Masuk
ณัฐวราเดินออกจากห้องประชุมพร้อมเพื่อนร่วมงาน หลังจากที่ประชุมเรื่องการจัดงานเลี้ยงเปิดตัวผู้บริหารคนใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนหน้านี้ เธอเคยได้ยินสินีพูดเหมือนกันว่าเขาเป็นลูกชายของท่านประธาน ที่ไปดูแลกิจการในเครือแม็คแคนเลย์ของต้นตระกูลอยู่ที่อเมริการ่วมกับญาติ ๆ ทางฝั่งบิดา
ส่วนธุรกิจในประเทศไทยนั้นเป็นของท่านประธานคนปัจจุบันที่ก่อตั้งขึ้นเอง หลังจากที่เดินทางมาเมืองไทยและได้พบรักกับภรรยาชาวไทย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมลูกชายของท่านถึงต้องไปทำงานให้บริษัทแม่ที่อเมริกานานถึงสิบปี
แล้วเพื่อนเธอยังบอกอีกว่าท่านประธานคนใหม่กลับมาได้สามเดือนแล้ว แต่อยู่ในระหว่างเดินทางไปดูธุรกิจที่มีสาขาอยู่มากมายทั่วประเทศไทย ไม่ได้เข้ามาบริษัทบ่อยนัก ส่วนเธอเองก็ยังไม่เคยเห็นเขาสักครั้ง ได้ยินแต่เพื่อนเธอบอกว่าหล่อมาก ๆ ดูดีไปทุกกระเบียดนิ้ว
“น้ำผึ้ง ท่านประธานเชิญให้ไปพบที่ห้อง” สินิเรียกเพื่อนเอาไว้
“เรื่องอะไรวะแก”
“อยากทราบก็เชิญไปถามท่านดูสิคะคุณเพื่อน” กระซิบตอบแบบกวน ๆ แล้วเดินกลับไป
……………………….
ภายในห้องท่านประธาน
สมิธมองหญิงสาวรุ่นลูกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความเมตตาและเอ็นดู แล้วพลันคิดถึงคำพูดของภรรยา
‘ชวนหนูน้ำผึ้งมาหาดาที่บ้านให้ได้นะคะสมิธ ดามีเรื่องจะคุยกับเธอ เรื่องเด็ก ๆ น่ะค่ะ’
สมิธขยับตัวเล็กน้อย “วายุเขาเป็นยังไงบ้างหนูน้ำผึ้ง”
“พี่วายุก็เหมือนเดิมค่ะท่าน อาการยังทรงตัว”
"แล้วเด็ก ๆ ล่ะ ช่วงนี้ลุงไม่ค่อยได้เจอพวกเขาเลย หรือว่าหาคนเลี้ยงได้แล้ว" สมิธจะแทนตัวเองว่าลุงทุกครั้งเมื่อคุยกับหญิงสาว แต่เธอไม่เคยเรียกเขาอย่างกันเองเลย
"ไม่ได้ให้ใครเลี้ยงหรอกค่ะ เพราะน้ำผึ้งเลิกไม่เป็นเวลา อีกอย่างไม่ค่อยไว้ใจใครด้วยค่ะ"
"ที่ลุงเรียกให้มาหาเพราะคุณดาเขาฝากมาบอกให้หนูไปหาเขาหน่อย ให้เอาเด็ก ๆ ไปด้วยนะ เขาคิดถึง"
เธอรู้ทันทีเลยว่าคุณท่านคงจะให้เธอเอาเด็ก ๆ ไปอยู่กับท่านช่วงปิดเทอมแน่นอน เพราะเป็นแบบนี้มาตลอดสามปี ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นั้น
"ค่ะท่าน พรุ่งนี้เลิกงานแล้วน้ำผึ้งจะพาเด็ก ๆ ไปหาคุณท่านนะคะ" เธอคุยเรื่องงานกับท่านอยู่อีกครู่ใหญ่ก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อ
ออกจากห้องก็เห็นเพื่อนรักอยู่ที่โต๊ะทำงานพอดี จึงโบกมือเป็นการบอกลา
"เที่ยงนี้ไปกินส้มตำเจ้าประจำกัน" สินีบอกเพื่อนรัก
"อือ อยากกินอยู่เหมือนกัน เดี๋ยวเจอกันนะ"
“โอเค”
…………………………….
