تسجيل الدخولหลังจากเลิกงานเธอเปลี่ยนชุดที่ใส่ตอนทำงานออกเพราะไม่อยากใส่ชุดนั้นกลับบ้านเธอเข้าไปในห้องน้ำล้างหน้าล้างตาและเช็ดเครื่องสำอางออกหมดจดให้มันเหมือนไม่ได้แต่งหน้าอะไร
“กลับก่อนนะเจ๊”เธอลาเจ๊พิมลก่อนเดินออกจากร้าน “กลับบ้านดีๆละ”เจ๊ที่นั่งดื่มกับเด็กคนอื่นๆในร้านบอกกับเธอ “ทำไมพี่แพรวพราวต้องลบหน้าออกก่อนกลับบ้าน”ชบาเด็กในร้านคนหนึ่งถามขึ้นเพราะเธอกำลังเข้ามาทำงานได้ไม่กี่วัน “อย่ายุ่งเรื่องของมัน…มานวดหลังให้กูเลย”ถึงจะพูดแบนนั้นก็เหอะแต่มันอดสงสัยไม่ได้ ชบามองตามหลังแพรวพราวไปจนลับตา ก่อนที่จะอ้อมหลังเจ๊พิมลแล้วนวดหลังให้กับสาววัยกลางคน “บีบแรงๆสิ..ตรงนี้”เจ๊พิมลชี้ไปทางบ่าของเธอส่วนชบาก็ทำตามที่เจ๊พิมลบอกไม่พูดสักคำ แพรวพราวเมื่อขับรถมาถึงบ้านเธอเข็นรถมอเตอร์ไซด์เข้าไปไว้ในรถจอดรถแล้วดึงกุญแจออกจากนั้นก็เดินเข้าบ้านปกติ พอเปิดประตูเข้าไปฮานสามีของเธอได้เตรียมกับข้าวไว้บนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว วันนี้สามีของเธอทำกับข้าวมีแต่เมนูที่เธอชอบแพรวพราวจะบอกกับสามีอย่างไรละ! ว่ากินมาอิ่มแล้วก็คงไม่ได้เลยจำใจต้องกินกับข้าวที่สามีเตรียมไว้ให้ “จะอาบน้ำก่อนไหม”น้ำเสียงที่นุ่มนวลถามภรรยาของเขาพร้อมกับยกขวดน้ำและแก้วมาวางบนโต๊ะ “งั้นน้องไปอาบน้ำก่อนนะคะ”อาบน้ำก่อนก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยมันจะทำให้ท้องที่กินจากเมื่อกี้เริ่มย่อยลงหน่อยและอีกอย่างจะได้กลบกลิ่นอะไรบางอย่างที่เธอดื่มเข้าไปในร้าน วันนี้เธอรู้สึกว่าดื่มมันเยอะกว่าปกติก็ลูกค้าคนใหม่เล่นจ้องหน้าเธอไม่กะพริบ ลึกๆก็ทำเธอเขินเอาเหมือนกัน เธอเข้าไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่อยู่ในห้องแล้วเดินออกมาจากนั้นก็เข้าห้องน้ำไป เธอเปิดฝักบัวที่อยู่เหนือหัวบีบครีมอาบน้ำแล้วค่อยๆถูไปมาตามร่างกายแล้วชำระด้วยน้ำอีกรอบ แพรวพราวออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวแล้วเข้าไปแต่งตัวในห้อง เวลาผ่านไปสักสิบนาทีเธอเดินออกมาจากห้องด้วยชุดนอนสายเดี่ยวสีชมพูชายกระโปรงยาวไปถึงหัวเข่าแล้วมานั่งเก้าอี้ที่โต๊ะอาหาร ”กับข้าวน่ากินมากเลยนะคะ”เธอหยิบช้อนแล้วมองไปที่ฮานสามีของเธอ “ครับ!