LOGINร่างของเธอถูกกดไปกับพื้นหญ้าอันอ่อนนุ่ม แต่สัมผัสของเขาช่างรุกเร้ารุนแรง มือหนาแหวกเรียวขาของเธอออกจากกันจนกว้าง ก่อนที่ความเป็นชายจะสอดแทรกเข้าหาจนมิดเม้น
รวิดาร้องครางเสียงหลงยามที่ร่างกายของเขาฝากฝังเข้าหา เธอใช้มือดันหน้าท้องแกร่งของเขาเอาไว้เพื่อให้เขาลดทอนความรุนแรงลงบ้าง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะทำให้เขาขัดใจ
ถิ่นปัดมือของเธอออก เขากระแทกกายเข้าหาจนร่างของเธอสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขาใจร้ายกับเธอเสมอ ไร้ความปรานีและไม่เคยเห็นใจแม้เพียงเศษเสี้ยวก็ไม่มี
“อย่าคิดว่าฉันจะพิศวาสอะไรเธอนักเลย” เขาใช้มือบีบคอสวยของเธอกดไปกับพื้นหญ้า เส้นผมนุ่มสลวยของเธอกระจุยกระจายจนดูยุ่งเหยิงไปหมด
“เฮีย!” เธอร้องครางประท้วง ดันมือของเขาออกห่าง หอบหายใจอย่างหวาดกลัว
“กลัวเหรอ” ถิ่นจับร่างของเธอกดไปกับพื้นแล้วกระแทกกระทั้นอย่างไม่ปรานี ก่อนที่จะเสร็จสมอารมณ์หมาย
“เฮียไม่ป้องกัน” เธอพูดเสียงแผ่วเครือเหมือนจะขาดใจ หลังจากที่เขาขยับร่างออกจากร่างกายของเธอเรียบร้อยแล้ว
ถิ่นไม่ตอบว่ากระไร เขาไม่สนใจไยดีน้องสาวของคนที่หักหลังเขาอยู่แล้ว ร่างสูงจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ในขณะที่ รวิดาติดกระดุมเสื้อผ้าด้วยมืออันสั่นเทา
“ลีลาแบบนี้นอนจนฉันเบื่อก็ใช้หนี้ไม่หมด” เขายังพูดให้เธอเสียใจได้ซ้ำๆ
“อุ๊ย! เฮีย” เธอร้องเมื่อเขากระแขนให้เธอลุก
“เฮียจะพารวิไปไหนคะ” เธอเอ่ยถามอย่างตกใจเมื่อโดนกระชากร่างให้เดินตามไปจนขาขวิด
“มีคนต่อยกันแย่งเธอ ฉันเลยคิดว่าใครชนะฉันจะยกเธอให้พวกมัน เธอว่าดีไหม” ประโยคของเขาทำให้เธอตาโตตกใจยิ่งนัก เขาคงไม่คิดจะทำแบบนั้นจริงๆ ใช่ไหม
รวิดาหวาดกลัวจับใจเมื่อเขาดึงเธอมาที่ลานประลองหย่อมๆ เธอพยายามดิ้นรนเขาก็กระชากเธอขึ้นไปบนเวที กอดรัดเธอเอาไว้ด้วยท่าทีหยาบคาย
“ใครอยากได้หล่อนก็ต่อสู้กันอย่างลูกผู้ชายเลย ฉันยกให้” ประโยคนั้นทำให้เสียงฮือฮาของลูกน้องดังขึ้น เธอเห็นว่าบางคนบาดเจ็บจากการชกต่อยกัน และเห็นสีหน้าโกรธจัดของถิ่น
รวิดาไม่รู้เลยสักนิดว่าทำไมลูกน้องของถิ่นถึงได้ต่อยกันเพื่อแย่งเธอ ไม่รู้เลยว่าใครปล่อยข่าวอะไรทำให้ถูกเข้าใจผิดแบบนี้
เด็กสาวเพียงแค่คิดว่าเธออยู่ของเธอดีๆ ทำไมต้องมีคนมาต่อสู้แย่งชิงเธอกันด้วย และไม่คิดว่าถิ่นจะโละเธอให้ลูกน้องของเขาอย่างเลือดเย็น แค่คิดถึงความใจร้ายของถิ่น เธอก็รู้สึกหวาดกลัวจนฟันกระทบกันกึกๆ
