تسجيل الدخولเรื่องราวของแพรวพราวผู้หญิงที่ทำงานอยู่ที่ร้านเหล้าของเจ๊พิมล สถานที่ตรงนั้นมีบริการอย่างอื่นนอกเหนือจากการเป็นคนนั่งดริ๊ง มันอาจจะไม่ผิดเลยถ้าต้องไปยุ่งกับผู้ชายที่เข้ามาทำงานในร้านแต่ทว่าแพรวพราวเธอมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้วและสามีเป็นผู้ชายที่ดีมากแต่เธอกลับไม่รู้จักพอแอบนอกใจสามีไปคบกับชายอื่นนอกใจอย่างเดียวไม่พอมีแอบนอกกายอีกต่างหาก..แถมผู้ชายทุกคนที่เข้ามาหาเธอต่างก็รู้ว่าเธอเองก็มีสามีแล้วแต่ก็ยังอยากที่จะสานสัมพันธ์กับเธอแต่ทว่าไปแล้วเธอเองก็ไม่เคยปฎิเสธผู้ชายพวกนั้น ยังไม่หมดนะยังมีคู่ของกายและสารวัตรธาม กายเรียนจบจากกรุงเทพฯเพื่อมาหาพี่สาวที่ชื่อพิมแต่พอมาถึงกลับต้องเสียใจเพราะพิมเธอได้จากไปแล้วแล้วกายได้หลักฐานบางอย่างเพื่อไปพิสูจน์ว่าของชิ้นนั้นพอจะจับคนที่ทำร้ายพิมได้ไหม กายไปที่โรงพักได้เจอกับสารวัตรหนุ่มหล่อ หน้าตาดีประจำการอยู่ตรงนั้น เจอกันครั้งแรกทำเอากายหัวเสียนิดหน่อยแต่ไปๆมาๆสารวัตรหนุ่มหล่อกลับชอบกายซะงั้น เอาแล้วไงทีนี้!! ฝากติดตามด้วยน๊าา.. เรื่องราวในนิยายนักเขียนอยากจะบอกนักอ่านทุกคนว่ามันมีหลากหลายของความรักชายรักชาย ความรักที่มีทั้งผิดหวังและอาจสมหวังบ้าง มีคดีที่ต้องสืบกันเล็กน้อยแต่ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก
عرض المزيدแพรวพราวเธอเป็นผู้หญิงที่สวยชายใดเห็นเป็นต้องตกหลุมรักเธอไม่เพียงแค่นั้นจริตมารยาของเธอก็มีไม่เบาเธอไม่เคยปฏิเสธผู้ชายที่เข้ามาพัวพันเกี่ยวกับเธอกลับชอบมันด้วยซ้ำ เพราะหน้าตาที่สวยจนสะดุดตาเธอเลือกที่จะทำงานเกี่ยวกับการต้อนรับแขกในร้านอาหารแห่งหนึ่งแต่ภายในร้านเป็นร้านเหล้าที่เหล่าชายใดต่างก็รู้กัน
“เจ๊…เรียกฉันมีอะไร”เธอคุยกับเจ้าของร้านอย่างเจ๊พิมล “มึงช่วยต้อนรับแขกโต๊ะนั้นที…พอดีวันนี้พิมไม่มา”เธอทำหน้าไม่พอใจที่ต้องต้อนรับแขกของคนอื่นและคงไม่ใช่เสี่ยที่เงินหนาเป็นปึกที่เธอเคยเจอ “ทำไมต้องเป็นฉันเจ๊หาคนอื่นก่อนไหม”เธอเสนอความคิดเห็นให้กับเจ้าของร้าน “ไม่มีใคร มึงนั่นแหละเหมาะสุดแล้ว” “เงินหนาไหม”เธอกระซิบข้างหูเจ๊เบาๆ “เงินหนาซิแถมยังหนุ่มยังแน่เลยนะ” “ยังหนุ่มยังแน่หาเงินใช้เองไหม ไม่ใช่ขอเงินพ่อแม่แล้วมาเปย์พวกฉันนะ ถ้ายังงี้ไม่เอาด้วยหรอก” “เออ..