บททั้งหมดของ เล่ห์ลวงบ่วงซาตาน: บทที่ 1 - บทที่ 10

48

1

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย” น้ำเสียงอ่อนแรงที่ดังมาจากหลุมด้านหน้า ทำให้ดาวเหนือชะงัก เด็กน้อยรีบวิ่งไปดู ปรากฏว่ามีคนตกลงไป ร่างกายของอีกฝ่ายอ่อนแรง แถมยังบาดเจ็บเพราะในหลุมมีไม้ไผ่แหลมๆ วางเอาไว้รอบๆ เสียบไปโดนขากับแขนของกำนันยศดาวเหนือเห็นว่าเป็นกำนันยศก็ไม่อยากช่วย แม้ยายกับมารดาจะเคยสอนว่าเวลาเห็นคนอื่นเดือดร้อนก็ต้องช่วย แต่กำนันผู้นี้ใจร้ายใจดำกับเธอกับแม่ยิ่งนักเธอโตมาในบ้านหลังใหญ่ของเศรษฐีมีอันจะกินแห่งบ้านนา กำนันยศคือเศรษฐีต่างจังหวัดที่มีเรือกสวนไร่นาเป็นจำนวนมาก มีลูกชายชื่อยอดชาย นั่นคือคนที่มารดาบอกว่าเป็นบิดาของเธอแต่คนในครอบครัวนั้นรังเกียจเดียดฉันหาว่าแม่ของเธอจนและเป็นเมียน้อย คำว่าเมียน้อยมันดูด้อยค่าในสายตาของเด็กน้อย แม้จะไม่ค่อยรู้ความหมายของมันมากนัก แต่ดาวเหนือกลับไม่ชอบเอาเสียเลยมารดาเล่าว่าในวันที่เจ็บท้องคลอด ท่านมองเห็นดาวเหนือเปล่งประกายอยู่บนท้องฟ้า จึงได้ตั้งชื่อเธอว่าเด็กหญิงดาวเหนือมารดาของดาวเหนือคือหญิงสาวชาวบ้านที่สวยจับจิตจับใจ ยอดชายตามจีบมารดาจนได้เสียกัน ในขณะที่ตัวเองมีคนรักอยู่แล้ว เพียงไม่นาน พิมพ์จันทร์ คนรักของยอดชายก็เดินทางม
อ่านเพิ่มเติม

2

“กำนัน กำนัน ฟื้นสิ” เด็กน้อยเขย่าร่างของผู้เป็นปู่แรงๆ แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นดาวเหนือรีบวิ่งไปที่บ้านโดยเร็ว เพื่อแจ้งข่าวให้ทุกคนได้รู้ว่ากำนันยศเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะได้รีบพาไปส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เจอเข้ากับธนิดา กำลังเล่นอยู่หน้าบ้านพอดี“กำนันยศได้รับบาดเจ็บ ฉันช่วยขึ้นมาแล้ว อยู่ตรงปากหลุม เธอรีบไปบอกพ่อแม่เธอให้พาคนไปช่วยเร็ว”สีหน้าแตกตื่นของดาวเหนือไม่ได้ทำให้ธนิดาที่กำลังเล่นอยู่คนเดียวเกิดความตกใจเลยสักนิด“นังลูกเมียน้อย แกจะมาโกหกหลอกฉันให้ไปกับแกแล้วก็ทำร้ายฉันใช่ไหม” ธนิดาไม่เชื่อ แถมยังยืดอกใส่ทำท่าเหมือนว่ารู้ทัน“ฉันชื่อดาวเหนือไม่ใช่นังลูกเมียน้อย”“แกมันลูกเมียน้อย”“แม่ไม่ใช่เมียน้อย แม่มาก่อน”“แม่แกมันเมียน้อย”“กำนันยศกำลังแย่”“ฉันไม่เชื่อ”“ไม่เชื่อก็ตามใจ” ดาวเหนือจะวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อบอกพ่อแม่ของธนิดา แต่ถูกธนิดาขัดขาจนล้ม“โอ๊ย! นี่เธอแกล้งฉันอย่างนั้นเหรอ” ธนิดาไม่ชอบที่ดาวเหนือมีชื่อเล่นว่าดาว หมายถึงสิ่งสวยงามที่อยู่สูงประดับอยู่บนท้องฟ้า ในขณะที่เธอมีชื่อเล่นว่าดา“สมน้ำหน้า แกคิดจะวิ่งเข้าไปขโมยของในบ้านฉันใช่ไหมล่ะ โน้น... แกไปอยู่กระท่อมหลัง
อ่านเพิ่มเติม

