Semua Bab ชายาพยัคฆ์: Bab 1 - Bab 10

10 Bab

บทที่ 1 เจ้าสาวที่น่ารังเกียจ 1

จากใจนักเขียน เดิมทีปุ๋มตั้งใจว่าจะตั้งชื่อเรื่องชายาพยัคฆ์เป็นชื่ออื่นที่แสนหวานพาฝันกว่านี้ แต่ความแกร่ง สู้คนของนางเอกเหมาะกับชื่อชายาพยัคฆ์นี้แล้ว อู๋ซานเหนียง นางเอกของนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงลูกสาวขุนนางตำแหน่งเล็กๆ ในอำเภอห่างไกล เป็นแค่ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาๆ มีสติปัญญาแต่ชาติกำเนิดต่ำ จนกระทั่งชะตาชีวิตของนางผกผัน จำยอมต้องเป็นตัวแทนขององค์หญิงเพื่อเข้าพิธีอภิเษกกับองค์ชายแคว้นศัตรู นอกจากจะต้องเอาชีวิตให้รอดแล้ว นางยังต้องหยุดยั้งสงครามให้ได้อีกด้วย พระเอกร้ายกาจ แต่นางเอกก็สู้ไม่ถอย จะสู้อย่างไรอ่านในเล่มได้เลยค่ะ ปุ๋มวางโครงเรื่องนิยายชุดนี้ไว้ 4 เรื่องด้วยกัน โดยใช้ชื่อสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำทิศตามคติความเชื่อของจีน ได้แก่ มังกร เสือ หงส์และเต่า ตัวเอกของแต่ละเรื่องจะเป็นพี่น้องกัน (สามารถอ่านแยกกันได้ค่ะ)ชายาพยัคฆ์... เป็นเรื่องราวของเอี้ยนเซิน องค์ชายใหญ่แคว้นเอี้ยนกับชายากำมะลออู๋ซานเหนียงชายาเสวียนอู่... องค์ชายรองเอี้ยนซ่านฉีกับมนต์นภา หญิงสาวผู้หลงมิติมาจากชลบุรีด้วยฝีมือเทพเสวียนอู่ชายาหงส์... องค์ชายสามเอี้ยนซื่อจิ้นกับองค์หญิงฟางหนิงแห
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-10
Baca selengkapnya

บทที่ 1 เจ้าสาวที่น่ารังเกียจ 2

“พูด!!”“กระ...กระหม่อม...” ผู้ใดไม่มีขวัญกล้าหาญล้วนสะดุ้งไหว บรรดาทหารกร้านศึกต่างยืนนิ่งราวกับศิลา จะมีก็แต่ขุนนางอ้วนทั้งสามที่กระถดตัวถอยหนี“องค์ชายอย่าเพิ่งกริ้ว เหลียนอ๋องทรงชี้แจงว่านี่เป็นการกระทำโดยพลการของแม่ทัพชายแดน ดังนั้นเพื่อแสดงความจริงใจ เหลียนอ๋องจึงยินยอมลงนามเจรจาเป็นพันธมิตร สนับสนุนกำลังพล เงินทองและเสบียงเพื่อร่วมกันโค่นล้มแคว้นหลี่”เอี้ยนเซินปาถ้วยชาลงพื้นด้วยสีหน้าเย็นเยียบ ยิ่งแปลว่าให้ระวังตัว “ไสหัวกลับไป ชีวิตข้าใช้เวลาอยู่ในสนามรบมากกว่าโต๊ะเจรจา คนสันดานน่ารังเกียจอย่างเหลียนอ๋อง ข้าไม่ต้องการลูกสาวของมันมาร่วมสกุล!”น้ำเสียงของเขาขุ่นกระด้างพอๆ กับมวลเมฆที่เริ่มก่อตัวเหนือศีรษะ ท้องฟ้าเริ่มส่งเสียงคำรามครั่นครืน อีกไม่นานท้องทุ่งแห่งนี้คงจะเจิ่งนองเฉอะแฉะน่ารำคาญ ยิ่งฟังคำโต้แย้งของศัตรูผ่านปากขุนนางที่กินภาษีของราษฎร หัวใจของชายชาตินักรบยิ่งสูบฉีดเพลิงแค้นไปทั่วทุกอณู“กระหม่อมเข้าใจถึงความขุ่นข้องขององค์ชาย และนึกเคืองแค้นแทนราษฎรไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ใด แต่โบราณกล่าวไว้ ผูกมิตรไกลเพื่อโจมตีใกล้ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลดีเสมอมา เหล
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-10
Baca selengkapnya

บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 1

บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง ฤดูใบไม้ร่วง แคว้นเหลียนสภาพอากาศช่วงนี้ฝนตกหนักต่อเนื่องไม่ขาดระยะ หากไม่ฝนตกก็เมฆหนาครึ้ม ถนนหนทางกลายเป็นมังกรโคลนพาดเลื้อยเลี้ยวหายไปในม่านฝน เมื่อท้องฟ้าครึ้มก็ทำให้เมืองหานซานดูหม่นหมอง เนื่องจากเกิดสงครามแทบจะปีเว้นปี แผ่นดินขาดเอกภาพ เมืองหลวงจึงเริ่มขาดแคลนอาหาร ราชสำนักมีคำสั่งห้ามขายเหล้า ร้านรวงจึงปิดเงียบ แม้แต่ร้านขายเต้าฮวยก็ไม่เปิดขาย มีแค่โรงเตี๊ยมไม่กี่แห่งที่แขวนตะเกียง ส่งแสงริบหรี่ชวนวังเวง อำเภอหม่าเจียงเป็นอำเภอเล็กๆ ไกลจากเมืองหลวง ที่นี่เป็นชุมทางลำเลียงเสบียงอาหารและเกลือ เรือขนสินค้ามักจะแวะพักที่นี่ นานวันเข้าก็กลายเป็นชุมชน บริเวณโดยรอบทำนาปลูกข้าวไม่ก็ทำไร่ ตอนนี้การค้าซบเซาเพราะผู้คนถูกเกณฑ์ไปรบกันหมด ชาวบ้านที่เหลืออยู่มีแต่จะยากจนลงต้องใส่เสื้อผ้าเก่าขาด ลำบากไปทุกหย่อมหญ้าและแล้วอำเภอเล็กๆ แห่งนี้ก็มีคดีความเกิดขึ้น เมื่อนาข้าวที่ชาวบ้านช่วยกันลงแรงปลูกไว้ก็ถูกมือดีทำลายคันนาจนเสียหาย หาตัวคนทำไม่ได้ ยิ่งซ้ำเติมความอดอยากมากขึ้นไปอีก เรื่องนี้กลายเป็นคดีที่น่าปวดหัวและมีชาวนามาร้องทุกข์ทุกวันไม่รู
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-10
Baca selengkapnya

บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 2

ปีนี้นางอายุสิบหกแต่ยังไม่มีคุณชายบ้านไหนสนใจส่งแม่สื่อมาทาบทาม อาจจะเป็นเพราะชื่อเสียงกิตติศัพท์ด้านไม่ดีไม่งามทั้งหลายดังกระฉ่อน หรืออาจจะเป็นเพราะเมื่อปีที่แล้วนางถีบคุณชายบ้านไหนสักบ้านตกน้ำ บรรดาแม่สื่อจึงพากันขีดฆ่าชื่อของนางทิ้งไป“ใต้เท้าโปรดพิจารณาด้วย คนร้ายอยู่ที่นี่แล้ว” อู๋ซานเหนียงเช็ดแก้มเลอะๆ ของตนกับหัวไหล่ เผ้าผมยุ่งเหยิง ชายเสื้อทั้งสองข้างพับทบขึ้นถึงต้นแขนเรียวเล็ก สองมือของนางหอบตะกร้าใบใหญ่เปื้อนดินเข้ามาด้วย ส่วนพวกเด็กๆ ที่ลุยโคลนด้วยกันต่างอออยู่ที่หน้าประตูศาล ไม่กล้าเข้ามา“ไหน? คนร้ายที่ว่านั่นเป็นใคร” เมื่อจู่ๆ มีเด็กสาวบอกว่าจับตัวคนร้ายคดีทำลายคันนาได้ บรรดาเจ้าหน้าที่ศาล อู๋ซื่อหวงและจิ่นฟางต่างชะโงกหน้ามองหา อู๋ซานเหนียงจึงเช็ดมือกับกระโปรงแล้วจับปลาไหลขึ้นมาจากตะกร้า ส่วนพวกเด็กๆ ที่ช่วยจับปลาไหลพากันเต้นไปมาหน้าศาล“คนร้ายอยู่ที่นี่แล้วเจ้าค่ะ”“เจ้าเล่นอะไรของเจ้า ที่นี่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาปั่นป่วนได้รึ” อู๋ซื่อหวงขมวดคิ้ว มือกำไม้ประจำศาลไว้แน่น “เจ้าหน้าที่! โยนนางออกไป”“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านพ่อ เอ้อ ใต้เท้า ผู้น้อยมิได้โกหกหรือเข้ามาป่วนศ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-10
Baca selengkapnya

บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 3

“เจ้า!! พูดจาเหลวไหล!”จิวจิ่นฟางโกรธจัดเกือบจะบันดาลโทสะ แต่เป็นเพราะเป็นคนมีชนักปักหลัง แอบลักลอบเล่นชู้กับแม่เลี้ยงสาวของตนเอง จิวจิ่นฟางจึงยืนนิ่ง หน้าแดงก่ำเหมือนตับหมู เรื่องนี้ชาวบ้านก็พอรู้แต่ไม่มีใครกล้าพูด เมื่อมีเหตุการณ์ชี้ตัวจับผู้เฒ่าเข้าคุก แถมยังจงใจลบหลู่ฐานะของตาเฒ่าเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ บรรดาชาวบ้านจมูกไวต่อเรื่องฉาวโฉ่อยู่แล้วจึงยิ่งโหมกระพือไปกันใหญ่“อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว เป็นถึงซิ่วไฉแต่กลั่นแกล้งคนแก่ไม่มีทางสู้”“นั่นสิ ลองคิดดู เจ้าเฒ่าจิวแก่ตายเมื่อปลายปี แล้วจู่ๆ ฮูหยินสาวก็คลอดลูกปีถัดมา นับเดือนดูแล้วยังไงก็เกินสิบเดือน เอ... หรือว่า...”บัณฑิตหนุ่มเป็นคนจำพวกอาศัยอยู่ในบ่อ เห็นท้องฟ้านิดเดียวแต่คิดว่าตนเป็นบัณฑิตกว้างขวาง แค่เจอเสียงซุบซิบก็ยืนตัวตรงไม่ได้เสียแล้ว“จิวจิ่นฟาง คุกเข่าลงและขออภัยเฒ่าซู จากนั้นก็ถือว่าเลิกแล้วต่อกัน” อู๋ซื่อหวงพูดเสียงห้วน จิวจิ่นฟางเป็นลูกเศรษฐีและใช้เงินจำนวนสามพันตำลึงซื้อตัวผู้คุมสอบจึงได้หมวกซิ่วไฉมาใส่ ที่ผ่านมาเป็นที่นับหน้าถือตาของชาวหม่าเจียงอย่างยิ่ง หากยอมคำนับคนตักส้วม เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน “เชิญเฒ่าซูนั่ง
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-10
Baca selengkapnya

