกว้าง เขามองหน้าฉันนิ่ง ๆ ในขณะที่ฉันก็มองหน้าเขาอยู่เหมือนกัน "กี่โมงแล้ว" คีรีถามพลางหยัดตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงยกมือนวดขมับตัวเองเบา ๆ "จะสองทุ่มแล้ว" "ตื่นนานยัง ทำไม่ไม่ปลุก" คีรีเลิกคิ้วถามก่อนจะไล่สายตามองตัวฉันที่อยู่ในพร้อมออกไปกินข้าว "ก็ไม่อยากกวน เห็นนายนอนหลับสบาย" "เธออาจจะหิว" "ฉันกินนายอิ่มแล้ว" ฉันหัวเราะออกมาเบา ๆ ยามพูดประโยคนี้ ฉันแอบเห็นคีรีเม้มริมฝีปากพลาง

  • อุ้มบุญ(รัก)พ่อเลี้ยง   Episode33

    หลายวันมาต่อมา..... คีรีชวนฉันมาเที่ยวที่จังหวัดหนึ่ง เป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคเหนือไม่ได้ไกลจากไร่ศิวะรักษ์คีรีมากโดยฝากลูกไว้กับพ่อแม่เขาและพ่อแม่ฉัน คีรีให้เหตุผลว่าอยากใช้ชีวิตอยู่กับฉันสองคนตามลำพังเพราะมันนานมากแล้วที่เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตามลำพังแบบสองต่อสอง พอถึงช่วงวันหยุดยาวคีรีเลยช่วยฉันมาเที่ยวโดยที่เขาเป็นคนวางแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้าหลายวันแล้ว ฉันเพิ่งมารู้ก็วันที่เขาใช้ให้ฉันเก็บกระเป๋าบอกกับฉันว่าจะพาไปฮันนีมูนบนยอดเขาอันสูงชันและหนาวเหน็บ ฟังดูทะแม่งทะแม่งนะคะแต่ถามว่าฉันยอมมากับเขาไหมก็มาค่ะ พูดก็พูดเถอะว่าฉันอยากใช้ชีวิตกับคีรีสองคนเหมือนกันแต่ไม่ได้หมายความว่ามีลูกอยู่ด้วยแล้วมันไม่ดีนะคะ มันดี มันดีมาก แต่ฉันก็อยากมีเวลาส่วนตัวกับคนเป็นสามีบ้าง หลังจากที่เมื่อคืนปู่ ย่ามารับวิวาห์ไป เช้าตรู่ของอีกวันฉันกับคีรีก็ออกเดินทางกันทันที ทันดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าด้วยค่ะออกมาหน้าไร่จุดนี้ทำให้เห็นพระอาทิตย์ชัดมากและมันสวยมากด้วย ฉันใช้ให้คีรีจอดรถแล้วให้เขาไปยืนตรงพระอาทิตย์ขึ้นแล้วฉันก็ถ่ายรูปเขาไว้ คีรีกับพระอาทิตย์ตอนเช้ามันดีมาก ๆ เลยค่ะ "เ

