All Chapters of ณ ห้วงไอยคุปต์: Chapter 11 - Chapter 20

25 Chapters

บทที่ 6 บ้านใหม่

ช่วงนั้นเหล่าหญิงสาวกำลังเตรียมอาหาร ขนมปังแห้งและเนื้อปลาตากแห้งดูเหมือนจะเป็นอาหารหลัก จะอย่างไรพวกเขาเดินทางมาไกล อาหารที่มีจึงเป็นอาหารที่เก็บได้นานทั้งสิ้นเนเฟอร์ใช้ช่วงเวลานั้นเรียกหญิงชราเอาไว้ เธอยื่นสร้อยคอที่ถือไว้ให้แล้วชี้ไปที่อาหาร“ไทเย นั่น แลก” เนเฟอร์รู้จักชื่อของหญิงชราจากการที่ได้ยินผู้คนเรียกขาน และหลังจากที่เรียนกับหญิงชรามาเธอจึงได้คำพูดง่าย ๆ เอาไว้ใช้“ไม่ต้อง ๆ” หญิงชราพูดพร้อมกับดันมือเธอออก หลังจากนั้นจึงเรียกคนแถวนั้นให้ส่งอาหารมาให้ข้อดีของชาวบ้านยุคโบราณคือน้ำใจ พวกเขาไม่มีท่าทางไม่พอใจแม้แต่น้อยเมื่อต้องนำอาหารมาให้คนแปลกหน้านอกกลุ่ม ทั้งยังยินดีแบ่งปัน“ขอบคุณ” เนเฟอร์กล่าวเป็นภาษาของพวกเขาที่ไม่ได้ชัดเจนตรงตามหลักภาษานัก แต่ผู้รับกลับตอบกลับด้วยคำพูดยาวเหยียดที่เธอไม่เข้าใจ แต่มองออกว่าอีกฝ่ายอาจชื่นชมการเรียนรู้ภาษาที่รวดเร็วของเธอหญิงชราเชิญเธอพูดคุยและพยายามสอนเธอไปด้วยระหว่างมื้ออาหาร ทั้งยังบอกให้เธอมาอาศัยอยู่ด้วยกัน แน่นอนว่าเนเฟอร์ไม่มีทางปฏิเสธน
Read more

บทที่ 7 เรือกลางแม่น้ำ

บทที่ 7 เรือกลางแม่น้ำ เนเฟอร์เพิ่งรู้ว่าชาวอียิปต์โบราณค่อนข้างรักสะอาด พวกเขาแทบจะอาบน้ำวันละหลายครั้ง ส่วนหนึ่งอาจเพราะอากาศที่ร้อนจนเหงื่อออกมาก อีกทั้งความสะอาดยังเป็นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นเพราะทวยเทพ พวกเขาเชื่อว่าการทำตัวให้สะอาดบริสุทธิ์เป็นการเคารพทวยเทพในรูปแบบหนึ่งคนที่นี่รู้จักการกรองน้ำและต้มน้ำให้สะอาดดีอยู่แล้ว แต่ติดอยู่อย่างเดียวที่ไม่มีอุปกรณ์ในการอาบน้ำที่ทำให้สดชื่น อีกอย่างเนเฟอร์ต้องการสบู่ที่ใช้ในการซักผ้าชุดอียิปต์ทำจากผ้าลินินสีขาว เวลาเปื้อนค่อนข้างเด่นชัด การซักให้สะอาดบางทีต้องใช้เวลาทั้งวันสำหรับครอบครัวที่มีผู้ชายหลายคน งานก่อสร้างย่อมต้องคลุกฝุ่นและโคลน เนเฟอร์มองพวกผู้หญิงซักผ้ากันจนมือแดงก็อดสงสารไม่ได้ในเมื่อเธอมีความรู้เรื่องนี้อยู่นิดหน่อยก็เลยจะลองทำดู อีกทั้งมันอาจสามารถนำไปขายแลกสิ่งของได้ ทุกวันนี้เธออยู่ได้เพราะการเลี้ยงดูของยายไทเย เธอก็อดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้“สบู่คืออะไร” เนบอาขมวดคิ้วเมื่อได้ยินในสิ่งที่ไม่รู้จัก เธอมองไปที่อุปกรณ์ที่ตนเองนำมาด้วยแล้ว
Read more

บทที่ 8 นางในฝัน

บทที่ 8 นางในฝัน เรือที่แล่นผ่านไปเป็นเพียงเรื่องราวเล็กน้อยในชีวิตของคนชนชั้นล่าง พวกเขายังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาอาหารเลี้ยงท้องกันต่อไปก่อนที่สบู่ของเนเฟอร์จะเซ็ตตัวได้ที่ก็มีเหตุการณ์ใหญ่อีกหนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นจู่ ๆ น้ำในแม่น้ำไนล์ก็เพิ่มสูงจนล้นเข้ามาในฝั่ง เนเฟอร์ตื่นตระหนกกังวลว่าน้ำจะท่วมบ้าน แต่ความกังวลนั้นก็หายไปเมื่อไม่มีใครในหมู่บ้านตกใจแม้แต่คนเดียว อีกทั้งพวกเขายังยิ้มอย่างยินดีอีกด้วยเมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นยายไทเยเป็นคนเข้ามาปลอบและอธิบายเหตุผลให้เธอฟังสรุปว่านี่เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านฤดูกาลของชาวอียิปต์เท่านั้น ทางอียิปต์ไม่มีฤดูกาลทางสภาพอากาศ แต่พวกเขานับฤดูกาลจากน้ำที่แบ่งเป็นสามฤดู ประกอบด้วยฤดูน้ำหลากที่น้ำล้นตลิ่ง ฤดูเพาะปลูกเมื่อน้ำลด และฤดูเก็บเกี่ยวเมื่อระดับน้ำลดลงต่ำที่สุดในรอบปี แต่ละฤดูห่างกันราว ๆ สี่เดือนตอนที่กลุ่มของมาอัตสร้างบ้านใหม่ ๆ เนเฟอร์ยังคิดอยู่ว่าพวกเขาใช้น้ำในชีวิตประจำวันค่อนข้างมากทำไมต้องปลูกบ้านห่างจากแม่น้ำมากขนาดนั้น มาตอนนี้เธอจึงได้ร
Read more

บทที่ 9 สินค้าทดลอง

บทที่ 9 สินค้าทดลอง รูปลักษณ์ของเนเฟอร์ค่อนข้างโดดเด่นท่ามกลางผู้คน ยังมีความสูงที่สะดุดตากว่าผู้หญิงทั่วไปทำให้เป็นที่จับจ้องในตลาดสตรีในยุคนี้รูปร่างไม่สูงนัก ส่วนใหญ่อยู่ที่หนึ่งร้อยห้าสิบห้าถึงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร ส่วนเนเฟอร์ที่สูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบถือว่าผิดปกติอยู่สักหน่อย แต่ความงามละมุนและรอยยิ้มที่แต่งแต้มมุมปากอย่างอ่อนโยนทำให้หลายคนมองข้ามความแปลกแยกของเธอไปหลังจากที่คนในกลุ่มได้ใช้สบู่แล้วพวกเธอล้วนถูกใจมาก เด็กหญิงส่วนใหญ่ชอบสบู่อาบน้ำกลิ่นหอม ส่วนผู้ใหญ่จะชื่นชอบสบู่ซักผ้าที่ขจัดคราบได้ดีมากกว่าหลังจากนั้นจึงมีการพูดปากต่อปากไปยังกลุ่มอื่น เนเฟอร์จึงได้ทำสบู่มากขึ้นแล้วแลกเปลี่ยนกับของบางอย่างจากพวกเธอเหล่านั้นการแลกเปลี่ยนในยุคนี้ไม่ได้ใช้เงินแต่เป็นการแลกเปลี่ยนของต่อของ แต่ยังคงมีการกำกับเป็นหน่วยวัดที่ชัดเจนเพื่อการแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมอยู่ หน่วยวัดคือ เดเบนพวกเขากำหนดมูลค่าสิ่งของเอาไว้ล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น ผ้าลินินหนึ่งพับมูลค่าห้าเดเบน สามารถแลกกับธัญพืช
Read more

