مشاركة

ตั้งครรภ์

last update تاريخ النشر: 2026-07-27 00:54:43

“ฮูหยินเป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ”

น้ำเสียงละล่ำละลักถามอย่างตระหนกของเหมยกั๋วทำให้อวิ๋นถิงพยายามลืมตาขึ้นมอง

ทันทีที่เห็นเพดานด้านบน กลิ่นบุปผาจากน้ำมันหอมดอกไป่เหออันเป็นกลิ่นประจำตัวของนางแล้ว นางก็พอจะเดาออกว่าที่นี่คือเรือนหอมหมื่นลี้แล้ว

“ฮูหยินน้อย”

หมอตู้ก้มหน้าลงอย่างกระอักกระอ่วนอย่างไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่

หากแต่อวิ๋นถิงกลับกระตุกยิ้ม แฝงไปด้วยความเศร้า

“ตั้งแต่เกิดมาสุขภาพข้าก็มิแข็งแรง กล่าวมาเถิดว่าร่างกายข้าเป็นอะไรไปอีก”

“เรียนฮูหยินน้อย ท่านตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วขอรับ” หมอตู้กล่าวออกมาแผ่วเบาในขณะที่คนฟังกลั้นหายใจด้วยแววตาสั่นระริก “เนื่องจากร่างกายท่านไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ยามตั้งครรภ์จึงต้องดูแลให้ดีเป็นพิเศษ ข้าน้อยจะสั่งเทียบยาไว้ให้...”

ทั้งอวิ๋นถิงและเหมยกั๋วหันสบตากันอย่างหนักใจ มือบอบบางยกขึ้นนวดระหว่างคิ้วอย่างใช้ความคิด เรื่องมงคลที่เกิดขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่ดีนัก นางไม่คิดว่าร่างกายอ่อนแอกว่าคนทั่วไปเช่นนี้จะสามารถตั้งครรภ์ได้

ถึงจะตั้งครรภ์แล้วอย่างไร...

ผู้อื่นนางล้วนไม่ใส่ใจนัก สิ่งที่นางกลัวคือจ้าวเฟิงเยี่ยนจะรู้สึกอย่างไร เขาจะยินดีที่นางมีบุตรให้เขาบ้างหรือไม่?

เหมยกั๋วเห็นผู้เป็นนายเงียบไป หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เรียกอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง

“ฮูหยินเจ้าคะ?”

ยังมิทันจะได้คิดตก จู่ๆ เสียงเคาะประตูด้านหน้าทำให้ทั้งหมดต่างหยุดบทสนทนา

“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ นายหญิงให้มาตาม บอกว่ามีเรื่องจะขอวานให้ช่วยเจ้าค่ะ”

สิ้นเสียงเรียกก็ได้ยินฝีเท้าสตรีค่อยๆ เดินห่างออกไป

เหมยกั๋วกัดฟันแน่น ทำสีหน้าขัดเคือง

“ยังไม่ปล่อยกันไปอีก!”

อวิ๋นถิงเค้นเสียงหัวเราะเล็กน้อย นางทราบดีว่าตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งนั้น

ฮูหยินผู้เฒ่าก็มองนางและคนสกุลอวิ๋นเปลี่ยนไป โดยเฉพาะวาจาและการกระทำที่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่ามิได้ต้องการรับนางเป็นสะใภ้เลยแม้แต่นิดเดียว

“เจ้าอย่าโมโหไปเลย ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี”

ว่าไปแล้วก็ปรายตามองไปยังหมอตู้ที่ยังเต็มไปด้วยความอึดอัด

“ข้าต้องขอบคุณท่านหมอมาก วานท่านเขียนเทียบยาไว้ให้เหมยกั๋วแล้วรีบออกไปจากเรือนนี้เถิด หากเรื่องนี้ไปถึงหูฮูหยินผู้เฒ่าท่านจะเดือดร้อนเพราะข้า”

“ขอรับ”

