LOGIN“มาทำไมอีก หรือจะมาเพื่อเยาะเย้ย เชิญหัวเราะให้สาแก่ใจเลย คุณทำสำเร็จแล้วนี่” “ทำไมยังไม่ทำแผลอีก” ชายหนุ่มไม่สนใจคำพูดประชดประชันแต่เลือกที่จะเอื้อมมือไปแตะแผลที่หน้าผากของอีกฝ่าย ซึ่งหญิงสาวถอยฉากออกมาทันที ทำให้ปรเมศวร์มีโอกาสแทรกตัวเข้ามายืนในห้อง “ช่างมัน ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ ไว้คอยย้ำเตือนว่าเป็นวันที่ฉันต้องเจ็บปวดกับการกระทำของเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด” ยามเอ่ยถึงเขมจิราก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนไหล่บางสั่นเทิ้ม ปรเมศวร์ทนไม่ไหวตวัดร่างบางมากอดไว้ กันธิชาพยายามขัดขืนแต่สู้แรงคนตัวโตไม่ได้จึงซบใบหน้าลงกับอกแกร่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างยอมแพ้ ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังบางไปมาอย่างแผ่วเบาเพื่อปลุกปลอบใจ จนกระทั่งเสียงร่ำไห้ของหญิงสาวสงบลงพร้อมกับดันร่างของตนออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่ม “ปล่อย” กันธิชาสั่งด้วยเสียงแหบแห้งเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก “ไม่! กว่าจะเข้าถึงตัวเธอได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยรู้ไหม” ใบหน้าคมโน้มกระซิบข้างใบหู ก่อนพรมจูบซับน้ำตาไปทั่วใบหน้าอย่างอ่อนโยน จวบจนมาหยุดตรงริมฝีปากนุ่มหญิงสาวจึงรีบเบือนหน้าหนีหลบริมฝีปากร้อนทันที “อย่าทำแบบนี้กับฉันอีกคุณปรเมศวร์”
View Moreประเทศญี่ปุ่น
ปรเมศวร์ยืนเหม่อลอยออกไปนอกอาคารสูงเสียดฟ้า ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ที่ต้องสูญเสียน้องชายอันเป็นที่รักไปอย่างไม่วันหวนคืน จากคำบอกเล่าของชัญญาแม่เลี้ยงสาว ว่าต้นสายปลายเหตุที่ทำให้อนุวัฒน์เสียชีวิตคือแฟนสาวของเขานั่นเอง เพราะหลังจากถูกบอกเลิกอนุวัฒน์ก็ดื่มเหล้าเมามายจนครองสติไม่อยู่ ขับรถไปประสานงากับรถบรรทุกจนเสียชีวิตคาที่ และที่เชื่ออย่างนั้น เพราะเป็นสายสุดท้ายที่น้องชายโทร.หา งานศพของอนุวัฒน์ที่ผ่านมาผู้หญิงใจร้ายคนนั้นก็ไม่เคยโผล่หน้ามาที่งานเลยแม้กระทั่งวันเผา ตอกย้ำความใจร้ายใจดำของเธอว่ามีมากเพียงใด“ฉันจะทำให้เธอได้ลิ้มลองรสชาติของการสูญเสียว่ามันเป็นยังไง” ชายหนุ่มเค้นเสียงลอดไรฟันเอ่ยถึงหญิงสาวที่เป็นเหตุให้น้องชายบุญธรรมของตนต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควรอย่างอาฆาตแค้น และยังคงยืนนิ่งจมอยู่ในความคิดเช่นนั้นจนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น ปลุกให้เขาตื่นจากห้วงภวังค์ความคิด
