Lahat ng Kabanata ng ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น: Kabanata 21 - Kabanata 29

29 Kabanata

บทที่ 21 ทัพหลวงคืนถิ่น และปณิธานแห่งใจ

บทที่ 21ทัพหลวงคืนถิ่น และปณิธานแห่งใจณ ท้องพระโรง วังหลวงกลิ่นอายแห่งชัยชนะอบอวลไปทั่วโถงกว้าง ขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนเรียงรายด้วยท่าทีสำรวม ลี่เจียวเจี๋ยในชุดเกราะเต็มนยศที่ผ่านการกรำศึกหนัก ก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้าสู่ใจกลางท้องพระโรง เสียงชุดเกราะกระทบกันดังสะท้อนก้อง ส่งเสริมให้บุคลิกของเขาดูน่าเกรงขามจนขุนนางบางคนถึงกับไม่กล้าสบตา“ถวายพระพรเพคะฝ่าบาท กระหม่อมลี่เจียวเจี๋ย นำชัยชนะกลับมาถวายแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังกังวานฮ่องเต้ทรงแย้มพระสรวลอย่างพอพระทัย “ลุกขึ้นเถิดแม่ทัพลี่! เจ้าทำได้ดีเยี่ยม ปราบกบฏแดนเหนือได้รวดเร็วเพียงนี้ สมกับฉายาแม่ทัพไร้พ่ายแห่งแคว้นเราจริงๆ”ทว่า ท่ามกลางคำสรรเสริญ กลับมีเสียงค้านจากขุนนางที่ก้าวออกมา “ฝ่าบาท... แม้ท่านแม่ทัพจะมีความดีความชอบ แต่การที่ท่านแม่ทัพด่วนถอนกำลังทัพหลักกลับเมืองหลวงก่อนจะมีราชโองการเรียกตัวนั้น ถือเป็นการละเลยระเบียบวินัยทหารอย่างร้ายแรง อีกทั้งหัวหน้ากบฏที่ท่านคุมตัวมา บัดนี้ก็ยังมิได้มีการไต่สวนอย่างเป็นทางการที่ศาลต้าหลี่ กระหม่อมเกรงว่าพฤติการณ์เร่งรีบเช่นนี้จะทำให้ผู้คนครหาได้พ่ะย่ะ
Magbasa pa

บทที่ 22-23

บทที่ 22 ยามเว่ย ณ จวนองค์ชายสามเสียงข้าวของแตกกระจายดังลั่นออกมาจากห้องโถง องค์ชายสามในชุดคลุมสีเข้มใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว แววตาแดงก่ำราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกต้อนให้จนมุม“ลี่เจียวเจี๋ย! หวังเข้อซิง! พวกเจ้ากล้าดีอย่างไรมาตัดเส้นทางการค้าของข้า!” องค์ชายสามตวาดลั่น เตะโต๊ะไม้เตี้ยจนกระเด็นไปชนผนังอย่างแรง “บัดนี้ขุนนางฝั่งข้าเริ่มตีตัวออกห่างเพราะข้าไม่มีทองคำไปอุดปากพวกมันแล้ว! หากปล่อยไว้เช่นนี้ บัลลังก์ที่ข้าหมายปองคงหลุดลอยไปอยู่ในมือขององค์รัชทายาทและพวกสอพลอนั่นแน่!”ที่ปรึกษาคนสนิทรีบคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว “ทะ... ทูลองค์ชาย สายลับของเราแจ้งว่า ลี่เจียวเจี๋ยและฮูหยินได้ลอบพบปะกับองค์รัชทายาทที่โรงเตี๊ยมอวิ๋นไหลแล้วพ่ะย่ะค่ะ บัดนี้พวกมันร่วมมือกันอย่างเป็นทางการแล้ว หากเราไม่ทำสิ่งใด...”“ข้ารู้แล้ว!” องค์ชายสามกัดฟันกรอดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “ในเมื่อพวกมันบีบให้ข้าไร้ทางเดิน ข้าก็จะลากพวกมันลงนรกไปพร้อมกัน! ในงานเลี้ยงฉลองชัยที่เสด็จพ่อจัดขึ้น... ข้าจะใช้โอกาสนี้ทำลายชื่อเสียงของลี่เจียวเจี๋ยและตระกูลหวังให้ย่อยยับจนมิอาจโงหัวขึ้นมาได้อีกตลอดกาล”เขาหันไปมองที่
Magbasa pa

