เข้าสู่ระบบแฟนคนแล้วคนเล่าต่างก็มาเพียงลวงหลอกเธอเท่านั้น ชะตากรรมทำให้เธอต้องตาย...เพราะ......โรคหัวใจวายเฉียบพลันเพราะแฟนคนล่าสุด ทิ้งเธอไป ควงกับซีอิ๋ง ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเธอกลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง
ดูเพิ่มเติม“ว่าไงครับ หมิงเยว่ ยอดรักของผม” เสียงปลายกล่าวด้วยถ้อยคำหวานระรื่นหูเช่นเคย โจว่หมิงเยว่ ดาราสาวดาวรุ่ง ดังไปทั่วเอเชีย จากซีรีส์จีนโบราณผู้คนต่างก็ชื่นชอบเธอ แถมยังถูกทาบทามไปเป็นนักแสดงรับเชิญของฮอลลิวูดอีกต่างหาก
แต่โจว่หมิงเยว่ขอเวลาตัดสินใจ ตอนนี้เธอกำลังมีความสุขเพราะทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เธอคิดเอาไว้ มีงานที่ดี เหลือก็แต่ให้แฟนหนุ่มสุดหล่อ นักธุรกิจขอเธอแต่งงานและมีครอบครัวสักที แต่เขาก็ยังไม่พร้อม โจวหมิงเยว่ขึ้นลิฟต์มาถึงเพ้นท์เฮาส์สุดหรูของตัวเอง เปิดทีวีเกี่ยวกับเด็กน้อย หนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาในการเลี้ยงเด็กมากมายอยู่บนโต๊ะ.... ความฝันของหญิงสาวจะมีอะไรได้ล่ะนอกจากการเป็นแม่คน เธอนั้นอยากมีครอบครัวมากขนาดไหนแฟนหนุ่มของเธอนั้นรู้ดี “วันนี้คุณจะมาที่ห้องฉันไหมคะ พอดีฉันมีเวลาว่างทำของโปรดของคุณด้วย” “ขอโทษนะยอดรัก คืนนี้ผมติดประชุมด่วน เอาไว้พรุ่งนี้นะครับ” โจวหมิงเยว่ถอนหายใจเมื่อแฟนหนุ่มวางสาย ทั้ง ๆ ที่หญิงสาวไม่ได้มีโอกาสถามเลยว่าเขาประชุมเสร็จกี่โมง พลางคิดก็พยายามทำความเข้าใจดีว่า ระหว่างเธอกับเขานั้น ต้องใช้ความเข้าใจอย่างมาก เธอเป็นดารา เขาเป็นนักธุรกิจ กว่าจะหาเวลามาเจอกันว่ายากแล้ว ระยะห่างที่ต้องทำความเข้าใจต่อกันนั้นยากกว่าอีก ดาราสาวสวยต้องทำความเข้าใจว่าเขาต้องทำงานของเขา ส่วนเขาก็ต้องเข้าใจเธอว่าเธอต้องทำงานใช้ร่างกายในการหาเงิน ช่วงนี้เขานั้นแปลกไปด้วย.... แฟนหนุ่มของเธอนั้นทำงานหามรุ่งหามค่ำ เสียจนโจว่หมิงเยว่อดเป็นห่วงไม่ได้ จิตใจก็อดพะวงว่าเขากำลังมีคนอื่น แม้จะพยายามสะลัดความคิดเหล่านั้นของไปจากสมอง ติ้ง! เสียงข้อความจากแอปแชทข้อความที่เป็นที่นิยมของจีน โจวหมิงเยว่ขมวดคิ้วเพราะมาจากข้อความจากคนที่ไม่รู้จัก ดวงตากลมโตหรี่เล็กก่อนจะมองข้อความด้วยการพิจารณา รูปมาที่ส่งมา ปลายนิ้วเรียวยามกดเข้าไปดูก็เห็นภาพของแฟนหนุ่มกำลังโอบไหล่ดาราที่เธอรู้จักกันดี หัวใจดวงน้อยที่เต้นในอกเต้นรัวไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งผิดหวังและปฏิเสธความจริงว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่แฟนหนุ่มคนที่คาดหวังจะสร้างครอบครัวด้วยกันกับนางแบบสาวคนที่เธอไม่ชอบหน้าเอาเสียเลย สมองกับหัวใจของโจวหมิงเยว่ปฏิเสธขัดแย้งกันเหลือเกิน ใจหนึ่งเธอก็ไม่อยากเชื่อ กับอีกใจก็อยากโทรไปถามเขาให้มันรู้แล้วรู้รอด