LOGIN'วินตา' กับ 'จาริล' ศิลปินไอดอลชื่อดังของประเทศที่ต่างก็เคยเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทสนมกันมาก แต่แล้วค่ำคืนอันเลวร้ายกลับทำลายทุกอย่างที่เคยมี วินตายื่นข้อเสนอแลกกับการให้โอกาสอีกครั้ง ทว่าเงื่อนไขนั้นกลับเป็นสิ่งที่จาริลไม่อาจยอมรับได้ และเมื่อหัวใจของวินตาได้พบกับคนที่ใช่ เส้นบางๆ ในความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกที่เปราะบางของทั้งสองจะแปรเปลี่ยนไปคงมั่น หรือจะกลายเป็นบาดแผลในใจของเขาและเธอ เมื่อคนหนึ่งรู้ตัวในวันที่สาย และคนหนึ่งเหนื่อยล้าไปทั้งใจ
View Moreริมฝีปากที่ร้อนราวกับไฟของชายหนุ่มกำลังบดขยี้ริมฝีปากบางราวกับต้องการระบายอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านโดยมีหญิงสาวคอยตอบรับทุกสัมผัสที่แสนรุนแรงและทิ้งความเผ็ดร้อนให้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆยามนี้มือหนาเริ่มทำหน้าที่ปลดเปลื้องอาภรณ์แต่ละส่วนของอีกฝ่าย ตั้งแต่เสื้อคลุมไปจนถึงเสื้อยืดที่วินตาชื่นชอบก็ถูกร่างสูงถอดทิ้งกองลงกับพื้นอย่างไม่ใยดีในไม่ช้าร่างกายท่อนบนของวินตาก็เหลือสภาพเปลือยเปล่า ตอนนั้นเองที่ร่างสูงจับประคองร่างบางให้เข้ามาแนบชิดมากยิ่งขึ้นโดยที่ริมฝีปากนั้นยังคงไม่หยุดการรุกล้ำ เขายังคงดื่มดํ่ากับจุมพิตแสนหวานขณะดันร่างบางนำพาไปหยุดนั่งบนเตียงนอนหลังใหญ่วินตาถูกทาบทับโดยร่างของพลับพลาในตอนนั้น คนตัวโตกว่ายังคงเก็บเกี่ยวความหวานจากโพรงปากฉ่ำไม่หยุดหย่อนและเมื่อชายหนุ่มรับรู้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่เริ่มติดขัดเพราะรสจูบที่แสนยาวนานครั้งนี้ เขาก็ยอมปล่อยให้กลีบปากบางเป็นอิสระก่อนจะเลื่อนริมฝีปากไปจูบหนักๆ ที่แก้มซ้ายและลดระดับลงไปคลอเคลียที่ซอกคอขาวเนียนของวินตาบ้าง“ริล...จาริล...”“จาริล...เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น” สิ้นประโยคนั้นพลับพลาก็เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองใบหน้า
“ค่ารถเท่าไรคะ จะลงตรงนี้ล่ะ” วินตาถามขณะทำท่าล้วงกระเป๋าสตางค์เมื่อโชเฟอร์บอกราคาตามตัวเลขหน้ามิเตอร์ หญิงสาวก็ยื่นเงินให้ครบตามจำนวนแล้วเปิดประตูลงจากรถ เธอก้าวเท้าไปตามฟุตบาทพลางเดินถือถุงกระดาษใบเล็กที่บรรจุเครื่องสำอางส่วนตัวตรงไปยังสถานบันเทิงที่หมายมั่นพร้อมกับความคิดที่จะดื่มดํ่าและสนุกไปกับผู้คนที่นี่ เพราะในคํ่าคืนนี้เธอจะเป็นคนสุดท้ายที่กลับถึงบ้าน ไม่ใช่จาริลเหมือนทุกทีเก่งนักใช่ไหมเรื่องแบ่งเวลาไปหาผู้หญิง งั้นคราวนี้ขอเธอเถลไถลบ้าง เธอจะดื่มให้กลิ่นเหล้าติดตัวแล้วกลับดึกที่สุดเลยคอยดูขณะที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนั่นเอง เท้าข้างหนึ่งของเธอก็ไม่ทันหลบเลี่ยงมันเหยียบเข้ากับเท้าของใครคนหนึ่งเต็มแรง และด้วยความตกใจนั๋นเองทำให้ร่างของเธอชนเข้ากับสีข้างของผู้โชคร้ายที่ถูกเธอเหยียบเท้าเข้าโดยไม่ได้เจตนา“โอ๊ะ! ขะขอโทษค่ะ” วินตาอุทานด้วยความตกใจ เธอรีบถอยออกมาโค้งกายกล่าวขอโทษ เพราะตัวเองผิดเข้าเติมประตูที่เผลอไปเหยียบเท้าและชนกับชายคนนี้ที่เดินสวนผ่านมาใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตากับคนตรงข้ามช้าๆ แ