น่า กูให้มึงดูแลมันแค่วันเดียวแหละเพราะไม่มีใครแล้ว อีกอย่างเสี่ยชูชัยวันนี้ก็ไม่ได้มา” “ก็ได้แต่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะรอบหน้าให้คนอื่นละกัน” “งั้นมึงไปแต่งตัวสวยๆ รอเลย” แพรวพราวเข้าไปหลังร้านพร้อมกับนั่งลงหน้ากระจกบานใหญ่แล้วหยิบเครื่องสำอางที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นเธอปัดแก้มเบาๆโดยใช้บรัชออนสีชมพูเลือกปัดแก้มแล้วใช้ลิปสีแดงทาลงที่ปากและแกะผมที่มัดไว้ปล่อยผมให้ดูมีความเซ็กซี่มากขึ้นเธอจัดแต่งทรงผมให้มันดูเป็นลอนผมสีดำของเธอเหมาะใบหน้าที่สวยของเธอ เธอเดินไปหยิบเสื้อที่แขวนไว้ในตู้ เธอเลือกใส่ชุดกระโปรงยาวไปถึงเท้าแต่แหวกข้างไปถึงขาอ่อนส่วนช่วงบนแหวกข้างหน้าไปจนถึงเห็นร่องหน้าอก ชุดสีแดงเหมาะกับคนผิวขาวอย่างเธอทำให้มันดูขัดผิวมีออร่าชัดเจน เมื่อเธอแต่งหน้าแต่งตาทำผมเสร็จเดินออกมาจากหลังร้านเพื่อมาต้อนรับแขก คนที่มาร้านไม่มีคนไหนที่ไม่มองเธอ ใครๆก็อยากได้เธอมานั่งดริ๊งและหาความสุขจากเธอ แพรวพราวเธอไม่เพียงมีดีแค่ความสวยเรื่องนั้นเธอถนัดเป็นสุดผู้ชายที่ได้นอนกับเธอไม่มีคนไหนที่ไม่อยากกลับมาหาเธอ แต่มันจะเป็นเรื่องยากถ้าใครอยากกลับมาหาเธอเพราะการที่ต้องนอนกับเธอต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงพอสมควรและเธอก็เลือกที่จะนอนกับแค่บางคนเท่านั้น โตมรเป็นผู้ชายที่ยังหนุ่มยังแน่นอายุราวๆประมาณยี่สิบหกปีชายหนุ่มต้องมาเจอกับพิมแต่วันนี้เธอไม่มาอ้างไม่สบาย เลยตกเป็นหน้าที่ของเเพรวพราวที่ต้องมาปรนนิบัติอีกฝ่าย โตมรมานั่งรอเธอพักใหญ่กว่าเธอจะเดินออกมาด้วยใบหน้าที่สวยและรอยยิ้ม อีกฝ่ายเมื่อเห็นเธอครั้งแรกต้องตกตะลึงเพราะเธอคือผู้หญิงที่สวยสมคำร่ำลือ “เชิญนั่งก่อนครับพี่แพรวพราว”อีกฝ่ายเอ่ยชื่อเธอพร้อมกับลุกขึ้นต้อนรับเธอ ส่วนเธอทำเป็นเชิดหน้าและนั่งลงข้างชายหนุ่ม “รับอะไรดีคะ”เธอพูดกับโตมรแล้วเรียกเด็กเสริ์ฟให้เข้ามาหา “ตามใจพี่เลยครับ”ชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตาและไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะละสายตาจากเธอได้ ส่วนเธอกระซิบข้างหูของเด็กเสิร์ฟหมายจะบอกว่าจะเอาเครื่องดื่มอะไร “พี่สวยมากเลยนะครับ”อีกฝ่ายชมเธอเป็นการใหญ่เมื่อเธอหันหน้ามาคุยด้วย “พูดงี้ไม่กลัวพิมน้อยใจหรือคะ”เธอพูดเชิงอ่อยๆเหมือนอยากได้คำตอบที่ตรงใจเธอ “ก็พี่สวยจริงๆนะครับ” นี่ใช่ไหมคือคำตอบที่เธออยากได้ แพรวพราวขำออกมาแล้วมือเผลอไปจับหัวเข่าอีกฝ่ายเบาๆ “อุ๊ย!ขอโทษคะพี่ดีใจไปหน่อย” “ไม่เป็นไรครับ”สายตาที่โตมรมองเธอบ่งบอกว่าอีกฝ่ายถูกใจเธอแค่ไหน ส่วนแพรวพราวเธอเองก็มองโตมรไม่ละสายตาเหมือนกันก็เพราะอีกฝ่ายหนุ่มกว่าทุกคนที่เคยเข้ามาหา แถมแค่นั้นยังไม่พอโตมรคือผู้ชายที่มีหน้าตาดีมาก หล่อ รูปร่างสูงส่วนจะมีเงินเปย์เธอไหมอันนี้ก็ค่อยว่ากันอีกที ในตอนที่อยู่ในร้านโตมรไม่เคยแตะต้องเธอเลยแม้แต่น้อยทั้งคู่นั่งดื่มกันไปและพูดหยอกล้อกันไป แต่สายตาของชายหนุ่มไม่ได้ละสายตามองเธอแม้แต่น้อยกลับพูดกับเธอด้วยความเกรงอกเกรงใจ “ทำไมพี่แพรวพราวสวยจังครับ”โตมรชมเธอไม่หยุดปาก “ค่ะ”เธอไม่ได้ปฏิเสธในคำชมของชายหนุ่มตรงหน้าเลยแม้แต่น้อยกลับยกยอตัวเองเธอให้กับอีกฝ่ายฟังอีกต่างหาก ”มาเที่ยวแบบนี้ไม่กลัวคนที่บ้านมาตามเหรอคะ”เป็นไปตามคาดคำถามที่เธอใช้ถามลูกค้าคนอื่นๆบ่อยๆ “ผมยังไม่แฟนครับ”อีกฝ่ายตอบเธอไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “เหรอ….คะ” “ไม่น่าเชื่อนะคะว่าคนหน้าตาดีอย่างโตมรจะโสด”เธอยกแก้วขึ้นมาดื่มหลังจากที่ยิงคำถามใส่อีกฝ่าย “ผมหน้าตาดีแล้วพี่แพรวพราวชอบไหมครับ”โตมรหยอกเธอกลับไปหนึ่งที “มันเร็วเกินไปที่จะพูดคำนี้”เธอพูดออกมาอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะตอบกลับมายังไง “ไม่หรอกครับ…สำหรับคนสวยแบบพี่”เธอขำออกมาเมื่อได้ฟังคำตอบของอีกฝ่าย “มีอะไรน่าขำเหรอครับ”โตมรถามเธอด้วยความแปลกใจ “เปล่าคะ!!ดื่มซิคะ”เธอมองไปแก้วที่วางบนโต๊ะ “น้ำแข็งละลายหมดแล้ว..