LOGINในวันที่เธออุ้มท้องลูกของเขา เขากลับประกาศแต่งงานกับหญิงอื่นต่อหน้าผู้คนมากมายในงานเลี้ยงวันเกิดของเขา จากสถานะคนรักและกำลังจะแต่งงานกัน กลายเป็นนางบำเรอและดอกไม้ริมทางที่โดนเขี่ยทิ้งเหมือนหมาข้างถนน โมรินหอบหัวใจอันบอบช้ำและลูกน้อยในท้องหนีไปจากชีวิตของเขา ข่าวการแต่งงานอันชื่นมื่นระหว่างเขากับผู้หญิงคนนั้น “เพื่อนสนิทของเธอ” ที่ทำกันได้ลงคอทำให้เธอเสียใจจนแทบไม่อยากจะอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว แต่สติก็ดึงให้เธอกลับมาคิดถึงชีวิตน้อยๆ อีกหนึ่งชีวิต ที่ไม่รับรู้อะไรด้วยเลย เธอไม่เคยคิดอยากจะข้องเกี่ยวกับผู้ชายใจร้ายแบบเขาอีก และไม่คิดที่จะให้เขามารับรู้ด้วยว่าเธอมีลูกน้อยกลอยใจน่ารักเพียงใด แต่ชะตาชีวิตกลับเล่นตลก เหวี่ยงเธอกับลูกน้อยกลับมาให้พบเจอกับเขาอีกครั้ง ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยทำร้ายหัวใจของเธอให้เจ็บปวดเจียนตาย เขากำลังกลับมาพรากเอาหัวใจดวงน้อยไปจากอกของเธออีกครั้ง และครั้งนี้เธอจะไม่ยอมให้เขาพรากสิ่งใดไปจากเธอได้อีกแล้ว
View More“เชิญคุณโมริน เลิศประวิทย์เข้ามาได้เลยค่ะ” เสียงหวานใสของเลขาหน้าห้องท่านประธานหนุ่ม เจ้าของโชว์รูมรถหรูนำเข้าราคาแพงลิ่วเอ่ยขึ้น
โมรินยิ้มตอบกลับไป ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานอันโอ่อ่าตรงหน้า เธอรับงานเป็นพริตตี้และงานอีเว้นต่างๆ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและลูกสาวตัวน้อย
ปกติแล้วงานพริตตี้หรืองานอีเว้นที่ทำอยู่ จะมีคนติดต่อเธอมาเองผ่านพี่ ๆ ที่รู้จักกัน ไม่ต้องเรียกสัมภาษณ์โดยตรงกับเจ้าของบริษัทเช่นนี้ แต่เคสนี้ค่อนข้างแปลก เพราะผู้บริหารต้องการที่จะคัดเลือกตัวพริตตี้ที่จะมาทำงานด้วยตัวเอง
โมรินเดินเข้าไปด้านในด้วยท่าทีมั่นใจ เธอยิ้มและยกมือไหว้ท่านประธานหนุ่มที่กำลังนั่งรอเธออยู่
หญิงสาวไหว้ค้าง หุบยิ้มสีหน้าแตกตื่นแทบจะทันที ร่างน้อยถึงกับเซ ถอยหนีแทบล้มเพราะตกตะลึงกับคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มองเธอด้วยสายตาคมกริบ
“สวัสดีครับ” คำเอ่ยทักทายของเขาทำให้โมรินกลืนน้ำลายอันเหนียวหนืดลงคอ ร่างกายของเธอเย็นเยียบราวยืนอยู่บนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ
ความเสียใจวูบขึ้นมาในอก แต่มันเป็นเพียงแค่แว็บเดียวก่อนจะจางหายไป เธอรีบสลัดความเสียใจนั้นทิ้งไป ดึงสติและกำลังใจกลับมาอีกครั้ง
โมรินเชิดหน้า คอแข็ง บอกตัวเองว่าเธอไม่ควรที่จะเสียใจกับผู้ชายคนนี้อีก ผู้ชายที่ทิ้งเธอไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น และผู้หญิงคนนั้นก็เป็นเพื่อนรักของเธอเมื่อหลายปีก่อน