  • อุ้มบุญ(รัก)พ่อเลี้ยง   Episode32

    เมื่อทานข้าวเสร็จคีรีเป็นคนเก็บของไปไว้ที่รถให้ก่อนที่เขาจะเดินย้อนกลับมาทิ้งตัวนั่งลงช้อนหลังฉัน เขาสอดแขนโอบเอวฉันไว้ออกแรงดันให้หลังของฉันแนบชิดไปกับอกแกร่งของเขาคล้ายว่าฉันกำลังนั่งพิงอกของเขาอยู่ สายตาของเราทั้งสองคู่มองโฟกัสไปในจุดเดียวกันนั่นก็คือลูกที่กำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังสนั่นเมื่อพบเจอสิ่งที่ถูกใจ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของลูกพลอยทำให้ฉันกับคีรีที่นั่งมองอยู่อดอมยิ้มตามให้กับท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูนั่นไม่ได้ เด็กหญิงวิวาห์ของฉันเธอน่ารักน่าเอ็นดูไม่แพ้ใครเลยค่ะ ในช่วงจังหวะหนึ่งที่ลูกหันมาทางฉันกับคีรีแล้วโบกมือบ๊ายบายให้ ฉันรีบยกมือบ๊ายบายลูกกลับเร็วไว ไม่เพียงแค่นั้นเด็กหญิงวิวาห์ยังส่งจุ้บ ๆ พร้อมกับยิ้มแป้นแล้นอีกด้วย "น่ารักจังเลย" ฉันเอ่ยชมลูกด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมเต็มไปด้วยความสุข ความสดใสของลูกทำให้ชีวิตของฉันมีชีวิตชีวา วิวาห์คือคนที่เข้ามาเติมเต็มความสุขในชีวิตฉัน เธอเปรียบเสมือนพลังที่ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ได้ "เธอก็น่ารักไม่แพ้ลูกหรอกนะเพียงจันทร์" ฉันเอี้ยวหน้ามองคีรีพลันขมวดคิ้วมองเขาเมื่อจู่ ๆ เขาก็เอ่ยชมฉันโต้ง ๆ หลังจากที่ฉันเอ่

  • อุ้มบุญ(รัก)พ่อเลี้ยง   Episode9

    "เธอพูดว่าอะไรนะ" ฉันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคีรีแทรกเข้ามาในโสตประสาทก่อนจะตอบเขากลับไปเสียงตะกุกตะกักอย่างคนเลิ่กลั่กว่า "ฉะ ฉันยังไม่ได้พะ พูดว่าอะไร" "แล้วไป" ฉันลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อคีรีไม่ได้ยินในสิ่งที่ฉันพูดเมื่อกี้และตัวเขาเองก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามฉันต่อเพราะถ้าเกิดว่าเขาขืนได้

  • อุ้มบุญ(รัก)พ่อเลี้ยง   Episode8

    ฉันนิ่งงันไปเลยทันทีเมื่อจู่ ๆ ก็โดนคีรีไล่ให้ลงไปนอนข้างล่างหลังจากบทรักอันเร่าร้อนจบลงได้ไม่นาน สมองของฉันทำการประมวลผลอย่างหนักเพราะคิดว่าเมื่อกี้ฉันอาจจะได้ยินในสิ่งที่คีรีบอกผิดไป เขาคงไม่ได้ใจร้ายกับฉันถึงขนาดนั้นหรอกใช่ไหมฉันคิดในใจ "ไม่ได้ยินหรือไงฉันบอกให้เธอลงไป ด้านล่างน่ะที่ของเธ

  • อุ้มบุญ(รัก)พ่อเลี้ยง   Episode6

    ฉันกำหมัดแน่นให้กับคำพูดของคีรีในขณะที่เขายังคงไม่ยี่หระกับคำพูดของตัวเอง "ไอ้คี" เพื่อนของเขาเอ่ยปรามแต่คีรีก็ไม่คิดจะสนใจ "มึงจะห้ามกูทำไมมึงไม่รู้หรือไงว่าที่กูแต่งงานกับมัน เราไม่ได้รักกัน ครอบครัวยัยนี่ติดหนี้ครอบครัวกู แม่กูเลยให้ยัยนี่มาอุ้มลูกให้กูแลกกับการยกหนี้ให้" คีรียังคงพูดต่อ

  • อุ้มบุญ(รัก)พ่อเลี้ยง   Episode5

    วันแต่งงาน ใครจะคิดว่าทุกอย่างจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ เพราะหลังจากถ่ายพรีเวดดิ้งวันนั้นงานแต่งของฉันกับพ่อเลี้ยงคีรีก็ถูกจัดขึ้นทันทีในสองอาทิตย์ถัดมา มันปุบปับจนฉันตั้งรับไม่ทัน เพราะตอนที่คุยกันวันนั้นคืองานแต่งจะถูกจัดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้าแต่ก็นั่นแหละค่ะไม่ว่าจะแต่งเร็วหรือแต่งช้ายังไงซะฉ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status