ขอรบกวนพี่แพรวพราวเติมให้หน่อยได้ไหมครับ” “แป๊บนะคะ”เธอก้มลงหยิบน้ำแข็งที่อยู่ข้างโต๊ะทำให้เห็นร่องหน้าอกเล็กน้อยโตมรที่เห็นแบบนั้นเขารีบถอดเสื้อแขนยาวแล้วอ้อมคลุมให้กับเธอทำให้แพรวพราวตกใจเล็กน้อย ” ทำอะไรคะ” “มันโป๊ะผมเลยเอาเสื้อมาคลุมให้ครับ”เธอมองผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าแล้วยิ้มอ่อนๆ “ขอบคุณค่ะ”เธอรู้สึกซาบซึ้งในตัวของอีกฝ่ายส่วนมือยกขวดแล้วรินเหล้าให้ “ขอบคุณครับ”ณ กรุงเทพกายกลับมาใช้ชีวิตคนเมืองกรุงอีกครั้งหลังจากที่ไปอยู่ที่อื่นนานพอสมควรเขามุ่งหน้าทำธุรกิจของตัวเองจนสำเร็จดั่งที่บอกกับพิมไว้ และเปิดที่พักตากอากาศสักสองสามหลัง บริเวณแถวที่พักจัดสวนให้มีความร่มรื่นและมีหวิวที่สวยงาม มีอาหารเสิร์ฟเกือบทุกมื้อเหมาะสำหรับคนที่มากันเป็นคู่รัก"ดูๆไปธุรกิจของเราก็ดีน้อ ไม่คิดว่าจะมาทำอะไรแบบนี้ สวยมาก" กายไม่ได้พูดอะไรแค่พยักหน้าและยิ้มให้กับเพื่อนสาวเท่านั้น และสายตามองไปที่พักตากอากาศไม่คิดว่าตัวเขาจะมาทำอะไรแบบนี้“เหนื่อยอะมึง”“เหนื่อยก็พักเหอะหวาน”“ได้ไงวันนี้มีแขกเข้ามาพักนะ"“เหรอแล้วจะมากี่โมง”“น่าจะใกล้ถึงแล้ว”“รออะไรไปเตรียมตัวดิ”สองเพื่อนสนิทออกไปรับแขกที่จะมาพักในวันนี้ กายใส่กางเกงสแล็คสีดำคู่กับเสื้อเชิ๊ตสีขาวรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่โปรด ส่วนหวานใส่เสื้อสีขาวกระโปรงสีชมพูยาวไปถึงเท้าใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวเช่นกัน ทั้งสองรอแขกที่จะเข้ามาพักในวันนี้ด้วยรอยยิ้มที่ยิ้มแย้ม ที่พักตากอากาศแห่งนี้มีพนักงานแค่สามคน มีแม่ครัวหนึ่งคน มีพนักงานทำความสะอาดสองคนวนเวียนช่วยกันทำ“ยินดีต้อนรับค่ะ”แขกคนสำคัญที่หวานพูดถึงมาพอดี กายที่มัวแต่เตรียมของอ
กายเมื่อเรื่องทุกอย่างจบลงเขาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าพร้อมที่จะกลับกรุงเทพไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอยู่ต่อ แถมเพื่อนสาวอย่างหวานโทรเร่งให้เขากลับบ้านทุกวัน รถเก๋งสีดำคันหนึ่งมาจอดที่หน้าบ้านของเขาพร้อมกับเจ้าของรถที่ก้าวเท้าลงจากรถ กางเกงยีนสีน้ำเงินเข้มบวกกับเสื้อยืดสีขาวเหมือนกับที่ชุดที่กายใส่ในวันนี้เลย