บทที่ 24 โป๊ะแตกหน้าพระพักตร์ 

บทที่ 24โป๊ะแตกหน้าพระพักตร์ ยามซวี ณ ตำหนักรับรองส่วนในขบวนเสด็จของฮ่องเต้และฮองเฮา พร้อมด้วยขุนนางน้อยใหญ่เคลื่อนตัวมาถึงบริเวณตำหนักรับรองด้านหลัง แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบดอกอวี้หลันสีขาวบริสุทธิ์ที่กำลังเบ่งบานส่งกลิ่นหอมชื่นใจ ทว่าเมื่อสายลมพัดผ่านมาคราหนึ่ง กลิ่นหอมของดอกไม้กลับถูกแทรกซึมด้วยกลิ่นกำยานที่หอมหวานจนชวนให้รู้สึกวิงเวียนประหลาดฮ่องเต้ทรงขมวดพระขนงเมื่อได้กลิ่นนั้น ทว่ายังไม่ทันได้ตรัสถามสิ่งใด เสียงครางกระเส่าและเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของบุรุษและสตรีก็ดังแว่วออกมาจากห้องรับรองที่ปิดประตูล็อกสนิทเหล่าขุนนางต่างพากันหน้าถอดสี ก้มหน้าลงต่ำ มิกล้าสบพระเนตร ฮองเฮาทรงเบิกพระเนตรกว้าง พระหัตถ์ยกขึ้นทาบอกด้วยความตกพระทัย“สวรรค์! นี่มันเรื่องอันใดกัน...” ฮองเฮาตรัสด้วยพระสุรเสียงสั่นเครือ “ใครอยู่ด้านใน! บังอาจมาทำเรื่องบัดสีในเขตพระราชฐานได้อย่างไร!”ฮ่องเต้ตวาดลั่นด้วยพระโทสะ “ทหาร! พังประตูเข้าไปเดี๋ยวนี้!”องครักษ์หลวงก้าวออกมาทันที พวกเขาใช้กำลังกระแทกบานประตูไม้ที่ถูกลงกลอนจากด้านนอกจนแตกกระจาย ทันทีที่ประตูเปิดออก ควันกำยานสีจางก็ลอยคลุ้งออกมา พร้อมกับภาพเบื
Magbasa pa