บทที่ 10 โรงงานแรก

บทที่ 10 โรงงานแรก เช้าวันนี้หลังจากกลับจากตลาดเนเฟอร์ก็ฮัมเพลงงึมงำ มุมปากยังติดรอยยิ้มเล็ก ๆ ตลอดเวลาคล้ายกำลังมีความสุข“วันนี้แลกอะไรดี ๆ มาได้หรืออย่างไร” ยายไทเยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวข้างตัวดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ“ตลาดชาวบ้านจะมีอะไรได้ล่ะเจ้าคะ แต่พอดีนึกขึ้นมาได้ว่าในเมื่อตั้งกลุ่มทำสบู่ได้ก็อาจทำอย่างอื่นได้ด้วย” เนเฟอร์ตอบพร้อมกับยิ้มตาหยี ทั้งยังกล่าวทิ้งท้ายอีกหนึ่งประโยคก่อนจะขอตัวไปทำเรื่องที่คิดเอาไว้“อีกไม่นานข้าจะให้ท่านลองกินอะไรดี ๆ” เธอพูดทั้งยังขยิบตาส่งให้อย่างขี้เล่น เนเฟอร์ยืนอยู่หน้าบ้านมองแสงแดดตอนสายที่เริ่มร้อนแรงก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปหยิบเสื้อแจ็กเก็ตสีดำที่อยู่ในตัวบ้าน เสื้อตัวนี้เธอใส่ติดตัวมาจากอนาคต พอสวมกับชุดอียิปต์ตัวยาวสีขาวแล้วค่อนข้างแปลกตา แต่เธอก็เลี่ยงที่จะไม่สวมไม่ได้ มิเช่นนั้นอาจเกิดอาการผิวไหม้จากการตากแดดโดยตรงได้อาการคันและแสบร้อนไม่ใช่อาการที่น่าดูชมเลยสักนิด มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ต่างจากมีมด
Read more

บทที่ 11 ช่างหิน

บทที่ 11 ช่างหิน เนเฟอร์นัดกับอูราในเวลาสิบโมงครึ่ง แน่นอนว่านี่เป็นเวลาในใจของเธอเองอียิปต์มีนาฬิกาแดด แต่คิดหลักเป็นทีละหนึ่งชั่วโมง และช่วงครึ่งหนึ่งต้องกะเอาเอง ซึ่งเวลาสิบโมงกว่า ๆ นั้นเป็นเวลาเริ่มพักกลางวันของคนยุคนี้ ซึ่งจะยาวนานราวสามถึงสี่ชั่วโมงเลยทีเดียวคนส่วนใหญ่หลบไปนอนพักหรือไปรับงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะมีร่มเงา ส่วนงานก่อสร้างถูกพักทั้งหมด“ท่านหญิงมานานหรือยัง” อูรารีบวิ่งเข้ามาอย่างกระหืดกระหอบเมื่อเห็นท่านหญิงนั่งรอใต้ชายคาบ้านของเขา“ไม่นานเท่าไหร่” เนเฟอร์หันมองคนที่มาถึงก่อนจะยิ้มตอบ แต่ก็ต้องเบือนหน้าหนีเมื่อแสงแดดสะท้อนกับผิวน้ำในโอ่งข้างบ้านปกติชาวอียิปต์มักเขียนขอบตาด้วยโคล ซึ่งทำจากแร่ที่มีสีดำหรือสิ่งที่หาได้ง่ายกว่าเช่นถ่าน แต่นี่ไม่ใช่เพื่อความสวยงามแต่เพื่อลดแสงสะท้อนที่มาจากแสงแดดดินแดนที่ล้อมรอบด้วยทะเลทรายแบบนี้แทบไม่มีเมฆให้เห็น ดวงอาทิตย์จึงสามารถส่องลงมาได้เต็มที่และสะท้อนเงาแสงได้กับทุกอย่างที่มีผิวเรียบหรือมันเงา โคลจึ
Read more

