จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค의 모든 챕터: 챕터 41 - 챕터 50

170 챕터

40

ทั้งสามคนมองหน้าจิงซิงอี้ด้วยสีหน้าตะลึง คนไข้ถามด้วยความไม่แน่ใจว่า“จริงหรือครับหมอ!”จิงซิงอี้พยักหน้าเพื่อให้ทุกคนมั่นใจ ในขณะที่ครอบครัวและคนไข้พูดด้วยความตื่นเต้นดีใจว่า นานแค่ไหนก็ยอม ขอให้หายจริงๆ   จิงซิงอี้จึงอธิบายว่า“สำหรับแพทย์จีน โรคนี้เกิดจากการติดขัดของเลือดและลมปราณ ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเลือดทำงานไม่ได้บางครั้งยังเกิดจากการทำงานหนักและร่างกายอ่อนแอจากการป่วยอื่นๆก่อนหน้านี้ก็ได้ ทำให้เกิดลมเย็นและลมชื้นเข้ามาในอวัยวะ ส่งผลให้ลมปราณกับเลือดทำงานได้ไม่ดี เกิดอาการชาและเจ็บปวดเราเรียกว่าเป็นอาการของหยินตับและไตพร่อง จนเกิดลมขึ้นมา วิธีรักษามีทั้งฝังเข็มเพื่อบำรุงสมอง ตับไต และอาจจะกระตุ้นที่แขนขาเพิ่มเติม และกินยาเทียนหวังปู่ซินตัน เพื่อช่วยลดอาการสั่น ช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้”จิงซิงอี้พูดต่อว่า“สำหรับอาหารการกิน ผมจะเขียนให้นะครับ ว่าควรกินอะไรบ้าง แล้วก็คนไข้ต้องออกกำลังกายและพักผ่อนดูแลร่างกายควบคู่กันไป เพราะอาการของคนไข้ น่าจะมาจากการทำงานหนักส่วนหนึ่งด้วย”
더 보기

41

จิงเซียวเป็นคนแรกในรอบหลายสิบปี ที่ลุกขึ้นมาแตกหักกับตระกูลจิงอย่างรุนแรง และหันหลังให้กับตระกูลจิง เพื่อออกไปสร้างเส้นทางชีวิตและชื่อเสียงของตนเอง ทำให้จิงเซียวและลูกศิษย์ของเขาถูกสมาชิกตระกูลจิงต่อต้านและขัดขวางหลายครั้ง ซึ่งเหตุการณ์ที่จิงซิงอี้พบในวันนี้ เป็นเรื่องที่เขาพบเจอประจำตั้งแต่เด็กจนโต ในขณะที่ศิษย์พี่ทั้งสองของเขาคือ ลั่วเยี่ยนและชุนเฉิงก็ถูกขัดขวางมากน้อยแตกต่างกันลั่วเยี่ยนมาจากครอบครัวแพทย์ที่มีฐานะอยู่แล้ว ทำให้เขาไม่ถูกผลกระทบมากนัก เมื่อเขาแต่งงานกับลูกสาวของรัฐมนตรีสาธรณสุข และเขาเองก็ยังเป็นหมอที่มีฝีมือด้วยเช่นกัน ทำให้เขามีเกราะป้องกันตัวเองอีกหลายชั้นสำหรับชุนเฉิงที่เป็นเด็กกำพร้า เขาได้รับผลกระทบบ้าง เมื่อเขาตัดสินใจเปิดคลินิกเอง แต่ฝีมือของเขา รวมไปถึงการเป็นลูกศิษย์ที่ไปไหนมาไหนกับจิงเซียวเสมอ ทำให้ตระกูลจิงขัดขวางเขาได้ยากขึ้น และชุนเฉิงก็ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ     จึงไม่ค่อยจะเป็นหนามตำตาตระกูลจิงมากนัก ในสายตาของคนที่นิยมแพทย์แผนจีนและคนรุ่นเก่า ตระกูลจิงยังได้รับการนับถือและให้เกียรติอยู่เสมอ ถึง
더 보기