“เชิญครับ” เจ้าของห้องเอ่ยอนุญาตขณะเดินกลับมาทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทำงาน วินาทีถัดมาบานประตูก็ถูกเปิดเข้ามาพร้อมร่างเย้ายวนของบุตรสาวเจ้าของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
“จะลาออกทำไมถึงไม่ยอมบอกยูโกะสักคำคะ” เจ้าของร่างสมส่วนไม่พูดพร่ำกล่าวตัดพ้อเพื่อนชายคนสนิทด้วยความน้อยใจ ไม่ใช่เพียงแค่จะลาออกธรรมดา ชายหนุ่มยังมีจุดประสงค์จะย้ายกลับไปอยู่เมืองไทยอีกต่างหาก
“ผมขอโทษครับยูโกะ ช่วงนี้กำลังวุ่นกับเอกสารหลายอย่าง ไหนจะต้องเก็บของกลับเมืองไทยอีก” ชายหนุ่มลุกขึ้นไปโอบประคองร่างหญิงสาวพามานั่งที่โซฟาอย่างเอาใจ
“สละเวลาโทร.สักนิดไม่ได้หรือไงคะ ถ้ายูโกะไม่เข้าไปคุยงานกับคุณพ่อที่ห้องทำงาน ก็คงไม่รู้เรื่องนี้” ยูโกะกระเง้ากระงอดไม่เลิก เพราะยังทำใจไม่ได้
“อืม...เย็นนี้ผมพาคุณไปดินเนอร์เป็นการไถ่โทษแล้วกัน”
“ตกลงค่ะ คืนนี้ขอยูโกะไปนอนค้างที่คอนโดฯ ด้วยนะคะ” หญิงสาวปรับเปลี่ยนอารมณ์ออดอ้อนเสียงหวานแทน เพราะรู้ว่าคนเย็นชาอย่างปรเมศวร์คงไม่มีทางง้อเธอเป็นรอบที่สองแน่
“อย่าเลยยูโกะ ตอนนี้ห้องผมรกมากจนแทบไม่มีที่เดิน”
“ตกลงคุณไม่คิดจะกลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่นอีกแล้วเหรอคะ” ยูโกะรู้สึกใจหายไม่น้อยที่ปรเมศวร์ตัดสินใจกลับไปอยู่เมืองไทย และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบกันอีก
“ครับ ผมตัดสินใจแล้ว ตอนนี้คุณพ่อท่านก็แก่มากแล้ว คงดูแลกิจการทั้งหมดไม่ไหว”
“คุณยอมรับแม่เลี้ยงคุณได้แล้วเหรอคะ” หญิงสาวเอียงหน้าถามด้วยความแปลกใจระคนสงสัย
นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ปรเมศวร์ทิ้งทุกอย่างที่เมืองไทยทั้งที่กำลังดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดในเครืออนันต์ตระการกรุ๊ปแทนบิดา เพียงเพราะรับไม่ได้ที่จู่ๆ บิดาตัดสินใจแต่งงานกับหญิงสาวคราวลูก และกำลังมาแทนที่ตำแหน่งมารดาของตน หนำซ้ำชัญญายังมีอายุน้อยกว่าเขาถึงสี่ปี จะเรียกน้องสาวเลยก็ว่าได้ ข้อนี้แหละที่ทำให้เขาทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ
“ก็ต่างคนต่างอยู่”
“เฮ้อ...คงไม่มีอะไรโน้มน้าวจิตใจคุณได้อีกแล้วสินะคะ แม้แต่ตัวยูโกะ” หญิงสาวพึมพำด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“คุณพูดอย่างกับเราเป็นคนรักกันอย่างนั้นแหละ” ชายหนุ่มกล่าวเจือยิ้ม
“แล้วคุณให้ตำแหน่งนั้นกับยูโกะได้หรือเปล่าล่ะ”