“เฮีย รวิขอร้องเถอะค่ะ อย่าทำแบบนี้เลย ถ้าเฮียไม่ต้องการรวิก็อย่ายกรวิให้ใครเลย” เธอเอ่ยขอร้องเขา ยกมือไหว้ปลกๆ น้ำตานองหน้า
“ไม่ดีใจหรือไงที่มีผู้ชายแย่งเธอแบบนี้ ฉันว่าดีออก มันทำให้เธอดูมีคุณค่าขึ้นมาบ้างนะ ซึ่งปกติแล้ว ฉันไม่เห็นคุณค่าอะไรในตัวเธอเลยสักนิด” เขาพูดเสียงเยาะหยันให้เธอเจ็บแสบหัวใจ
รวิดารู้สึกยอกแสลงในอก เธอไร้ค่าในสายตาของเขาเธอรู้ดี แต่ไม่จำเป็นต้องตอกย้ำขนาดนี้ก็ได้
ถิ่นดึงร่างของเธอไปนั่งบนตัก รวิดาพยายามดิ้น เขาก็กักกอดเอาไว้ สายตาหื่นกระหายของลูกน้องหลายคนทำให้เธอตัวสั่นระริกจนฟันกระทบกัน
“ต่อสู้กันจนเหลือคนเดียว แล้วฉันจะยกผู้หญิงคนนี้ให้ ถ้าผู้หญิงคนนี้เป็นของใคร คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์” คำประกาศิตนั้นทำให้ทุกคนรับรู้แบบไม่ต้องให้พูดซ้ำ
การประลองที่เกิดขึ้น สร้างความบันเทิงให้ถิ่นไม่น้อย ในขณะที่รวิดารู้สึกหวาดวิตกแทบนั่งไม่ติด
ถิ่นยกเหล้ากลั่นดีกรีร้อนแรงขึ้นมาดื่มไปพร้อมกับการมองลูกน้องต่อสู้กัน
“เฮียคะ”
“อะไร” น้ำเสียงแข็งกระด้างเอ่ยถาม ทำให้คนถามถึงกับสะดุ้ง
“เฮียจะยกรวิให้ลูกน้องจริงๆ เหรอคะ” เอ่ยถามเสียงสั่น น้ำตาจวนเจียนจะไหลอีกครั้ง แต่เธอก็กลั้นมันเอาไว้อย่างเต็มกำลัง
“ฉันพูดคำไหนคำนั้น วันนี้ใครชนะ ฉันจะยกเธอให้คนคนนั้น และหลังจากวันนี้จะไม่มีใครมายุ่งกับเธออีก นอกจากคนที่ชนะการต่อสู้ในครั้งนี้เท่านั้น” คำตอบของถิ่นทำให้เธอต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม
ผลการประลองคู่แล้วคู่แล้ว ผ่านพ้นไปจนเหลือคนสุดท้ายที่เหลือรอดนั่นก็คือคม ชายหนุ่มเลือดท่วมกาย เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเจ้านายหนุ่มอย่างผู้มีชัย
“เก่งมากๆ เลยคม ถ้านายชนะฉันได้ ฉันยกผู้หญิงคนนี้ให้นาย” รวิดากะพริบตาปริบๆ ที่ได้ยินประโยคนั้นจากถิ่น เขายกร่างของเธอที่นั่งตักขึ้นแล้วกดให้นั่งลงใกล้ๆ ก่อนที่จะยืนขึ้นเต็มความสูง
ถิ่นสูงมาก เขาสูงถึงร้อยเก้าสิบเซนติเมตร เกินมาตรฐานชายไทยเสียด้วยซ้ำ
ถิ่นเป็นคนรูปร่างกำยำแข็งแรง เป็นที่ยำเกรงของลูกน้อง เขามีทั้งพระเดชและพระคุณ จึงไม่มีใครกล้าขัดคำประกาศิตของเขา
รวิดานั่งมองการต่อสู้อย่างลุ้นระทึก เธอยอมรับว่าอยากให้ถิ่นชนะ
ใช่แล้ว... มันมีเพียงเหตุผลเดียวคือเธอไม่อยากตกเป็นของใครอีกนอกจากเขา
เธอแอบรักเขามานานแล้ว ตั้งแต่ที่พี่ชายของเธอยังเป็นลูกน้องอยู่กับเขา แต่รวิกรเป็นมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง เพราะพี่ชายของเธอมีอีกสถานะคือเพื่อน