เขาคือผู้ชายใจร้ายที่เธอไม่ควรเข้าใกล้
“ขอโทษนะคะ ดิฉันคงเข้าห้องผิด” เธอหมุนตัวเตรียมหนีออกจากห้องทำงานของเขา ไม่คิดจะรับงานนี้โดยเด็ดขาด
เธอไม่คิดจะข้องเกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อ พันไมล์ พิริยะพงศ์ไพศาลอีกแล้วในชีวิตนี้
“จะรีบไปไหน เรายังไม่ได้คุยกันเลย” เขายืนขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงสมาร์ทอันหล่อเหลา รีบเดินมาคว้าแขนของคนที่กำลังจะเปิดประตูหนีออกไป
“นี่ปล่อยนะ!” โมรินสลัดแขนจนหลุดจากมือหนา สีหน้าของเธอบ่งบอกว่าตื่นตกใจและรังเกียจ
พันไมล์ถึงกับอึ้งไป เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้รับสายตาเช่นนี้จากหญิงสาวที่เคยรักเขาสุดหัวใจ
“โมมาสัมภาษณ์งานไม่ใช่เหรอ จะรีบไปไหนล่ะ” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่าอยากให้เธอได้งานนี้จริงๆ จะด้วยความจริงใจหรือแผนการอะไร เธอก็ไม่สน วินาทีนี้เธออยากไปจากที่นี้เต็มกลืน
“ไม่ใช่ค่ะ” เธอตอบเสียงแข็ง ถอยหนีไปให้ห่างจากเขาอีกหลายก้าว สายตาเหลือบมองประตูห้องทำงานเป็นระยะ ความรู้สึกอึดอัดจุกขึ้นมาจนถึงคอหอย เธออยากจะหายไปจากตรงนี้เหลือเกิน
การได้เจอกับอดีตคนรักอีกครั้งทำให้เธอถึงกับเซ หัวใจช้ำเลือดช้ำหนองที่เคยรักษาจนเกือบหายดี ท่วมท้นไปด้วยแผลเหวอะหวะอีกครั้ง
โมรินพยายามระงับความสั่นระริกของเรือนกายสาว หัวใจเต้นรัวเร็ว ปวดแปลบเจ็บชาไปหมดทั้งร่าง
พันไมล์ยังมีอานุภาพรุนแรงกับหัวใจของเธอ แม้หลายปีที่ไม่ได้เจอกัน เหมือนกับว่าเธอจะลืมเขาไปได้แล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ เธอไม่เคยลืมเขาไปจากใจได้เลย
เขาได้ทิ้งชีวิตน้อยๆ อีกชีวิตหนึ่งให้เธอต้องเลี้ยงดูมาด้วยความยากลำบาก การได้เห็นหน้าลูกสาวตัวน้อยทำให้เธอยังคิดถึงพ่อลูกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
“ถ้าโมมาสมัครเป็นพริตตี้ก็น่าจะไม่ผิดนะ เพราะพี่เป็นเจ้าของโชว์รูมรถ ที่จะจัดงานเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” เขาสอดมือเข้าไปในเสื้อสูทสีเข้มราคาแพง
โมรินคิดว่าเขาดูหยิ่งยโสอยู่เช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน และหัวใจของเขาก็คงด้านชาสารเลวเหมือนเดิม
โมรินตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ ลึกๆ ยืนตัวตรงเชิดหน้า และเรียกกำลังใจให้กลับมา แม้ว่าแข้งขาจะอ่อนแรงมากเพียงใด