ยูโกะได้โอกาสเอ่ยถามความในใจจากชายหนุ่ม ตลอดห้าปีที่ทำงานอยู่ที่นี่ เขาไม่เคยมีท่าทีแสดงอาการหึงหวงเธอเลยสักครั้ง ยามมีนักธุรกิจหนุ่มมาให้ความสนใจ ซ้ำร้ายยังสนับสนุนให้เธอลองศึกษาดูใจกับผู้ชายพวกนั้นอีกต่างหากจนน่าน้อยใจ
“คุณก็รู้ว่าผมให้คุณได้แค่เพื่อนสนิทเท่านั้น”
“แต่เราแนบชิดเกินกว่าคำว่าเพื่อนนี่คะ” หญิงสาวยื่นหน้าเข้ามาถามใกล้ๆ ลมหายใจแทบจะรดหน้ากัน
“ยูโกะ เราเคยตกลงกันก่อนที่จะมีความสัมพันธ์ทางกาย ว่าจะไม่มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะผมไม่พร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่กับใคร ตอนนี้ผมมีหน้าที่ดูแลคุณพ่อกับกิจการต่างๆ คงไม่มีเวลามาดูแลเอาใจใส่ใคร คุณเองก็รักอิสระเหมือนกับผม ตรงนี้แหละที่ทำให้ผมชอบคุณมากกว่าผู้หญิงคนอื่น”
“คุณใจร้ายมากรู้ตัวไหมคะ คุณก็รู้ว่ายูโกะคิดยังไงกับคุณ” หญิงสาวซบใบหน้าลงกับอกแกร่งอย่างอ่อนแรง แม้เธอจะรักอิสระไม่เคยผูกมัดกับใคร แต่ปรเมศวร์เป็นผู้ชายคนแรกที่ทำให้เธอเปลี่ยนแปลงความคิดนั้นไป
“ยูโกะผมไม่คู่ควรให้คุณมารักหรอก”
“ยูโกะต่างหากที่ไม่คู่ควร คุณถึงไม่รักยูโกะ ห้าปีที่ผ่านมาคุณไม่เคยมองยูโกะมากไปกว่าคู่นอน”
“ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลย คุณมีค่ามากกว่านั้น แต่ตอนนี้ใจผมไม่พร้อมจะมีใครจริงๆ คบกันแบบเพื่อนนี่แหละยืนยาวที่สุดแล้ว”
“ค่ะเพื่อนก็เพื่อน ถ้าเพื่อนคนนี้จะไปเที่ยวหาคุณที่เมืองไทยบ้างจะได้ไหมคะ”
“ได้สิครับ ผมยินดีต้อนรับคุณเสมอยูโกะ เอ่อ...ให้ทาเคชิพาไปก็ได้” จบคำพูด หญิงสาวถึงกับหน้ามุ่ยทันทีเมื่อปรเมศวร์เอ่ยถึงบอดี้การ์ดหนุ่มที่บิดาจ้างไว้ดูแล คอยติดตามเธอไปในทุกที่
ปรเมศวร์โน้มใบหน้าลงแนบกับกลีบปากนุ่มอย่างแผ่วเบาราวกับปุยเมฆแล้วสอดลิ้นที่ร้อนผะผ่าวเข้าไปสำรวจรอบๆ โพรงปากนุ่ม ก่อนลิ้นของทั้งสองจะเกี่ยวตวัดดูดซับความหอมหวานของกันและกันทั้งหนักหน่วงและเร่าร้อนไปในคราเดียวกันในขณะนั้นมือเรียวเล็กเริ่มลูบคลำร่างกำยำสะเปะสะปะเผลอไปสัมผัสความแข็งแกร่งที่ร้อนผ่าว จนชักมือขึ้นมาราวกับถูกของร้อน แต่ถูกชายหนุ่มดึงกลับลงไปแตะที่เดิม“อืม...มันคิดถึงเธอแทบขาดใจ”“ฮื้อ...ไม่เอาคุณเมศวร์” กันธิชาใจหวิวเมื่อแตะสัมผัสส่วนกลางกายของสามี แต่ดูมันจะดิ้นสู้กับมือเธอเหลือเกิน และเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาวิงวอน เขาถึงยอมปล่อยมือเธอออกมาเพราะไม่อยากบังคับเธอให้ทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง แต่แอบน้อยใจอยู่ลึกๆ ที่หญิงสาวทำเหมือนรังเกียจมัน เสี้ยววินาทีต่อมาต้องชะงักงันเมื่อเธอเอื้อมมือลงไปสัมผัสมันอีกครั้งอย่างแผ่วเบา จนชายหนุ่มเหลือบสายตามองเธอด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนบดขยี้จูบเรียวปากนุ่มอย่างดูดดื่มและเร่าร้อนกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ปลายนิ้วแกร่งบรรจงลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างบนผิวเนียนละเอียดไม่เว้นแม้แต่ตารางเดียว จากนั้นกลับมาหยุด