“อาเบียร์สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ”
เสียงใส ๆ ของเด็กน้อยที่ทักใครบางคน ทำให้ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาทางประตูด้านหลังบริษัท และกำลังจะกดลิฟต์ต้องหยุดมองด้วยความสงสัย.. เด็กทั้งสองเดินตรงมาที่เขายืนอยู่ แล้วเด็กผู้ชายที่หน้าตาน่ารักเหมือนเด็กญี่ปุ่นก็เอื้อมมือไปกดลิฟต์ ส่วนเด็กผู้หญิงที่น่าตาฝรั่งจ๋า ผมสีทอง นัยน์ตาสีฟ้า หน้าตาน่ารักยิ่งนัก ก็หันมามองเขาด้วยความสนใจก่อนจะส่งยิ้มมาให้
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งสามก็เดินเข้าไปยืนอยู่ในลิฟต์ เด็กชายเอื้อมมือไปกดที่เลขสาม แล้วจึงหันมาถามเขา
"ชั้นไหนครับ" พร้อมส่งยิ้มผูกมิตร
"ชั้นสามครับ" ความจริงเขาจะไปชั้นห้าเพื่อไปหาบิดา แต่ได้มาเจอกับเด็กหน้าตาน่ารักสองคนนี้ ก็ทำให้อยากรู้ว่าพวกเขามาทำอะไรที่นี่ในเวลางานแบบนี้
"คุณลุงจะไปหาแม่น้ำผึ้งของน้องวาเหรอคะ" เด็กหญิงถามตามความเข้าใจของเด็กสามขวบ
"ถึงชั้นสามแล้วครับเด็ก ๆ"
"คุณลุงยังไม่ได้ตอบน้องวาเลยค่ะ" เด็กหญิงทักท้วงเมื่อออกจากลิฟต์มาแล้ว
"ถ้าคุณลุงจะไปแผนกออกแบบก็อยู่ห้องนั้นครับ แต่ถ้าเป็นแผนกอื่นต้องไปถามอาเบียร์ที่อยู่ฝ่ายต้อนรับข้างล่างครับ"
คำแนะนำของเด็กชายตัวน้อยทำให้ชายหนุ่มรู้ว่า อาเบียร์คือประชาสัมพันธ์ของบริษัทเขานั่นเอง
"น้องวาจะพาคุณลุงไปหาแม่น้ำผึ้งนะคะ ถ้าคุณลุงอยากได้บ้านก็ต้องให้แม่ของน้องวาวาดรูปบ้านให้ก่อนนะคะ" แล้วเด็กหญิงก็จูงมือเขาเดินไปตามทาง โดยมีเด็กชายเดินตามหลังไปห่าง ๆ
……………………….