พี่ตั้งใจทำให้น้องกินเลยนะเนื่องจากทำงานมาเหนื่อยๆ”สามีเธอพูดจบก็เอื้อมมือไปตักแกงใส่จานที่อยู่ตรงหน้าเธอ หญิงสาวยิ้มให้กับสามีและตักข้าวใส่ปาก “อร่อยมากคะ…ฝีมือไม่ตกเลยนะคะ” “กินเยอะๆนะครับ” “ค่ะ”ยอมรับว่ากับข้าวที่ฮานทำอร่อยจริงแต่ท้องของเธอมันรับแทบจะไม่ไหวต้องฝืนกินทั้งที่ท้องมันไม่ไหวอย่างงั้น เธอหยิบน้ำขึ้นมาดื่มแล้วสามีก็มองมาด้วยความแปลกใจและยิ้มให้กับเธอ ”ทำไมวันนี้กินข้าวน้อยจัง” “พอดีน้องรู้สึกเหมือนจะเจ็บท้องนิดๆคะ”เธอก็แถไปเรื่อยตามประสาคนที่โกหกมาตลอด “กินยาไหมเดี๋ยวพี่ไปหยิบมาให้”ฮานถามภรรยาด้วยความเป็นห่วง “พี่กินข้าวก่อนเถอะกินอิ่มค่อยหาก็ได้”เธอบอกกับสามีไปอย่างงั้น ฮานเองก็ไม่แปลกใจยังคงกินต่อจนอิ่มและลุกขึ้นเก็บจานกับถ้วยที่อยู่บนโต๊ะ เมื่ออิ่มแล้วเมนูอันไหนที่เหลือเยอะก็เก็บใส่ตู้เย็นไว้อุ่นและกินพรุ่งนี้ต่อส่วนที่เหลือไม่เยอะก็เททิ้งเอาถ้วยกับจานไปล้าง ส่วนแพรวพราวเมื่อเข้าไปห้องน้ำเธอหยิบแปรงสีฟันทำธุระส่วนตัว เสร็จกิจก็มานั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเธอใช้แป้งกลิ่นอ่อนๆเทลงที่ฝ่ามือแล้วถูเข้าไปในลำตัวแล้วไปนอนรอสามีที่เตียง “เปิดทีวีดูไหม?”ฮานที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องถามเธอ “แล้วแต่พี่เลยค่ะ…น้องยังไงก็ได้”เธอพูดพร้อมกับงอหัวเข่าขึ้นแล้วทำให้กระโปรงดึงขึ้นจนเห็นถึงขาอ่อน ฮานจากที่อยากดูทีวีเมื่อเห็นภรรยาอ่อยขนาดนั้นเลยรีบตรงไปหาพร้อมกับจูบที่ริมฝีปากเบาๆ "จ๊วบ!" “อ่อยพี่เหรอ” “เปล่านะคะ….แค่อากาศมันร้อนเฉยๆ”สายตามองต่ำลงไปที่ตรงนั้นของสามี ผู้ชายเมื่อโดนอ่อยขนาดนี้มีหรือที่จะทนไหวและอีกอย่างผู้หญิงที่ตรงหน้าคือภรรยาจะทำเรื่องอย่างว่าสักกี่รอบก็ไม่มีใครว่า สุดท้ายคืนนั้นก็จบด้วยการมีความสุขทางร่างกายและเสียงครางของภรรยาคนสวยที่ดังไปทั่วห้อง ส่วนฮานเองก็ไม่สนใจว่าเสียงนั้นจะดังแค่ไหนที่รู้ๆคือเขาชอบมันและภรรยาของเขาคือผู้หญิงที่เก่งในเรื่องนี้มาก *_*ณ กรุงเทพกายกลับมาใช้ชีวิตคนเมืองกรุงอีกครั้งหลังจากที่ไปอยู่ที่อื่นนานพอสมควรเขามุ่งหน้าทำธุรกิจของตัวเองจนสำเร็จดั่งที่บอกกับพิมไว้ และเปิดที่พักตากอากาศสักสองสามหลัง บริเวณแถวที่พักจัดสวนให้มีความร่มรื่นและมีหวิวที่สวยงาม