42

เมื่อจิงเซียวมีอายุได้ 18 ปี เขาตัดสินใจเข้าเรียนแพทย์แผนปัจจุบัน เพราะเขารู้ว่าในยุคนั้น การแพทย์แผนจีนยังไม่ได้รับการยอมรับมากนัก คนส่วนใหญ่เริ่มรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน นอกจากนี้ เขามีความรู้ด้านแพทย์จีนมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว การเรียนแผนปัจจุบันจะยิ่งช่วยเสริมให้การรักษาของเขามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแนวคิดของเขาได้รับการคัดค้านจากพ่อและพี่ชายสองคนอย่างรุนแรง พวกเขาคิดว่า จิงเซียวไม่จำเป็นจะต้องเสียเวลาไปเรียน เขาควรจะใช้เวลาฝึกฝนการแพทย์กับตระกูลมากกว่าอย่างไรก็ตาม จิงเซียวยืนยันจะเรียนตามที่เขาต้องการ วันนั้น จิงเซิน พ่อของเขา ก็เรียกเขาไปพบ โดยมีแม่กับพี่ชายทั้งสองนั่งฟังอยู่ด้วย  เมื่อเขาเดินเข้าไปในห้องรับแขก พ่อของเขาก็สั่งเขาด้วยน้ำเสียงกระด้างว่า“เสี่ยวเซียว เลิกล้มความคิดที่จะไปเรียนหมอฝรั่งซะ! กลับมาอยู่บ้านช่วยพี่ชายของเจ้ากับพ่อทำงานดีกว่า”แต่จิงเซียว ซึ่งตอนนั้นกำลังจะเรียนจบมัธยมปลาย กลับปฏิเสธหน้าตาเฉยว่า“ผมจะเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแพทย์ปักกิ่งครับ” จิงฉู่ พี่ชายคนโตที่นั่งข้างๆ
더 보기

43

จุดแตกหักเกิดขึ้น เมื่อวันหนึ่งพ่อของจิงเซียว ตัดสินใจจะยกพี่สาวคนที่สาม คือ จิงหลาน ให้แต่งงานกับทหารสูงอายุคนหนึ่งที่อยู่ตอนใต้ของประเทศ เพื่อต้องการสร้างความสัมพันธ์และอิทธิพลจิงหลานไม่อยากแต่งงาน เธอหลบมาพบจิงเซียวและร้องไห้กับเขา จิงเซียวถอนหายใจ เขาปลอบใจพี่สาวและบอกว่า เขาจะไปคุยกับพ่อและพี่ชายเอง จิงหลานพยายามห้ามแต่ชายหนุ่มไม่ยอมในวันรุ่งขึ้น เขายอมกลับไปที่บ้านหลังจากไม่กลับมาเป็นเวลา 6 ปี เพื่อคุยเรื่องจิงหลาน พวกเขาคุยกันที่ห้องโถง โดยมีญาติหลายคนมานั่งฟังด้วย เขาทะเลาะกับพ่อและพี่ชายตามคาด จิงฉู่ พี่ชายคนโต ก็พูดใส่หน้าเขาว่า“แกออกจากบ้านไปแล้ว ไม่เห็นหัวพ่อแม่แล้ว! แกจะมายุ่งอะไรกับพี่น้องคนอื่น!”จิงเซียวโมโห เขาตอบโต้ว่า“พี่สามก็เป็นพี่สาวของฉันเหมือนกัน เขาไม่อยากแต่งงานกับคนแก่ แล้วยังต้องไปอยู่ไกลบ้าน จะไปตกระกำลำบากยังไงก็ไม่มีใครรู้ แล้วไอ้ทหารคนนี้ก็มีเมียไม่รู้กี่คน ส่งพี่สามไปก็เท่ากับส่งพี่ไปตกนรก!”“แกจะไปรู้อะไร! จิงหลานแต่งงานไปก็เท่ากับช่วยบ้านเราด้วย!”พ่อของเขาตอบก
더 보기