สมองอีกด้านก็ขบคิดว่าใครกันที่อยากให้เธอทะเลาะกับแฟนหนุ่ม แล้วใครกันส่งข้อความมา เพียงความคิดเท่านั้น แล้วอย่างไรโจวหมิงเยว่ถึงเจ็บหัวใจมากถึงเพียงนี้ เหมือนกับมีใครมาบีบรัดหัวใจให้เต้นถี่รัว ลมหายใจเป่ารดออกมาอย่างถี่รัว มือไม้สั่นเครือไปหมด โจวหมิงเยว่ตัดสินใจโทรไปหาแฟนหนุ่มอีกครั้ง.... “ฮัลโหล ยอดรักมีอะไรหรือ” ปลายสายรับอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงของเขาไม่ทุกข์ร้อนสิ่งใด ต่างจากโจวหมิงเยว่ในยามนี้ อยากจะถามเขาออกไปให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่า เขาไม่ได้ทำงานอยู่ใช่ไหม เขาอยู่กับใคร โจวหมิงเยว่คิดได้ว่า เธอไม่ควรทำให้เขาต้องตื่นตระหนก “ไม่มีอะไรค่ะ เพียงแต่ฉันอยากโทรมาบอกคุณว่า อย่าลืมกินข้าวนะคะ ฉันรักคุณนะ” โจวหมิงเยว่พยายามควบคุมน้ำเสียงของตนไม่ให้สั่นเครือจากการร้องไห้ น้ำสีขาวใสไหลเอ่อออกมาจากหางตา แม้เจ้าตัวพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองขนาดไหน แต่หญิงสาวกดวางสายด้วยอาการไร้เรี่ยวแรงซื่ออินยอมรับว่าในคราแรกย่อมท้อมากแค่ไหน แต่พอนึกถึงใบหน้ากลมป้อมเปื้อนยิ้ม แก้มยุ้ยของบุตรชายเธอต้องสู้ต่อ มาวันนี้สามี จากชายแปลกหน้าผู้มีใบหน้าคล้ายคนรักเก่ายืดหยัดจะเคียงข้าง จากความไม่สบายใจในทีแรก ซื่ออินกลับรู้สึกตื้นตันในไม่น้อย “ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร สำหรับผมแล้ว คุณคือซื่ออินของผม สุดที่รักของผม แม่ของอี้ซวน ผมขอโทษที่ปล่อยให้คุณใช้ชีวิตลำบากอยู่หลายปี แถมผมกลับมาคุณยังต้องมาเดือดร้อนเพราะแม่ของผมอีก” “เรื่องมันแล้วไปแล้ว ต่อไปนี้เราสองคนก็คงต้องสู้กันไปนะคะ มาเถอะค่ะมานับเงินกัน” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนคว้าเอาถุงใส่เงินที่ค้าขายผักได้เมื่อเช้ามานับ อี้ซวนรีบมานั่งมองแม่นับเงิน เด็กชายเห็นแบบนั้นก็ตาวาวไม่น้อย ซื่ออินใช้โอกาสนี้ในการสอนลูกนับเงิน เผื่อในอนาคตอี้ซวนจะเป็นที่รู้จักใช้เงิน เงินในยุคสมัยนี้นับว่ายาก จะว่าไปไม่ว่ายุคสมัยไหนเงินมันก็หายากเสมอ โชคดีที่หญิงสาวมาเกิดที่ยังมีไฟฟ้าใช้ ถ้าย้อนไปไกลว่านี้ เธอคงต้องใช้เวลาปรับตัวไม่น้อย อี้เฉินมองภรรยาที่กำลังสองบุตรชายนับเงินที่ได้มาจากการขายผัก เขายกยิ้ม
“เย่ เย่ ขาหมู ซวนซวนอยากกินขาหมู” พอได้ยินคำว่าขาหมู เจ้าหนูน้อยก็ร้องตะโกนโลดเต้นด้วยความดีใจ “มา มา อย่าวิ่งสิซวนซวน” อี้เฉินรีบวิ่งไปคว้าบุตรชายเอาไว้ขึ้นมาบนอกของตน ก่อนสามพ่อลูกพากันเดินกลับไปยังกระท่อม พอมาถึงกระท่อมอี้เฉินก็อาสาเป็นคนทำอาหารให้ภรรยาเอง เขาไม่อยากให้ภรรยาของเขาต้องลำบาก ซื่ออินได้แต่มองชายหนุ่มด้วยแววตาเอ็นดู พลางเห็นเจ้าหนูน้อย ไม่สิ เจ้าซวนซวนของเธอมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน แล้วปากน้อย ๆ กินตลอดเวลาตั้งแต่พ่อของเขากลับมา