เธอได้แต่เก็บซ่อนความรู้สึกแอบรักนั้นเอาไว้ภายในหัวใจ มีเพียงเหตุผลเดียวก็คือเขามีคนรักอยู่แล้ว และมี แพลนจะแต่งงานอีกด้วย
ถิ่นมีฝีไม้ลายมือการต่อสู้ไม่แพ้ใคร ที่สำคัญก็คือคมบาดเจ็บพอสมควร การต่อสู้ในครั้งนี้จึงทำให้ถิ่นชนะได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
เขาประกาศกร้าวว่าใครอยากได้ผู้หญิงคนนี้ก็ต้องเอาชนะเขาให้ได้ก่อน รวิดาไม่รู้ว่าเธอจะรู้สึกเช่นไรดีในเวลานี้
ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาปกป้องเธอ ไม่อยากให้ความหวังกับตัวเองเพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
“อย่าหลงดีใจไปว่าฉันหวงแหนอะไรเธอ แค่ฉันไม่อยากให้ใครมาลูบคม ถ้าฉันยังไม่เบื่อโละเธอทิ้ง ใครก็เอาเธอไปไม่ได้ทั้งนั้น” ประโยคเชือดเฉือนของเขาทำให้เธอเจ็บลึกในอก
ใช่แล้ว... ที่เขาทำไปทั้งหมดเพราะแค่ต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองไม่อยากให้ใครมาหยามได้ง่ายๆ เธอเป็นผู้หญิงของเขา อยู่ในฐานะนางบำเรอ เขายังไม่เบื่อใครก็เอาเธอไปไม่ได้
“ไปทำอีท่าไหนล่ะ ผู้ชายถึงแย่งกัน” เขาเหยียดยิ้มมองเธออย่างดูถูก
“รวิเปล่าค่ะ”
“อย่านึกว่าฉันไม่เห็นว่าเธออ่อยคนงานในไร่ของฉัน อยากให้พวกมันพะเน้าพะนอก็รอให้ฉันโละเธอทิ้งก่อน ถ้าฉันยังไม่เบื่อก็อย่าริจะมีผัวใหม่” เขากระชากร่างของเธอให้เดินตามกลับไปที่บ้านพัก
บ้านเรือนไทยหลังใหญ่ของเขาทำจากไม้สักทั้งหลัง รอบข้างเต็มไปด้วยต้นไม้ที่มีร่มเงา ไร่ของเขากว้างใหญ่ไพศาล และถึงแม้พี่ชายของเธอจะยักยอกเงินของเขาไปเยอะ แต่เขาก็ยังร่ำรวย ในขณะที่ครอบครัวของเธอแทบจะสู้อะไรเขาไม่ได้เลย
บิดามารดาของเธอเสียชีวิตหมดแล้ว เหลือแค่พี่ชายเพียงคนเดียว จะยังไงเธอก็รักรวิกรในฐานะที่เขาเป็นพี่ชายของเธอเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามที
รวิกรดูแลเธอตามอรรถภาพ เขาอาจจะไม่ใช่พี่ชายที่ดีนัก แต่ในเมื่อเขาเป็นญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ เธอก็ยังรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งที่คิดว่ายังมีพี่ชายหลงเหลืออยู่
“รวิรู้สถานะตัวเองดีค่ะว่าไร้ค่าสำหรับเฮียถิ่นแค่ไหน” เธอพูดอย่างชอกช้ำระกำใจ
“รู้แบบนี้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่คิดเข้าข้างตัวเอง เห็นว่าตัวเองสำคัญเหนือกว่าคนอื่นจนวางอำนาจบาตรใหญ่”
วางอำนาจบาตรใหญ่!!!
