LOGIN" อย่ามายุ่งกับคนของกู " " เธอคิดว่าฉันยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อเธอ ? " " นั้นซิ ฉันคงสำคัญตัวเองผิดไป "
View More- มหาลัย -
“ สำหรับวันนี้ก็มีเท่านี้ อย่าลืมงานที่อาจารย์สั่งกันละ ”“ ครับ / ค่ะ ”
“ งั้นก็เลิกคลาสจ้ะ ”
“ โอ้ยย งาน งาน งานอีกแล้ว จะเป็นลม ” หลังจากอาจารย์เดินออกไปได้ไม่นานคนข้างๆก็หันหน้ามาโอดครวญกับฉันทันที
“ ยิ้ม ยิ้มอะไร อิผัก งานจะทับตายอยู่ละ ” ก็จะไม่ให้ยิ้มได้ไง ก็มันน่าตลกนี่หนา
“ ก็ขำแกไง บ่นอยู่ได้ ” ไม่ว่าจะคลาสไหนน้ำหวานก็บ่นตลอด
“ จะไม่ให้บ่นได้ไง งานเก่าฉันยังทำไม่เสร็จงานใหม่ก็เข้ามาแล้ว ” จริงๆช่วงนี้งานก็เยอะมากนั้นแหละ ก็แหง่ละตอนนี้ พวกเราอยู่ปี 4 กันแล้วงานก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา
“ ว่าแต่แกเหอะ ทำเสร็จหมดยัง ” ฉันก็ส่ายหน้าแทนคำตอบกลับไป งานฉันก็ยังไม่เสร็จหรอกแต่ก็เกือบแล้ว
“ ถ้าฉันเป็นแกนะผักขม ฉันต้องตายแน่ ๆ ”
“ แกอึดชะมัด แบ่งเวลายังไงว่ะ เรียนก็ต้องเรียน งานก็ต้องทำ ” พูดถึงงาน วันนี้เวรฉันนี่หน่า
“ ฉันไปก่อนนะแก ”
“ เออๆ กลับดีๆ ” น้ำหวานก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรมากเพราะเข้าใจว่าทำไมฉันถึงกลับก่อน
ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลยใช่ไหม ฉันชื่อ ผักขม ใช่ ผักขม นั้นแหละค่ะชื่อฉันแปลกดีไหมละ ฉันคิดว่ามันแปลกนะ ตอนนี้ฉันเรียนอยู่คณะอักษรศาสตร์ ที่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ที่มาเรียนที่นี้ได้ก็เพราะได้รับทุน ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆฉันก็ทำงานส่งตัวเอง ฉันออกมาอยู่คนเดียวตั้งแต่อยู่ ม.4 แล้ว ตั้งแต่แม่ฉันเสีย บ้านที่เคยเป็นบ้านมันก็ไม่ใช่อีกต่อไป ฉันเลยตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว แต่ชั่งเรื่องนั้นมันเถอะ
ตุบ !