บทที่ 13 วัตถุดิบหายาก

  “อูรา ข้าต้องการไข่” จู่ ๆ เนเฟอร์ก็พูดขึ้นระหว่างเดินทางกลับ“ถ้าในตลาดราคาสูงมากขอรับ ราว ๆ สิบฟองต่อเอมเมอร์หนึ่งกระสอบ” อูราเหลียวมองมาแล้วตอบกลับเนเฟอร์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เพราะนั่นเท่ากับว่าไข่หนึ่งสิบฟองราคาเท่ากับค่าแรงทั้งวันของแรงงานชำนาญการหนึ่งคนเลยทีเดียว“หรือท่านอาจให้พวกเด็ก ๆ ไปตามเก็บที่ริมแม่น้ำ ราคาจะถูกลงกว่าครึ่ง” อูราแนะนำแต่นั่นยังคงเป็นราคาที่แพงเกินไปอยู่ดีเนเฟอร์ต้องการทำขนมปังอร่อย ๆ มันต้องครบด้วยความหอมหวานและนุ่มลื่นคอ แต่วัตถุดิบหลักอย่างไข่กลับราคาแพงหูฉี่ เธอไม่เพียงอยากทำกินเอง ทั้งยังอยากนำมันไปขายเพื่อเพิ่มผลกำไร แต่ดูเหมือนว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด“ไข่ริมแม่น้ำไม่มีเจ้าของหรือ” เนเฟอร์แคลงใจ เธอไม่อยากเป็นขโมยเสียเท่าไหร่“ไม่มีขอรับ หากเป็นเป็ดเลี้ยงจะมีคนเฝ้า ส่วนเป็ดทั่วไปออกไข่กันไม่เป็นที่ แหล่งหากินอยู่ริมน้ำ” อูราขยายความให้ฟังตามประวัติศาสตร์ ประชากรของอียิปต์ยุคนี้มีเพียงสี่ถึงห้าล้านคน ดำรงชีว
Read more

บทที่ 12 ว่าจ้าง

  พวกเขาไม่ได้รอนานนัก ไม่นานก็มีนายช่างคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาเหลือบมองดูเสื้อคลุมหนังแปลกตาเสร็จก็ยิ้มให้เนเฟอร์ด้วยสายตาของนายช่างมากประสบการณ์ แม้จะเป็นช่างหิน แต่เขารู้จักวัตถุดิบชั้นสูงมามากมายจากสหายช่างแขนงอื่นรอบตัว และเขารู้ว่าหนังเรียบลื่นแบบนี้ต้องเลอค่ามากเนเฟอร์พยักหน้าให้นายช่าง ใต้โต๊ะกุมชายเสื้อเอาไว้อย่างเกร็ง ๆ ตอนแรกเธอคิดว่าเสื้อแจ็กเก็ตตัวนี้เป็นใบบอกสถานะได้ แต่พอมาคิดดูอีกทีเหมือนสวมของปลอมมาหลอกคนอย่างไรอย่างนั้น แน่นอนว่าเสื้อตัวนี้เป็นหนังสังเคราะห์ ซึ่งนับว่าเป็นการปลอมอย่างหนึ่งก็ว่าได้“ท่านหญิงต้องการให้ข้าทำอะไรหรือ ไม่ว่าจะบ้านทั้งหลัง หรือห้องใต้ดินขนาดใหญ่ข้าทำได้ทั้งหมด” นายช่างนั่งลงตรงข้ามบ่งบอกถึงสถานะที่เทียบเท่ากัน ก่อนจะยืดอกพูดอวยตนเองอย่างมั่นใจ“ข้าต้องการของเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเจ้าค่ะ” เนเฟอร์ยิ้มบางพูดตอบ ไม่วางอำนาจทั้งไม่อ่อนน้อมเกินไปตามหลักจิตวิทยา มนุษย์เรานั้นรู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมได้โดยสัญชาตญาณ หากรู้สึกได้ถึงความไม่เสม
Read more