เธอได้แต่อุทานเสียงดังอยู่ในอก เธอนี่เหรอจะกล้าวางอำนาจบาตรใหญ่กับใคร ทุกวันนี้ก็ทำตัวลีบเล็กเสียยิ่งกว่าอะไร
“เฮียหิวหรือยังคะ รวิจะทำกับข้าวอร่อยๆ ให้กิน”
“ไม่ต้องเอาใจฉันขนาดนั้นก็ได้ เพราะยังไงฉันก็ไม่ให้อภัยคนที่ทรยศหักหลังฉันหรอก พี่ชายของเธอจะต้องชดใช้อย่างสาสม” ถิ่นดึงร่างของเด็กสาวมาหา มองเธอด้วยสายตาดุดัน
จะว่าเขาหวงวนิดาก็หวงอยู่ แต่เกินเลยกันไปแล้ว อีกทั้งเพิ่งรู้ว่าสถานะที่ชัดเจนว่าเป็นน้องสาวคนเดียว ทำให้ถิ่นปล่อยให้น้องสาวได้ตัดสินใจเอง เพราะโตๆ เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว“แต่งค่ะ สินสอดขอทองเท่าบ้านของเฮียถิ่นนะคะ” ประโยคของวนิดาทำเอาทุกคนหัวเราะร่วนไปตามๆ กันซึ่งจริงๆ แล้วสินสอดทองหมั้นที่ถกลจัดให้วนิดานั้นเป็นบ้านพร้อมที่ดินที่เขาตั้งใจสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ทั้งพืชพรรณที่อุดมสมบูรณ์ในที่ดินผืนสวย ด้วยว่าวนิดานั้นมีความฝันที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบในบ้านไร่หลังจากการตอบตกลงแต่งงานของวนิดา สามเดือนหลังจากนั้นจึงมีงานมงคลระหว่างวนิดาและถกลเกิดขึ้น สร้างความยินดีให้ทุกคนเป็นอันมากการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวของคนทั้งคู่ถูกเติมเต็มกันและกันอย่างชื่นมื้นในขณะที่ถิ่น รอเวลาให้รวิดาเรียนจบ และเขาก็จะแต่งงานกับเธอถกลและวนิดามีทายาทตัวน้อยในเวลาเพียงไม่นาน เด็กชายตัวน้อยอันเป็นแก้วตาดวงใจของครอบครัวกิจการร้านอาหารของสามสาวไปได้สวย วนิดาแยกตัวไปดูแลอีกสาขาหนึ่ง หลังจากย้ายไปอยู่กับถกล ณ ที่ดินแปลงใหญ่อันเป็นทรัพย์สินที่ถกลได้ลงมือลงแรงสร้างขึ้นมาให้เมียและลูกที่รักของเขาแก้วตาดูแลร้
“คลานเข่าให้เฮียหน่อย” เขากระซิบบอกคนในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า รวิดาทำตามอย่างว่าง่าย ให้เขากอบกุมสะโพกผายเอาไว้ ก่อนจะคุกเข่าทางด้านหลังของเธอ แทรกเข่ากดตรึงให้เธอรอรับแก่นกายของเขาถิ่นประคองแก่นกายของเขาเอาไว้ ลากไล้ส่วนปลายของความแข็งแกร่งกับปากถ้ำสวาทอันฉ่ำเยิ้มรวิดาคุกเข่าจิกมือกับที่นอนกว้าง หยัดสะโพกให้เขาด้วยความรัญจวน ในขณะที่อุ้งมือของถิ่นเลื่อนลงสัมผัสกับทรวงอกอวบอิ่มของเธอเขาสะกิดยอดถันจนแข็งเป็นไต เธอเสียวซ่านจนต้องร้องครวญครางรับสัมผัสนั้นความเป็นสาวบีบรัดความเป็นชายทุกทิศทาง