บทที่ 25 ล่อเสือออกจากถ้ำ และวิกฤตของฮูหยิน

บทที่ 25ล่อเสือออกจากถ้ำ และวิกฤตของฮูหยินสามวันต่อมา ยามเว่ย ณ จวนแม่ทัพเมืองหลวงตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด ทหารยามออกลาดตระเวนค้นหาตัวองค์ชายสามที่บัดนี้กลายเป็นกบฏแผ่นดินอย่างพลิกแผ่นดิน ทว่าสุนัขจนตรอกผู้นี้กลับหลบซ่อนตัวได้อย่างมิดชิดราวกับไร้ตัวตนภายในจวนแม่ทัพ หวังเข้อซิงกำลังนั่งดูสมุดบัญชีหอการค้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แม้ภายนอกนางจะดูเยือกเย็น แต่ในใจกลับสังหรณ์ไม่ดี ลี่เจียวเจี๋ยเองก็เพิ่มกำลังคุ้มกันจวนเป็นสองเท่า และสั่งห้ามไม่ให้นางออกไปไหนเด็ดขาด“ซิงเออร์ พักสายตาเสียบ้างเถิด” ลี่เจียวเจี๋ยเดินเข้ามาในห้อง วางถ้วยรังนกตุ๋นลงบนโต๊ะ มือแกร่งบีบนวดไหล่บางเบาๆ “สายลับของข้ากำลังปูพรมค้นหาทั่วเมืองหลวง อีกไม่นานต้องได้ตัวมันแน่”“ข้ามิได้กังวลเรื่องตนเองหรอกเจ้าค่ะ” หวังเข้อซิงถอนหายใจ “แต่ข้ากังวลใจเรื่องท่านพ่อ องค์ชายสามรู้ดีว่าผู้ที่ร่วมมือกับท่านพี่ตัดท่อน้ำเลี้ยงของเขาคือกรมคลัง หากเขาคิดจะแว้งกัด...”ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบ ประตูห้องหนังสือก็ถูกเปิดผางออก เยี่ยตงพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนแขนเสื้อ สีหน้าขององครักษ์เงาตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่
Magbasa pa

บทที่ 26  โทสะเทพสงคราม ทะลวงเลือดล้างบาง

บทที่ 26 โทสะเทพสงคราม ทะลวงเลือดล้างบางยามโหย่ว ณ จวนแม่ทัพกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วลานจวน ลี่เจียวเจี๋ยหยัดกายลุกขึ้นจากกองเลือดขององครักษ์ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมั่นคงเยือกเย็น บัดนี้ถูกฉาบเคลือบด้วยเงาทะมึนแห่งมัจจุราช รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนทหารยามที่รอดชีวิตต่างสั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำ“ตามท่านหมอเทวดามารักษาเยี่ยตง! หากเขาตาย ข้าจะเอาหัวพวกเจ้าไปเซ่นไหว้เขา!” แม่ทัพหนุ่มตวาดก้อง ก่อนจะหันไปหาทหารคนสนิท “ส่งพลุสัญญาณสีแดงเรียกรวมพล ‘กองกำลังทมิฬ’ ทั้งหมดเดี๋ยวนี้ ข้าต้องการทหารม้าเหล็กห้าร้อยนาย และส่งคนนำป้ายประจำตัวข้าไปแจ้งใต้เท้ากวนแห่งศาลต้าหลี่ ให้ออกคำสั่งปิดประตูเมืองทุกบาน ห้ามผู้ใดเข้าออกแม้แต่สุนัขตัวเดียว!”ลี่เจียวจ้านที่เพิ่งทราบข่าวและควบม้าตามมาถึงจวน เบิกตากว้างเมื่อเห็นสภาพพังทลายของบ้านและจิตสังหารของพี่ชาย “พี่ใหญ่! รัชทายาททรงทราบเรื่องแล้ว พระองค์ทรงมอบป้ายอาญาสิทธิ์ทองคำมาให้ สั่งการให้พี่ใหญ่มีอำนาจจัดการกบฏและผู้สมรู้ร่วมคิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอไต่สวนขอรับ!”ลี่เจียวเจี๋ยรับป้ายอาญาสิทธิ์มาถือไว้ในมือ นัยน์ตาแดงก่ำวาวโรจน์ด้วยไฟแค้น “ดี
Magbasa pa