44 (จบเล่ม 1)

จิงซิงอี้พูดขึ้นว่า “วันนี้เป็นวันรำลึกอดีตเหรอครับ”ทุกคนต่างหัวเราะออกมา จากนั้นจิงซิงอี้ก็หันไปถามจิงเซียวด้วยความอยากรู้ เพราะโอกาสที่จิงเซียวจะพูดอะไรมากๆ นั้นหายาก เขาอยากรู้รายละเอียดว่า จิงเซียวเจอเขาได้อย่างไร“ตอนนั้นคุณตาเจอผมยังไงครับ ผมขอแบบละเอียดนะ คุณตาไม่ยอมพูดให้ชัดเจนซะที”จิงเซียวหยุดคัดสมุนไพร เขานิ่งคิด ก่อนจะเล่าด้วยแววตาอ่อนโยนว่า“ตอนที่เจอเจ้าน่ะหรือ ตอนนั้นเจ้าอายุประมาณ 2-3 ขวบได้”จากนั้น จิงเซียวก็เริ่มเล่าถึงตอนที่เขาพบจิงซิงอี้ ตอนนั้น จิงเซียวอายุเข้าวัยกลางคนแล้ว เขาเริ่มมีความมั่นคงทางหน้าที่การงาน และมีชื่อเสียงจากการรักษา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีเงินและอำนาจระดับประเทศ เขาไม่ได้ทำงานที่โรงพยาบาลใดอีกต่อไป แต่ถ้าใครต้องการรักษาจะต้องติดต่อมา เขาอาจจะไปรักษาที่บ้านของคนไข้ ที่โรงพยาบาล และอาจจะให้มาพบเพื่อที่บ้านของเขาเพื่อรักษาบ้าง แต่ก็มีโอกาสน้อยมาก เพราะจิงเซียวไม่ชอบให้ใครมาที่บ้าน หลังจากอายุ 40 ปี จิงเซียวลาออกจากโรงพยาบาลที่เชิญให้เขาไปรักษาหลายแห่ง
더 보기

45 (เล่ม 2)

นับตั้งแต่จิงซิงอี้ออกไปรักษาคนไข้ในหมู่บ้านข้างๆ การไปร่วมโครงการรักษาฟรีกับโรงพยาบาลที่เซี่ยงไฮ้ การปรากฏตัวผ่านสื่อทั้งจากเหตุการณ์ช่วยเหลือคนตอนแก๊สระเบิด การช่วยไขคดี และการไปช่วยรักษาคนไข้แทนเม่งฮ่าวที่โรงพยาบาลเอกชน ทำให้คนทั่วไปเริ่มรู้จักเขา และติดต่อเข้ามาเพื่อรักษาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดบางคนยอมเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อมาพบ บางคนไปจองคิวการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนทุกวันเสาร์ จิงซิงอี้จึงไม่ค่อยมีเวลาว่างเหมือนเดิมนอกจากนี้ โครงการปลูกสมุนไพรของเขาเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ตอนนี้มีการก่อสร้างโรงเรือนและระบบการให้น้ำ ทำให้จิงซิงอี้ต้องการคนมาช่วยงาน สำหรับที่คลินิก เขาต้องการคนมาช่วยต้อนรับคนไข้ จัดการเรื่องเอกสารข้อมูล ช่วยจ่ายยาและชำระเงิน สำหรับธุรกิจสมุนไพรของเขานั้น เขาต้องการคนงานที่จะมาทำงานในแปลงสมุนไพรจำนวนมาก โชคดีที่ตอนนี้ชุนเฉิงและจิงเซียวมาช่วยเขาควบคุมการก่อสร้าง ช่วยคัดเลือกคนงานที่มาจากทั้งคนในหมู่บ้านนี้และหมู่บ้านรอบด้าน และจิงเซียวยังช่วยอบรมความรู้ให้กับคนงาน ที่จะมาช่วยปลูกสมุนไพรและทำงานในโรงเรือนด้วยจิงซิงอี้ขอให้หวัง
더 보기