เขารุกรานเข้ามาหาพร้อมด้วยการยั่วแหย่ที่แสนเสียวซ่านถิ่นกักกอดร่างน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน เขาแนบใบหน้ากับใบหน้าของเธอ ยามที่ร่างกายแนบสนิทลงมาหา เธอหลับตาพริ้ม รับความเสียวซ่านและความอบอุ่นจากเขา“เมื่อก่อนรวิติดเฮียมาก ชอบอ้อนจะขี่คอเฮีย” เขากอดรัดร่างน้อยของเธอเธอแนบอก ยามที่ไปสู่ความสุขเรียบร้อยแล้ว การสนทนากันในเรื่องอดีต ทำให้หัวใจของเธออุ่นวาบขึ้นมาในอก“เฮียไม่เคยทำท่ารำคาญรวิเลย แถมยังชอบให้ขี่คอ แล้วก็ชอบซื้อตุ๊กตาให้ตลอด” เธอจำได้ว่ารวิกรชอบขอความช่วยเหลือถิ่นเป็นประจำ สายสัมพันธ์ของเธ
ด้วยว่ารวิดานั้นเป็นคนสวยน่ารัก การไปเรียนระดับมหาวิทยาลัยนั้นจึงมีหนุ่มๆ มารุมชอบมากมาย ยิ่งรู้ว่าเธอเปิดร้านอาหารอยู่ด้วยจึงแวะเวียนมาอุดหนุนอย่างเนืองแน่น นั่นทำให้ถิ่นหึงหวงเอามากๆ“อุ๊ย! เฮียมีอะไรคะ” เธอตาโตใส่คนที่ดึงแขนของเธอไปหนีบเอาไว้กับรักแร้ หลังจากที่เขามารับเธอกลับหลังเลิกงาน“หึง!”“คะ?”“หวง!” คนพูดหน้าบึ้งตึงจนคนที่เผลออุทานออกมาได้แต่ทำตาปริบๆ“เวลามีผู้ชายมาจีบต้องบอกไปว่ามีผัวแล้ว”“คะ?” เธออุทานใหม่อีกรอบ หน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู“เฮียจะพารวิไปไหนคะ” เธอเอ่ยถามคนที่จับเธอยัดเข้าไปในรถ ท่าทีของเขาบ่งบอกว่ากำลังหงุดหงิดอย่างที่สุด“ไปเรียนมหาวิทยาลัยมีผู้ชายมาจีบเยอะไหม” เขาเอ่ยถามเสียงเข้มท่าทีหึงหวง“เอ่อ... ไม่มีหรอกค่ะ” เธอโกหกคำโต เพราะไม่อยากให้เขาโกรธ“เฮียจะทำโทษคนปากแข็งยังไงดี”“ปากแข็ง” เธอทวนประโยคของเขา“ผู้ร้ายปากแข็ง เฮียรู้ว่ามีคนมาจีบเยอะแยะ”“แล้วเฮียจะถามรวิทำไมกันคะ” เธอเผลอค้อนเขาเสียวงใหญ่“ก็อยากรู้ว่าจะพูดความจริงไหม” เขาโต้ตอบกับเธอไปขณะขับรถอย่างตั้งใจ จุดหมายปลายทางคือบ้านพักในสวนผลไม้ เนื่องด้วยพรุ่งนี้เป็นวันหยุด และเขาก็อยากมีเวลาเป็นส่
แต่เขาก็สู้ไม่ถอย เดินหน้าจีบเธออย่างจริงจังเพื่อพิสูจน์ความจริงใจที่มีให้เธอได้รับรู้“ขายดีมากๆ เลยค่ะ ต้องขอบคุณเฮียมากนะคะ เพราะร้านนี้เฮียหาทำเลให้”“เรื่องเรียนมีอะไรถามเฮียได้นะ” เขาเอ่ยบอกอย่างเอื้อเอ็นดู“ถามอะไรคะ” เธอถามกลับพาซื่อ“เช่นถ้าอยากให้เฮียติวหนังสือให้”“ขอบคุณนะคะ” เธอพยักหน้ารับรู้ แต่รู้จากพี่ชายว่าถิ่นนั้นเป็นคนหัวดีเรียนเก่ง สมัยก่อนพี่ชายของเธอยังให้ถิ่นสอนการบ้านให้บ่อยๆ“เดี๋ยวสอนให้เย็นนี้เลย” รวิดายังไม่ได้สอบเข้าเรียนต่อที่ไหน