3

“คุณนี่เลอะเทอะไปกันใหญ่แล้ว”“เลอะเทอะอย่างนั้นเหรอ” พิมพ์จันทร์ทุบตีสามี เจ็บใจไม่หายเรื่องนังลูกเมียน้อย ถ้าไม่เพราะเธอท้อง คงอาละวาดมากกว่านี้ แต่เป็นเบี้ยล่างเพราะท้อง ขืนด่าทอไม่พอใจยอดชายมากๆ เข้า เขาอาจจะบ้าหนีงานแต่งไปก็ได้ เธอเลยต้องกัดฟันยอม จำประโยคของเขาวันนั้นได้ดีไม่เคยลืม“ทำไมพี่ชายทำแบบนี้ ทำไมทำแบบนี้” พิมพ์จันทร์เข้าทุบตีคนรักด้วยความโมโห เมื่อรู้ว่าที่เขาหายกลับบ้านมา ไม่ใช่มาเร่งให้บิดาไปสู่ขอเธอเพื่อจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด แต่มาติดพันธุ์หญิงบ้านป่าหน้าตาสะสวยอย่างอนงค์นางต่างหาก“ใจเย็นๆ ก่อนพิมพ์ พี่ก็แค่เล่นๆ ไม่ได้จริงจังอะไร” ยอดชายพยายามใจเย็นที่สุด ถ้าไม่เพราะบิดายื่นคำขาดว่าให้แต่งงานกับพิมพ์จันทร์ จะไม่ยกทรัพย์สมบัติอะไรให้เขา จริงๆ เขาก็ก็แค่สนุกๆ กับพิมพ์จันทร์เหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าเธอจะปล่อยให้ตัวเองท้อง“เล่นๆ แล้วพี่ชายจะเลิกกับมันใช่ไหม”“เลิกแน่นอน” ประโยคนั้นของยอดชายไม่ใช่เรื่องจริง พอแต่งงานไม่ทันไร ยอดชายยังติดใจอนงค์นางจนไปพาอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในบ้าน แถมยังท้องอีกด้วย“เขาไม่มีใคร ให้เขาอยู่ด้วยเถอะ” ประโยคของยอดชาย ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวที่สุด
อ่านเพิ่มเติม

4

เขาก็แอบระแวงว่าเธอจะไปมีสัมพันธ์สวาทกับชายคนอื่น พอท้องขึ้นมาก็คิดจะมาจับเขา เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนเอาจริง แต่ที่ต้องรับเลี้ยงดาวเหนือเอาไว้ เพราะเด็กนั่นไม่มีใคร หลังจากที่แม่กับยายตาย เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเลี้ยงหมาแมวตัวหนึ่งเอาไว้ในบ้านเท่านั้น กับข้าวกับปลาก็ไม่ได้สิ้นเปลืองอะไร แถมยังช่วยทำงานให้ที่บ้านอีกด้วย“อย่าทะเลาะกันต่อหน้าลูกเลย” กำนันยศเอ่ยขึ้น“พ่อยังไม่ออกจากโรงพยาบาล เราสองคนก็ไปงานศพของแม่ทับทิมด้วย เอาเงินไปช่วยด้วย จัดการงานศพให้จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี” ทับทิมคือญาติของดาวเหนือที่เหลืออยู่ในหมู่บ้าน“ทำไมเราสองคนต้องทำแบบนั้นด้วยคะคุณพ่อ” พิมพ์จันทร์เริ่มไม่พอใจเพราะเกลียดญาติพี่น้องของนังเด็กดาวเหนือนั่นจับใจ“ดาวเหนือช่วยพ่อเอาไว้ เราเองก็ต้องตอบแทนบุญคุณ ถ้าไม่มีเด็กนั่นพ่อคงตายไปแล้ว เรียกใครก็ไม่ได้ยิน ญาติเขาตายทั้งคนก็ควรจะไปร่วมแสดงความเสียใจ มีน้ำใจตอบแทนเขาบ้าง”“แต่...” พิมพ์จันทร์ทำท่าจะเถียงพ่อสามีต่อ แต่สามีรีบปรามเอาไว้เสียก่อน“ได้ครับพ่อ เอาน่าคุณ ดาวเหนือช่วยคุณพ่อเอาไว้ ญาติเขาเสียเราก็ควรที่จะไปร่วมงาน”ยอดชายไม่อยากให้ภรรยาเถียงบิดาม
อ่านเพิ่มเติม