หมอตู้พยักหน้าแรงๆ มองดูอวิ๋นถิงที่ลุกเดินออกไปอย่างเชื่องช้า

ร่างใหญ่พ่นลมหายใจออกมาอย่างอ่อนล้า เดิมทีเขาเป็นเพียงหมอเล็กๆ จากครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่ง มีเหตุบังเอิญได้ช่วยเหลืออดีตแม่ทัพทิศบูรพาคนก่อนที่บาดเจ็บจากสงคราม หลังจากนั้นเขาถึงได้ถูกปลุกปั้นให้กลายเป็นหมอฝีมือดีคนหนึ่งในแคว้น กลายเป็นหมอประจำตระกูลจ้าวที่ใครๆ ต่างอิจฉา

บุญคุณที่ทำให้ครอบครัวของเขามีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น เขาล้วนทราบซึ้งในบุญคุณของฮูหยินผู้เฒ่า

ในขณะเดียวกัน...เขาก็รู้สึกเห็นใจอวิ๋นถิงมากเช่นเดียวกัน ตั้งแต่สามปีก่อน ไม่มีครั้งใดที่เขาไม่เห็นอวิ๋นถิงถูกคนในจวนรังแก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่จ้าวเฟิงเยี่ยนไม่อยู่

“ฮูหยิน ข้าน้อยไปด้วยเจ้าค่ะ”

เหมยกั๋วลุกขึ้นยืน ทำท่าจะวิ่งตามเจ้านายไป แต่แล้วขาทั้งสองก็ชะงักลง หันมาทางหมอตู้นัยน์ตาขอร้องอยู่บ้าง

“ท่านรอที่นี่ก่อนได้หรือไม่ ข้ากลัวว่าฮูหยินจะถูกรังแกจนเป็นลมไปอีก”

หมอตู้ที่ตกอยู่ในห้วงความคิดถึงได้พยักหน้าช้าๆ การที่เขาคอยช่วยเหลืออวิ๋นถิงห่างๆ แบบนี้คงไม่เป็นไรกระมัง!

-------------------------------------------------------------------------------------

“ท่านแม่มีอะไรให้ถิงถิงรับใช้หรือเจ้าคะ”

อวิ๋นถิงก้าวเข้ามาพร้อมกับคุกเข่าลงเช่นเดิมในขณะที่ฮูหยินผู้เฒ่ายกพัดในมือพัดให้ตัวเองอย่างสง่างามโดยมีมู่ลี่เจินอยู่เคียงข้างราวนางพญา ส่วนองค์หญิงผิงหยางน่าจะกลับห้องไปเสียแล้ว

คนถูกถามไม่ได้พูดอะไร นอกจากจะมีสาวใช้คนสนิทผู้หนึ่งของฮูหยินผู้เฒ่าส่งห่อกระดาษห่อหนึ่งมาให้โดยไม่ได้กล่าวอะไร

“นี่คือยาที่หมอตู้เขียนไว้ให้ข้ากับเจินเอ๋อร์ วานเจ้าไปต้มให้ข้าได้หรือไม่”

อวิ๋นถิงมองห่อกระดาษในมือด้วยใบหน้างงงวย

“แล้วเหตุใด...”

“ขออภัยฮูหยิน จางจิ้งเกิดรู้สึกไม่ค่อยสบาย ฮูหยินผู้เฒ่าจึงให้จางจิ้งไปพักผ่อนเจ้าค่ะ” ผู้ที่เอ่ยหาใช่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ หากแต่เป็นสาวใช้ที่เป็นคนยื่นห่อกระดาษให้นางเมื่อครู่นี่เอง

ดวงตากลมโตถึงได้เหลือบมองไปยังฮูหยินผู้เฒ่าอย่างไร้อารมณ์

“สาวใช้คนอื่นๆ ล้วนมีหน้าที่ที่ต้องทำ ส่วนเจินเอ๋อร์ก็ต้องดูแลข้า วานเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ เจ้าไม่มีปัญหาใช่หรือไม่”