บทที่ 3 คัดเลือกตัว 1

บทที่ 3 คัดเลือกตัว                 เดือนต่อมา                ยามเช้าตรู่ อู๋ซานเหนียงตื่นเช้าอย่างเช่นทุกวันและง่วนยุ่งอยู่ในครัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง นางเก็บไข่ในเล้าไก่ รดน้ำผักและเก็บมาดองเกลือใส่ไหไว้ทานตลอดปี นางจุดเตาต้มน้ำร้อน ซึ่งจะจุดเตาทำอาหารตอนเช้าครั้งเดียวแล้วแบ่งทานสามมื้อเพื่อประหยัดฟืน ไม่นานนักกลิ่นควันฟืนก็ลอยละล่องออกจากห้องครัวพร้อมด้วยกลิ่นอาหารหอมๆ แสนโอชะ บรรดาเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการอำเภอก็พลอยได้กินของอร่อยทุกวันนับตั้งแต่มารดาเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน อู๋ซื่อหวงก็ไม่คิดแต่งงานใหม่ ดังนั้นหน้าที่ดูแลทำกับข้าวปัดกวาดเช็ดถูจึงเป็นหน้าที่ของลูกสาว หากไม่นับเรื่องนิสัยแก่นๆ ของนางแล้ว อู๋ซานเหนียงก็นับว่าเป็นแม่บ้านแม่เรือนคนหนึ่งทีเดียว คดีใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงก่อนช่วยแพร่ข่าวสารเรื่องปลาไหลไปทั่วทุกครัวเรือน อู๋ซานเหนียงจึงพยายามพลิกแพลงทำอาหารจาก
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-11
Baca selengkapnya

บทที่ 3 คัดเลือกตัว 2

เอาล่ะ เมื่อถึงเวลาช่วงบ่ายก็เป็นเวลาบันเทิงของนาง                อู๋ซานเหนียงถลกแขนเสื้อขึ้นพลางผิวปากเรียกลิ่วล้อซึ่งเป็นเด็กๆ ไปช่วยกันจับปลามาทำกับข้าวกันอีก แต่ผิงผิงเห็นเข้าเสียก่อนจึงลากตัวอู๋ซานเหนียงไปยังบ้านอาจารย์เฉินด้วยกัน ห้ามโดดสอบ!!                อาจารย์เฉินหรือนางเฉินจินเหยาเป็นหญิงชราวัยเกือบหกสิบ อดีตเคยเป็นนางข้าหลวงรับใช้ในวัง เมื่อแก่ตัวจึงเกษียณตัวเองออกมาอยู่บ้าน บรรดาฮูหยินที่มีบุตรสาวต่างพากันมาขอร้องให้อาจารย์เฉินช่วยอบรมกิริยามารยาท ส่วนบรรดาแม่สื่อแม่ชักก็แวะเวียนมาดูตัวเหล่าคุณหนูกันไม่ได้ขาด ไปๆ มาๆ อาจารย์เฉินจึงเปิดบ้าน จัดแจงสถานที่เป็นสำนักอบรมกุลสตรีและทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้ทั้งบ้านชายบ้านหญิง กลายเป็นธรรมเนียมว่าหญิงสาวในอำเภอหม่าเจียงทุกคนต้องมาเรียนที่บ้านอาจารย์เฉิน แน่นอนว่าอู๋ซานเหนียงก็ไม่เว้นภายในโถงเรือนอบรมจัดวางเครื่องเรือนและตกแต่งวิจิตรสวยงามตามแบบฉบับในวัง แม้แ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-12
Baca selengkapnya

บทที่ 3 คัดเลือกตัว 3

อู๋ซานเหนียงอยู่ท้ายแถวคู่กับผิงผิง ทั้งสองไม่อยากเข้าวังจึงมองดูอยู่เฉยๆ                “ทำไมเจ้าไม่อยากเข้าวังละ?” ผิงผิงม้วนผมตัวเองเล่น ใช้ปลายเท้าเขี่ยพื้นไปมาเวลาที่ไม่สบายใจ “ฝ่าบาททรงมีอายุมากแล้วก็จริง แต่พระองค์ก็ยังมิได้แต่งตั้งพระสนมนางใดขึ้นเป็นชายาเอก หนำซ้ำยังไม่มีพระโอรส ถึงกับมีรับสั่งว่าหากใครมีพระโอรสถวาย คนนั้นจะได้เป็นชายาเอกเชียวนะ”                “ไม่ ข้าไม่ปรารถนาจะเข้าวัง ท่านพ่อของข้าอายุมากแล้ว ข้าต้องการอยู่ดูแลท่าน”                “อืม ข้าเองก็หมั้นหมายแล้ว ไม่อยากจากบ้านไปไหนเลย”                “ไม่อยากจากบ้าน หรือไม่อยากจากคุณชายรูปงามแห่งสกุลหยงจ๊ะ” ผิงผิงโดนล้อจนแก้
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-13
Baca selengkapnya