“ริล พี่อยากขอให้น้องเลิกทำแบบนั้น ทั้งกับผู้หญิงของน้อง และกับพี่ พี่รู้สึกดีนะที่น้องไว้ใจให้พี่เป็นคนเดียวที่รู้ความลับ แต่หลังจากนี้ ขออย่าพาพี่เข้าไปรู้จักกับคนของน้องอีก... ยิ่งเป็นเรื่องที่ผิด พี่ยิ่งไม่อยากรู้ พี่อาจจะห้ามน้องไม่ให้ทำไม่ได้ แต่พี่ก็หวังว่าน้องจะไม่ทำมันอีก” “ครับ ผมจะไม่ทำแบบนั้นอีก” “เรื่องแอบเดทน่ะพี่ไม่ก้าวก่ายหรอก แต่เรื่องมีอะไรกับแฟนคลับในขณะที่น้องยังมีแฟน พี่รับไม่ได้ว่ะ น้องทำผิดหลายสถานเลยนะริล ทั้งนอกใจแฟน นอนกับแฟนคลับ น้องกล้าทำแบบนั้นทั้งที่เรากำลังเดินทางกันอยู่ น้องนี่แม่ง... โคตรแย่” คำพูดแต่ละประโยคของวินตานั้นเติมไปด้วยความผิดหวัง กระแสเสียงที่หญิงสาวเอ่ยกับรุ่นน้องมันสั่นไหวและแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดเช่นเดียวกับลูกแก้วกลมวาวคู่นั้นที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกออกมาอย่างไม่ลวงหลอก ผิดหวัง... เจ็บปวด... ทั้งหมดนั้น เพราะจาริล “ผมขอโทษ... ผมขอโทษสำหรับทุกอย่าง ขอโทษที่ทำให้พี่ผิดหวัง ขอ โทษที่ปล่อยให้พี่อยู่ตามลำพัง ขอโทษ...” จาริลพรั่งพรูถ้อยคำขอโทษออกมามากมาย ใบหน้าแสดงความรู้สึกผิดดังที่พูด คำขอโทษเหล่านั้นทำให้หญิงสาวคลายอคติ
ความเงียบครอบคลุมอยู่นานจนกระทั่งรถตู้ของบริษัทพาทุกคนมาถึงสนามบิน วินตาเริ่มพูดคุยกับทุกคนยกเว้นจาริล เธอไม่สนใจรุ่นน้องที่มาด้วยกันแม้แต่น้อย เมื่อเธอเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่เพิ่งมีกลุ่มคนลุกจากไป จาริลก็ทำท่าจะเดินตามลงไปนั่งข้างๆ แต่เธอก็รีบฉุดแขนของแม้นเมืองที่ยืนอยู่ให้นั่งตามลงมาแทน ทำให้ที่นั่งฝังนี้ไม่เหลือที่ว่างให้ร่างสูงอีกแล้ว จาริลมองรุ่นพี่อย่างเข้าใจดีทุกอย่าง แต่มันสายเกินไปที่เพิ่งจะมารับรู้ ความรู้สึกของอีกฝ่ายเอาตอนนี้ เขายอมรับว่าเขาผิดที่ทิ้งพี่วินนี่ให้อยู่คนเดียว แบบนั้น เขาน่าจะคิดให้ดีก่อนที่จะทำมันลงไป “พี่โกรธผมจริงๆ ใช่ไหม?” จาริลถามต่อหน้าสมาชิกในวงทั้งสามคนของเขา อคินที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบลุกจากที่นั่งแล้วผลักจาริลให้นั่งลงแทนที่ตน ส่วน อีกสองคนที่เหลือต่างก็หันไปมองทิศทางอื่นทำราวกับไม่สนใจการมีอยู่ของชายและหญิงคู่นี้สองคนตรงนี้ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าจาริลกำลังง้อรุ่นพี่อยู่ “โกรธผมเหรอ...” จาริลยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ร่างบางมากขึ้น จนวินตาต้องใช้ สองมือดันหน้าอกจาริลไ
“มาแล้วครับพี่วินนี่” ร่างสูงเดินเข้ามาวางถ้วยข้าวต้มลงบนโต๊ะลิ้นชักที่ถูกจัดวาง ข้าวของจนกลับสู่สภาพเดิมยกเว้นก็แต่กรอบรูปเท่านั้นที่ปราศจากกระจกใสปิดทับ วินตาพยายามยันกายขึ้นนั่งด้วยตนเองแต่ก็ต้องพึ่งแรงของร่างสูงช่วยประคองอยู่ดี ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ผู้หญิงอย่างเธอจะได้รับการดูแลถึงเนื้อถึงต
“พี่วินนี่! พี่วินนี่! พี่วินนี่! ตื่นสิ พี่วินนี่!” จาริลร้อนใจจนต้องจับใบหน้าของรุ่นพี่เพื่อปลุกให้ได้สติฟื้นตื่น ทว่ารุ่นพี่กลับไม่มีวี่แววว่าจะตื่นขึ้นมาแต่อย่างใด ชายหนุ่มร้องไห้ น้ำเสียงของเขาเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเรียกชื่ออีกคนมากเท่าไรแต่ฝ่ายนั้นกลับไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นจ
“ถ้ามึงทำอะไรไม่ดีกับพี่เขา ก็แค่ขอโทษและไม่ทำมันอีก พี่วินนี่ใจดีจะตาย ทำไมเขาจะไม่ให้อภัยล่ะจริงไหม กูไม่รู้หรอกนะว่าตอนเมามึงทำอะไรลงไปบ้าง แต่เขาต้องเป็นห่วงมึงมากแน่ๆ” “พี่วินนี่จะมาห่วงกูทำไม กูไม่ควรให้เขาห่วงด้วยซ้ำ” “นั้นสินะ เราก็โตๆ กันแล้วแท้ๆ ไม่สมควรทำเรี่องให้ใครต้องเป็นห่วง” “ก
“ข้างในนั้นตื่นกันรึยังฮะ!?” “ริล! พี่วินนี่! เปิดประตูหน่อย!” เสียงร้องเรียกที่บ่งบอกความร้อนรนใจของคนด้านนอกทำให้คนด้านในสะดุ้งตัวตกใจขึ้นทันที ชายหนุ่มกระวนกระวายใจอย่างหนัก เขาพยายามคิดแก้ไขสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้แต่ก็คิดอะไรไม่ออกนอกเสียจากรีบแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าตัวเดิมที่ถูกถอดกระจัด











