تسجيل الدخولเขาก็แอบระแวงว่าเธอจะไปมีสัมพันธ์สวาทกับชายคนอื่น พอท้องขึ้นมาก็คิดจะมาจับเขา เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนเอาจริง แต่ที่ต้องรับเลี้ยงดาวเหนือเอาไว้ เพราะเด็กนั่นไม่มีใคร หลังจากที่แม่กับยายตาย เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเลี้ยงหมาแมวตัวหนึ่งเอาไว้ในบ้านเท่านั้น กับข้าวกับปลาก็ไม่ได้สิ้นเปลืองอะไร แถมยังช่วยทำงานให้ที่บ้านอีกด้วย
“อย่าทะเลาะกันต่อหน้าลูกเลย” กำนันยศเอ่ยขึ้น
“พ่อยังไม่ออกจากโรงพยาบาล เราสองคนก็ไปงานศพของแม่ทับทิมด้วย เอาเงินไปช่วยด้วย จัดการงานศพให้จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี” ทับทิมคือญาติของดาวเหนือที่เหลืออยู่ในหมู่บ้าน
“ทำไมเราสองคนต้องทำแบบนั้นด้วยคะคุณพ่อ” พิมพ์จันทร์เริ่มไม่พอใจเพราะเกลียดญาติพี่น้องของนังเด็กดาวเหนือนั่นจับใจ
“ดาวเหนือช่วยพ่อเอาไว้ เราเองก็ต้องตอบแทนบุญคุณ ถ้าไม่มีเด็กนั่นพ่อคงตายไปแล้ว เรียกใครก็ไม่ได้ยิน ญาติเขาตายทั้งคนก็ควรจะไปร่วมแสดงความเสียใจ มีน้ำใจตอบแทนเขาบ้าง”
“แต่...” พิมพ์จันทร์ทำท่าจะเถียงพ่อสามีต่อ แต่สามีรีบปรามเอาไว้เสียก่อน
“ได้ครับพ่อ เอาน่าคุณ ดาวเหนือช่วยคุณพ่อเอาไว้ ญาติเขาเสียเราก็ควรที่จะไปร่วมงาน”
ยอดชายไม่อยากให้ภรรยาเถียงบิดามากๆ เพราะนับวันท่านจะยิ่งเอ็นดูพิมพ์จันทร์น้อยลงกว่าแต่ก่อน แล้วทรัพย์สมบัติที่ควรจะเป็นของเขาอาจจะสั่นคลอนได้ คนแก่เห็นลูกหลานทำตัวไม่น่ารัก อาจจะยกทรัพย์สมบัติให้คนนอกหรือบริจาคไปก็ได้ใครจะไปรู้ เพื่อนต่างหมู่บ้านของเขาเพิ่งโดนไปสดๆ ร้อนๆ คิดว่าตนเองเป็นลูกคนเดียว ยังไงพ่อแม่ก็ต้องยกทรัพย์สมบัติให้ ทำตัวไม่ดีกับพ่อแม่ที่ไหนได้ ก่อนตายพวกท่านเขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติให้การกุศลและวัดจนหมด จะไปเรียกร้องโวยวายเอากับใครก็ไม่ได้ เพราะเอกสารได้ลงลายมือชื่อของบิดาเอาไว้อย่างชัดเจน ไม่มีการปลอมแปลงแต่อย่างใด
พิมพ์จันทร์ทำท่าฮึดฮัดขัดใจ ก่อนจะพาลูกน้อยออกมาจากห้องพักฟื้นของพ่อสามี
“คุณแม่ขา...” ธนิดาเอ่ยเรียกมารดา รู้ตัวว่าผิดเลยทำเสียงอ่อยๆ แล้วก็ทำท่าทีประจบประแจง
“หนูจะดูแลคุณปู่ให้ดีเองค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง”
“นังดาวเหนือมันพูดกับลูกว่าไงบ้าง” พิมพ์จันทร์เอ่ยถามบุตรสาว
“คุณแม่อย่าดุหนูนะจ๊ะ มันบอกว่าคุณปู่บาดเจ็บให้เราไปช่วยน่ะค่ะ”