“ อ๊ะ ! ” เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินๆเลยทำให้ฉันเดินชนกับใครเข้าก็ไม่รู้ ฉันยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ เจ็บชะมัดชนโดนตรงไหนเนี่ย“ จิ๊ ” แต่เสียงต่อมาทำให้ฉันเลิกสนใจความเจ็บของตัวเอง แล้วรีบพูดออกไปทันที
“ ขะ ขอโทษนะ เจ็บตรงไหนรึเปล่า ” ฉันพูดออกไปแล้วมองสำรวจตามเนื้อตัวของคนตรงหน้า ก่อนจะไปหยุดตรงใบหน้าที่ดูจะเหวี่ยงๆของเขา จมูกที่เป็นสันรับกับรูปหน้าของเขา ไหนจะผมสีดำที่เป็นสีเดียวกับดวงตานั้นอีก มันยิ่งทำให้ผิวของเขาที่ขาวอยู่แล้วดูขาวขึ้นไปอีก
“ มองไรหนักหนาวะ ” เป็นอีกครั้งที่ฉันได้สติจากคำพูดของคนตรงหน้า แต่น้ำเสียงเขาดูติดจะรำคาญฉันซะมากกว่า
“ เอ่อ...ขอโทษอีกครั้งนะ ” เขาน่าจะไม่เจ็บตรงไหนหรอก เพราะเขาตัวใหญ่กว่าฉันตั้งเยอะ ขนาดฉันเดินชนเขาฉันยังกระเด็นเลย
“ น่ารำคาญ หลบดิ๊ ” น่ารำคาญ ? เขาเป็นคนที่พูดจาแบบนี้กับคนที่ขอโทษรึไงกันนะ
“ ..... ” ฉันยังไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเขาก็เดินผ่านฉันไปเลย ผู้ชายคนนี้นิสัยชั่งขัดกับหน้าตาจริงๆ แต่มองดูดีๆเค้าก็ดูน่ากลัวอยู่นะ
“ หื้ม ? ” ฉันเลิกสนใจเรื่องของผู้ชายคนนั้น แล้วตั้งท่าจะเดินไปหน้ามหาลัย แต่ตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นว่ามีอะไรตกอยู่
“ เกียร์หรอ ” น่าจะใช่ละมั้ง ผู้ชายคนนั้นเรียนวิศวะหรอ ดูเท่ขึ้นมาอีกขั้นเลยแหะ แต่ผู้ชายแบบนั้นก็คงจะดูดีแค่ภายนอก ฉันยอมรับเลยนะว่าเขาดูดีเอามากๆเลย แต่ฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยดีกว่า ส่วนเกียร์นี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะใช่ของเขาจริงๆไหม อาจจะเป็นของคนอื่นทำตกไว้ก่อนหน้านี้ก็ได้
“ ไว้ค่อยไปตามหาเจ้าของแล้วกัน ” ถ้าฉันยังมัวแต่ยืนอยู่ตรงนี้คงจะได้ไปทำงานสายแน่ ๆ
..
.
‘ แน่น’ พูดได้คำเดียวเลย แต่มันก็คงไม่แปลกหรอกตอนนี้ก็เป็นเวลาเลิกเรียน และเลิกงานรถเมล์ที่ค่าโดยสารไม่แพงใครๆเค้าก็ขึ้นกัน ฉันค่อยๆกระเถิบไปทีละนิดเพื่อหาที่ว่าง ให้ตัวเองได้มีที่ยืน ถ้าไม่ไปคันนี้ก็คงไปทำงานไม่ทัน ทางเลือกฉันมีไม่เยอะ อะไรที่ทนได้ก็ต้องทนไปก่อน อย่างเช่นตอนนี้ที่ต้องมายืนอยู่กลางกลุ่มนักศึกษาต่างมหาลัยที่ดูน่ากลัวพอๆกับผู้ชายคนที่ฉันเจอก่อนหน้านี้แต่ตอนนี้คงน่ากลัวกว่า
เอี๊ยดดด !!!
กริ้ง !!!
อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าการขับรถเมล์มันเป็นแบบนี้จริงๆ เบรกกระทันหันจนฉันหน้าเกือบทิ่มดีนะที่เกาะราวจับได้ทัน ไม่งั้นคงลงไปกองกับพื้นแล้ว ละแล้วนั้นมันใช่เกียร์ที่ฉันเก็บได้รึเปล่านะ ที่อยู่ในมือของหนึ่งในนักศึกษากลุ่มนั้น
“ เอ่อ... เราขอคืนนะ ” เมื่อคิดว่าใช่แล้วจริงๆ ฉันเลยทำใจดีสู้เสือยื่นมือไปขอมันคืนมา ถึงมันจะไม่ใช่ของฉันจริงๆแต่ฉัน ก็ควรจะมีความรับผิดชอบโดยการเอาไปแจ้งคณะเพื่อตามหาเจ้าของต่อไป เพราะเท่าที่รู้มาเกียร์มันสำคัญกับเด็กวิศวะมาก
“ ของเธอ ? ” ผู้ชายคนนั้นถามย้ำฉันมา
“ อืม ของฉันเอง ขอบคุณนะ ” ฉันก็ได้แต่ตอบไปอย่างกล้าๆกลัวๆแล้วยื่นมือไปหยิบเกียร์ในมือของผู้ชายคนนั้นแล้วรีบเดินไปตรงประตูทันที ดีหน่อยที่ป้ายหน้ามันถึงที่หมายของฉันพอดี
.