“ถิงถิงจะรีบนำไปต้มให้เจ้าค่ะ”

อวิ๋นถิงคลี่ยิ้มก่อนจะยืดตัวขึ้นแล้วหมุนตัวผละออกไปโดยที่ผู้คนในห้องล้วนมองตามไปอย่างพออกพอใจ

เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยาม อวิ๋นถิงก็ถือถาดใส่ถ้วยยามาสองถ้วยโดยที่เหมยกั๋วมองตามมาอย่างเป็นห่วง ตัวเหมยกั๋วเองไม่สามารถตามเจ้านายเข้าไปภายในเรือนเซียงอี้ได้ เนื่องจากฮูหยินผู้เฒ่าจะเป็นผู้กำหนดว่ามีใครที่สามารถเข้าไปได้บ้าง

ซึ่งนางเป็นผู้ถูกสั่งห้ามเช่นกัน...อาจจะเพราะกลัวนางจะอาละวาดแทนอวิ๋นถิงกระมัง!

ประตูถูกเปิดออก เป็นจังหวะเดียวกับที่มู่ลี่เจินแสดงสีหน้าตกใจอยู่หน้าประตูในระยะเพียงสองก้าว ใบหน้างามนั่นปรับเปลี่ยนเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ริมประตูข้างหนึ่งจางจิ้งก็ก้มหน้าก้มตา ใช้มือแตะหน้าอกตัวเองอย่างตระหนก

อวิ๋นถิงมองท่าทีแปลกประหลาดนั่นอย่างสงสัย

“ไหนเจ้าว่ารู้สึกไม่สบาย เหตุใดถึงยังอยู่ที่นี่เล่า”

จางจิ้งกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง

“จางจิ้งรู้สึกดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ”

อวิ๋นถิงมองร่างเล็กนั่นอย่างไร้วาจา หลังจากนั้นจึงช้อนสายตาขึ้นมองมู่ลี่เจินที่จ้องมายังนางด้วยดวงตาประกายวาบ

“ท่านแม่เห็นว่าท่านหายไปนาน เลยจะให้ข้าออกไปช่วยเจ้าค่ะ” ไม่ต้องมีใครถาม นางก็อธิบายยาวเหยียดอย่างเสร็จสรรพ

“ต้องสนทนาอะไรกันมากมาย เสร็จแล้วก็ยกเข้ามาเสีย ข้าง่วงแล้ว อยากจะนอนพักเสียที”

ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือโหยง เรียกให้คนทั้งหมดที่ขวางกันอยู่หน้าประตูเข้ามาในขณะที่มู่ลี่เจินรีบหันกายกลับไป เป็นจังหวะเดียวกับที่อวิ๋นถิงก้าวเข้ามาในห้องติดๆ หลังจากนั้นถึงได้รู้สึกเหมือนมีบางอย่างมาขัดขา ร่างทั้งร่างคะมำไปข้างหน้า ไม่เว้นแม้กระทั่งถาดในมือเช่นกัน!

เพล้ง!!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฮูหยินเอก   ตั้งครรภ์