มีอาหารเสิร์ฟเกือบทุกมื้อเหมาะสำหรับคนที่มากันเป็นคู่รัก"ดูๆไปธุรกิจของเราก็ดีน้อ ไม่คิดว่าจะมาทำอะไรแบบนี้ สวยมาก" กายไม่ได้พูดอะไรแค่พยักหน้าและยิ้มให้กับเพื่อนสาวเท่านั้น และสายตามองไปที่พักตากอากาศไม่คิดว่าตัวเขาจะมาทำอะไรแบบนี้“เหนื่อยอะมึง”“เหนื่อยก็พักเหอะหวาน”“ได้ไงวันนี้มีแขกเข้ามาพักนะ"“เหรอแล้วจะมากี่โมง”“น่าจะใกล้ถึงแล้ว”“รออะไรไปเตรียมตัวดิ”สองเพื่อนสนิทออกไปรับแขกที่จะมาพักในวันนี้ กายใส่กางเกงสแล็คสีดำคู่กับเสื้อเชิ๊ตสีขาวรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่โปรด ส่วนหวานใส่เสื้อสีขาวกระโปรงสีชมพูยาวไปถึงเท้าใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวเช่นกัน ทั้งสองรอแขกที่จะเข้ามาพักในวันนี้ด้วยรอยยิ้มที่ยิ้มแย้ม ที่พักตากอากาศแห่งนี้มีพนักงานแค่สามคน มีแม่ครัวหนึ่งคน มีพนักงานทำความสะอาดสองคนวนเวียนช่วยกันทำ“ยินดีต้อนรับค่ะ”แขกคนสำคัญที่หวานพูดถึงมาพอดี กายที่มัวแต่เตรียมของอ
กายเมื่อเรื่องทุกอย่างจบลงเขาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าพร้อมที่จะกลับกรุงเทพไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอยู่ต่อ แถมเพื่อนสาวอย่างหวานโทรเร่งให้เขากลับบ้านทุกวัน รถเก๋งสีดำคันหนึ่งมาจอดที่หน้าบ้านของเขาพร้อมกับเจ้าของรถที่ก้าวเท้าลงจากรถ กางเกงยีนสีน้ำเงินเข้มบวกกับเสื้อยืดสีขาวเหมือนกับที่ชุดที่กายใส่ในวันนี้เลย ทั้งสองแต่งตัวเหมือนกันทุกอย่างไม่แม้รองเท้าก็สีเดียวกัน“คุณสารวัตรมีอะไรเหรอครับ”กายพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยคำเรียกก็ดูห่างเหินจากเมื่อก่อน“ขอโทษสำหรับทุกอย่างนะ”คนร่างสูงบอกกับเขาด้วยความรู้สึกผิด“ไม่เป็นไรครับ ทำไมไม่บอกละครับว่ามีคนรักแล้ว หลอกผมทำไม”ภายในลึกๆอยากจะต่อว่าอีกฝ่ายมากกว่านี้แต่เพื่ออะไรล่ะ ในเมื่อถึงพูดไปสารวัตรหนุ่มก็ไม่มาคบกับเขาอยู่ดี"ขอโทษ"คนร่างสูงได้แต่กล่าวคำขอโทษซ้ำไปมา“ผมเข้าใจครับทางครอบครัวพี่คงไม่ยอมให้ลูกเขามาคบกับคนเพศเดียวกันหรอก ก็ลูกในพลชั้นผู้ใหญ่นิครับมีหน้ามีตาในสังคม ขอให้โชคดีกับผู้หญิงคนนั้นนะครับดูเธอน่ารักนะครับแถมเรียบร้อยอีกด้วย”กลั้นความรู้สึกพูดมันออกมาถึงมันเจ็บปวดแค่ไหน ด้านคนร่างสูงยืนฟังด้วยความเสียใจที่ไม่อาจไปต่อกับชายหนุ่มตรงห