.
.
ทำไมนักศึกษากลุ่มนั้นถึงมองฉันแปลกๆ ตั้งแต่หยิบเกียร์นั้นขึ้นมาแล้วขนาดตอนนั้นที่ฉันลงมาจากรถเมล์แล้วนักศึกษากลุ่มนั้นก็ยังมองจนรถผ่านหน้าฉันไป
“ ผักขมจ้ะ ช่วยเอาไปเสิร์ฟโต๊ะ 5 หน่อยนะ ” ฉันหลุดออกจากภวังค์ที่กำลังใช้ความคิดหันมาสนใจกับขนมตรงหน้าที่พี่แก้มยื่นมาให้ ฉันทำงานที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง ที่นี้จะเปิดตั้งแต่หนึ่งทุ่มจนถึงตีสองและเปิดทุกวัน แต่พนักงานจะวนกันมาทำ ในหนึ่งวันก็จะมีพนักงานประมาณ 4-5 คน คาเฟ่ที่นี้จะกึ่งๆบาร์หน่อยจะมีดนตรีสดให้ฟัง มีอาหาร ค็อกเทล และเครื่องดื่มอีก บลาๆ งานมันก็ไม่ถึงกับหนักมากก็คงแล้วแต่วัน วันไหนคนเยอะก็จะหนักหน่อย วันไหนคนน้อยก็จะสบาย แต่ส่วนใหญ่ที่นี้ไม่มีคำว่าคนน้อยนะคะ อาจจะเป็นเพราะอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยมากนัก เลยมักจะมีนักศึกษามากันเยอะอยู่เหมือนกัน การตกแต่งที่นี้ก็สวยมากๆ อาหาร เครื่องดื่ม ก็ดีด้วยเช่นกัน พนักงานที่นี้เขาก็คัดหน้าตากันนะคะ ฉันก็ไม่ได้หน้าตาดีอะไรหรอกอย่าพึ่งเข้าใจผิดกัน แต่เพราะฉันน่าสงสารมั้งพี่แก้มที่เป็นเจ้าของร้านเลยให้เข้ามาทำงาน
“ วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ คนเยอะเลย ” เสียงต้าร์ ต้าร์ก็เป็นพนักงานที่นี้เหมือนกันหมอนี้นะ เรียกลูกค้าดีมากๆเลยละ
“ อืม ” ฉันก็ตอบกลับไปสั้นๆ
“ เวรเธอทีไร คนเยอะทุกที ” เสียงต้าร์บ่นออกมาเบาๆ
“ ฉันก็คิดงั้น แต่เป็นเพราะนายมากกว่ามั้ง ” ก็อย่างที่บอกนั้นแหละ หมอนี้อ่ะตัวเรียกลูกค้า
“ มันก็ต้องเป็นงั้นอยู่แล้ว ฉันหล่อขนาดนี้ ” ต้าร์หล่ออันนี้ไม่เถียงค่ะ แต่ก็หลงตัวเองมากเหมือนกัน
“ ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงว่ะ ”ฉันได้แต่ส่ายหน้าให้กับความหลงตัวเองของต้าร์
“ ไปทำหน้าที่ของนายได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะฟ้องพี่แก้ม ”
“ ชิ๊ ขู่เก่งจริงๆ ”
.
.
.