“ก็ได้ค่ะ” กันธิชาจำต้องพยักหน้าคล้อยตามเพราะไม่อยากทะเลาะกับเขาในวันสำคัญ ก่อนพาร่างเดินหายเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับชุดนอนและผ้าขนหนู ปรเมศวร์จึงสาวเท้าเดินตามหญิงสาวไปแต่ปรากฏว่าประตูถูกล็อกจากด้านใน นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเขามีกุญแจสำรอง เมื่อไขเข้าไปพบว่าหญิงสาวกำลังพยายามเอื้อมมือมาด้านหลังเพื่อรูดซิปชุดแต่งงาน ชายหนุ่มจึงรีบสาวเท้าเข้าไปช่วยพร้อมจรดริมฝีปากอุ่นลงบนแผ่นหลังขาวเนียนอย่างแผ่วเบา ก่อนชุดจะร่วงลงไปกองกับพื้น“เข้ามาทำไมคุณเมศวร์ ไม่เห็นหรือว่าฉันกำลังจะอาบน้ำ...” กันธิชาเอียงหน้าถามไม่ทันจบประโยค ก็ถูกริมฝีปากอุ่นโน้มลงมาทาบบนเรียวปากอย่างแนบแน่น เพราะไม่อยากตอบคำถามใดๆ ให้เสียเวลา หญิงสาวอึกอักเล็กน้อยเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนค่อยๆ หลับตาพริ้มลงรับจุมพิตของอีกฝ่าย ขณะเดียวกันนั้นฝ่ามือใหญ่ก็เลื่อนมาเคล้นคลึงทรวงอกอิ่มเบาๆ เพียงอึดใจต่อมาก็พลิกร่างหันมาเผชิญหน้า“พี่จะทำให้คืนนี้เป็นคืนพิเศษที่น่าจดจำสำหรับเรา” ปรเมศวร์เอ่ยพลางถอดชิ้นเล็กออกจากเรือนร่างของหญิงสาว แม้ใจอยากจะทำอะไรต่อมิอะไรกับร่างเย้ายวนเบื้องหน้า แต่ต้อง
“ก็มันอดไม่ได้นี่”“ฉันกับพี่ณุก็แค่เจ้านายกับลูกน้อง ทีคุณล่ะยังตามเทกแคร์คุณยูโกะตั้งแต่เธอเดินทางมาถึงเชียว”“ก็ยูโกะไม่รู้จักใครในงาน ทาเคชิก็ติดธุระสำคัญมาด้วยไม่ได้ คงไม่ดีที่ปล่อยให้แขกเวิ้งว้างคนเดียว น่าเกลียดแย่” ปรเมศวร์รีบอธิบายไม่อยากให้หญิงสาวไม่สบายใจ“ก็เหมือนกับพี่ณุ ทั้งที่ไม่มีอะไรแต่คุณก็ยังจะหาเรื่องหึงหวง” กันธิชายกเรื่องนี้ขึ้นมาเปรียบเปรยให้ชายหนุ่มเข้าใจและเลิกหึงหวงตนกับพิษณุวัชร์สักที“จ้าเข้าใจแล้ว” ชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มนวลหนึ่งฟอดอย่างเอาใจ ก่อนจะได้ยินเสียงกระแอมดังขึ้นแทรกทำให้คู่บ่าวสาวต้องผละร่างออกจากกัน แล้วหันไปมองที่ต้นเสียง พบว่าเป็นยูโกะที่เดินเฉิดฉายนำหน้าสองพ่อลูกเข้ามา“หวานไม่เกรงใจใครเลยนะคะ” ยูโกะกล่าวกระเซ้าคู่บ่าวสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพอทราบว่าปรเมศวร์กำลังจะแต่งงาน ทำให้เธอตกใจไม่คาดคิดว่าปรเมศวร์จะลงเอยกับใครได้ ยิ่งรู้ว่าผู้หญิงที่โชคดีคือกันธิชายิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่ จึงบังคับขู่เข็ญเขาเล่าให้ฟัง ปรเมศวร์ก็เล่าเพียงคร่าวๆ พอได้ร
