เข้าสู่ระบบ#สวัสดีค่ะเตย์ รักเขามาตั้งแต่มัธยม ตอนแรกก็กะจะปล่อยไปเฉย ๆ นั่นแหละ แต่หัวใจเจ้าเอยดันทนไม่ไหวเอาเสียเลย "งั้นขอจีบนะคะ" และไม่ว่าสุดท้ายผลจะออกมาเป็นยังไงเราก็จะยังรักเธอเสมอ
ดูเพิ่มเติมท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของเมืองใหญ่ ทะเลแนบใบหน้ากับกระจกสีชาของรถแท็กซี่ จ้องความสูงของตึกระฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงระยิบระยับของร้านรวงที่ตกแต่งประดับประดาไปด้วยแสงไฟแห่งการเฉลิมฉลอง
ใกล้ปีใหม่แล้วสินะ...
ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นไม่คลายนับแต่ย่างเท้าก้าวลงมาจากรถไฟที่มุ่งตรงจากภาคเหนือมายังปลายทางกรุงเทพมหานคร
จะว่าเชยก็เชย...
ทะเลไม่เคยมากรุงเทพฯ เลยสักครั้ง ถึงแม้จะชื่อว่าทะเล แต่เขาก็ยังไม่เคยเห็นทะเลกับตาตัวเอง ไม่เคยรู้แม้กระทั่งว่าน้ำทะเลมีรสเค็มอย่างไร แล้วทำไมคนถึงชอบมาทะเล เขารู้แค่ว่าชื่อจริงของเขานั้นมีที่มาจากพ่อที่เป็นคนทะเล
อยากเจอจัง...
ทะเลอยากเจอพ่อ ก็เลยหมายใจว่ามาทำงานที่กรุงเทพฯ เขาจะออกตามหาพ่อ ไม่ว่าจะเจอหรือไม่ เขาก็อยากลองดูสักครั้ง
“ถึงแล้วครับ”
ทะเลมองผ่านกระจกหน้าต่างรถแท็กซี่ที่เพิ่งจอดสนิทลงตรงหน้าประตูรั้วของ ‘อคินพร็อพเพอร์ตี้’ คอนโดมิเนียมมิเนียมกลางเก่ากลางใหม่ใจกลางกรุง
เขาขยับตัวไล่ความเมื่อยขบแล้วหยิบกระเป๋าเป้เตรียมพร้อมก่อนจะล้วงกระเป๋าเงินขึ้นมาล้วงหยิบธนบัตรสีม่วงหนึ่งใบส่งให้
“ค่าโดยสารแพงเหมือนกันนะพี่ นั่งมาแค่นี้เกือบสองร้อยแล้ว”
“ก็น้ำมันแพงน่ะพ่อหนุ่ม มีแต่คนบ่นทั้งวัน ทุกวันเลย”
“ค่าครองชีพแพงขึ้นทุกวันจริงๆ” ทะเลบ่นพึมพำ แต่ก็ไม่พ้นรัศมีการได้ยินของคนขับไปได้
“ก็ต้องกัดฟันสู้กันไปแหละครับ”
“เหนื่อยเลยนะครับ ทั้งแดดร้อน ฝนตก รถติด คนก็มากยังกับมดกับหนอน”
“นั่นล่ะครับ ก็ต้องอยู่กันไปให้ได้ล่ะ” คนขับตอบพลางยื่นเงินทอนส่งให้
ทะเลสบตาเจ้าของรถที่ถึงแม้จะดูเหนื่อยล้าแต่ก็ยังพอมีรอยยิ้มก็รับเงินทอนมาเก็บใส่กระเป๋า ก่อนจะมองเงินที่เหลืออยู่พลางครุ่นคิด
จะอยู่รอดได้อีกกี่วันนะเรา...
ชายหนุ่มลอบถอนใจ ขณะก้าวลงจากรถแล้วรอจนรถแท็กซี่แล่นจนลับสายตาไป
เขาอยากจะประหยัดอยู่หรอก...
แต่ความที่ไม่รู้ทางทำให้ยากที่จะใช้บริการขนส่งมวลชนพร้อมกับกระเป๋าพะรุงพะรังสองสามใบที่ขนมาจากเชียงใหม่ได้
เฮ้อ...