“ไม่ดุหรอกจ้ะ” พิมพ์จันทร์นั่งลงตรงหน้าของบุตรสาว พลางลูบผมนุ่มสลวยไปมาเบาๆ
“ทำไมเหรอคะ”
“เพราะแม่เกลียดมันยังไงล่ะ ไม่ว่ามันจะทำดีแค่ไหน เราก็ไม่ควรสนับสนุนให้มันได้หน้าเด็ดขาด เข้าใจไหมลูก”
“เข้าใจค่ะคุณแม่ แล้วเอ่อ... คุณแม่จะบอกเรื่องนี้กับทุกคนไหมคะ” ธนิดากลัวโดนดุ เลยรีบเขย่าแขนของมารดาไปมา ออดอ้อนประจบประแจงอย่างที่ทำบ่อยๆ
“ไม่บอกหรอกจ้ะ ใครจะยอมให้ลูกสาวคนสวยของแม่โดนดุกันล่ะจ้ะ หนูทำดีมากเลยจ้ะ ถ้าเป็นแม่ก็ไม่บอกหรอก” ใจของเธออยากให้พ่อสามีตายๆ ไปซะได้ก็ดี เพราะทรัพย์สมบัติจะได้ตกเป็นของสามีคนเดียว แล้วเธอก็จะได้ส่วนแบ่งนั้นด้วยครึ่งหนึ่งในฐานะภรรยา ถ้าเธออยู่ที่นี่ไม่ได้อีกต่อไป เธอก็จะพาลูกกลับไปอยู่เมืองกรุงให้สบาย ไปใช้เงินเสพสุขอยู่ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่จมปลักอยู่บ้านป่าเมืองติณห์เช่นนี้หรอก ที่เธอทนอยู่เพราะว่ายอดชายกับกำนันยศผู้เป็นบิดานั้นร่ำรวยเงินทองและที่ดิน แม้จะอยู่บ้านไร่ชายป่าเธอก็มีชีวิตสุขสบาย มีข้าทาสบริวารมากมาย ไม่ได้ลำบากลำบนอะไร อยากได้ของอะไรก็สั่งซื้อหรือให้คนขับรถพาเข้าเมืองก็แค่นั้น
“หนูทำดีเหรอคะคุณแม่” เด็กน้อยเอ่ยถาม
“ใช่จ้ะ” พิมพ์จันทร์ลูบศีรษะของบุตรสาวไปมาเบาๆ ทำให้ธนิดายิ้มออก กลัวจะโดนดุก็เลยไม่กลัวอีกต่อไป แถมยังโล่งใจอีกด้วย
ยอดชายและพิมพ์จันทร์มางานศพของทับทิม ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของดาวเหนืออย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่เพราะบิดาสั่งจึงต้องมา ยอดชายนำเงินมาช่วยงานศพ ทำให้ชาวบ้านชื่นชมเป็นอันมาก ยอดชายกับพิมพ์จันทร์ยิ้มหน้าบานได้หน้าไปเต็มๆ ทั้งที่ในคราแรกไม่ได้เต็มใจที่จะมางานเลยสักนิด
“เบื่อต้องฉีกยิ้มตอแหลให้ชาวบ้านพวกนี้ดูเต็มทน คนจนนี่น่ารังเกียจจริงๆ เลยนะคะพี่ชาย พอเราให้เงินนิดหน่อยก็มาประจบสอพลอเลียแข้งเลียขาจะเอาอีก ทำไมคนรวยอย่างเราต้องเอาเงินไปให้คนจนด้วย มันจนก็ให้มันจนต่อไปสิ ถ้าอยากรวยอยากได้เงินก็ควรให้มันทำงานเอาเอง ถ้าคนรวยต้องเอาเงินไปให้พวกคนจน พวกมันก็ไม่ต้องทำมาหากินอะไรกันแล้วชาตินี้ ขี้เกียจสันหลังยาว มันเกิดมาจนเอง ก็ต้องคอยทำหน้าที่รับใช้คนรวยอย่างพวกเรา” เพราะทางบ้านของพิมพ์จันทร์ร่ำรวย เธอเกิดมาก็คาบช้อนเงินช้อนทองออกมาจากท้องแม่ มารดาสอนให้คบคนในระดับเดียวกัน อย่าไปเกลือกลั้วกับพวกคนจน เธอจึงรังเกียจคนจนเป็นที่สุด