หยกเกิดตั้งท้องไม่รู้ตัวเธออ้วกไม่หยุดแถมแพ้ท้องหนักมากได้กลิ่นอะไรไม่ได้ต้องอ้วกหมด จนเจ๊พิมลต้องสงสัยว่าหยกเป็นอะไรเลยพาไปตรวจที่โรงพยาบาลถึงได้รู้ว่าเธอท้องแล้วพ่อของเด็กล่ะ!ในใจลึกๆของหยกรู้ดีว่าใครเป็นพ่อในท้องของเด็กแต่ไม่ยอมบอกกับใครเก็บไว้ในใจ เธอแอบไปที่โรงงานของชาตรีเพื่อไปเจอกับนิลที่ทำงานอยู่ในนั้น เธอดักรอชายหนุ่มจนเลิกงานและลากแขนออกมาคุยตามลำพังสีหน้าของนิลไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่เมื่อเธอ“มีอะไร”น้ำเสียงห้วนๆของเขาพูดขึ้น“ฉันท้อง”“ท้องแล้วมาบอกทำไม”นิลอึ้งไปสักพักก่อนจะพูดแบบนั้นกับเธอ“ก็ฉันท้องกับนิล”“เธอทำงานแบบนั้นจะแน่ใจได้ไงว่าเธอท้องกับฉัน”“ฉันไม่ได้นอนค้างกับใครเลยนะนอกจากนิล”“ยังไงก็เหอะ!กูไม่รับเพราะกูไม่ใช่คนแรกที่นอนกับมึง”พูดเสร็จก็เดินจากไปปล่อยให้หยกยืนน้ำตาตกอยู่ตรงนั้น เธอไม่น่ามอบกายให้กับผู้ชายแบบนั้นเลยเธอกลับมาที่ร้านเจ๊พิมลมือลูบท้องเบาๆนึกแล้วก็สงสารตัวเองที่ต้องมาท้องเพราะไม่พ่อเธออยากตายๆให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย“หยกถ้าไม่มีคนรับผิดชอบเด็กในท้องมึงก็ไม่เป็นกูจะช่วยมึงเลี้ยงเอง”เจ๊พิมลพูดเหมือนรู้เรื่องไม่ดุไม่ด่าแถมไม่ซ้ำเติมด้วยซ้ำ“เจ๊!
โตมรที่ทุกคนรู้จักเป็นคนที่นิสัยดีและอ่อนโยนกว่านี้แต่นี่ไม่ใช่ การกระทำและกิริยาที่แสดงต่อบุคคลคนอื่นเป็นนิสัยที่ก้าวร้าวและไม่น่าคบมาก กายแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยคิดขึ้นมาได้ก็อดสงสารพิมไม่ได้พอพี่กู้ภัยคนนั้นกลับโตมรก็กลับเข้าบ้านและปิดประตูสนิทเงียบกายปีนรั้วของเจ้าบ้านหลังนั้นแล้วเดินย่องเข้าไปในบ้านโดยมีหมวยดูต้นทางให้ ชายหนุ่มเห็นช่องเล็กๆเลยส่องเข้าไปดูเห็นแพรวพราวนั่งถูกมัดมือไว้ข้างหลังใบหน้ามีรอยช้ำเหมือนโดนตบมา“พี่แพรว!”กายพึมพำเบาๆในลำคอแล้วเดินกลับไปที่หมวยรออยู่“เป็นไงบ้าง”หมวยถามชายหนุ่มเมื่อปีนรั้วออกจากบ้านอีกฝ่าย“ผมเห็นพี่แพรวอยู่ในบ้าน”“ต้องไปแจ้งความ”“พี่จะไปบอกพี่ฮานด้วย”“พี่หมวยไปบอกพี่ฮานเลยเดี๋ยวผมไปโรงพักเอง”“โอเคใช่ไหม”หมวยถามชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วงเพราะถ้าไปที่นั่นต้องเจอกับสารวัตรธามแน่“โอเคครับผมแยกแยะได้พี่หมวยไม่ต้องเป็นห่วง”แล้วทั้งสองก็แยกไปคนละทาง-&-“จ่าพลครับเร็วครับ”กายดึงแขนคนมีอายุมากกว่าที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้น“เดี๋ยวก่อนครับน้องกาย”จ่าพลเองก็ดึงแขนของกายกลับเหมือนกัน“ไปช่วยพี่แพรวกันครับ”“ที่ไหน?”