เขาอยากให้เธอได้เรียนหนังสือในสาขาที่เธอชอบ และสาขานั้นก็เป็นสาขาเกี่ยวกับคหกรรม“สอนอะไรคะ”“สอนหนังสือให้ไง ทุกวิชาเลยที่จะสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย”“เกรงใจเฮียจังค่ะ” รวิดาพูดอย่างเกรงใจ หลังจากรู้ความจริงทุกอย่าง เธอกับเขาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันอีก ถิ่นอาจจะกอดหรือแอบหอมแก้มเธอบ้าง แต่เขาก็ทำแค่นั้น ไม่ได้ล่วงเกินอย่างอื่นหากเธอไม่ได้เต็มใจ แถมยังไม่เคยฉวยโอกาสกับเธอด้วยรวิดาคิดว่าการเริ่มต้นใหม่กับถิ่นคือการค่อยๆ ก้าวเดินไปทีละก้าว ค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์ทางด้านจิตใจเป็นหลัก คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตทำ
ถกลมองเพื่อนๆ ของวนิดาที่แต่ละคนผอมๆ หุ่นดีกันทั้งนั้นก็ยิ้มกระหยิ่มในใจว่าเช่นไรก็ไม่มีทางกินเยอะไปกว่าครึ่งจานแน่ๆ“คุณกลนี่ใจดีจังเลยนะคะ” วนิดายิ้มหวานให้ถกล คนมองถึงกับยิ้มตาม ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาเป็นไปในทิศทางที่ดี เพราะหลังๆ เธอก็เริ่มที่จะสมยอมเธอแล้วนั่นเอง“เพื่อนของเมียก็เหมือนเพื่อนของเฮีย”“แหม...” เธอยิ้มหันไปบอกเพื่อนๆ ว่าวันนี้มีคนเลี้ยงก๊วนเพื่อนของวนิดาที่มากันเป็นสิบคนทำให้ถกลยังคงยิ้มอยู่เช่นนั้น เพราะมองหุ่นแต่ละคนก็คิดว่าคงกินกันไม่เยอะนั่นเอง“มื้อนี้คุณกลเลี้ยงน่ะ”“แฟนแกเหรอ” สาวๆ เพื่อนรักของวนิดาเอ่ยถาม“ไม่ใช่ครับ แต่เป็นว่าที่สามี” ถกลรีบตอบ ทำเอาวนิดาถึงกับหน้าแดงเมื่อต่างโดนเพื่อนๆ แซวกันใหญ่“แหม... แอบซุกว่าที่สามีเอาไว้ที่บ้านไร่ก็ไม่บอกกันเลยนะยายนิดา” สาวๆ แซวกันใหญ่ วนิดาหน้าแดงเขินหนัก เธอเขินจริงๆ เมื่อสบตากับถกลแล้วเขายิ้มใส่ตาเธอ แถมยังยักคิ้วหลิ่วตาอยากพาเธอขึ้นเตียงเสียตอนนั้นเลย“ที่ร้านมีเมนูเด็ดแนะนำเยอะแยะ” วนิดาเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากอยู่ในหัวข้อสนทนาที่ทำให้เขินอายแบบนี้อีก“เชิญเลยครับ” ถกลผายมือไปยังโต๊ะอาหารตัวยาวที่เตรียมเอาไว้ ต
“อ๊าย... อย่ากัด” เธอดิ้นพล่านเมื่อเขากัดยอดอกของเธอ แม้จะมีบราเซียร์ห่อหุ้มเอาไว้ แต่ฟันคมขาวของเขาก็ทำให้เธอสยิวได้ไม่ยาก“เสียวหัวนมเหรอ”“ไอ้คนลามก คนทุเรศ”“ด่าไปเลย เดี๋ยวจะไม่ได้ด่าแล้ว จะได้ร้องครางอย่างเดียว” ประโยคของเขาทำให้เธอท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด“อ๊าย...” เธอร้องครางเพราะเขาทำให้เธอสยิวเหลือกำลัง