ณัฐวราลุกจากที่นั่งในห้องส่วนตัวที่เป็นกระจกใส รีบเดินออกไปหาเด็ก ๆ ที่กำลังเดินเข้ามาในเข้ามาในแผนกพร้อมกับชายแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก
"แม่น้ำผึ้งขา" เด็กหญิงวลาลีหรือน้องวาปล่อยมือจากชายหนุ่มแล้ววิ่งไปหามารดาทั้งตัว กอดขาทั้งสองข้างของเธอไว้
"สวัสดีครับแม่น้ำผึ้ง ลุงเควี่เขาจะมาหาแม่เรื่องงานครับ" เด็กชายวาคิมหรือน้องคิมชี้ไปที่ชายหนุ่ม ที่สอบถามชื่อแซ่ระหว่างทางที่เดินมาด้วยกัน
เควินมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า เธอทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาผิดปกติ เขาเห็นเธอเปิดประตูห้องทำงานส่วนตัวออกมา แสดงว่าเธอต้องใหญ่ที่สุดในห้องนี้ แต่ด้วยหน้าตาและบุคลิก เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นคุณแม่ลูกสองแล้ว เพราะเธอยังดูเด็กอยู่เลยอายุน่าจะยี่สิบกลาง ๆ
“ทานเสร็จแล้วเราไปต่อกันอีกที่นะคะ เพราะว่าหุ้นส่วนของดาวอีกคนเขาอยากทราบรายละเอียดเรื่องงานด้วยน่ะค่ะ” ชายหนุ่มมองหน้าเธอแล้วนิ่งไปเหมือนใช้ความคิด “ถ้าคุณนภดลไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะคะ ดาวจะคุยแทนคุณนภเองก็ได้ แต่อาจจะไม่ถูกใจเพื่อนดาวนัก” เธอทำหน้าเครียดนิด ๆ อย่างลำบากใจ“ก็ได้ครับ ผมขอไปโทรศัพท์สักครู่นะครับ” แล้วแยกตัวออกไป.......................นภดลเดินออกมาที่หน้าร้านแล้วโทรหาเลขาส่วนตัวทันที รอไม่นานก็มีเสียงทักทายมาตามสาย“เดชา ตอนนี้ผมออกมากินข้าวกับคุณดุจดาวนะ แต่อีกสักพักต้องไปเจอกับหุ้นส่วนของเธออีกคน แต่ผมไม่อยากไปคนเดียว เดี๋ยวผมจะส่งโลไปให้คุณ รีบตามไปให้เร็วที่สุดนะ” คุยกับเดชารู้เรื่องแล้วจึงกดหาสินี รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่เธอรับสายช้าจนสายตัด เขากดโทรออกอีกครั้ง และเธอก็รับแทบจะทันทีในครั้งนี้ “ทำไมรับสายช้าจัง”(สินีกำลังช็อปปิ้งอยู่ค่ะ เลยไม่ได้ยิน) ความจริงเธอก็นั่งอยู่ร้านเดียวกับเขานั่นแหละ เห็นตั้งแต่ตอนที่เขาเดินเข้าร้านและเดินออกไปจากร้าน“วันนี้ผมอาจจะกลับดึกหน่อยนะ คุณดาวเธอจะแนะนำให้รู้จักหุ้นส่วนอีกคนของเธอน่ะ ผมต้องออกไปกับเธอ” (..ค่ะ คุณไปคนเ
ห้างสรรพสินค้าณัฐวราและสินีเดินเที่ยวกันอย่างสนุกสนานไปทั่วห้าง เดินเหนื่อยก็นั่งพักดื่มน้ำบ้าง กินไอศกรีมบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้ของสักชิ้น“สินี ฉันอยากจะซื้อชุดนอน แกช่วยฉันเลือกหน่อยนะ เอาแบบที่แกคิดว่าฉันใส่แล้วเจ้านายแกเลือดกำเดาทะลักเลยนะ” น้ำผึ้งเริ่มแผนขณะที่กำลังเดินเข้าร้าน