บทที่ 27 ค่ายกลมรณะ และเลือดของเทพสงคราม

บทที่ 27ค่ายกลมรณะ และเลือดของเทพสงครามยามห้าย ณ วัดร้างหานซาน หุบเขาไร้เงาเศษไม้จากบานประตูที่แตกกระจายร่วงหล่นลงสู่พื้น ท่ามกลางฝุ่นควันที่ลอยคลุ้ง ลี่เจียวเจี๋ยก้าวเข้ามาในอารามร้าง รังสีสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ทำเอาอากาศในห้องเย็นยะเยือกจนแทบจับขั้วหัวใจ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองร่างของหวังเข้อซิงที่ถูกมัดอยู่กับเสา เมื่อเห็นรอยแดงช้ำบนปลายคางและใบหน้าที่ซีดเซียวของภรรยา เส้นเลือดบนขมับของแม่ทัพหนุ่มก็ปูดโปนขึ้นทันทีองค์ชายสามผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความหวาดหวั่น ทว่าเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองวางค่ายกลไว้พร้อมสรรพ เขาก็แค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง“มาได้รวดเร็วสมเป็นแม่ทัพไร้พ่ายแต่เจ้าก้าวเข้ามาในถิ่นของข้าแล้ว ลี่เจียวเจี๋ย วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้เห็นสตรีที่เจ้ารักตายไปต่อหน้าต่อตา! ฆ่ามัน! แล้วจุดชนวนระเบิดเสีย!”สิ้นคำสั่ง นักฆ่าเงากว่ายี่สิบคนก็ชักกระบี่พุ่งทะยานเข้าใส่ลี่เจียวเจี๋ยจากทุกทิศทาง พร้อมกันนั้น นักฆ่าอีกผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้เสาไม้ก็หยิบคบเพลิงขึ้นมา เตรียมจี้ลงบนสายชนวนดินปืนที่ถูกโยงไว้รอบอารามทว่าองค์ชายสามประเมินความสามารถของสตรีตระกูลหวังต่ำเกินไป!
Magbasa pa

บทที่ 28 คมดาบปลิดชีพ และน้ำตาของฮูหยิน

บทที่ 28 คมดาบปลิดชีพ และน้ำตาของฮูหยินยามห้าย ณ วัดร้างหานซาน หุบเขาไร้เงาเงาดาบสีเงินวาววับสะท้อนแสงจันทร์ พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วและแรงอาฆาตที่ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้ องค์ชายสามเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พยายามก้าวเท้าหนีพร้อมกับร้องขอชีวิต“ละ... ลี่เจียวเจี๋ย! ข้าเป็นถึงองค์ชาย! เจ้าฆ่าข้า... เสด็จพ่อต้อง...”สวบ!!คมดาบทะลวงผ่านลำคอขององค์ชายสาม ตัดขาดซึ่งเสียงร้องและลมหายใจในเสี้ยววินาที เลือดสีสดสาดกระเซ็นย้อมแท่นบูชาเก่าทรุดโทรม ร่างขององค์ชายสามทรุดฮวบลงกับพื้น ดวงตายังคงเบิกโพลงค้าง ทว่าไร้ซึ่งแววแห่งชีวิตอีกต่อไปทรชนผู้มักใหญ่ใฝ่สูงและทะเยอทะยาน บัดนี้ได้จบสิ้นลงอย่างน่าสมเพชใต้คมดาบของแม่ทัพไร้พ่าย!ทันทีที่ผู้เป็นนายสิ้นชีพ นักฆ่าที่เหลือรอดเพียงหยิบมือต่างเสียขวัญทิ้งอาวุธเตรียมหลบหนี ทว่าเสียงฝีเท้าม้านับร้อยและเสียงโห่ร้องก็ดังกึกก้องปิดล้อมอารามร้างเอาไว้จนหมดสิ้น“พี่ใหญ่!” ลี่เจียวจ้านนำกองกำลังทมิฬบุกทะลวงเข้ามาด้านใน ทหารม้าเหล็กกวัดแกว่งอาวุธเข้าจัดการนักฆ่าที่เหลือรอดอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดเมื่อการต่อสู้จบลง ลี่เจียวเจี๋ยที่ยืนตระหง่านอยู่กลางกองเลื
Magbasa pa