จ่าพลยังไม่ทันได้เอ่ยถามสารวัตรธ
เมื่อจบสนทนาเจ๊พิมลมองไปทางที่กายเดินออกไปแล้วทำท่าถอดหายใจ ส่วนกายเองมุ่งหน้าไปที่โรงพัก เพื่อถามไถ่ว่าจะเอายังไงกับคนร้ายดีแต่พอไปถึงกลับต้องเห็นภาพบาดตาก็สารวัตรหนุ่มกำลังนั่งอยู่ในห้องกับผู้หญิงคนนั้นเพียงสองต่อสอง“ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะครับ”“ไม่เป็นไรค่ะ”หญิงสาวที่นั่งข้างกายคนร่างสูงบอกกับเขา“นาวไปรอข้างนอกนะคะ”เธอชื่อนาวน่าจะเป็นคนรักของอีกฝ่าย กายต้องควบคุมความรู้สึกของตัวเองเมื่อมาเจออะไรแบบนี้“ว่าไง”น้ำเสียงที่เรียบเฉยพูดขึ้นเมื่อเธอคนนั้นออกจากห้องไปแล้ว“คดีถึงไหนแล้วครับ”เขาไม่สนอะไรนอกจากเรื่องคดีของพิม“รวบรวมได้ครบแล้วนะ”“แล้วจะดำเนินการตอนไหน”“น่าจะเร็วๆนี้”“ครับ”พอจบบทสนทนาทุกอย่างในห้องก็เงียบสนิท จะทำตัวและคุยเหมือนแต่ก่อนคงไม่ได้เพราะมีหนึ่งคนในนั้นเปลี่ยนไป“สบายดีไหม”ธามถามเขาที่นั่งอยู่ตรงหน้า“ก็สบายดี”น้ำเสียงติดๆขัดๆ“ขอโทษนะ”“เรื่องอะไรครับ”กายรู้ดีว่าอีกฝ่ายกล่าวคำขอโทษด้วยเรื่องอะไรแต่ทำเป็นไม่สนใจมัน ทำเอาธามรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที“ผมขอตัวนะครับ”กายลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วดันประตูออกไปเหลือเพียงคนในห้องที่ได้แต่ถอดหายใจ“กายมาแต่เช้าเลยนะครับ”จ่าพ
ครบกำหนดที่สารวัตรธามกลับมาจากการไปส่งหลักฐานที่กายมอบให้กับเขาแต่ฝั่งนั้นไม่ได้กลับมาคนเดียวเขาพาผู้หญิงหน้าตาน่ารักตัวเล็กกลับมากับเขาด้วย นาวเป็นผู้หญิงที่ทางครอบครัวของธามจับคู่ให้และหมายจะให้เป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เธอพักอยู่บ้านเดียวกับสารรหนุ่ม เธอดูแลเรื่องการงานบ้านเป็นอย่างดี ทางด้านสารวัตรธามเมื่อกลับมารีบไปโรงพักทันที และโทรหากายให้มาหาที่ห้องทำงาน“สวัสดีครับจ่าพล”กายมาถึงก่อนเวลาเพราะร้อนร้นอยากรู้เรื่องของพิม