และแล้วชุดนอนที่แสนจะยั่วใจสามีก็ถูกซื้อมาเรียบร้อยแล้วถึงเจ็ดชุด โดยงานนี้เจ้าแม่น้ำผึ้งเป็นสปอนเซอร์รูดบัตรเครดิตของสามีให้แก่เพื่อนรักโดยเฉพาะ และหวังอย่างยิ่งว่าจะถูกใจคนสั่ง“น้ำผึ้ง ถ้าแกใส่ชุดที่ฉันเลือกให้นะ รับรองว่าท่านประธานฉันหัวใจวายตายแน่” แล้วหัวเราะอย่างสนุกที่ได้แกล้งเพื่อนณัฐวราได้แต่ยิ้มขำกับคำพูดของเพื่อนรัก และชวนกันไปซื้อของใช้อื่น ๆ ต่ออีกหลายอย่าง“ท้องแกโตไวมากเลยนะน้ำผึ้ง ตอนไอ้เอท้องแรกฉันยังจำได้เลยว่าตั้งหกเดือนมั้งถึงดูออก แต่ของแกนี่แค่สามเดือนก็เริ่มดูออกแล้ว ท้องแฝดหรือเปล่า” “ไม่รู้เหมือนกัน อาทิตย์นี่แหละหมอนัดซาวด์ แต่..ไม่รู้ว่าแกจะเชื่อฉันมั้ย ฉันคิดว่าพี่วายุต้องมาเกิดเป็นลูกฉัน” แล้วเธอก็เล่าเรื่องที่เธอและเด็ก ๆ ได้เจอวายุให้กับเพื่อนฟังสินีขนลุกชัน ลูบแขนตัวเ
สินีเดินออกจากห้องน้ำพร้อมกับชุดนอนกางเกงลายการ์ตูน บนหัวโพกผ้าไว้เหมือนแขก เธอเดินไปนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหันไปมองนภดลทีนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กปลายเตียง “ไปอาบน้ำค่ะ จะได้รีบนอน พรุ่งนี้ต้องไปตรวจงานข้างนอกไม่ใช่เหรอคะ”เขาลุกขึ้นแต่ไม่ได้เดินเข้าห้องน้ำ กลับเดินตรงมาหาเธอ เขากอดเธอแล้วฝั่งจมูกลงบนผมที่ยังเปียกหมาด ๆ ของเธอ “ก็ผมบอกคุณแล้วว่าให้อาบพร้อมกัน คุณก็รั้นไม่เข้าเรื่อง”“คุณนี่ทะลึ่งเงียบนะ” จึงได้รางวัลเป็นจมูกโด่งที่ฝั่งลงบนแก้มนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยว“อาบน้ำเสร็จเมี่อไหร่จะกลับมาทำโทษ ที่กล่าวหาว่าผัวตัวเองทะลึ่งเงียบ” เขามองเธออย่างคาดโทษ “แล้วคราวนี้ก็ตั้งใจฟังด้วยนะว่าเงียบจริงมั้ย” แล้วหญิงสาวก็ต้องสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อเขาเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อนอนของเธอ “ดีมาก เดี๋ยวเจอกันที่รัก” แล้วผละจากเธอไปเข้าห้องน้ำ “บ้า!” เธอต่อว่าเขาที่มาจับหน้าอกไร้บราของเธอสินีอ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ จนเห็นสามีเดินออกจากห้องน้ำจึงวางหนังสือในมือลง แล้วลุกไปหยิบชุดนอนที่เตรียมไว้ส่งให้เขา แต่เขาส่ายหน้าอย่างมีความหมายแทน ซึ่งเธอก็เข้าใจดี จึงวางมันลงที่เดิมแล้วเปลี่ยนเป็นเช็ดผมให้เข