บทที่ 14 อดีตของมาอัต

  “พ่อเคยบอกว่าพ่อค้าทางนั้นค่อนข้างแบ่งแยกชนชั้น ถ้าจะไปซื้อของต้องมีคนติดตามไปจำนวนหนึ่งเพื่อบ่งบอกสถานะและอำนาจของผู้ชื้อ หรือไม่ก็นำลาลากของไปด้วยเพื่อให้รู้ว่ามีทรัพย์สินมากพอ แต่พวกเราไม่มีลานะเจ้าคะ” เนบอาพูดพลางดึงชายเสื้อของเนเฟอร์เบา ๆเนเฟอร์ลูบศีรษะเด็กสาวที่สูงเพียงแค่ระดับอก ก่อนจะยิ้มให้แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ“ก็พาคนไปเยอะ ๆ สิ สาว ๆ ในกลุ่มเรามีน้อยเสียเมื่อไหร่” เนเฟอร์ชี้ให้เห็นช่องทางคงมีแต่หญิงสาวผู้มีพระคุณแจกวิธีการหารายได้อย่างเนเฟอร์เท่านั้นที่จะสามารถรวบรวมผู้คนในหมู่บ้านเป็นกลุ่มก้อนได้ โดยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าเสียเวลาอีกทั้งธัญญาหารที่มีอยู่เต็มบ้านทำให้พวกเธอเหล่านั้นมีความมั่นใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น หลายคนจึงมีใจคิดอยากไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองใหญ่บ้างอยู่แล้ว ติดก็แค่ไม่มีผู้นำทางเท่านั้น“ดีเลยเจ้าค่ะ” เนบอาตบมือแสดงท่าทางตื่นเต้น “เช่นนั้นเช้า ๆ พรุ่งนี้พวกเราไปกันดีหรือไม่” เธอพูดพลางหันมองฟ้าที่ใกล้มืดไปด้วย
Read more

บทที่ 15 วิเซียร์ล่าง

  “ย้ายไปไกลเชียว” สตรีวัยกลางคนพึมพำก่อนที่พวกเขาจะได้คุยกันต่อก็เห็นตัวเมืองที่อยู่ไกลออกไปลิบ ๆ มาอัตจึงเรียกทุกคนที่กระจายตัวอยู่ให้ขยับเข้ามารวมกลุ่ม“จำไว้ว่าพูดให้น้อย จะซื้อขายต้องนัดหมายให้ชัดเจน ครั้งหน้าจะได้ขนสินค้ามาพร้อมกันทีเดียว” มาอัตหันมาบอกทุกคน“ช่วงนี้พวกเราขอยืมเกวียนที่หมู่บ้านข้าง ๆ บ่อยมาก พวกเขาเหมือนจะไม่พอใจแล้วนะเจ้าคะ เมื่อไหร่หมู่บ้านเราจะกลับมามีเกวียนของตัวเองเสียที” สตรีนางหนึ่งพูดขึ้นมา“เดี๋ยวข้าจะหามาไว้ให้” มาอัตตอบรับความจริงในหมู่บ้านเดิมมีเกวียนอยู่เล่มหนึ่ง แต่การย้ายเมืองต้องเดินทางมาทางเรือ เขาจึงจำเป็นต้องขายเกวียนทิ้งไปก่อนการเดินทาง อีกทั้งพวกเขาเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่กี่หลังคาเรือนที่รวมตัวกันขึ้นมาจากช่างก่อสร้าง รายได้พวกเขามีเพียงเอมเมอร์หนึ่งกระสอบต่อวันซึ่งแบกกลับไหว พวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เกวียนบ่อยนัก มาอัตจึงไม่ได้รีบจัดหามาไว้ให้แต่ตอนนี้แต่ละบ้านมีธัญพืชกองสุม
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status