อี้เฉินเป็นพ่อที่ดีค่อยหาผลไม้มาให้ลูกชาย แถมยังทำของเล่นเองอีกต่างหาก ซื่ออินมองเขาด้วยความรู้สึกหลากหลายภาพของชายหนุ่มในอดีตซ้อนทับมาอีกครั้ง อี้เฉินต่างจากซูเมี่ยนจริง ๆ นิสัยของทั้งสองต่างกันสุดขั้ว อีกคนเจ้าชู้ ไม่ยอมลำบากแม้เพียงเล็กน้อย ในยามที่ซูเมี่ยนต้องขับรถตากฝนออกมารับเธอที่กองถ่าย เขายังอิดออด แต่อี้เฉินกลับไม่ลังเลเลยที่จะทำทุกอย่างแทนเธอ..... ยิ่งคิดหัวใจของเธอก็ยิ่งหวั่นไหวเขาไปอีก “มองอะไร” เขาเอ่ยปากถาม “มองสามีไม่ได้หรืออย่างไร”
ความพยายามของสองสามีภรรยาย่อมออกดอกออกผล หญิงสาวยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นผักที่ตนและสามีเก็บมาใส่รถเข็น บวกกับเจ้าหนูน้อยอี้ซวนตื่นแต่เช้า พยายามช่วยเหลือพ่อแม่ ถึงร่างกายของซื่ออินจะเหนื่อยแค่ไหน เธอก็ยิ้มออกมา พอสามีเข็นมาถึงตลาด หญิงสาวก็รีบวางขายทันที ไม่เท่าไหร่ก็มีคนมามุงหน้าร้าน ซื่ออินแทบจะทอนเงินไม่ทัน ผักที่เธอขายนั่นสดใหม่ ซวนซวนก็ช่วยแม่จนใครหลายคนเอ็นดู ใบหน้ากลมป้อมเปื้อนดินโคลนสร้างเสียงหัวเราะไม่น้อย ไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ ผักทั้งหมดก็ขายหมดเกลี้ยง ไม่เหลือ เธอแบ่งเงินบางส่วนไปให้คืนป้าหม่าหลง หญิงสาวร้องไห้ออกมา “โอ๋ โอ๋ ร้องไห้อีกแล้วที่รักของผม” อี้เฉินเห็นภรรยาร้องไห้ด้วยความดีใจออกมาจากบ้านของป้าหม่าหลง ตั้งแต่ขายหมดภรรยาของเขาก็ตื้นตันร้องไห้ออกมา ชายหนุ่มโอบไหล่ภรรยาก่อนก้มหอมเธออีกครั้ง “ก็ดีใจนี่ วันนี้เราขายได้เงินเยอะมาก” ตอนเป็นดาราในชาติก่อน โจวหมิงเยว่ไม่เคยร้องไห้เพราะเงินเท่านี้มาก่อนทั้ง ๆ ที่หาเงินได้มากกว่า นี่แหละหนาคุณค่าของเงินที่แท้จริง หยาดเหงื่อที่ไหลออกมาช่างมีค่าเหลือเกิน
ทุกอย่างเป็นไปตามการคาดการของเธอ เพียงแต่รอเวลาเท่านั้น ทั้งแม่สามีจอมบงการ สามีขี้เมา และศัตรูหัวใจของเธอ ทุกคนที่เคยทำให้เธอต้องเจ็บช้ำในวันนี้ ในภายภาคหน้าเธอรอวันเอาคืนให้สาสมแก่ความเจ็บแค้นในใจของเธอทั้งหมด หลังจากเตรียมกับแกล้มให้อี้เมิงเรียบร้อยแล้ว ส่วนอี้เทียนนั้นก็เลือกกินอาหารง่าย ๆ อย่างไข่พะโล้ตุ๋นยาจีน เหม่ยอิงไม่ลืมเตรียมให้แม่สามี “อาเหม่ยอิง วันนี้มีอะไรอย่างนั้นหรือ” อี้เหิงเอ่ยปากถามสะใภ้รองหอบเอาปิ่นโตมาถึงหน้าบ้าน “พอดีอี้เทียนอยากกินไข่พะโล้ก็เลยทำมาเผื่อจ๊ะ ส่วนอี้เมิงเขาก็อยากกินหมูทอด ฉันเลยทำง่าย ๆ ให้ลูกชายคุณแม่ แล้วไม่ลืมนำมาเผื่อคุณแม่ด้วยนะคะ” เหม่ยอิงรีบยื่นปิ่นโตให้เด็กรับใช้มารับไปจัดใส่จานรอ สำหรับมื้อเย็นของอี้เหิง “ถ้าอย่างนั้นมา ๆ กินด้วยกัน แล้ววันนี้ไม่พาอาเทียนมาด้วยหรือไง คิดถึงหลานจะแย่” อี้เหิงเรียกลูกสะใภ้ให้มากินข้าวด้วย พลางถามถึงหลานชาย อดคิดถึงไม่ได้ว่าถ้าอี้เฉินหาเมียได้เท่าเหม่ยอิง เธอคงสบายใจไม่น้อย ผู้หญิงคนนั้นผู้เป็นภรรยาของอาเฉินทั้งไม่เอาไหน