46

ในที่สุดเจี่ยเหรินก็รู้ว่า จิงเซียวและจิงซิงอี้ช่วยสุนัขจิ้งจอกสองแม่ลูกเอาไว้ พวกมันยังทำตัวเหมือนกับเป็นสมาชิกของบ้านหลังนี้ พวกมันยังคงระแวงเขาอยู่บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกมันก็รู้ว่าเด็กหนุ่มไม่ได้คิดร้ายกับสองตาหลาน มันจึงหยุดเห่า แต่ไม่ว่าเจี่ยเหรินจะเดินไปทางไหน จะมีสายตาสองคู่คอยมองตามเขาเสมอ เมื่อหันกลับไปดู จะเห็นเจ้าตัวเล็กแอบยืนมองเขาอยู่ข้างเสาบ้าง ข้างประตูบ้าง จิงซิงอี้อดหัวเราะไม่ได้ เมื่อเห็นท่าทางเหมือนแมวจับหนูของทั้งสองฝ่าย        หลังจากที่ได้เจี่ยเหรินมาช่วย งานในคลินิกของจิงซิงอี้ก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ชายหนุ่มซื้อจักรยานให้เจี่ยเหรินใช้  เจี่ยเหรินเองก็ทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ เขาสร้างระบบการลงทะเบียน การจองคิว ข้อมูลของคนไข้ ข้อมูลยาที่มีและที่ขาด เขายังดูแลแอปที่ใช้ติดต่อคนไข้ และสื่อสังคมที่ใช้ติดต่อกับโลกภายนอกให้ด้วย บางครั้งเขาจะโพสท์ให้ความรู้ ถ่ายรูปสินค้า และบริการต่างๆ เพื่อให้เพจมีการเคลื่อนไหว  ช่วงหลังเขาขอให้จิงซิงอี้ยอมออกสื่อบ้าง ซึ่งชายหนุ่มยอมแค่ให้ถ่ายรูปไกลๆ เขายังไม่อยากให้ใ
더 보기

47

ในที่สุด  แม่ของเจี่ยเหรินก็ยินดีมาทำงานกับจิงซิงอี้ด้วย หมอหนึ่มติดต่อลุงป้าร้านบะหมี่ ให้ช่วยหาบ้านเช่าให้พวกเขา เพราะที่พักชั้นสองของคลินิกมีห้องนอนเพียงห้องเดียว และพวกเขาก็ได้บ้านเช่าที่อยู่ห่างจากบ้านของจิงซิงอี้ไปประมาณ 500 เมตร    ซึ่งสะดวกกับเจี่ยวู่ แม่ของเจี่ยเหรินในการมาทำงานที่บ้านของจิงซิงอี้เจี่ยวู่จะเริ่มงานได้ประมาณเดือนหน้า เพราะต้องรอให้โรงงานสร้างบางส่วนเสร็จก่อน แต่เธอก็เดินทางมาที่หมู่บ้านเจียวจูเลย เพราะเป็นห่วงลูกชาย และต้องการช่วยงานจิงซิงอี้ก่อนโดยไม่ยอมรับค่าจ้าง ซึ่งจิงซิงอี้ไม่ยอม ถึงเขาจะไม่มีเงินมากแต่ก็ไม่ชอบเอาเปรียบใครเจี่ยวู่บอกว่า เธอใช้ประสบการณ์จากการทำงานในโรงงานผลิตยามานาน ช่วยวางระบบและดูแลอุปกรณ์ของโรงงานให้จิงซิงอี้ นอกจากจะช่วยให้โรงงานเสร็จเร็วแล้ว ยังช่วยให้เธอทำงานได้สะดวกง่ายดายขึ้นด้วยจิงซิงอี้รู้ว่าเหตุผลเหล่านี้เป็นแค่ข้ออ้างในการช่วยเหลือของเธอเท่านั้น เขารู้สึกซาบซึ้งใจมาก เมื่อจิงเซียวรู้เรื่องจากจิงซิงอี้ เขาจึงบอกให้หลานชายเขายอมรับน้ำใจของเจี่ยวู่  จิงเซียวสอนเขาว่า 
더 보기