ทั้งสองแต่งตัวเหมือนกันทุกอย่างไม่แม้รองเท้าก็สีเดียวกัน“คุณสารวัตรมีอะไรเหรอครับ”กายพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยคำเรียกก็ดูห่างเหินจากเมื่อก่อน“ขอโทษสำหรับทุกอย่างนะ”คนร่างสูงบอกกับเขาด้วยความรู้สึกผิด“ไม่เป็นไรครับ ทำไมไม่บอกละครับว่ามีคนรักแล้ว หลอกผมทำไม”ภายในลึกๆอยากจะต่อว่าอีกฝ่ายมากกว่านี้แต่เพื่ออะไรล่ะ ในเมื่อถึงพูดไปสารวัตรหนุ่มก็ไม่มาคบกับเขาอยู่ดี"ขอโทษ"คนร่างสูงได้แต่กล่าวคำขอโทษซ้ำไปมา“ผมเข้าใจครับทางครอบครัวพี่คงไม่ยอมให้ลูกเขามาคบกับคนเพศเดียวกันหรอก ก็ลูกในพลชั้นผู้ใหญ่นิครับมีหน้ามีตาในสังคม ขอให้โชคดีกับผู้หญิงคนนั้นนะครับดูเธอน่ารักนะครับแถมเรียบร้อยอีกด้วย”กลั้นความรู้สึกพูดมันออกมาถึงมันเจ็บปวดแค่ไหน ด้านคนร่างสูงยืนฟังด้วยความเสียใจที่ไม่อาจไปต่อกับชายหนุ่มตรงห
หยกเกิดตั้งท้องไม่รู้ตัวเธออ้วกไม่หยุดแถมแพ้ท้องหนักมากได้กลิ่นอะไรไม่ได้ต้องอ้วกหมด จนเจ๊พิมลต้องสงสัยว่าหยกเป็นอะไรเลยพาไปตรวจที่โรงพยาบาลถึงได้รู้ว่าเธอท้องแล้วพ่อของเด็กล่ะ!ในใจลึกๆของหยกรู้ดีว่าใครเป็นพ่อในท้องของเด็กแต่ไม่ยอมบอกกับใครเก็บไว้ในใจ เธอแอบไปที่โรงงานของชาตรีเพื่อไปเจอกับนิลที่ทำงานอยู่ในนั้น เธอดักรอชายหนุ่มจนเลิกงานและลากแขนออกมาคุยตามลำพังสีหน้าของนิลไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่เมื่อเธอ“มีอะไร”น้ำเสียงห้วนๆของเขาพูดขึ้น“ฉันท้อง”“ท้องแล้วมาบอกทำไม”นิลอึ้งไปสักพักก่อนจะพูดแบบนั้นกับเธอ“ก็ฉันท้องกับนิล”“เธอทำงานแบบนั้นจะแน่ใจได้ไงว่าเธอท้องกับฉัน”“ฉันไม่ได้นอนค้างกับใครเลยนะนอกจากนิล”“ยังไงก็เหอะ!กูไม่รับเพราะกูไม่ใช่คนแรกที่นอนกับมึง”พูดเสร็จก็เดินจากไปปล่อยให้หยกยืนน้ำตาตกอยู่ตรงนั้น เธอไม่น่ามอบกายให้กับผู้ชายแบบนั้นเลยเธอกลับมาที่ร้านเจ๊พิมลมือลูบท้องเบาๆนึกแล้วก็สงสารตัวเองที่ต้องมาท้องเพราะไม่พ่อเธออยากตายๆให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย“หยกถ้าไม่มีคนรับผิดชอบเด็กในท้องมึงก็ไม่เป็นกูจะช่วยมึงเลี้ยงเอง”เจ๊พิมลพูดเหมือนรู้เรื่องไม่ดุไม่ด่าแถมไม่ซ้ำเติมด้วยซ้ำ“เจ๊!