5

“คุณพ่อสั่งให้เรามา ไม่มาก็ไม่ได้นะพิมพ์” ยอดชายหันไปพูดกับภรรยา ก็เห็นว่าพิมพ์จันทร์กำลังสั่งสอนลูกอยู่“เราสูงส่ง เรารวยเรามีเงิน อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับพวกคนจนๆ ต่ำ ๆ สถุลพวกนั้นนะลูก หนูจะต้องหัดคบคนที่รวยกว่าหรือฐานะเท่าเทียมกัน จะได้มีสังคมที่ดี”“ค่ะคุณแม่” ธนิดารับคำมารดา“ไหนลองบอกแม่สิว่าหนูต้องเลือกคบคนยังไง”“เลือกคนกับคนที่ฐานะเท่าเทียมกันกับเรา รวยเหมือนกัน หรือรวยกว่าเราค่ะคุณแม่” ธนิดาตอบอย่างฉะฉาน“ดีมากลูก ลูกรักของแม่น่ารักจริงเชียว ทำไมหนูฉลาดแบบนี้ ไม่เสียแรงที่เกิดมาเป็นลูกสาวแม่” พิมพ์จันทร์กุมแก้มของลูกน้อยเอาไว้ ยิ้มหน้าบานที่ลูกสาวว่านอนสอนง่าย“โตขึ้น ลูกสาวคนสวยของแม่ก็ต้องเลือกสามีดีๆ มีเงินมีทอง หนูจะได้เป็นคุณหญิงคุณนาย นั่งสบายชี้นิ้วสั่ง ไม่ต้องทำงานให้ลำบากตรากตรำอะไรนะลูกนะ อย่าไปเอาผัวจนเด็ดขาด ต้องทำงานงกๆ หน้าดำคร่ำเครียด กัดก้อนเกลือกิน ลำบากยากเข็น ชีวิตเหนื่อยหนัก ต้องเลือกดีๆ เพราะเลือกผัวผิดคิดจนตัวตาย” ท้ายประโยคเป็นเสียงสะบัดๆ คล้ายจะประชดประชันคนเป็นสามี“พอเถอะคุณ ลูกยังเด็ก จะสั่งสอนให้มีผัวแล้วหรือไง” ยอดชายเอ่ยเตือนภรรยา ไม่ชอบปร
อ่านเพิ่มเติม

6

ทับทิมเป็นสาวโสดใจดี แต่มาด่วนจากไป ด้วยความที่อัธยาศัยดี จึงเป็นที่รัก การจัดงานศพจึงไม่ได้ยากลำบากอะไร เพราะมีคนคอยช่วยงานกันมากมาย“นอนพักเอาแรงเสียหน่อยเถอะดาวเหนือเอ๊ย น้าของเอ็งไปสบายแล้ว พรุ่งนี้ก็ได้ไปอยู่บนสวรรค์ไม่เจ็บไม่ทุกข์อะไรแล้ว”“จ้ะน้า” ทับทิมแม้จะเป็นญาติห่างๆ แต่ก็มีศักดิ์เป็นน้า เธอจึงเรียกทับทิมว่าน้ามาตั้งแต่เกิด“คนเราทำดีได้ดี เชื่อน้าสิ”“จ้ะน้า” ดาวเหนือรับคำพร้อมทั้งก้มมองมือตัวเองอย่างใจลอย“นอนเถอะ” ประโยคนั้นทำให้ดาวเหนือทิ้งตัวลงนอนแต่นอนไม่หลับ เด็กน้อยยกมือขึ้นวางบนหน้าผากของตัวเอง ครุ่นคิดมากมายอะไรในหัว ไม่รู้ว่าชีวิตจะดำเนินต่อไปยังไงดี เมื่อไม่มีญาติเหลืออยู่อีกแล้วรุ่งเช้าของวันใหม่ คนที่มาเป็นประธานในพิธีงานฌาปนกิจศพของทับทิมคือยอดชาย ยอดชายช่วยเหลืองานศพจนเสร็จตามคำสั่งบิดา ก็ได้หน้าได้ตาคนชื่นชมกันทั้งหมู่บ้าน รวมถึงเมียและลูกด้วยดาวเหนือยกมือไหว้แขกเหรื่อซึ่งก็คือคนในหมู่บ้านที่มาช่วยงานศพจนร่างของทับทิมถูกเคลื่อนย้ายไปเผายังเมรุ และต้องมาเก็บกระดูกไปลอยอังคารในวันรุ่งขึ้น“พ่อจะพานังดาวเหนือมาเลี้ยงดูในบ้านเหรอคะ พิมพ์ไม่ยอมนะ จะให้นังเด็ก
อ่านเพิ่มเติม

