การอ่านแบบรู้สึกส่วนตัวคือฉันยกย่องวิธีที่เรื่องไม่ยัดเยียดความยุติธรรมอย่างง่ายๆ ให้จบแบบหวาน มันมีการเสียสละและการสูญเสียจริงๆ ซึ่งทำให้ฉากสุดท้ายของเรื่องมีพลังมาก เหมือนกับความยิ่งใหญ่เชิงแก้แค้นใน 'The Count of Monte Cristo' แต่มีความอบอุ่นของการฟื้นฟูสังคม ทิ้งให้ผู้อ่านรู้สึกทั้งอิ่มและกังวลไปพร้อมกัน
เรื่องนี้ทำให้ฉันนึกถึงเกมออริจินัลซาวน์ด์แทร็กของ 'Game of Thrones' ทันทีเลยนะ แน่นอนว่าศึกชิงบัลลังก์มันมีดนตรีที่ทรงพลังอยู่แล้ว
เพลงเปิดอย่าง 'The Red Woman' โดย Ramin Djawadi นี่แหละที่สร้างอารมณ์ได้สมบูรณ์แบบ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเชลโลเศร้าหมองผสมกับวงออร์เคสตรา ก็รู้เลยว่ากำลังจะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว ฉากที่ Cersei ยืนเดียวดายในมหาวิหารที่กำลังพังทลายกับเพลง 'Light of the Seven' นี่คือที่สุดของความสมบูรณ์แบบทางดนตรี