“ผมรู้ฮันนี่ ผมไม่อยากให้คุณคิดมากเรื่องผู้หญิงคนอื่น พวกเขาไม่มีความสำคัญกับผมเท่าคุณกับลูกของเราหรอกนะ อย่าคิดมาก ทำใจให้สบาย ลูกของเราจะได้แข็งแรง สุขภาพดี” เขาปลอบเธออย่างอ่อนโยน “ค่ะ น้ำผึ้งจะดูแลลูกของเราให้ดีและจะมีเหตุผลให้มากกว่านี้”“ครับ กลับบ้านกันเถอะ ทุกคนรอเราอยู่”“ค่ะ”.........................คฤหาสน์แม็คแคนเลย์“คุณพ่อกับคุณแม่กลับมาแล้วครับ”“น้องวา น้องคิม อย่ากระโดดใส่แม่นะ เดี๋ยวโดนน้อง” คุณกานดาบอกหลานที่กำลังวิ่งออกไปรับบิดาและมารดา เด็กทั้งสองตอบรับและวิ่งเข้าไปหาบิดาแทน แต่แล้วทุกคนก็ต้องตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อคนที่เป็นมารดากลับยืนอึ้งแล้วน้ำตาก็เริ่มคลอเบ้า ก่อนขอตัวเดินขึ้นห้องนอนโดยอ้างว่าปวดหัว ไม่ขอลงมาทานข้าวด้วย “เควี่ แกทำอะไรเมีย” คุณกานดาใส่ทันที“เปล่านะครับ สงสัยจะน้อยใจลูกที่ไม่ยอมเข้าไปกอดเหมือนทุกวัน คุณหมอบอกว่าอารมณ์ช่วงนี้ของเค้าจะแปรปรวนครับแม่ เหมือนกับขาดความมั่นใจเพราะอีกหน่อยรูปร่างจะขยาย แล้วการปฏิบัติตัวก็จะเปลี่ยนไป อย่างเด็ก ๆ ที่เคยอุ้มเคยกอดก็ทำไม่ได้ ก็เลยทำให้รู้สึกเหมือนห่างเหิน แต่อีกพักก็จะดีขึ้นเองครับ”
“ดาวอยากจะขอบคุณคุณเลขาค่ะ ที่ช่วยดูแลคุณนภแทนดาว” สินีไม่เข้าใจคำพูดของเธอจึงมองหน้าเป็นคำถาม “ดูแลเรื่องอะไรคะ” “ก็ที่คุณเลขาไปดูแลคุณนภถึงญี่ปุ่นน่ะค่ะ เขาเล่าให้ดาวฟังหมดแล้วค่ะ เขาบอกว่าน้อยใจดาวที่เขาชวนแล้วไม่ยอมไปกับเขาด้วย เขาเลยต้องชวนคุณเลขาไปแทนเพราะจองตั๋วไว้แล้ว ดาวก็เลยอยากขอบคุณที่ช่วยดูแลเขาแทนดาวน่ะค่ะ” สินีมองหญิงสาวที่ปั้นหน้าแต่งเรื่องได้สมจริง แต่เธอก็โกรธหล่อนที่พูดจาดูถูกเธอเหมือนกับเธอเป็นแค่ของเล่นของเจ้านายเท่านั้น แต่เธอก็ไม่คิดจะตอบโต้เพราะคิดว่ายังทนไหว เธอจะรอให้ถึงจุดเดือดก่อนแล้วค่อยระเบิดทีเดียวให้เละไปเลย “ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นหน้าที่ของเลขาอย่างดิฉันอยู่แล้ว” แล้วส่งยิ้มหวานกลับไปให้ดาวขัดใจต่อท่าทีและคำตอบของสินีมาก ที่คำพูดของเธอไม่สามารถทำให้หล่อนสะทกสะท้านอะไรเลย “คุณเลขานิสัยดีจังเลยค่ะ คุณนภก็แสนดี พอกลับมาถึงก็รีบรับนัดคุณพ่อของดาวเพื่อไปทานข้าวเย็นที่บ้านดาว เขาคงจะแคร์ความรู้สึกของพ่อดาวมาก ๆ เลยนะคะ” แม้เธอจะเอาบิดามาอ้าง แต่ถ้าเลขาคนนี้ฉลาดพอก็น่าจะเดาได้ว่าเธอต้องการสื่อถึงตัวเอง สินีชักเริ่มจะหมดความอดทนกับผู้หญิงคนนี้แล้ว แล
เธอจับมือเขาแล้วยืนขึ้นด้วยความดีใจที่เขาเห็นด้วย ยอมเดินตามเขาไปด้วยความเต็มใจเพราะคิดว่าเขาจะยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ แต่เธอคิดผิดถนัด เพราะเขาดันตัวเธอติดผนัง แล้วจัดการปิดปากด้วยจูบดูดดื่ม มือข้างหนึ่งปลดกระดุมเสื้อของเธอเพื่อล้วงเข้าไปในบราตัวจิ๋ว คลึงเคล้นหน้าอกหน้าใจ หยอกเย้ากับยอดอกจนสยิวเสียวซ่าน “คุณนภพอเถอะค่ะ” สติที่ยังพอเหลืออยู่ร้องห้ามเสียงสั่นพร่า แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ถกกระโปรงของเธอขึ้นมาไว้เหนือเอว แล้วใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในช่วงล่างของเธอ ปลุกเร้าให้เธอตื่นตัวและเตรียมพร้อมสำหรับเขา แล้วจับเธอหันหลัง จัดการกับกางเกงของตัวเองให้หลุดไปกองที่ปลายเท้าแล้วดึงขาข้างหนึ่งออกให้เป็นอิสระ จับสะโพกผายให้โก่งโค้งประชิดตัว แล้วจ่อส่วนสำคัญของตัวเองหยอกเย้าเร้าอารมณ์เธอ สอดใส่ให้เป็นหนึ่งเดียวกันจนหญิงสาวสูดปากครางสะท้าน “ คุณนภคะ” ครางชื่อเขาออกมา “ครับที่รัก” มือทั้งสองจับยึดเอวเธอไว้แน่นตามอารมณ์ แล้วก้มลงซุกไซร้ไปตามซอกคอนุ่ม มือทั้งสองขยำที่ทรวงอกที่ห้อยตามแรงโน้มถ่วงอย่างเมามัน เขาปรนเปรอความสุขให้กับภรรยาป้ายแดงจนเธอถึงฝังฝันไปก่อน ไม่นานก็รีบกระแทกสะโพกถี่ ๆ เพื่อเธอไปอีกคนเส
“แกก็รู้ว่าฉันค่อนข้างจะสนิทกับคุณกานดา เผอิญวันนั้นท่านให้ฉันไปหาที่บ้าน ก็เลยได้เจอกับเขา ซึ่งก่อนหน้านั้นฉันเจอเขาแล้วครั้งหนึ่ง” แล้วเรื่องราวต่าง ๆ ก็ถูกเล่าต่อให้เพื่อนฟังโดยไม่มีปิดบัง (แล้วแกรู้สึกกับเขายังไงล่ะน้ำผึ้ง เอาความจริงนะ) “ฉันไม่รู้ว่ามันรู้สึกยังไงถึงจะเรียกว่ารัก แต่เขาต
“แค่คุณป้าให้เด็ก ๆ มาอยู่ด้วยน้ำผึ้งก็เกรงใจจะแย่แล้วค่ะคุณเควิน ของพวกนี้น้ำผึ้งก็ซื้อตุนไว้อยู่แล้ว ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย” “ครอบครัวผมไม่ได้ลำบากอะไรเลยครับ ดังนั้นไม่ต้องเกรงใจหรอก”คนฟังได้แต่ยิ้ม เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี“หนูน้ำผึ้ง อาทิตย์ก่อนคุณสมิธเขาเอาการ์ดงานแต่งของสินีมาให้ป้า เขาจะแต
แล้วเพื่อน ๆ ของเขาก็พากันเดินออกไปคงเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยังปักหลักนั่งอยู่ ไม่ใช่เพราะอยากอยู่ต่อ แต่อยู่เพราะเป็นห่วงหญิงสาวที่อยู่อีกโต๊ะหนึ่ง จึงคิดจะอยู่ต่อจนกว่าเธอจะกลับ…...........................“เอ ชั้นเรียกเช็คบิลไปแล้วนะ เที่ยงคืนกว่าแล้ว” สินีบอกกับเพื่อนที่เพิ่งเดินกลับจากห้องน้
“เปล่าครับ แต่เมื่อกี้คุณน้ำผึ้งโทรมาหาคุณ บอกว่าเขาจะกลับก่อนเพราะต้องไปส่งเด็ก ๆ แล้วให้ไปเจอกันที่ร้าน... ร้านอะไรนะผมจำไม่ได้” เขาทำท่านึก ทั้งที่ความจริงอีกฝ่ายไม่ได้พูดถึงชื่อร้านเลย“โรงเบียร์....” สินีบอกชื่อร้านแก่ชายหนุ่ม“ใช่ครับ ร้านนั้นแหละครับ เธอย้ำว่าห้ามสายนะครับ” แล้วก็เดินเข้าห้




![[ love of butterfly ] ผีเสื้อสามผัว (4p)](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![พ่อผัว-[NC-20+]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)