“ว่างๆ ก็ไปเที่ยวทางใต้บ้างสิจ๊ะ พวกเรายินดีต้อนรับดาวกับครอบครัวเสมอจ้ะ” นาตยาเอ่ยชวน“ขอบคุณอาหมอกับอานาตมากนะคะ ถ้าได้มีโอกาสลงใต้จะไปเยี่ยมอานาตกับอาหมอแน่นอนค่ะ”“ผมเองก็ต้องขอบคุณมากๆ นะครับ” ติณห์เอ่ยขอบคุณสองสามีภรรยาด้วยเช่นกันที่ได้ช่วยเหลือภรรยาของเขาเอาไว้ จนคลอดลูกอย่างปลอดภัยดาวเหนือออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับลูกน้อยที่เกิดมาสุขภาพแข็งแรง ทั้งคลอดง่ายเลี้ยงง่าย“พี่สัญญาว่าจะดูแลเธอกับลูกให้ดี” เขาคิดถึงชีวิตวัยเด็กของตัวเองที่มีแค่บิดาเพียงคนเดียว ก็ไม่อยากที่จะให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ปล่อยให้ลูกขาดพ่อหรือขาดแม่ แต่อยากให้ลูกมีพ่อแม่ครบสมบูรณ์ อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา มีครอบครัวที่อบอุ่น“ขอบคุณนะคะ ดาวมีพ่อก็เหมือนไม่มีพ่อ ดาวอยากจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดเท่ากับแม่คนหนึ่งจะทำได้ ไม่ทำให้ลูกต้องรู้สึกขาดอะไรในชีวิตไป”ดาวเหนือคิดถึงมารดา หากท่านยังมีชีวิตอยู่ คงได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา คนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน แต่ใครมีโอกาสก็ควรเลือกทำแต่สิ่งที่ดีๆ ให้กับตัวเองและคนรอบข้างก่อนจะไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้วดาวเหนือมองลูกน้อยที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเบาะสีหวานที่คนเป็นพ่อซื้
ข่าวดีของครอบครัวทำให้ติณห์และบิดาดีใจเป็นอันมากเมื่อดาวเหนือตั้งท้องลูกคนแรก ดาวเหนือตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัยเปิด ในขณะที่เธอได้รับทุนทรัพย์จากสามีเปิดร้านเสริมสวยเป็นของตัวเอง และมีร้านอาหารและร้านขนมอยู่ใกล้ๆ กิจการไปได้สวยเพราะความใส่ใจของผู้บริหาร แม้ดาวเหนือจะอายุยังน้อยแต่ก็มีความรับผิดชอบสูงเธอรับช่างเสริมสวยเข้ามาช่วยงานในร้าน ทั้งช่างทำผม ช่างทำเล็บ ขัดผิวอบผิว แยกเป็นสัดส่วน มีสปาหน้าและสปาตัวด้วยส่วนร้านขนมก็มีพนักงานช่วยขายเพราะมีสูตรขนมตายตัว สามารถผลิตออกมาขายได้ทุกวันร้านอาหารนั้นดาวเหนือลงครัวทำบ้าง ให้พ่อครัวทำบ้าง เธอแวะเวียนไปดูแลกิจการต่างๆ สลับกันไปมา เพราะร้านอยู่ติดกัน ที่นี่ทำเลดีเป็นที่ดินที่ติณห์ซื้อเก็บเอาไว้เพราะเห็นว่าที่สวยเหมาะแก่การเปิดกิจการ เนื่องจากมีผู้คนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก และยังอยู่ใกล้หน่วยงานราชการและย่านชุมชน“ทำงานหนักไปหรือเปล่า” ติณห์เอ่ยถามภรรยาสาว ก่อนที่ตัดสินใจจะรับเธอเข้ามาเป็นภรรยาอย่างเปิดเผย เขาก็เคยกังวล แต่ตอนนี้เขาไร้ซึ่งความกังวลแล้ว อาจเพราะดาวเหนือไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนที่เขาได้เคยเจอมาก่อนในชีวิต เธอดีงามและน่ารักเสมอ แถม
สองแม่ลูกมองหน้ากัน ก่อนจะหน้าแตกยับเยิน และไม่มีใครสนใจพวกหล่อนอีก ทำให้พิมพ์จันทร์ต้องดึงมือบุตรสาวออกมาจากงานเลี้ยง“เจ็บใจจังเลยค่ะคุณแม่” ธนิดาบ่นไปตลอดทาง เสียดายติณห์จับใจ ถ้ารู้ว่าเขารวยขนาดนี้ เธอจับเขาทำผัวไปแล้ว“ทำไมไฟในบ้านมืดขนาดนี้คะคุณแม่ ไฟดับหรือไง” ธนิดาเอ่ยกับมารดา“แม่ก็ไม่รู้ค่ะ” พอเข้าไปในบ้านสองแม่ลูกก็ต้องตกใจเมื่อเจอเข้ากับจดหมายเรียกค่าไถ่ ซึ่งตอนนี้มารดาโดนจับตัวไปแล้วความวุ่นวายเกิดขึ้นจนเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมเมื่อคนที่จับตัวคุณหญิงพิมพ์พรรณมารดาของพิมพ์จันทร์ถูกจับไปเรียกค่าไถ่ ส่วนธนิดาหลานสาวเพียงคนเดียวของท่าน กลับถูกเจ้าหนี้ของบ่อนจับไปกระทำย่ำยีธนิดาถูกช่วยออกมาได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียเลือดมาก ยอดชายที่จะบริจาคเลือดช่วยบุตรสาวก็ถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าธนิดาไม่ใช่ลูก เขาคาดคั้นเอากับภรรยาจนรู้ว่าธนิดาเป็นลูกติดท้องของผู้ชายคนอื่น ที่ไม่ยอมรับเป็นลูก เพราะตอนที่พิมพ์จันทร์คบกับยอดชายอยู่ ก็แอบได้เสียกับผู้ชายคนอื่นด้วย เธอจึงมาจับเขาทำผัว เพื่อจะให้รับเป็นพ่อของลูกยอดชายถึงกับเข่าทรุดที่รู้ว่าหลงเลี้ยงลูกคนอื่นมานานหลายปี“คุณยอดชายใช่ไหมครับ ผมขอ
“ก็ภรรยาของท่านประธานมาถึงแล้วน่ะค่ะ กำลังตามหาท่านประธานอยู่” ได้ยินดังนั้นติณห์ก็เดินไปดูในทันที เขาเห็นว่าดาวเหนือกำลังถูกหนุ่มๆ ซึ่งเป็นพนักงานในบริษัทยืนล้อมหน้าล้อมหลังกันอยู่ ต่างยิ้มแย้มหัวร่อต่อกระซิก เหมือนกับว่าเธอสนิทสนมกับพนักงานของเขาเป็นอย่างดี“ดาวเหนือ!” ประโยคเรียกขานของติณห์ทำให้ดาวเหนือสะดุ้งหันไปมอง เธอยิ้มให้คนเรียก แต่ต้องยิ้มค้างเมื่อเห็นใบหน้าไม่พอใจของเขา“มาทำอะไรที่นี่”“คะ?” ดาวเหนือทำหน้างงเมื่อได้ยินประโยคคำถามนั้น พร้อมด้วยมือหนาที่กระชากมือของเธอออกมาจากหนุ่มๆ ที่เธอกำลังหว่านเสน่ห์อยู่“ใครใช้ให้เธอมาที่นี่” ติณห์เอ่ยถาม“ก็พี่ติณห์เป็นคนบอกให้ดาวมาที่นี่เอง”“ดาวมาที่นี่เพราะพี่บอกอย่างนั้นเหรอ พี่ไปบอกเธอตอนไหน” ติณห์งงเป็นไก่ตาแตก“ก็พี่ติณห์ส่งชุดไปให้ดาว บอกให้มางานเลี้ยงของบริษัทที่โรงแรมนี้ บอกว่าจะเปิดตัวดาวในฐานะภรรยา”“พี่ไม่เคยทำอะไรแบบนั้น ทำไมเธอต้องโกหกแบบนี้ด้วย แล้วเธอรู้เหรอว่าฉันเป็นใคร” ติณห์เอ่ยถามคนตรงหน้า กวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า“ดาวเองก็เพิ่งรู้ค่ะ”“เธอรู้แต่ไม่เคยปริปากเอ่ยถาม ต้องการอะไร”“ดาวไม่ได้ต้องการอะไรเลยนะคะ
การได้รู้ความจริงว่าแท้ที่จริงแล้วสามีมีฐานะเช่นไรทำให้เธอเริ่มคิดมาก คนรวยก็ยังเป็นคนรวยอยู่วันยังค่ำ เขาคงกลัวว่าเธอจะไปเกาะความรวยของเขา กลัวว่าเธอจะไปเสวยสุขบนกองเงินกองทองของเขา จึงไม่อยากให้เธอรับรู้ติณห์นอนหลับไปแล้ว ในขณะที่ดาวเหนือค่อยๆ ขยับขึ้นไปบนเตียง มือน้อยโอบกอดเขาเหมือนทุกครั้ง แต่ไม่มีอ้อมแขนที่กอดรัดกลับมาเหมือนเคย ทำให้เธอต้องค่อยๆ ดึงมือหนี จู่ ๆ ก็รู้สึกไม่คู่ควรกับเขาเสียเหลือเกินที่เขาไม่พูดความจริงคงเพราะไม่ได้ต้องการเธอจริงๆ จู่ ๆ ความเสียใจก็ถาโถมเข้ามา ครั้งนี้สองแม่ลูกพูดจริงไม่ได้หลอกลวงเธอเหมือนก่อน“วันนี้พี่มีงานกะดึกที่บริษัท ดาวไม่ต้องรอกินข้าวนะ” เขาบอกเธอเมื่อกำลังจะออกจากบ้านไปทำงาน“ค่ะ” ดาวเหนือนอนคิดเรื่องของติณห์ทั้งคืน แล้วก็ได้คำตอบว่าเธอควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เขาจะทิ้งเธอไป ไม่อยากบอกความจริง เพราะเหตุผลอะไรก็ช่าง แต่เธอก็ควรยืนหยัดอยู่ให้ได้ หากวันใดจะไม่มีเขาดาวเหนือปรับอารมณ์ตัวเองได้แล้ว เธอก็เร่งทำงานของเธอให้ดี เวลาว่างเธอก็อ่านหนังสือทบทวนความรู้ของตัวเอง ปีหน้าจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยกับคนอื่นเขาสักที ถ้าในสักวันเธอจะ
“เปล่าค่ะ ดาวก็แค่อยากรู้น่ะค่ะ”“เรื่องไหนที่พี่อยากให้รู้ พี่จะบอกเอง” ประโยคนั้นทำให้เธอนิ่งอึ้งไป นั่นสิเธอจะอยากรู้ไปทำไม แต่ใจหนึ่งก็คิดว่าเธอเป็นภรรยาก็สมควรจะรู้ไม่ใช่เหรอ“อย่าถามเซ้าซี้อีก พี่ไม่ชอบ” ความสัมพันธ์อันแสนเปราะบางของเธอกับเขาทำให้เธอต้องปิดปากเงียบ และเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้การเจอสองแม่ลูกทำให้ดาวเหนือเริ่มที่จะรำคาญ ประโยคเดิม ๆ ซ้ำ ๆ นั้นทำให้เธออดไม่ไหว