เอาน่า...
ยังไงก็ต้องสู้ล่ะวะ!
ทะเล ก้าวเข้ามาภายในคอนโดมิเนียมกลางเก่ากลางใหม่ขนาดความสูงห้าชั้นด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ เขาอายุย่างยี่สิบสามปี เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีสารสนเทศเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ด้วยเงินทุนจากรัฐบาล
เขาเป็นเด็กกำพร้า...
ครูบ้านใจสว่างที่อุปการะเขาไว้จึงแนะนำให้สอบเข้าบรรจุครูผู้ช่วยในโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังประจำจังหวัด
เขาอยากเป็นข้าราชการเพื่อจะได้สิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับวางรากฐานในอนาคต แต่มันยาก ทะเลก็รู้ว่าความหวังที่มีก็ยังคงริบหรี่เหลือเกิน เพราะผู้สมัครล้นหลามมากมายและทะเลไม่มีเส้นสายใดๆ จึงยากที่จะฝากความหวังไว้กับการรอคอยแต่เพียงอย่างเดียว
ยังไงก็คงต้องหางานทำแก้ขัดไปก่อน...
ระหว่างรองาน ทะเลจึงสมัครเข้าทำงานเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดที่โรงเรียนอคิราห์วิทยาในกรุงเทพแทนบรรณารักษ์คนเก่าที่ลาออกไปแต่งงานและโรงเรียนยังขาดคนที่มีความรอบรู้ด้านหนังสือมากพอจะมาทำงานด้านนี้ เพราะฉะนั้นเขาจึงเป็นตัวเลือกแรกทำให้ได้งาน
ทะเลรักการอ่าน...
นอกจากอยากเป็นครูแล้ว เขาก็ยังอยากจะเป็นนักเขียน การทำงานในห้องสมุดจึงนับว่าเป็นงานที่ไม่เลวสำหรับความฝันของทะเล
ไม่ใช่ไม่เลวสิ...
มันดีมากต่างหาก...
เขาชอบหนังสือ ชอบกลิ่นหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือที่มีเรื่องราวต่างๆ ซ่อนอยู่ในนั้น ทะเลชอบจินตนาการตามข้อความในตัวหนังสือ แรงบันดาลใจที่ไหลผ่านตัวหนังสือคือสิ่งสำคัญของการมีชีวิตอยู่
ทะเลปล่อยใจคิดถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึงจนกระทั่งเสียงทักจากใครคนหนึ่งดึงให้เขาตื่นจากภวังค์
“มาแล้วเหรอ... คนเก่ง”
“ครับ พี่แตง”
ทะเลพนมมือไหว้ แตงหรือ “จิราพร” รุ่นพี่ร่วมมหาวิทยาลัยที่เป็นครูบรรณารักษ์และกำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่วันนี้แล้วปล่อยห้องเช่าต่อให้ทะเล ซึ่งเขาก็ตอบรับแต่โดยดีเพราะจิราพรให้อยู่ก่อนจ่ายทีหลังได้ ซึ่งนับว่าดีมากสำหรับเขา
“ปะ พี่พาไปดูห้อง”
“ครับ”
“มาพี่ช่วยหิ้วกระเป๋า”
จิราพรบอกอย่างเอื้อเฟื้อแต่ทะเลรีบโบกมือห้าม
“ไม่เป็นไรครับพี่”
“ตามใจ ปะไปกัน”
ทะเลพยักหน้าหงึกหงัก แบกเป้ขึ้นหลังสองมือหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้ากับถุงสัมภาระที่บ้านใจสว่างให้มาเอาไว้กินระหว่างทาง
ทะเลแทบจะไม่มีทางเลือกให้ใช้เวลาผ่านไปวันๆ โดยไม่ทำอะไรได้ เขาจึงสมัครเข้ามาทำงานใน โรงเรียนที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมลูกคุณหนูไฮโซ และเป็นแหล่งรวมเด็กเกเรที่ขึ้นชื่อเรื่องต่อยตียิ่งกว่าโรงเรียนอื่นใด เป็นไงเป็นกัน งานนี้เห็นทีต้องลองสักตั้ง...