เธอพลาดมากที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลของผู้ว่าจ้าง ด้วยความที่เธอต้องเร่งทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองและลูกน้อย งานอะไรไม่ผิดกฎหมาย และเป็นงานที่ไม่เปลืองเนื้อเปลืองตัวเธอรับทำทั้งหมด
เธอโชคร้ายเรียนไม่จบ ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ งานเดียวที่เหลืออยู่คือการใช้รูปร่างหน้าตาเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋า หลังจากที่ทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่ระยะหนึ่ง
เธอเช่าบ้านหลังเล็กๆ อยู่กับบุตรสาว โชคดีว่าบ้านเช่ามีพื้นที่ไว้ให้ปลูกต้นไม้บ้าง เธอจึงปลูกพืชผักสวนครัวเกือบทุกชนิดที่กินได้ เอาไว้ประกอบอาหารเพราะประหยัดและปลอดสารพิษ
โมรินอยากมีเงินเยอะๆ จะได้ส่งเสียให้ลูกน้อยได้เรียนสูงๆ เธอมีรถกลางเก่ากลางใหม่อยู่คันหนึ่ง ซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ศึกษาข้อมูลแล้วพบว่าการผ่อนรถมือสองนั้นดอกเบี้ยค่อนข้างสูง จึงเก็บเงินก้อนโดยการประหยัด กัดฟันซื้อจนมีรถยนต์เป็นของตัวเอง เวลาต้องพาลูกไปไหนมาไหนหรือไปเที่ยวที่ไหนจะได้ไม่ต้องลำบาก
“โมเข้ามาแล้ว ไม่คิดจะสัมภาษณ์งานกับพี่ก่อนเหรอ” ประโยคของเขาทำให้เธอหลุดจากภวังค์ความคิด
“ไม่ค่ะ” เธอตอบปฏิเสธ ทำท่าจะเดินหนีออกจากห้องทำงานของเขา แต่เขายังยืนขวางอยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหน
“กรุณาถอยไปด้วยค่ะคุณพันไมล์” เธอเรียกเขาเต็มยศ สาดประโยคคำพูดที่บ่งบอกว่าเหินห่างกับเขาไม่ต่างกัน
“พี่ก็คงจะเข้มงวดนิดหนึ่ง เพราะพี่ไม่อยากให้ใครทำลูกสาวเราร้องไห้แบบที่พี่เคยทำกับโม”โมรินหัวเราะออกมาตามตรง“นี่คิดไปถึงตอนที่ลูกมีแฟนแล้วเหรอคะ”“ใช่ครับ” เขาพูดจริงจัง“พี่จะเป็นคนคัดกรองเอง”“พี่พันนี่…” เธอส่ายหน้าเขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วถามกลับเบา ๆ“แล้วโมล่ะครับ…อีกสิบปีข้างหน้า อยากเห็นอะไรที่สุด”เธอเงียบคิด มองเข้าไปในบ้านที่มืดลง มีเพียงแสงโคมไฟหัวเตียงลอดออกมาจากห้องลูกนิด ๆ“โมอยากเห็น…บ้านหลังนี้ยังมีเสียงหัวเราะแบบนี้อยู่ค่ะ” เธอตอบ“ไม่จำเป็นต้องดังเท่าเดิมก็ได้ เพราะลูกโตขึ้น…แต่แค่อยากให้รู้ว่าถ้าวันไหนใครเหนื่อย ทุกคนยังเดินกลับมาที่นี่แล้วรู้สึกว่า ‘ไม่ต้องเก่งก็ได้’”พันไมล์มองเธอนิ่งคำตอบของเธอทำให้เขาอยากโอบกอดมากกว่าที่เคย“แล้ว…อยากเห็นพี่ไหมครับ”“ต้องถามด้วยเหรอคะ” เธอตอบเสียงเบา“ถ้าไม่มีพี่ บ้านนี้ก็คงไม่ครบแล้วเหมือนกัน”เขายิ้ม แล้วขยับตัวเข้ามาชิด เอื้อมมือมากุมมือเล็กของเธอไว้ นิ้วโป้งลูบหลังมือเธอเบา ๆ“งั้น…พี่จะอยู่ตรงนี้ให้ครบสิบปีแรก แล้วค่อยต่อสัญญาไปอีกสิบปีนะครับ”“สัญญาแบบไหนคะ”“สัญญาแบบที่ไม่ได้เขียนบนกระดาษ” เขาก้มลงจูบหลังมือเธอ“แต่เขี