กับลิ้นสากร้อนเปียกชุ่มที่ลามเลียไปตามหน้าท้องแบนราบของเธอเขาจุมพิตสะดือบุ๋มของเธอ หยอกล้อจนเธอท้องไส้ปั่นป่วนหนักกว่าเดิมเสียอีก“ไม่เอาแบบนี้” เธอร้องเสียงหลง หญิงสาวหอบหายใจสะท้านเมื่อเขาเลื่อนใบหน้าลงไปยังเบื้องล่าง เธอใช้มือดันใบหน้าของเขาเอาไว้“ยุ่งฉิบ!” ถกลบ่นไม่จริงจังนัก ก่อนที่เขาจะจัดการดึงบราของเธอออกจากตัวไปต่อหน้าต่อตา ทำเอาคนใต้ร่างที่กำลังเสียเปรียบ กรีดร้องเสียงหลง“จะทำอะไร ปล่อยเลยนะ” เธอดิ้นรนแต่เขาหัวเราะหึหึในลำคอ“มัดมือซนของเธอยังไงล่ะ” เขาใช้บราเซียร์มัดข้อมือของเธอเอาไว้กับหัวเตียง“ปล่อยเลยนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย” เธอทำหน้ายุ่งใส่เขา“ทำหน้าคว่ำใส่ฉันแบบนี้ ฉันไม่ปล่อยหรอก แต่ถ้าอยากให้ปล่อยก็เลิกดิ้นแล้วก็แยกขากว้างๆ เลยแม่คุณ”“คนบ้าป่าเถื่อน” เธออยากจ
รวิดาตัวสั่น ฟันกระทบกันด้วยความหวาดกลัว เขาก็ผลักร่างของเธอออกห่างอย่างรังเกียจร่างสูงหมุนกายเดินจากไปอย่างไม่ไยดี รวิดามองตามร่างสูงไปด้วยน้ำตานองหน้า เธอปาดน้ำตาทิ้งด้วยความรู้สึกอดสูใจรวิดาค่อยๆ ประคองร่างอันบอบช้ำทั้งกายใจขึ้นจากพื้น เธอเดินเข้าห้องเล็กๆ คับแคบของตัวเองด้วยความรู้สึกหดหู่เหล
ถิ่นจ้องมองร่างน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนอนกว้าง เขาถลกผ้าห่มที่คลุมกายของเธอออก พบว่าร่างน้อยของเธอเปลือยเปล่า ไร้อาภรณ์ห่อหุ้ม เขาจึงซุกไซ้เข้าหา ลามเลียซอกขาด้านในและร่องสวาทของเธอเธอบิดกายเร่าๆ ร้องครางด้วยความเสียวซ่าน จิกมือกับผ้าปูเตียงแน่น ถิ่นเลียร่องเยิ้มแดงฉ่ำของเด็กสาวหนักขึ้น จนเธ
“อุ๊ย! เฮีย” รวิดาอุทานออกมา รีบโอบกอดคอหนาของเขาเอาไว้เพราะกลัวพลัดท่าตกจากตักของเขาอ้อมแขนของเขารั้งเอวคอดของเธอเอาไว้ ตามด้วยประโยคคำถามตรงริมหู“จะไปไหน” เขาเอ่ยถามพลางหอมแก้มของเธอแรงๆ ขยี้ปากเหมือนกลั่นแกล้ง“จะไปล้างปิ่นโตรอเฮียกินข้าวให้เสร็จน่ะค่ะ” เธอได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เ
รวิดาจิกมือกับบ่ากว้างของถิ่น ร้องครางด้วยความกระสันเสียว เธอเกลียดตัวเองที่ใจอ่อนกับเขาเสียทุกครั้ง และเธอก็เกลียดตัวเองที่นิยมชมชอบบทรักอันร้อนแรงของเขาด้วยถิ่นช้อนสะโพกผายของเธอขึ้นจากพื้นโต๊ะก่อนจะพาเธอมานั่งทาบทับบนตักแกร่ง“เป็นไง เสียวไหม” เขากระซิบถามในขณะขบเม้มใบหูเล็กๆ ของเธอเบาๆ“อื้ม..