ค่ำนั้น...
ทะเลอาบน้ำอาบท่าหอมฟุ้ง หยิบห่อข้าวเหนียวกับหมูทอด แคบหมู กับน้ำพริกหนุ่มที่เหลือจากมื้อกลางวันขึ้นมาวางบนโต๊ะหน้าโทรทัศน์เก่าๆ ที่พี่แจงทิ้งไว้ให้
ทะเลปั้นข้าวเหนียวอั่วหมูทอดไว้ด้านในจิ้มน้ำพริกด้วยความเอร็ดอร่อยไปพลาง กดรีโมทเปิดดูข่าวสารหน้าจอโทรทัศน์ไปพลางจนกระทั่งข่าวจบ เขาจึงปิดแล้วหยิบโทรศัพท์มาเปิดท่องโซเชียลไปพลางๆ
ไม่ทันจะได้กินอิ่ม เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ทะเลจ้องภาพหน้าจอแล้วยิ้มออก
เขาโทรมาแล้ว...
ความหล่อเป็นเหตุ--------------------------------------------ช่วงเวลาหนึ่งคนเรามักจะหมกมุ่นกับบางสิ่งบางอย่างฉันคิดว่าตัวเองกำลังเป็นแบบนั้น....ร่างกายอันแสนเซ็กซี่ของเบบี๋คือสิ่งที่ฉันกำลังหมกมุ่นอยู่ในขณะนี้ ชอบที่จะให้เขาถอดเสื้อโชว์หุ่นกำยำล่ำสันตลอดทั้งวันเขารู้ว่าเราคลั่งไคล้อย่างหนักหน่วงก็ยิ่งเอาใจถอดให้ดูทุกวัน เยี่ยมยอดสุด ๆ เลยใช่ไหมล่ะคะเวลาอาบน้ำก็จะอาบด้วยกัน ได้ลูบได้คลำแล้วสุขใจ ฉันรู้ตัวนะว่าตัวเองนั้นอาการหนัก ขืนยังเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ดีแน่"เธอน่ะทำให้เรากลายเป็นคนหื่นกาม"ก่อนจะโทษตัวเองทำไมไม่ลองโทษคนอื่นดูก่อน"หึ ๆ" รายนี้ก็ดีแต่ขำชอบใจ"เราว่าต้องแยกกันอยู่สักพักแล้วล่ะ"เรื่องใหญ่เลยทีนี้ เขาหุบยิ้มแล้วดึงฉันที่ยืนหน้าบึ้งให้นั่งลงบนตัก กดจมูกหอมแก้มหมายให้ใจเย็นลงหน่อย"มันไม่ได้นะแบบนี้ เดี๋ยวเรากลายเป็นโรคจิตจะทำยังไง"เหมือนกำลังแสดงละครกันอยู่ไหม แต่จริง ๆ เครียดมากเพราะเราต้องได้ดูได้สัมผัสทุกวัน "คิดมาก คนรักกันเขาก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น"ใช่เหรอ?! คู่อื่นเขาชอบดูหุ่นแฟนชอบจับชอบลูบไล้แฟนแบบนี้เลยใช่หรือเปล่า มันคือเรื่องปกติงั้นสิ เขาน่ะชอบพูด
[คำเตือน : มีฉาก 18+]ยินดีต้อนรับกลับ--------------------------------------------------------ตอนนี้ฉันอยู่ที่สนามบินตรงหน้าทางออกที่เบบี๋กับครอบครัวจะเดินออกมา ในมือถือป้ายยินดีต้อนรับกับพวงมาลัยดอกดาวเรืองไว้คล้องคอเล่นใหญ่ราวกับไม่เจอกันเป็นสิบปี แต่สำหรับฉันมันนานไงคะ จากที่ว่าจะไปแค่สามวันเปลี่ยนเป็นสองอาทิตย์เต็ม ตอนได้ยินคือหูอื้อไปเลยตามประสาครอบครัวนักธุรกิจที่พอเจอคู่ค้าหรือใครที่สามารถเป็นพันธมิตรทางธุรกิจได้ก็รีบคว้าโอกาสทำความรู้จักกันเอาไว้ไอ้เราก็ทำได้เพียงแค่งอแง