“ก็พี่พันทำตัวน่ารักทุกวันนี่คะ…โมเลยให้ผ่านค่ะ”เขาก้มลงจูบข้างแก้มเธอนุ่ม อุ่น และจริงใจที่สุด“พรุ่งนี้พี่จะน่ารักขึ้นอีกนะครับ”“ลองดูค่ะ”เขายิ้มและกอดเธอจากด้านหลังแน่นขึ้นนิดหนึ่งคืนนี้…เป็นคืนที่ทั้งบ้านหลับสนิทและเป็นคืนที่หัวใจของสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้นอีกหนึ่งก้าวเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นแต่เช้าวันนี้ไม่ใช่เช้าธรรมดาแต่เป็น “วันแรกของการขึ้น ป.1” ของลูกสาวโมรินกำลังติดกระดุมเสื้อนักเรียนสีขาวให้ลูกคอปกรีดเรียบ กระโปรงจีบยังดูแข็ง ๆ เพราะเพิ่งแกะป้ายใหม่“แน่นไปไหมคะ แม่” เด็กหญิงเงยหน้าถามตาแป๋ว“พอดีเลยค่ะ โตอีกนิดเดียวเดี๋ยวก็เต็มชุดพอดีแล้ว” โมรินหัวเราะเบา ๆพันไมล์เดินเข้ามาจากประตูถือแก้วนมอุ่นมืออีกข้างหิ้วกระเป๋านักเรียนใบใหม่ที่เขาตั้งใจเลือกเองกับมือ“คุณนักเรียนคนสวยของพ่อ พร้อมหรือยังครับ”ลูกสาวยิ้มกว้างจนตาหยี“พร้อมค่ะ! วันนี้พ่อกับแม่ต้องไปส่งหนูถึงห้องเลยนะคะ”“ครับผม” เขายื่นแก้วนมให้“ดื่มก่อนนิดหนึ่ง จะได้มีแรงไปเรียน”เด็กหญิงยกแก้วขึ้นจิบแล้วเหลือบตาไปมองพ่อ“พ่อคะ…”“ครับ”“พ่อจะมารับหนูด้วยไหมคะ”พันไมล์นิ่งไปชั่วอึดใจ เพราะคิดถึงตารางงานในหัว
โมรินออกมายืนที่ระเบียง ห้องพักมองเห็นทะเลลาง ๆ ในความมืด มีเพียงแสงไฟจากรีสอร์ตส่องสว่างบริเวณใกล้ ๆพันไมล์เดินออกมาตามหลัง เธอได้ยินเสียงประตูเลื่อนเบา ๆแล้วก็รู้สึกถึงผ้าคลุมบาง ๆ ที่เขาเอามาคลุมไหล่ให้“เดี๋ยวไม่สบายครับ ลมแรง”“ขอบคุณค่ะ”เขายืนเคียงข้าง มองออกไปทางทะเลสักพัก ก่อนจะหันมาถามเบา ๆ“คิดอะไรอยู่ครับ”“คิดว่าตัวเอง…โชคดีจังค่ะ”“เพราะได้มาเที่ยวทะเลเหรอครับ”“เพราะได้มายืนตรงนี้…กับคนเดิม แต่หัวใจคนละแบบ”พันไมล์เงียบไปชั่วครู่เหมือนคำพูดนั้นไปกระทบอะไรลึก ๆ ในใจเขา“โมครับ”“คะ”“พี่จะไม่ถามแล้วนะครับว่าโมให้อภัยพี่หมดหรือยัง เพราะพี่รู้ว่ามันไม่แฟร์กับโมเลยที่จะให้ตอบคำนี้แน่ ๆ”เธอหันไปมองเขา“แต่พี่อยากบอกโมไว้ตรงนี้ว่า ต่อให้ในใจของโมยังมีรอยแผลเล็ก ๆ จากสิ่งที่พี่ทำในอดีต พี่ก็จะไม่หนีมันไปไหนพี่จะอยู่ตรงนี้…ค่อย ๆ เยียวยามันไปเรื่อย ๆ ด้วยการใช้ชีวิตดี ๆ ร่วมกัน”โมรินเม้มปาก“ตอนนี้มันไม่ใช่แผลเปิดแล้วค่ะพี่พัน…มันคือรอยแผลเป็นที่เตือนว่าเราเคยผ่านอะไรมาด้วยกัน”เธอสูดหายใจลึก แล้วพูดต่อ“แต่ทุกครั้งที่โมมองรอยแผลนั้น…โมไม่เจ็บเท่าเมื่อก่อนแล้ว เพราะทุกวัน