7

ภวังค์ความคิดของเด็กน้อยจบลงเมื่อได้ยินเสียงของกำนันยศ เอ่ยขึ้น“คิดอะไรอยู่ นั่งใจลอยเชียว”“ค่ะ”“ไปอยู่ที่บ้านใหญ่ด้วยกัน ต่อจากนี้ไปไม่ต้องตื่นมาทำงานแล้วนะ ปู่จะส่งให้หลานเรียนเอง หากไม่ได้หลาน ปู่คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้อีก” บุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำระ ท่านก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ“ปู่เหรอคะ” ประโยคของเด็กน้อยเอ่ยถามอย่างสงสัย“ใช่ ต่อจากนี้ไปเรียกฉันว่าปู่ ฉันจะรับเธอเป็นหลานเธอจะเป็นหลานของฉันจริงๆ จากสายเลือดของยอดชายหรือไม่ ฉันไม่สน แต่ฉันจะรับเธอเป็นหลาน มีสิทธิ์เท่าเทียมกับธนิดาทุกประการ ฉันจะแบ่งทรัพย์สมบัติที่เธอควรจะได้รับให้เธอนะดาวเหนือ” ประโยคนั้นทำให้ดาวเหนือรู้สึกทั้งตกใจและดีใจไม่น้อย ไม่คิดว่าตนเองจะโชคดีถึงเพียงนี้ดาวเหนือตามกำนันยศไปอยู่ที่บ้านใหญ่ เธอได้รับสายตาเกลียดชังจากทุกคนในบ้านส่งมาให้ เมื่อร่างเล็กๆ กอดกระเป๋าใบเก่าคลานเข้าไปนั่งบนพื้นขัดเงาราคาแพงของบ้านเรือนไทยหลังใหญ่“ให้คนจัดห้องหรือยังพิมพ์จันทร์” กำนันยศเอ่ยถามลูกสะใภ้“โอ๊ย! จัดห้องอะไรกันล่ะคะ ใครจะไปว่าง ทุกคนยุ่งกันจะตาย” พิมพ์จันทร์สะบัดเสียงอย่างไม่พอใจเป็นอันมาก ทั้งโกรธทั้งเจ็บใจที่นังเด็กที่
อ่านเพิ่มเติม

8

“มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ คิดจะมาขโมยของหรือไงฮะ” สุรีตวาดลั่น ทำเอาคนรับใช้คนอื่นๆ หันมามองเป็นตาเดียวกัน“เปล่าจ้ะ หนูแค่จะมาช่วยทำงาน มีอะไรให้ทำบ้างจ๊ะ”แกนี่นะจะทำงาน ถ้ากำนันรู้เข้าพวกเราได้ถูกด่าน่ะสิ จะไสหัวไปไหนก็ไปเถอะ จะมาทำให้คนอื่นเขาวุ่นวายทำไม” สุรีไล่ตะเพิด ดาวเหนือรีบวิ่งหนีออกมาอย่างตกใจ เพราะอย่างไรเธอก็ยังเด็ก ขืนทำให้ผู้ใหญ่ไม่พอใจได้โดนตบเลือดกบปากแน่ ๆ สุรียิ่งเหมือนนางยักษ์อยู่ด้วยพอวิ่งออกมาพักใหญ่ก็หยุดหอบหายใจเพราะเหนื่อย พอมองไปรอบกายก็เห็นว่าเป็นสวนดอกไม้“ว้าว! ทำไมที่นี่สวยจัง” เธออ้าปากค้างมองไปรอบกายที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ อีกทั้งยังมีผีเสื้อมากมายโบยบินอยู่ในสวน บรรยากาศดี อากาศสดชื่นทำให้เด็กน้อยเผยยิ้มกว้างในทันที เธอไม่เคยเฉียดกลายเข้ามาตรงสวนดอกไม้กว้างขวางของบ้านใหญ่ มาทำงานก็แค่ก้นครัวหรือปัดกวาดเช็ดถูบันไดบ้าน ก่อนจะเดินกลับกระท่อม พอได้เห็นอะไรสวยๆ แบบนี้ก็รู้สึกดีไม่น้อย“สวยใช่ไหม” ประโยคคำถามนั้นให้ดาวเหนือหันไปมอง กำนันยศกำลังเดินมาหาด้วยรอยยิ้ม“ค่ะ สวย” เด็กน้อยเอ่ยตอบออกไป“ปู่ชอบมานั่งเล่น จิบน้ำชาที่นี่บ่อย
อ่านเพิ่มเติม

9

สองแม่ลูกที่เดินเข้ามาในสวนดอกไม้หลังบ้านชะงัก พอพิมพ์จันทร์ได้ยินบุตรสาวพูดเช่นนั้น ก็รีบเดินเร็วๆ เข้าไปจิกหัวของเด็กน้อยขึ้นมาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด“โอ๊ย!” ดาวเหนือร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บและตกใจเป็นอันมาก“แกกล้าดียังไงมากินเค้กช็อกโกแลตราคาแพงของลูกสาวฉัน คายออมมา คายออกมานังเด็กชั้นต่ำ นังลูกเมียน้อย นังกาลกิณี”พิมพ์จันทร์ทั้งจิกผม ทั้งทุบตี บีบคางจนดาวเหนือสะลัก สำรอกเค้กออกมาเป็นก้อนๆ ไอติดกันจนหูตาแดงไปหมด น้ำหูน้ำตาไหล เค้กแทบติดคอตาย“นังดาวเหนือ แกมันเป็นพวกหัวขโมย แกขโมยเค้กของฉันกินอย่างนั้นเหรอ” ธนิดาเข้าไปทำร้ายดาวเหนืออย่างบ้าคลั่ง ดาวเหนือพอตั้งสติได้ก็ถีบเข้าตรงยอดอกของธนิดาเต็มแรง“โอ๊ย!” ธนิดาร้องเสียงหลง หงายหลังล้มลงก้นจ้ำเบ้า“แม่จ๋า มันทำหนู” ธนิดาร้องไห้จ้า รีบฟ้องมารดาใหช่วยจัดการในทันที“นังเด็กสารเลว มึงกล้าทำลูกกูเหรอ อย่าอยู่เลยมึง ตายเสียเถอะ” พิมพ์จันทร์ตรงเข้าไปทำร้ายดาวเหนือด้วยความโกรธที่อีกฝ่ายทำร้ายลูกสาวของตน แต่คราวนี้ดาวเหนือไม่ยอมให้ทำฝ่ายเดียว เธอตั้งหลักได้ก็รีบหลบ ก่อนจะกระโดดกัดแขนของพิมพ์จันทร์เต็มแรง“โอ๊ย! นังเด็กเปรต เจ็บนะโว้ย! เป็นหม
อ่านเพิ่มเติม

10

“ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ค่ะ” ดาวเหนือตอบตามตรง“ไม่หิวก็กินเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ นึกว่าสงสารคนแก่” แท้ที่จริงแล้วกำนันยศเป็นคนแก่ที่เหงามาก เพราะมีเงินมากมายก็จริง แต่ลูกหลานกลับไม่ใส่ใจดูแลเท่าที่ควร“ค่ะ” ดาวเหนือรับคำ มองอาหารบนโต๊ะที่ตั้งละลานอยู่เต็มด้วยความตื่นเต้น คราแรกก็ไม่ค่อยหิว แต่ตอนนี้กลิ่นหอมๆ ของอาหารก็ทำให้เธอรู้สึกหิวขึ้นมาในทันที เพราะก่อนหน้านี้เธอกินขนมเค้กไปแค่นิดเดียวก็โดนสองแม่ลูกเข้ามาทำร้ายเสียก่อน“กับข้าวที่นี่น่ากินจังเลยค่ะ ทั้งหอมทั้งอร่อยด้วยค่ะ”เธอตักมากินแล้วเอ่ยชม หมูเห็ดเป็ดไก่ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นของดีราคาแพงที่เธอไม่เคยได้กินมาก่อน“เดี๋ยวนี้คุณพ่อมีคนมานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนแล้ว คงจะลืมพวกเราแม่ลูกไปแล้วสินะคะ” พิมพ์จันทร์เดินมาทรุดตัวนั่งลงที่โต๊ะอาหารพร้อมด้วยบุตรสาว เธอจิกสายตามองดาวเหนืออย่างไม่สบอารมณ์ดาวเหนือแทบจะวางช้อนลง รู้สึกอิ่มแทบจะทันทีที่เห็นสองแม่ลูกเดินมาที่โต๊ะอาหาร“แล้ววันนี้ไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกเหรอ” กำนันยศเอ่ยถามลูกสะใภ้ เพราะเมื่อลูกชายออกไปจากบ้านเมื่อไหร่ ลูกสะใภ้ก็จะสั่งคนขับรถพาตนเองและบุตรสาวเพียงคนเดียวเข้าเมืองด้วยเช่
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
12345
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status