บ่นนั่นบ่นนี่ซึ่งสุดท้ายก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้อยู่ดี เลยต้องจำใจอดทนรอ ถึงอย่างนั้นก็เฟซไทม์คุยกันทุกวันเหมือนเดิมสองอาทิตย์คนทางนี้ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองว่างหรือนอนแห้งปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปเฉย ๆ นะคะ กลับบ้านหมกตัวอยู่ในห้องทำงาน รื้อผ้าที่สะสมไว้ออกมาตัดส่วนใหญ่เป็นไซซ์ของตัวเอง แล้วก็ของพ่อยอดรักยอดดวงใจ แชทคุยกับเพื่อนบ้างบางครั้ง พวกนั้นอวดกันยกใหญ่ว่าตอนนี้ต่างก็มีคนคุยแล้วบทลงโทษที่ตกลงกันไว้ก็คือต้องเผชิญหน้่ากับสิ่งที่กลัวที่สุด แน่นอนว่าเราลอยตัวไม่โดนลงโทษเพราะมีแฟนก่อนใครเพื่อน กร๊ากกกก สะใจชะม
ทางใครทางมัน--------------------------------------------เข่าทรุดลงพื้น ยืนอยู่บ่ไหว หายใจบ่ทัน สถานการณ์เข้าขั้นเจ็บหนัก~~อารมณ์ของฉันเหมือนกับเพลงประกอบข้างต้นไม่มีผิดเพี้ยน เมื่อเบบี๋ที่รักลากกระเป๋าเดินทางออกจากห้องไป เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน"ฮะ ฮึก!"ปวดใจถึงขนาดลงไปนอนแผ่อยู่ที่พื้นพรมกลางห้องโถง น้ำตาไหลเสียใจขนาดหนักเขาไปแล้ว...แชะ!แชะ!"ทำอะไรน่ะพี่ฝน""ถ่ายรูปส่งให้คุณเตย์ดูค่ะว่าคุณน้องกุ๋งกิ๋งเล่นใหญ่เบอร์ไหน""แรงมาก ก็คนมันเสียใจนี่นา""ลุกเถอะค่ะ ตรงนี้ยังไม่ได้ดูดฝุ่นเลย"ฉันถอนหายใจก่อนคลานไปนอนบนโซฟา เหมอมองแชนเดอเลียร์อันหรูหรา ในหัวก็คิดไปด้วยว่าจะทำอะไรดีพ่อยอดรักยอดดวงใจไม่อยู่สามวัน บินไปออสเตรเลียพร้อมกับครอบครัวเพื่อร่วมงานแต่งงานของญาติไอ้เราจะกลับบ้านก็ไม่เจอใครเพราะป๋าพาหม่าม้าขึ้นเหนือไปสวีตหวานกันสองคน พี่ชายก็ยุ่งจนหัวหมุน คนว่างเลยไม่มีอะไรให้ทำนัดรวมตัวก็ไม่ได้เดอะแก๊งแสนรักตอนนี้กำลังแข่งหาแฟนกันอย่างเข้มข้น ตัวฉันเองตั้งแต่มีแฟนก็ไม่ได้เข้าไปเช็คให้ห้องแชทเลยด้วยซ้ำช่างเถอะ! ไม่มีใครว่างเราก็หาอะไรทำคนเดียวก็ได้ นี่ ๆ รู้อะไรไหม เบบี
วันสบาย ๆ ริมลำธาร----------------------------------------------"อื้อ ออกไปได้แล้ว"บางครั้งเบบี๋ที่รักก็เซ็กจัดเกินไป! เห็นฉันตามใจหน่อยก็เอาใหญ่ ผลัก ๆ ดัน ๆ ให้เขาถอนตัวออกสักทีเดี๋ยวมันจะมีต่อรอบที่สามที่สี่"ฟอด! ขอบคุณมากครับ มาเถอะเดี๋ยวเบบี๋จะอาบน้ำให้""หืม? ดูพูดเข้า"กล้าพูดกล้าเล่นนะเดี๋ยวนี้ อาจเพราะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ฉันยิ้มขำทำตัวโอนอ่อนให้เขาอุ้มไปที่ห้องน้ำ คนตัวโตวางฉันลงในอ่าง เปิดน้ำเทสบู่ทำฟอง พอน้ำใกล้เต็มเขาก็ลงมาแช่ด้วยกันสองสามวันมานี้ฝนตกตลอดเราเลยไม่ได้ออกไปไหน มีแค่ป๋ากับพี่ชายที่ออกไปดูความเรียบร้อยในสวน แต่ไปไม่นานก็กลับเข้ามา เราทุกคนเลยได้ใช้เวลาภายในบ้านด้วยกันจนเบื่อป๋ากับพี่เกื้อชอบคุยเรื่องธุรกิจกับเบบี๋ บอกเป็นคนฉลาดรู้จักวางแผน แล้วจะไม่ให้ฉลาดได้ยังไง ไปดูพื้นเพตระกูลเขาสิ"อืม~"มือหนาลูบไล้ไปตามร่างกายของฉันอย่างถนุถนอม ผ่านต้นขา หน้าท้อง ไล่ขึ้นมาบริเวณอก พลางซุกซบใบหน้าเข้ากับซอกคอ พรมจูบไปตามไหล่แล้ววกกลับมาดูดเลียตรงลำคอ"อื้อ พอแล้วน่าเบบี๋ขา"แอ่นอกรับเมื่อยามที่เขาบีบคลึงสองเต้าสวยพอดีมือ ก่อนที่มือข้างหนึ่งจะเลื่อนลงไปตรงส่วนนั้น สร
คู่แข่งกลับมาแล้วนะคุณผู้ชม 100%------------------------------จันทร์เจ้าแม่สาวดาวมหา'ลัยเป็นผู้ผูกขาดบทสนทนาทั้งหมด ส่วนใหญ่ก็คุยเรื่องที่เจ้าตัวไปแลกเปลี่ยนมานั่นแหละ ใช้ชีวิตยังไง กินนอนยังไง มีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง บลา ๆ ๆขณะที่ฉันนั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยด้วยความหิวโหย ขนาบข้างด้วยเตย์และเธี
คู่แข่งกลับมาแล้วนะคุณผู้ชม (1)----------------------------เช้านี้มีความสุข...ตื่นมาเห็นเงินเดือนเข้าบัญชีแล้วดีใจ ได้มากกว่าตอนทำงานที่ร้านบะหมี่ของหม่าม้าซะอีก มากกว่าสามสี่เท่าเห็นจะได้ระยะเวลาหนึ่งเดือนจะว่าช้าก็ช้าจะว่าเร็วก็เร็ว แต่สำหรับฉันรู้สึกทั้งสองอย่างเลย เวลาอยู่กับเขาเวลามักผ่านไ
เสาร์อาทิตย์เธอคืดถึงใคร (2)-----------------------ขอบคุณพระเจ้าที่อย่างน้อยก็ให้ชีวิตน้อย ๆ นี้ได้มีเวลาพักผ่อน...ฉันนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงไม่คิดลุกทำอะไร ไถการ์ตูนอ่านเพลิน ๆ เบื่อก็เปิดซีรีส์ ฟังเพลงวนไปแปลกที่ไม่รู้สึกหิวสักนิด"เตย์จะทำอะไรอยู่กันนะ อยากเจอจังเลย..."มีสิทธิ์แค่คิดถึ
เสาร์อาทิตย์เธอคิดถึงใคร (1)--------------------------[ เตย์ ทมโภลี ]เหมือนจะไม่คาดหวังแต่ก็คาดหวังมากกว่าใครทั้งหมด"แกคิดว่าแค่นี้มันพอเหรอ" ผมมองผู้ให้กำเนิดที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าของท่านฉายชัดซึ่งความไม่พอใจอย่างว่าธุรกิจแค่นี้ทำกำไรไม่ได้มากหากแต่ก็เก็บได้เรื่อย ๆ อะไรที่เร