เฮ้ออออ ฉันนอนถอนหายใจอยู่บนเตียงหลังจากกลับมาจากที่คาเฟ่ วันนี้คนเยอะมากจริงๆ สูบพลังงานฉันออกไปเยอะเลย ฉันหลับตาลงสักพักแล้วก็เหมือนจะนึกอะไรออกเลยลุกออกไปจากเตียง
“ มันใช่ของนายรึเปล่านะ ” เอาเป็นว่าเรื่องนี้ค่อยหาวิธีตามหาเจ้าของแล้วกัน แต่เกียร์นี้ดูแตกต่างจากเกียร์ทั่วๆไป มันดูแปลกตาไม่ใช่ว่าฉันจะเห็นเกียร์วิศวะบ่อยๆหรอกนะ แต่เกียร์อันนี้มันดูสะดุดตาและแปลกตามากจริงๆ
“ เฮ้อออ ” พอมองเกียร์แล้วสายตาแปลกๆของนักศึกษากลุ่มนั้นที่มองฉันก็ลอยมาอีกแล้ว นี่ทำไมฉันต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องเกียร์แค่เส้นเดียวด้วยนะ หวังว่ามันคงไม่มีอะไรหรอกเนอะ
“ อดทนหน่อยนะผักขม ” มันมักจะเป็นคำพูดที่ฉันบอกตัวเองทุกครั้งเวลารู้สึกเหนื่อย
“ พรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น ” ใช่ ! วันนี้อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่พรุ่งนี้มันจะดีขึ้น
- เช้าวันต่อมา – “ อื้ออ ” ผมรู้สึกตัวเพราะแสงแดดที่ส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ก่อนจะเบี่ยงตัวเพื่อไปหาผักขมแต่ว่ากลับเจอแต่ความว่างเปล่าทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นมาดู สงสัยจะอยู่ห้องนั่งเล่น“ ตื่นเช้าจังว้ะ ” ผมลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะเดินออกมาด้านนอก“ .... ” แต่เดินออกมาก็มีแต่ความเงียบและความว่าง ในห้องนี้ไม่มีวี่แววของผักขมเลย“ หรือจะออกไปข้างนอก ” แต่จะออกไปไหนได้ว้ะ วันนี้ผักขมมีเรียนบ่ายเธอคงไม่รีบไปมอตั้งแต่เช้าแบบนี้หรอก แล้วไหนจะเมื่อคืนที่เรากว่าจะได้นอนกันอีก “ ตู้ด ตู้ด ตู้ด ไม่สามารถติดต่อเลขหมาย..... ” ผมกดวางสายไป ทำไมโทรไม่ติดว้ะ ไปไหนของเธอพรึ่บ !ผมพึ่งอาบน้ำเสร็จแล้วกำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่แต่ระหว่างนั้น สายตาผมก็เหลือบไปเห็นอะไรแปลกๆ ผมว่าตู้เสื้อผ้าผมมันโล่งแปลกๆ“ หายไปไหนหมด ” เสื้อผ้าของผักขมครับ ที่มันเคยแขวนอยู่ในตู้เดียวกันกับผมมันหายไปหมด ไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว ผมเลยเดินไปดูตรงที่เธอเคยเก็บกระเป๋า สรุปกระเป๋าเธอก็หายไปด้วย@ คอนโดน้ำหวาน“ ฉันถามได้ไหม ”“ อื้ม ถามได้ ” ฉันว่าในหัวของน้ำหวานตอนนี้คงมีแต่คำถามเต็มไปหมดแน่ ๆ“ แก