“จ้า” ชายหนุ่มยิ้มแหยพลางคิดเรียบเรียงคำพูดอยู่ในใจ ปรากฏว่าอาหารมื้อนี้เขารับประทานได้น้อยมาก ผิดกับกันธิชาที่กินหมดจานไม่เหลือ“วันนี้ทำไมกินน้อยจังคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นจานข้าวของปรเมศวร์พร่องลงไปเพียงนิดเดียว“พี่เห็นเธอกินอร่อยก็อิ่มตามแล้วล่ะ เอาเค้กสักชิ้นนะ” ชายหนุ่มวางจานเค้กลงเบื้องหน้าหญิงสาว“ขอบคุณค่ะ ถ้าฉันกินแบบนี้ทุกวันคงอ้วนเป็นหมูแน่” กันธิชาบ่นแต่ก็ตักเค้กขึ้นกินไม่หยุด“ดีสิ”“อ้วนนี่นะดี”“ใช่จ้ะ ถ้าเธออ้วนแล้วจะได้ไม่มีผู้ชายคนไหนชายตาแลไง”“ต่อไปคุณก็คงเบื่อฉันใช่ไหม”“พี่บอกตรงไหนว่าเบื่อ”“ก็คุณบอกว่าอ้วนแล้วจะไม่มีผู้ชายชายตาแลไงเล่า” หญิงสาวโต้แย้งกลับไปด้วยน้ำเสียงแง่งอนจนชายหนุ่มหลุดขำ“พี่หมายถึงผู้ชายคนอื่น แต่สำหรับพี่ถึงเธอจะอ้วนถึงร้อยกิโลพี่ก็จะไม่มีทางเบื่อเธออย่างแน่นอน และยังจะรักเธอไปจนวันตาย” ชายหนุ่มยืนยันด้วยน้ำเสียงและแว
ปรเมศวร์ขับรถมาส่งกันธิชาที่หน้าคอนโดฯ ก็เกือบทุ่มตรง พร้อมสั่งกำชับห้ามเธอยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนไหนอีกเด็ดขาดมิเช่นนั้นรูปจะถูกปล่อยออกไปในโลกโซเชียลแน่ หญิงสาวตอบรับเสียงแผ่วรู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกินกับการสู้รบตบมือกับอีกฝ่าย ก่อนก้าวเท้าลงจากรถตรงไปยังประตูทางเข้าตัวอาคารคอนโดฯ อย่างรวดเร็วราวก
“ปล่อย ฉันเจ็บคุณปรเมศวร์”“ไม่!” ชายหนุ่มดึงตัวหญิงสาวเข้าไปในห้องน้ำแล้วเปิดฝักบัวราดลงใส่ร่างของเธอจนเปียกปอนไปทั้งตัว“กรี๊ด! เป็นบ้าอะไรของคุณ” หญิงสาวกรีดร้องพร้อมโผเข้าไปทุบอกแกร่งด้วยความโมโหที่เขากระทำกับเธอราวกับคนป่าเถื่อน จนอีกฝ่ายเริ่
“ดีมากจ้ะ ฝากด้วยนะคะคุณเมศวร์”“ไม่ต้องเป็นห่วงครับผมจะดูแลน้องสาวคุณตรีเป็นอย่างดี งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณตรี พี่เชษฐ์ ไว้ว่างๆ จะเข้ามาดื่มด้วย”“ได้สิ ขับรถดีๆ ล่ะ” วรเชษฐ์กล่าวทิ้งท้ายก่อนทั้งสองจะเดินเคียงคู่กันออกไปขึ้นรถ“ตรี
“ให้ธิชาเข้าไปช่วยดีกว่าค่ะ จะได้เสร็จไวๆ” กันธิชากล่าวอาสาช่วยอีกแรง สาวรุ่นพี่จึงหันมาพยักหน้ารับคำแล้วเดินนำเข้าไปในบ้าน พอดีกับวรเชษฐ์เดินลงมากันธิชาจึงยกมือไหว้กล่าวทักทายหนุ่มเจ้าของบ้านพอเป็นพิธี ก่อนตามจิตตรีเข้าไปในห้องครัว“ธิชาทำยำแล้วกันเนอะ พี่จำได้ว่าธิชาทำอ