บทที่ 3 คัดเลือกตัว 4

“อ้อ... แสดงว่าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกสินะ”                “ใช่ มีกันแค่สองคนพ่อลูกเท่านั้น” เฉินจินเหยาตอบโดยไม่คิดอะไร “นายอำเภออู๋มีตำแหน่งขุนนาง แต่ไม่รู้จักผูกมิตรพ่อค้าคหบดี ฐานะจึงยากจนและไม่ก้าวหน้า รับราชการมาค่อนชีวิตแล้วยังเป็นได้แค่ขุนนางขั้นสี่ ดูเอาเถิด ชุดเสื้อผ้าของซานเหนียงใส่ซ้ำมาสามปีแล้ว เครื่องประดับสักชิ้นก็ไม่ซื้อให้ลูกสาว จนป่านนี้แล้วยังไม่มีแม่สื่อมาทาบทามซานเหนียงเลยสักคน น่าละอายจริงๆ”                อู๋ซานเหนียงฟังวาจาร้ายกาจของอาจารย์แล้วไม่พอใจ บิดาของนางปฏิบัติหน้าที่ทุกวันไม่มีวันหยุด ที่ใดมีปัญหาก็จะไปตรวจดูด้วยตนเอง สร้างผลงานในฐานะขุนนางซื่อตรง ไม่เคยรับสินบน ไม่ฉ้อฉลเงินทองเข้ากระเป๋าตัวเอง ถึงแม้ว่าอู๋ซานเหนียงจะกำพร้ามารดา แต่เป็นเพราะความดีของบิดาทำให้นางยืดอกภาคภูมิใจ           &n
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-14
Baca selengkapnya

บทที่ 3 คัดเลือกตัว 5

บัณฑิตจิวจิ่นฟางรู้ข่าวจากน้องสาว เขาก็นั่งเกี้ยวพุ่งมาที่บ้านเฉินจินเหยาทันที“ข้าตั้งใจจะเสนอชื่อน้องสาวเจ้าเข้าวังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทางหลี่ชุ่ยผินก็เห็นด้วย สั่งให้เหมยเซียงเตรียมตัวเข้าวังตามหลังนางไปได้เลย ข้าให้คนส่งข่าวไปที่บ้านเจ้าแล้ว ป่านนี้คงจะกำลังฉลองอยู่แน่”เฉินจินเหยาเอ็นดูหลานทั้งสองคนนี้นัก กิริยามารยาทของจิวเหมยเซียงนางเป็นผู้อบรมมากับมือ ทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะล้วนเหมาะสมไม่มีผู้ใดในอำเภอหม่าเจียงสู้ได้ หากจะสนับสนุนให้ใครได้ดี มิสู้สนับสนุนเครือญาติกันเองไม่ดีกว่าหรือ พอจิวจิ่นฟางได้ยินข่าวดีเช่นนั้นก็หัวใจพองโต อีกหน่อยน้องสาวคลอดพระโอรส เขาก็ย่อมมีหน้ามีตา ตำแหน่งสำคัญใหญ่ๆ อย่างมหาเสนาบดีจะไปไหนเสีย“ข้ากำชับให้คนส่งข่าวไปหาท่านเสนาบดีกวงไว้แล้ว รับรองว่าเหมยเซียงมีแต่รุ่งกับรุ่ง เจ้าเองก็ด้วยนะ เข้าเมืองหลวงไปพร้อมเหมยเซียงคราวนี้ เจ้าต้องเตรียมเงินเบิกทางไปให้มากๆ หน่อย”“ท่านป้ารู้ใจหลานยิ่งนัก แต่หลานมีความคิดหนึ่งจะเสนอ”“ว่ามาสิ”“อีกหน่อยซิ่วไฉอย่างหลานก็จ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-15
Baca selengkapnya
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status