" เพราะฉันต้องปกป้องเธอไง "" อ้ะ อื้ออ " ไม่ใช่ฉันหรอกนะที่เปล่งเสียงนั้นออกมาแต่เป็นบัลลังก์ หลังจากที่ฉันได้รับรู้ความรู้สึกผ่านสายตาคู่นั้น ตอนนี้ฉันเลยอยากทำตามเสียงของหัวใจตัวเองบ้างปล่อยทุกอย่างให้มันไปตามอารมณ์ นั้นเลยทำให้ตัดสินใจดึงบัลลังก์มาจูบแบบนี้โดยที่เค้าก็ไม่ได้ทันตั้งตัว" เธอ " บัลลังก์พูดออกมาเสียงแผ่วหลังจากที่ฉันถอนจูบพรึบ" อื้อออออ " ฉันจูบบัลลังก์อีกครั้งก่อนจะค่อยๆปีนไปนั่งบนหน้าตักเค้า จากนั้นก็แทรกลิ้นเล็กเข้าไปในโพรงปากหนาแล้วดูดดึงลิ้นหนาเป็นการหยอกล้อ ฉันอาจจะจูบไม่เก่งเท่าบัลลังก์แต่ก็คิดว่าจูบของฉันมันก็คงพอสู้กับเค้าได้จ๊วบ จ๊วบ อื้อออ เสียงนั้นดังไปทั่วห้อง หลังจากที่บัลลังก์ตั้งสติได้เค้าก็เปลี่ยนจากคนโดนรุกมาเป็นฝ่ายรุกแทน ฉันยกมือขึ้นไปคล้องลำคอหนาจากนั้นก็ลูบไล่ลำคอและขยุ้มผมเค้าเป็นการระบายอารมณ์" อ่าาาส์ " นานนับนาทีกว่าเราจะถอนจูบออกจากกัน ฉันมองหน้าบัลลังก์นิดหน่อยร่างกายมันก็ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ฉันว่าอารมณ์ของฉันมันกำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่คงจะไม่ใช่ฉันแค่คนเดียว" ซี๊ดดดด ผักขม เธอ " ฉันรู้สึกว่าสิ่งที่ฉันนั่งทับอยู่มันกำลังขยายตัวและ
ฉันทำงานล่วงเลยจนมาถึงเที่ยงคืน ลูกค้าก็เริ่มทยอยกลับกันไปบ้างแล้ว น้อง ๆพนักงานก็เริ่มเก็บของกันอยู่ ส่วนบัลลังก์และเพื่อนๆของเค้าก็ยังนั่งกันอยู่ไม่ไปไหน ฉันว่าวันนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกมันดูไม่มีอะไรน่าสงสัยเลยสักนิด อีกอย่างวันนี้ฉันก็ยังไม่เห็นไฟหรือพวกของเค้าเลยสักคน บางทีบัลลังก์อาจจะกังวลมากเกินไป" วันนี้ เธอปิดร้านรึเปล่า " ต้าร์ที่เดินออกจากหลังร้านถามฉันขึ้น แต่ฉันดันเผลอไปสบตากับบัลลังก์ที่กำลังมองมาทางนี้อยู่พอดี" ....... " " ผักขม !! " ต้าร์เรียกชื่อฉันอีกครั้งเมื่อฉันไม่ยอมตอบเค้า มันไม่ใช่ฉันไม่อยากตอบแต่มันโดนสายตาที่มองมากดดันอยู่ไง แต่ตอบๆไปก็คงไม่เป็นไรหรอก ก็มันเลี่ยงไม่ได้ดิ อีกอย่างบัลลังก์ก็อยู่ที่นี้" ไม่นะ นายปิดเหรอ "" เออดิ ใครเร่งแอร์รึเปล่าว้ะ หนาวแปลกๆ " ฉันว่าไม่ใช่เพราะแอร์หรอกที่ทำให้ต้าร์รู้สึกหนาว น่าจะเป็นสายตาที่พร้อมทำลายล้างที่มองมามากกว่า ขนาดฉันยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบเลย" ตั้งใจทำไปละกัน ฉันไปก่อน " ขืนยืนคุยต่อไม่ฉันก็ต้าร์ที่จ