“ก็…อยู่สิคะ” เธอหัวเราะเบา ๆ“แน่นอนครับ พี่ไม่ไปไหนแล้ว”เย็นวันหนึ่ง หลังกลับจากพาลูกสาวไปโรงเรียนและทำงานผ่านไปครึ่งวันพันไมล์กลับบ้านเร็วกว่าเดิมตั้งใจช่วยอาบน้ำลูกชายโมรินเตรียมอ่างน้ำเล็ก ๆ อุณหภูมิกำลังดีเธอห่อผ้าเช็ดตัวไว้อยู่บนตักพันไมล์ยืนอยู่ข้าง ๆสีหน้าตื่นเต้นราวกับต้องอาบน้ำให้ลูกเป็นครั้งแรกในชีวิต“ระวังนะคะ จับหัวก่อน”“ครับ ๆ ๆ หัวต้องมาก่อน” เขาพูดเหมือนท่องบทเรียน“แล้วก็ต้องประคองคอด้วยค่ะ”“ครับ คอด้วยสงสัยพี่จะตื่นเต้นมากไปหน่อย”เธอหัวเราะ“พี่พันทำได้อยู่แล้วค่ะ โมเชื่อพี่นะ”คำว่า โมเชื่อพี่นะเหมือนเป็นกำลังใจชิ้นใหญ่ที่เขาไม่เคยได้ยินจากเธอง่าย ๆ ในอดีตพันไมล์มองลูกน้อยในมือค่อย ๆ ใช้น้ำลูบหัว ลูบแขนทำทุกอย่างอย่างเบามือที่สุดเท่าที่มนุษย์ชายคนหนึ่งจะทำได้ระหว่างนั้น เขายังมองโมรินเป็นระยะเหมือนขอความมั่นใจจากสายตาเธอเธอยิ้มให้แบบอุ่นที่สุด“เก่งมากค่ะพี่พัน”เขาเผลอยิ้มออกมากว้างจนแก้มขึ้นสันนิด ๆ“พี่ฝึกจากวิดีโอหลายรอบเลยนะครับเมื่อคืน” เขาแอบสารภาพเบา ๆโมรินหัวเราะลั่น“จริงเหรอคะ!”“จริงครับ…พี่อยากทำให้ได้ดีเหมือนโม”เธอยิ้มอ่อนโยนมากเห
ลูกสาวยิ้มกว้าง“ใช่ค่ะ หนูวาดพ่อ แม่ หนู แล้วก็น้องค่ะ ครูให้วาดคนที่หนูรัก หนูเลยวาดแบบนี้”พันไมล์มองรูปนั้นนานกว่าทุกคนสายตาคมที่เคยใช้ดูกราฟธุรกิจ กลับมานิ่งอยู่กับรูปสีเทียนของลูกน้อยครูหันมายิ้ม“หนูเล่าให้ครูฟังทุกวันเลยนะคะ ว่าตอนนี้มีคุณพ่อมาส่งที่โรงเรียนด้วย ไปปลูกผักกับแม่หลังบ้านด้ว
ไม่นานนัก รถคันหรูของพันไมล์ก็จอดนิ่งอยู่หน้าโรงเรียนอนุบาล ลูกสาวเกาะแขนแม่ข้างหนึ่ง เกาะแขนพ่ออีกข้างหนึ่ง เดินควงกันเข้าไปในเขตโรงเรียนอย่างภาคภูมิใจ“แม่คะ วันนี้เพื่อนหนูต้องอิจฉาแน่เลย” เธอพูดพลางเชิดหน้า“อิจฉาอะไรคะ” โมรินถามยิ้ม ๆ“ก็หนูมีทั้งพ่อทั้งแม่มาส่งพร้อมกันไงคะ” เด็กหญิงยิ้มจนเห็น
โมรีคิดตามประสาเด็กว่าเธอมีคนที่รักเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคน เป็นคนในครอบครัวที่ใจดีต่อเธอนอกจากมารดา มันเป็นความสุขของเด็กน้อยที่จะได้อวดว่ามีคุณพ่อน่ารักกับเขาบ้างพันไมล์ทำตามสัญญา เขาพาโมรินกับลูกสาวตัวน้อยไปเที่ยวทะเลด้วยกัน โดยมีพงศ์และพิมพ์ประภาไปเที่ยวพักผ่อนกับลูกหลานด้วยส่วนคดีความเรื่องที่วา
เรื่องอย่างอื่นเธอต้องพักเอาไว้ก่อน พันไมล์คือคนเดียวที่จะให้เลือดลูกสาวของเธอได้ เพราะตอนนี้จะหาคนมาบริจาคเลือดก็จะยิ่งเสียเวลาเข้าไปอีกพันไมล์เดินตามเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไปบริจาคเลือดให้โมรี คุณหมอเองก็ช่วยเหลือชีวิตเด็กน้อยเอาไว้อย่างสุดความสามารถ จนเด็กน้อยพ้นขีดอันตราย“แม่รอหนูฟื้นอยู่นะจ๊ะหน

