บทที่ 29 จุดจบของดอกฟ้า และความลับใต้แสงโคม

บทที่ 29 จุดจบของดอกฟ้า และความลับใต้แสงโคมสามวันต่อมา ยามซื่อ ณ ท้องพระโรง วังหลวงข่าวการสิ้นชีพขององค์ชายสามกบฏแผ่นดินแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการกวาดล้างขุนนางโฉดที่สมรู้ร่วมคิดจนสิ้นซาก องค์รัชทายาทได้ขึ้นกุมอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างชอบธรรม ทว่ายังมีอีกหนึ่งบุคคลที่ต้องรับผลกรรมจากการกระทำอันเย่อหยิ่งของตนเองกลางท้องพระโรง องค์หญิงจินหลิง ผู้เคยหยิ่งผยองและหมายปองลี่เจียวเจี๋ยมาตลอด บัดนี้กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่เบื้องหน้าแท่นประทับของฮองเฮา แม้นางจะมิได้ร่วมก่อกบฏโดยตรง ทว่าหลักฐานจากจวนองค์ชายสามระบุชัดเจนว่า นางเคยแอบส่งจดหมายลับและให้ความร่วมมือในการใส่ร้ายตระกูลหวังเพื่อหวังจะกำจัดหวังเข้อซิงให้พ้นทาง“องค์หญิงจินหลิง... เจ้าเป็นถึงสายเลือดมังกร กลับมีจิตใจคับแคบ ริษยาสตรีที่มีสวามีแล้ว หนำซ้ำยังรู้เห็นเป็นใจกับกบฏ” ฮองเฮาตรัสด้วยพระสุรเสียงเยือกเย็นและเด็ดขาด “เพื่อรักษากฎมณเฑียรบาล ข้าในฐานะมารดาของแผ่นดิน ขอสั่งปลดเจ้าจากฐานันดรศักดิ์องค์หญิง ริบทรัพย์สินทั้งหมด และเนรเทศให้ไปบวชชีที่วัดหลวงบนยอดเขาเหลียงซาน คัดลอกพระสูตรสำนึกผิดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่
Magbasa pa

บทที่ 30 วสันตฤดูที่ผลิบาน และของขวัญล้ำค่าจากสวรรค์

บทที่ 30วสันตฤดูที่ผลิบาน และของขวัญล้ำค่าจากสวรรค์สามเดือนต่อมา ยามเว่ย ณ ศาลาริมน้ำ จวนแม่ทัพเหมันตฤดูอันหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยคาวเลือดได้ผ่านพ้นไป บัดนี้เมืองหลวงก้าวเข้าสู่วสันตฤดูอย่างเต็มตัว ดอกอวี้หลานในจวนแม่ทัพเบ่งบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมหวนไปทั่วบริเวณ บ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบสุขภายใต้การปกครองที่เข้มแข็งขององค์รัชทายาทหอการค้าลี่จินของหวังเข้อซิงเจริญรุ่งเรืองจนกลายเป็นเสาหลักทางการค้าของแว่นแคว้น ทว่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นายหญิงแห่งหอการค้ากลับมอบหมายงานทั้งหมดให้หลงจู๊ดูแล ส่วนตนเองนั้นเอาแต่พักผ่อนอยู่แต่ในจวน ตามคำสั่งขั้นเด็ดขาดของบุรุษผู้เป็นเจ้าของหัวใจลมเอื่อยพัดกลีบดอกท้อให้ร่วงหล่นลงบนโต๊ะหินอ่อน หวังเข้อซิงในชุดอาภรณ์สีชมพูอ่อนกำลังนั่งเหม่อมองฝูงปลาคาร์ปในสระ ใบหน้างดงามดูอวบอิ่มและมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าแต่ก่อน รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนริมฝีปากตลอดเวลาเสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยดังก้าวเข้ามาในศาลา ลี่เจียวเจี๋ยในชุดลำลองสีเข้มเพิ่งกลับมาจากการตรวจค่ายทหาร เขาไม่รอช้าที่จะสวมกอดร่างระหงจากด้านหลังทันทีที่มาถึง ฝังจมูกโด่งเป็นสันลงบนลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นกายห
Magbasa pa
PREV
123
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status