" ลูกค้าโต๊ะนั้นหล่อมาก "" มดลูกกูสั่นเลยอ่ะมึง "" อย่าว่าแต่มึงเลย "" แค่เค้ากระดิกนิ้วกูก็วิ่งไปกองอยู่แทบเท้าเค้าแล้ว "" ถามเค้ายังว่าจะเอามึงไหม "" เดี๋ยวกูตบปากแตก ปล่อยให้กูได้ฝันไม่ได้รึไง " ฉันกำลังวุ่นวายกับการจัดออร์เดอร์ของลูกค้าอยู่ก็ได้ยินเสียงของรุ่นน้องที่ทำงานอยู่ด้วยกันกำลังเม้าท์มอยเรื่องลูกค้าอยู่ไม่ไกล ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังแต่มันบังเอิญได้ยินเอง สงสัยน่าจะเป็นลูกค้าใหม่ไม่งั้นน้องเค้าคงไม่ออกอาการขนาดนั้นแต่ฉันก็ไม่ได้หันไปมองหรอกนะว่าหล่อขนาดไหน ไม่รู้ว่าจะหล่อสู้แก๊งค์ของบัลลังก์ได้รึเปล่า แต่ฉันว่าคงไม่มีใครสู้แก๊งค์นั้นได้หรอก ถ้ารุ่นน้องฉันรู้ว่าฉันได้อยู่ท่ามกลางผู้ชายงานนี้แบบนั้นจะอิจฉาฉันขนาดไหนนะ" มึงๆ เค้าเรียก " หนึ่งในรุ่นน้องพูดจาออกมาเสียงตื่นๆ" กูไปเอง "" กูเห็นก่อน "" แล้วไง กูจะไป "" อีฝ้ายโต๊ะนี้กูขอ "" กูก็ขอเหมือนกัน "" ให้พี่ไปแทนไหม ถ้าตัดสินใจกันไม่ได้ " ฉันวางออร์เดอร์ในมือลงบนเคาน์เตอร์แล้วพูดออกไปหลังจากเห็นน้องเค้ากันอยู่สักพัก ฉันไม่ได้จะไปแทนจริงๆหรอก เห็นตกลงกันไม่ได้สักทีเลยจะช่วยตัดสินใจ แต่ถ้ายังตัดสินใจกันไม่ได้จริง
“ จะไปไหน ” นี่คงเป็นประโยคแรกที่บัลลังก์พูดกับฉันหลังจากที่เราทะเลาะกันเมื่อคืน“ ไปทำงาน ”“ เวลานี้ ? ” บัลลังก์ก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเองแล้วถามฉันเสียงเรียบ“ อืม ” มันก็คงไม่แปลกหรอกที่บัลลังก์จะถาม เพราะตอนนี้มันบ่ายโมงตรงซึ่งเวลาปกติที่ฉันจะเดินทางไปทำงานคือช่วงห้าโมงเย็นเกือบๆหกโมง แต่วันนี้
- บัลลังก์ -“ มึงมั่นใจหรอว้ะ ว่าเป็นไอเวรนั้น ” ไอเก้าทัพถามผมที่นั่งอยู่ตรงข้ามมัน ตอนนี้ผมอยู่ห้องไอสงครามแล้วก็ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมอยู่ห้องสงครามแต่เป็นไอเก้าทัพพูดกับผมเพราะว่าผมโทรตามพวกมันมารวมกันที่นี้รวมถึงไอออกศึกด้วย“ ถ้าไม่ใช่ไอต้าร์กูก็นึกไม่ออกแล้วว่าใครที่ผักขมไว้ใจ ” ผักขมเป็นคนที่
" อื้ออ " ฉันขยับตัวเมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อาการปวดหัวก็ตรงเข้าเล่นงานฉันทันที ไม่น่าเลยผักขม ไม่น่ากินเข้าไปเลย ปวดหัวชะมัด" อ้ะ " พอเริ่มขยับตัวฉันก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนนั้นและรู้สึกเหมือนมีอะไรอย่าตรงน้องสาวฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาและพบกับภาพบรรยากาศมันแตกต่างไปจากเดิม ฉั
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็มีข้าวมาส่งฉันเลยเอาไปใส่จานส่วนนายนั้นก็ลุกไปอาบน้ำแต่ฉันว่าวิ่งผ่านน้ำมากกว่าไม่ถึงสิบนาทีเขาก็ออกมาเล่นเกมส์ต่อแล้ว แต่จะทำอะไรมันก็สิทธิ์ของเขา ก็อย่างที่เขาพูดนี่มันห้องเขา“ อ่ะ ของนาย ” ฉันวางจานลงตรงหน้าเขา และดูเหมือนเขาจะเล่นเกมเสร็จพอดีมั้งถึงวางเกมลง แล้วมานั่งก