โดยที่จ่าพลคนของสารวัตรธามนั่งรอก่อนแล้วส่วนคนร่างสูงกำลังลงจากรถ“คุณธามมาพอดีเลยครับ”กายยิ้มหน้าระรื่นเมื่อเจอกับคนร่างสูงแต่อีกฝ่ายกลับทำหน้าเฉย เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงกลับมาเหนื่อยๆเลยไม่ยิ้มแย้ม“ว่าไงคุณ”กายถามด้วยความตื่นเต้น ธามยื่นเอกสารให้กับเขา ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาแล้วค่อยๆเปิดข้อความที่อยู่ข้างในผลตรวจสอบว่าหลักฐานทั้งสองชิ้นที่ส่งมาพิสูจน์มีความตรงกันทุกประการ!“โตมรทำพี่พิมจริงๆด้วย”กายลุกจากเก้าอี้กำลังจะก้าวเท้าออกมือใหญ่ของคนร่างสูงคว้าไว้ทัน“ใจเย็นหลักฐานต้องแน่กว่านี้ให้เขาตายใจก่อน”“แล้วถ้าเขาหนีไปละครับ”“ไม่หรอกผู้ต้องหายังไม่รู้ตัว”กายขยั
แพรวพราวตื่นตีสี่เพื่อมาหุงข้าวหาอาหารให้กับสามี ถึงเธอจะนอกใจสามีแต่เรื่องงานบ้านงานเรือนเธอก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องแถมยังทำมันอย่างชินมือ ฮานจะออกจากบ้านไปทำงานตอนเจ็ดโมงครึ่งเขาทำงานที่โรงงานหน้าที่ของเขาเป็นช่างขัดไม้ส่วนฝีมือนั้นดีเลยทีเดียวฮานกับแพรวพราวอยู่กินกับแบบสามีภรรยามาเป็นระยะเวลาเกือบจ
แพรวพราวเธอเป็นผู้หญิงที่สวยชายใดเห็นเป็นต้องตกหลุมรักเธอไม่เพียงแค่นั้นจริตมารยาของเธอก็มีไม่เบาเธอไม่เคยปฏิเสธผู้ชายที่เข้ามาพัวพันเกี่ยวกับเธอกลับชอบมันด้วยซ้ำ เพราะหน้าตาที่สวยจนสะดุดตาเธอเลือกที่จะทำงานเกี่ยวกับการต้อนรับแขกในร้านอาหารแห่งหนึ่งแต่ภายในร้านเป็นร้านเหล้าที่เหล่าชายใดต่างก็รู้กัน
ณ รั้วบ้านของเสี่ยอเนกกายมองเข้าไปในบ้านมีลูกน้องสองคนเฝ้าหน้าบ้านและเดินไปมายากมากที่จะรู้เรื่องของบุคคลนั้นยืนมองไปสักพักก็เดินออกจากตรงนั้นโดยมาธามตามเขาทุกฝีก้าวระหว่างที่เดินออกจากหมู่บ้านธามเกิดเห็นคู่กรณีที่เคยจับไว้คราวก่อน แต่ ณ ตอนนี้คู่กรณีคนนั้นได้พ้นโทษออกคุกมาแล้วและดูเหมือนจะไม่พอใ
กายนัดเจอกับสารวัตรที่ร้านแห่งหนึ่งเพื่อคุยเรื่องของพิมเขานั่งรอตำรวจหนุ่มพักใหญ่และสั่งน้ำชาเขียวมาหนึ่งแก้วดูดมันจะครึ่งแก้วสารวัตรก็ไม่มาสักที'ไม่มาสักที!’เขาบ่นกับตัวเองแล้วไม่กี่นาทีอีกฝ่ายก็เดินมาทางโต๊ะที่เขานั่ง“ไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ”เขาพูดประชดอีกฝ่ายและชักสีหน้าไม่พอใจที่อีกฝ่ายมาช้ากว่าเ