    “ฮูหยินเป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ”น้ำเสียงละล่ำละลักถามอย่างตระหนกของเหมยกั๋วทำให้อวิ๋นถิงพยายามลืมตาขึ้นมองทันทีที่เห็นเพดานด้านบน กลิ่นบุปผาจากน้ำมันหอมดอกไป่เหออันเป็นกลิ่นประจำตัวของนางแล้ว นางก็พอจะเดาออกว่าที่นี่คือเรือนหอมหมื่นลี้แล้ว“ฮูหยินน้อย”หมอตู้ก้มหน้าลงอย่างกระอักกระอ่วนอย่างไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่หากแต่อวิ๋นถิงกลับกระตุกยิ้ม แฝงไปด้วยความเศร้า“ตั้งแต่เกิดมาสุขภาพข้าก็มิแข็งแรง กล่าวมาเถิดว่าร่างกายข้าเป็นอะไรไปอีก”“เรียนฮูหยินน้อย ท่านตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วขอรับ” หมอตู้กล่าวออกมาแผ่วเบาในขณะที่คนฟังกลั้นหายใจด้วยแววตาสั่นระริก “เนื่องจากร่างกายท่านไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ยามตั้งครรภ์จึงต้องดูแลให้ดีเป็นพิเศษ ข้าน้อยจะสั่งเทียบยาไว้ให้...”ทั้งอวิ๋นถิงและเหมยกั๋วหันสบตากันอย่างหนักใจ มือบอบบางยกขึ้นนวดระหว่างคิ้วอย่างใช้ความคิด เรื่องมงคลที่เกิดขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่ดีนัก นางไม่คิดว่าร่างกายอ่อนแอกว่าคนทั่วไปเช่นนี้จะสามารถตั้งครรภ์ได้ถึงจะตั้งครรภ์แล้วอย่างไร...ผู้อื่นนางล้วนไม่ใส่ใจนัก สิ่งที่นางกลัวคือจ้าวเฟิงเยี่ยนจะรู้สึกอย่างไร เขาจะยินดีที่นางมีบ

  • ฮูหยินเอก   เดียวดายในจวนแม่ทัพ

    เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ในที่สุดร่างบอบบางคล้ายกิ่งเหมยร่างหนึ่งก็ยืนหยัดอยู่หน้าเรือนเซียงอี้ตามจารีตประเพณีแล้ว นางต้องพาสะใภ้ทุกคนในบ้านมาเคารพแม่สามีพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทว่าวันนี้นางกลับตื่นสายไปถึงหนึ่งชั่วยาม เดาได้ว่ามู่ลี่เจินและองค์หญิงแคว้นเหลียงคงจะเข้าไปภายในแล้วนี่คือสิ่งที่นางอึดอัด...ปกติมาเคารพตามเวลาก็ถูกเพ่งเล็งอยู่แล้ว วันนี้นางมาสายเช่นนี้ นางมั่นใจว่าแม่สามีจะต้องหาเรื่องลงโทษอีกแน่นอนเมื่อสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ มือเย็นเฉียบถูกันไปมา ในที่สุดก็ตัดสินใจผลักประตูเข้าไปดวงตากลมโตเหลือบมองภายในห้องอย่างรวดเร็ว บนเตียงฮูหยินผู้เฒ่ากำลังนอนให้หมอตู้ตรวจชีพจร ส่วนมู่ลี่เจินและองค์หญิงผิงหยางยืนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ปลายเตียง รวมไปถึงสาวใช้อีกสองคนกำลังจับจ้องนางเป็นตาเดียวอวิ๋นถิงก้าวเข้าไปพอประมาณ คุกเข่าลงมิได้เอ่ยวาจา รอจนหมอตู้ผละออกจากร่างฮูหยินผู้เฒ่า หลังจากนั้นคนบนเตียงถึงได้หยัดแขนลุกขึ้นนั่ง จ้องมองไปที่สะใภ้เอกอย่างชิงชังโดยไม่คิดปิดบัง“ข้าคิดว่าเจ้าจะมิมาแล้วเสียอีก”“ถิงถิงจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ถิงถิงขออภัยท่านแม่ เป็นเพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงดี ถึ