วันหนึ่งจึงสะกดรอยตามติณห์ไป เธอเห็นเขาเดินเข้าไปในบริษัทใหญ่โต ก็คิดว่าเขาคงเป็นพนักงานเดินเอกสารของที่นี่“นี่เราจะเชื่อสองคนแม่ลูกนั่นทำไมกันนะ” ถึงจะเป็นบริษัทใหญ่โต ติณห์ก็เป็นแค่พนักงานเดินเอกสาร เขาจะกลายเป็นผู้บริหารได้ยังไงกันดาวเหนือกำลังจะนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กลับ คิดว่าเสียเวลาที่ตามติณห์มาถึงที่นี่ หากตอนนี้อยู่บ้านเธอคงทำงานได้เยอะแล้ว“สวัสดีครับท่านประธาน” คำเอ่ยทักทายของพนักงานรักษาความปลอดภัยทำให้ดาวเหนือหันขวับไปมอง เธอตกตะลึงเมื่อเห็นว่าติณห์กำลังยืนคุยอยู่กับพนักงานรักษาความปลอดภัย ในขณะที่อีกฝ่ายมีท่าทีนอบน้อมต่อติณห์ยิ่งนักเธอจึงรีบหลบ เขาอยู่ในชุดสูทดูดี เนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อ
ดาวเหนือที่ถูกจับขังเอาไว้ในห้อง ถูกสุรีพามายังสวนดอกไม้หลังบ้าน เธอได้เจอกับติณห์ก็รู้สึกดีใจเป็นอันมาก“คุณติณห์” เธอแทบจะวิ่งเข้าไปหาเขา แต่พอได้สติก็ระงับความดีใจและเก็บอาการนั้นเอาไว้ เมื่อเห็นว่าสุรียืนเฝ้าอยู่อีกด้าน สะบัดหน้าใส่เธออย่างดูถูก“ว่ายังไง” น้ำเสียงเย็นชานั้นทำให้ดาวเหนือรู้สึกส
“คุณพูดให้มันดีๆ หน่อย ฉันไม่เข้าใจ อธิบายให้ฉันฟังว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง”“คุณพิมพ์เขาพาเธอมาเร่ขายไม่รู้หรือไง”“คุณพูดจริงเหรอนี่” ดาวเหนือเอ่ยถามออกไปอย่างตกใจ อ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังจากปากของเขา“ฉันจะโกหกเธอทำไมกัน เขาให้คนประมูลเครื่องเพชร ใครได้ไปก็หมายความว่าจะได้เธอไปด้วย”“ไม่
ในงานมีเครื่องเพชรชุดใหญ่ออกมาประมูล ซึ่งผู้ชายทุกคนในงานรู้ดีว่านั่นคือราคาค่าตัวของดาวเหนือ ใครประมูลได้เครื่องเพชรชุดนี้ไป ก็จะได้ตัวเด็กสาวแสนสวยนามว่าดาวเหนือ ซึ่งดาวเหนือก็มองอย่างตื่นเต้นกับการประมูลอย่างเอาเป็นเอาตายและแสนจะดุเดือดนั้น โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะถูกขายให้ผู้ชายที่กำลังประม
“คุณพิมพ์อย่าคิดมากนะคะ เดี๋ยวหนูจะไปงานเลี้ยงเป็นเพื่อนคุณพิมพ์เองค่ะ” ดาวเหนือตอบรับ ทำให้พิมพ์จันทร์สมใจยิ่งนักพิมพ์จันทร์พาดาวเหนือออกงานสังคมในจังหวัดบ่อยครั้ง หลังจากพาเด็กสาวไปสอบจนเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่หก จากแรกเริ่มเดิมทีที่ว่าเธอจะหนีไปเรียนต่อ เธอก็ล้มเลิกความตั้งใจเพราะพิมพ์จันทร์ดีกับ