โตมรที่ทุกคนรู้จักเป็นคนที่นิสัยดีและอ่อนโยนกว่านี้แต่นี่ไม่ใช่ การกระทำและกิริยาที่แสดงต่อบุคคลคนอื่นเป็นนิสัยที่ก้าวร้าวและไม่น่าคบมาก กายแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยคิดขึ้นมาได้ก็อดสงสารพิมไม่ได้พอพี่กู้ภัยคนนั้นกลับโตมรก็กลับเข้าบ้านและปิดประตูสนิทเงียบกายปีนรั้วของเจ้าบ้านหลังนั้นแล้วเดินย่องเข้าไปในบ้านโดยมีหมวยดูต้นทางให้ ชายหนุ่มเห็นช่องเล็กๆเลยส่องเข้าไปดูเห็นแพรวพราวนั่งถูกมัดมือไว้ข้างหลังใบหน้ามีรอยช้ำเหมือนโดนตบมา“พี่แพรว!”กายพึมพำเบาๆในลำคอแล้วเดินกลับไปที่หมวยรออยู่“เป็นไงบ้าง”หมวยถามชายหนุ่มเมื่อปีนรั้วออกจากบ้านอีกฝ่าย“ผมเห็นพี่แพรวอยู่ในบ้าน”“ต้องไปแจ้งความ”“พี่จะไปบอกพี่ฮานด้วย”“พี่หมวยไปบอกพี่ฮานเลยเดี๋ยวผมไปโรงพักเอง”“โอเคใช่ไหม”หมวยถามชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วงเพราะถ้าไปที่นั่นต้องเจอกับสารวัตรธามแน่“โอเคครับผมแยกแยะได้พี่หมวยไม่ต้องเป็นห่วง”แล้วทั้งสองก็แยกไปคนละทาง-&-“จ่าพลครับเร็วครับ”กายดึงแขนคนมีอายุมากกว่าที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้น“เดี๋ยวก่อนครับน้องกาย”จ่าพลเองก็ดึงแขนของกายกลับเหมือนกัน“ไปช่วยพี่แพรวกันครับ”“ที่ไหน?”จ่าพลยังไม่ทันได้เอ่ยถามสารวัตรธ
ณ รั้วบ้านของเสี่ยอเนกกายมองเข้าไปในบ้านมีลูกน้องสองคนเฝ้าหน้าบ้านและเดินไปมายากมากที่จะรู้เรื่องของบุคคลนั้นยืนมองไปสักพักก็เดินออกจากตรงนั้นโดยมาธามตามเขาทุกฝีก้าวระหว่างที่เดินออกจากหมู่บ้านธามเกิดเห็นคู่กรณีที่เคยจับไว้คราวก่อน แต่ ณ ตอนนี้คู่กรณีคนนั้นได้พ้นโทษออกคุกมาแล้วและดูเหมือนจะไม่พอใ
กายนัดเจอกับสารวัตรที่ร้านแห่งหนึ่งเพื่อคุยเรื่องของพิมเขานั่งรอตำรวจหนุ่มพักใหญ่และสั่งน้ำชาเขียวมาหนึ่งแก้วดูดมันจะครึ่งแก้วสารวัตรก็ไม่มาสักที'ไม่มาสักที!’เขาบ่นกับตัวเองแล้วไม่กี่นาทีอีกฝ่ายก็เดินมาทางโต๊ะที่เขานั่ง“ไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ”เขาพูดประชดอีกฝ่ายและชักสีหน้าไม่พอใจที่อีกฝ่ายมาช้ากว่าเ
กายตื่นแต่เช้าเข้าห้องน้ำแล้วล้างหน้าตาก่อนจะไปจ่ายตลาดเตรียมของมาทำกับข้าว วันนี้ทางร้านเจ๊พิมลให้คนงานของเธอหยุดเพราะเจ๊แกไปหาญาติที่ต่างจังหวัดคงจะกลับค่ำเลยไม่ได้เปิดร้าน กายใส่กางเกงขายาวสีครีมกับเสื้อยืดสีขาวเดินไปจ่ายตลาดมีแต่สายตาจับจ้องไปที่เขาด้วยหน้าตาที่น่ารักเหมือนผู้หญิงทำให้ผู้คนแถวน
ด้านแพรวพราวเธออ้างกับเจ๊พิมลว่าไม่สบายรู้สึกมึนหัวนิดหน่อยและขอตัวกับก่อนให้ชบาต้อนรับเสี่ยชูชัยแทนเธอไปก่อนชบาเองก็ไม่ขัดเมื่อเป็นคำสั่งของเจ๊พิมล“เสี่ยค่ะรับอะไรดีครับ”ชบาถึงเธอจะสวยไม่เท่าแพรวพราวแต่เล่ห์เสน่หาของเธอก็ไม่แพ้แพรวพราวเลยสักนิด“เสี่ยขอหนูได้ไหมคะ”เสี่ยชูชัยมองไปที่ชบาถึงจะไม่สวย