  • ฮูหยินเอก   ที่ระบาย

    “ฮูหยินหลับไปแล้วเจ้าค่ะ”ได้ยินเสียงเหมยกั๋วเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงหนักใจดวงตาหงส์อันแสนหนักอึ้งก็ค่อยๆ เผยอขึ้นพร้อมกับความเมื่อยขบที่เต็มไปทั่วสรรพางค์กาย แขนข้างหนึ่งที่ถูกใช้หนุนนอนเป็นหมอนรู้สึกชาไปหมดทำได้เพียงขยับกายเล็กน้อยเท่านั้น ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวตรงเข้ามาหานางแสงไฟจากตะเกียงสะท้อนให้เห็นเสี้ยวใบหน้าคมที่ขมวดคิ้วเครียดขมึง เส้นผมยาวดำขลับพลิ้วไหวตามแรงลมและความเร็วยามก้าวเดิน ดวงตาดุจมังกรคู่นั้นกำลังจ้องมองนางคล้ายมองคนแปลกหน้าคนหนึ่งแม้ภายในใจจะร่ำไห้ ทว่าดวงหน้าหวานกลับเปื้อนยิ้มจางๆ“ท่านพี่ มีอะไรหรือเจ้าคะ” อวิ๋นถิงยืดตัวขึ้นยืน รีบซุกซ่อนปิ่นเงินอันนั้นลงก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าปกปิดไว้อย่างแนบเนียนจ้าวเฟิงเยี่ยนหยุดลงตรงหน้านางเพียงหนึ่งก้าวนางยังแสร้งกระตุกยิ้ม เอ่ยวาจาอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายได้แต่จ้องมองอย่างเงียบๆ“ท่านพี่ คืนนี้เป็นคืนมงคลของท่าน...ท่านมิควรจะออกจากห้องหอเช่นนี้”เสียงแว่วหวานนั้นแผ่วลงในช่วงท้าย จมูกร้อนแดงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ดวงตากลมโตคู่นั้นหลุบต่ำลงชายหนุ่มเม้มปากแน่น มองดูกิริยาท่าทางของนางแล้วมือทั้

  • ฮูหยินเอก   ฮูหยินเอก

    “พี่เยี่ยน!! ข้าเจ็บ!!”เสียงหวานกล่าวออกมาอย่างตกใจ เหตุใดถึงได้รู้สึกหัวใจของนางกำลังถูกปิ่นเล่มนั้นจ้วงแทงจนสุดกำลัง“ฮูหยิน! ฮูหยินเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ” เสียงเรียกพร้อมๆ กับร่างบอบบางที่สั่นด้วยแรงเขย่าของเหมยกั๋ว สาวใช้ที่ติดตามนางมาตั้งแต่ยังอยู่จวนแม่ทัพทิศประจิม ถึงแม้จะมีศักดิ์เป็นสาวใช้ อาจจะเพราะอีกฝ่ายมีอายุน้อยกว่านางถึงสามปี นางจึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายคล้ายน้องสาวเสียมากกว่าอวิ๋นถิงสะดุ้งตื่นพร้อมๆ กับเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างร้อนรน อีกทั้งลมหายใจของนางยังถี่ชันด้วยความตกใจ มือเล็กข้างหนึ่งยกขึ้นกอบกุมหน้าอกข้างซ้ายอย่างเผลอไผล ดวงตาแฝงความทุกข์ระทมยิ่ง“ข้าเพียงฝันร้ายเท่านั้น”เหมยกั๋วพ่นลมออกจากปากด้วยความไม่พอใจนัก“ทั้งๆ ที่รู้กันอยู่ว่าฮูหยินสุขภาพร่างกายมิแข็งแรง ฮูหยินผู้เฒ่ายังรังแกท่านจนเจ็บไข้เช่นนี้ เหตุใดจึงมิบอกท่านแม่ทัพเล่าเจ้าคะ”อวิ๋นถิงฟังวาจานั่นแล้วก็คลี่ยิ้มเยาะหยัน“กล่าวไปก็มิต่างชักชวนให้เขาหัวเราะซ้ำเติมข้า เจ้าก็เห็นมิใช่หรือว่าสามปีที่ผ่านมา นอกจากเจ้าแล้วมีใครที่นี่ดีต่อข้าบ้าง”เหมยกั๋วทำท่าจะอ้าปาก แต่เมื่อฟังคำผู้เป็นนายแล้วก็ได้แต่สะกดกลั้นวาจา