48

ระยะนี้ หลังบ้านของจิงซิงอี้จะมีเสียงดังจากการก่อสร้าง ทั้งรถและคนงานก่อสร้างเดินทางเข้ามาทำงานให้กับเขา หมู่บ้านเจียวจูจึงคึกคักมากขึ้น ชาวบ้านบางคนมาหาจิงซิงอี้และขอทำงานก่อสร้างและงานอื่นกับเขาโดยตรง บางคนก็ไปขอให้หวังคุนช่วยพูดให้จิงซิงอี้รับชาวบ้านมาช่วยก่อสร้างและทำแปลงสมุนไพรประมาณ 5 คน ส่วนที่เหลือเขาต้องปฏิเสธไป เพราะเขาจ้างบริษัทของเฉินหานอวี้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว และโครงการของเขายังเป็นโครงการขนาดเล็กที่เพิ่มเริ่มต้นเท่านั้น จึงไม่ต้องการแรงงานเพิ่มอย่างไรก็ตาม เขาก็ได้เรียนรู้นิสัยใจคอของมนุษย์จากการทำงานครั้งนี้ โดยเฉพาะกับชาวบ้านบางคนที่ไม่ได้รับคัดเลือก หรือบางคนที่รับเข้ามาแล้วแต่ขี้เกียจและมักง่ายจนถูกไล่ออกไป คนเหล่านี้รู้สึกเสียหน้าและโกรธแค้นจิงซิงอี้อย่างมาก จึงช่วยกันปล่อยข่าวลือเพื่อหวังทำลายชื่อเสียงและธุรกิจของหมอหนุ่ม        จนวันหนึ่ง ป้าลี่ซึ่งอยู่ร้านบะหมี่ ต้องเดินมาหาจิงซิงอี้ที่คลินิก และถามเขาด้วยความเป็นห่วงว่า        “หมอจิง รู้รึ
더 보기

49

ในเย็นวันนั้น  สองสามีภรรยาหวังก็โทรกลับมาหาจิงซิงอี้ด้วยความดีใจ และแจ้งข่าวดีว่าเธอท้องแล้วหนึ่งเดือน ตอนนี้เธอฝากครรภ์กับโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว คุณนายหวังขอบคุณจิงซิงอี้ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ถึงแม้ว่าเธอจะฝากครรภ์กับโรงพยาบาลแล้ว แต่เธอจะขอรับยาบำรุงครรภ์จากเขา ซึ่งชายหนุ่มก็แสดงความยินดีกับทั้งสองด้วย เมื่อวางสายโทรศัพท์แล้ว จิงซิงอี้ก็หันมาพูดกับเจี่ยเหรินซึ่งทำงานอยู่ข้างๆ ว่า        “เราต้องประกาศลงในเพจกับติดป้ายที่หน้าร้านแล้วล่ะ ว่าเรารักษาภาวะการมีบุตรยากได้ด้วย”        เจี่ยเหรินก็เห็นด้วย พวกเขาจึงปรึกษากันว่าจะรักษาในแนวทางไหนบ้าง จากนั้นเจี่ยเหรินจึงจัดทำโปสเตอร์ และโพสท์ในเพจว่า นอกจากโรคทั่วไปแล้ว หมอจิงซิงอี้ยังเชี่ยวชาญการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยแพทย์แผนจีนด้วย  คุณนายหวังซึ่งติดตามเพจอยู่แล้ว เมื่อเห็นโพสต์ดังกล่าว ก็รีบมาคอมเมนท์ใต้โพสท์ทันที ว่าเธอคือคนไข้ของจิงซิงอี้และตอนนี้เธอตั้งครรภ์แล้วหลังจากรักษากับหมอจิงซิงอี้ไม่กี่เดือน เธอยังโพสท์ในกลุ่มค
더 보기
이전
1
...
34567
...
17
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status