  • ฮูหยินเอก   วันวาน

    ก่อนหน้าจะเกิดสงครามนั่น สองสกุลต่างมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน คนทั้งสองบ้านต่างแวะเวียนไปมาหาสู่จนบิดาของเขาและอวิ๋นหยางเกิดคำมั่นสัญญาว่าจะให้เขาและบุตรสาวคนโตแต่งงานกันแต่ในสงครามครั้งนั้น บุรุษชั่วร้ายผู้นี้กลับทอดทิ้งให้บิดาของเขาตายในสนามรบต่อหน้าต่อตาเพราะกลัวว่าเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวงจะต้องถูกแบ่งความดีความชอบ!เมื่อนั้นสกุลอวิ๋นรุ่งเรืองจนถึงที่สุด ในขณะที่บ้านเขาต่างตกอยู่ในห้วงโศกเศร้าสูญเสีย เขาซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวต้องผันตัวเองไปสมัครเป็นทหารตั้งแต่อายุสิบสองเพื่อส่งเงินมาให้ครอบครัวอย่างยากลำบาก กว่าจะถึงวันนี้เขาต้องมีบาดแผลมากมายเพียงใด!จ้าวเฟิงเยี่ยนเค้นเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย“เรื่องเก่าๆ พวกนั้นข้ามิคิดจะใส่ใจอีกต่อไป”ว่าไปแล้วดวงตาก็หลุบต่ำลง ในใจคิดไปถึงดวงหน้าเกลี้ยงเกลาแก้มแดงปลั่งราวกับลูกท้อนั่นและดวงตาหวานซึ้งดุจผลซิ่งที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำนางคือรักแรกของเขา...แต่บัดนี้เขามิสามารถรักนางได้อีก!อวิ๋นหยางเม้มริมฝีปาก มองดูท่าทีที่แสดงออกถึงความเฉยชานั่นแต่เหตุใดเขาจะมองไม่ออกเล่าว่าอีกฝ่ายเองก็เคยมีใจให้บุตรสาวเช่นกัน!ลองเอ่ยอีกสักประโยค...คงไม่เป

  • ฮูหยินเอก   สัญญาหมั้นหมาย

    บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอึมครึมเวลานี้ทำให้อวิ๋นถิงใช้มือทั้งสองกอบกุมกัน ความมืดครึ้มปกคลุมไปทั่วบริเวณกับวาจาของบิดาทำให้นางขบริมฝีปากเม้มติดกันแน่น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางควรจะเอ่ยปากรับคำหรือไม่หากเป็นเมื่อก่อนนางคงตอบรับด้วยความเบิกบาน...ทว่าเวลานี้ไม่ใช่เช่นนั้นอีกแล้ว บัดนี้บุรุษที่นางรักผู้นั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป“ถิงถิง...พ่อกับแม่เก็บเรื่องนี้มาสักพักแล้ว แต่ยามนี้ตระกูลของเราคับขันขึ้นมาแล้วจริงๆ”อวิ๋นถิงเพียงเงยใบหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสั่นระริก“หากถิงถิงมิแต่งให้พี่เยี่ยน จะเกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ” วาจาแว่วหวานยังคงเรียกชื่อ ‘คนผู้นั้น’ อย่างสนิทสนมด้วยความเคยชินอวิ๋นหยางก้าวขาเข้ามาหาบุตรสาวอย่างแช่มช้าด้วยใบหน้าหนักใจ ยามนี้นอกจากทวงสัญญาหมั้นหมายกับคนสกุลจ้าวแล้ว พวกเขาก็มิมีหนทางกอบกู้วงศ์ตระกูลอีกแล้วจะกล่าวว่า ไม่ผ่านพายุฝน จะเห็นสายรุ้งที่สวยสดได้อย่างไร ก็ไม่ผิดนัก หลังจากสงครามเมื่อห้าปีก่อนเขาผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพแห่งทิศประจิมก็ได้รับพระราชทานยศศักดิ์จนมั่งคั่ง ในขณะที่สกุลจ้าวต้องสูญเสียแม่ทัพแห่งทิศบูรพา อีกทั้งยังเกือบล่มสลายไปแล้วด้วยคิดไม่ถึงว่าภายในระยะเวลาไม

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status