FAZER LOGIN“น้องรักแม่ดอกแก้วเหมือนลูกในไส้ ทั้งรักทั้งเอ็นดูเหลือเกินเจ้าค่ะคุณพี่ เห็นมาแต่เล็กแต่น้อย อยากมีลูกสักคนก็ไม่มี ทรัพย์สมบัติก็มากมาย ถ้าไม่มีลูกก็คงไม่มีใครดูแลสืบทอด” อินเอ่ยปากบอกพี่ชายของสามีพลางถอนใจ
“น้องก็รักและเอ็นดูแม่ดอกแก้วเหมือนลูก สัญญาว่าจะดูแลหลานให้ดีเหมือนลูกในไส้ พี่โมกข์กับพี่เพ็ญจะยกแม่ดอกแก้วให้เราสองคนเอาไปชุบเลี้ยงจักได้ไหมขอรับ” เพียรเอ่ยขออีกเป็นรอบที่ร้อย สองผัวเมียเทียวไล้เทียวขื่อมาเยี่ยมเยียนพี่ชายพี่กับสะใภ้อยู่ไม่ได้ขาด มาหลายครั้งต่อเดือน ติดต่อกันนานหลายสิบปี เพียรขอดอกแก้วไปเลี้ยงเป็นลูกทุกครั้งที่เจอหน้ากัน จนสองสามีภรรยาเริ่มใจอ่อน
“ต้องถามเจ้าตัวดูก่อน” เพราะโมกข์กับเพ็ญก็รักลูกมาก รู้ว่าเพียรกับอินก็รักลูกสาวคนเล็กของตนมากเช่นกัน แต่อย่างไรก็คิดว่าตนเป็นพ่อแม่ก็ย่อมที่จะรักมากกว่า จึงไม่อยากให้ลูกไปพ้นอก แต่ตอนนี้ดอกแก้วเจริญวัยขึ้นมาก สิบขวบเข้าไปแล้ว จึงพอที่จะรู้ความ หากถามไถ่กันก็คงพอจะตัดสินใจได้แล้วว่าอยากไปอยู่กับอาและอาสะใภ้หรือไม่
“พูดถึงก็มาพอดีเชียวแม่ตัวดี” โมกข์เอ่ยขึ้นเมื่อลูกสาวทั้งสองเดินขึ้นเรือนมา ดอกรักนั้นไหว้อาทั้งสองด้วยกิริยาอ่อนช้อย ในขณะที่ดอกแก้วดูกระโดกกระเดกยิ่งกว่าเด็กผู้ชาย
“อาเพียรกับอาอินมานานแล้วหรือเจ้าคะ หลานคิดถึงเหลือเกิน” ดอกแก้วเข้าไปกอดอินด้วยความคิดถึง อินลูบหัวลูบตัวด้วยความรักสุดหัวใจ อยากได้ไปเป็นลูกตั้งแต่เห็นหน้าค่าตากันครั้งแรก ครั้นเมื่อคลอดในครานั้น
“วันนี้อามีของมาฝากเยอะแยะเลยหนา” เพียรเล่าให้หลานสาวฟังว่าไปค้าขายมาจากที่ใดบ้าง ดอกแก้วฟังเพลินแถมยังเอ่ยปากว่าอยากไปด้วย
“แม่ดอกแก้ว อาเพียรกับอาอินของลูก จักมาขอลูกไปชุบเลี้ยงเป็นลูก จักพาไปอยู่ด้วยกันที่ทางใต้ เจ้าจักว่าอย่างไร พ่อกับแม่มิบังคับลูกดอกหนา อาทั้งสองมาขอเจ้าไปเป็นลูกนานหลายปีแล้ว พ่อกับแม่ไม่เคยบอกเพราะตอนนั้นลูกยังเล็ก ตอนนี้ลูกโตแล้ว ย่อมที่จะตัดสินใจได้แล้ว” โมกข์เอ่ยกับบุตรสาวคนเล็กอย่างแสนรักใคร่
“ไปอยู่ทางใต้หรือเจ้าคะเจ้าคุณพ่อ” ดอกแก้วเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น แต่อีกใจก็ยังลังเลเพราะต้องจากบิดามารดาและพี่สาวไปอยู่ที่อื่น
“ใช่จ้ะ เจ้าจักว่าอย่างไรล่ะ จะไปอยู่กับอาเพียรหรือไม่” เพ็ญเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ดอกแก้วเงยหน้ามองอาทั้งสองสลับกับมองหน้าบิดามารดา
“ไปอยู่กับอาไหมแม่ดอกแก้ว อาอยากมีลูกแต่ก็ไม่มี อารักแม่ดอกแก้วเหมือนลูกในไส้ของอา อาสัญญาว่าจะรักและดูแลแม่ดอกแก้วให้ดี ไปอยู่ที่โน่น คิดถึงก็เขียนจดหมายมาหาพ่อแม่ของหลานได้ทุกเมื่อ หรือถ้าต้องค้าขายหรือเดินทางมาที่พระนคร อาก็จักพาหลานมาด้วย ไม่ต้องกลัวว่าจักไม่ได้เจอกับพ่อแม่แลพี่สาวของหลานอีก”
“หลานขอคิดแล้วก็ตัดสินใจก่อนจักได้ไหมเจ้าคะคุณอา” ดอกแก้วขอเวลา เพราะยังลังเล แต่การได้ไปท่องเที่ยวแลได้ไปช่วยค้าขายกับผู้เป็นอาทั้งสองก็ทำให้ดอกแก้วรู้สึกตื่นเต้นมิน้อย หล่อนอยากจักได้เห็นโลกกว้างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
สองสามีภรรยายังไม่ได้เดินทางกลับ เพราะจะรอคำตอบจากหลาน และจักเดินทางกลับพร้อมกันหากดอกแก้วตอบตกลง
“ดอกรักจะไปอยู่กับอาเพียรและอาอินหรือไม่จ๊ะ” ดอกรักเอ่ยถามน้องสาว
“น้องอยากไปเปิดโลกกว้าง อยากท่องเที่ยวแลค้าขายที่เมืองทางใต้ เห็นคุณอาบอกว่าน้องจักได้ค้าขายกับคนหลายเชื้อชาติ แลจักได้เรียนรู้ภาษาอีกด้วย ทั้งฝรั่ง แขก จีน ไทย” คำตอบของน้องสาวทำให้ดอกรักรู้แน่ชัดแล้วว่าวันรุ่งพรุ่งนี้น้องสาวของตนจักต้องจากไปไกล แลอีกนานคงจะได้เจอกัน
โมกข์กับเพ็ญยืนส่งลูกสาวขึ้นรถไฟด้วยความรักสุดหัวใจ ลูกตัดสินใจเช่นไร ทั้งสองก็เคารพการตัดสินใจของลูกเสมอ
“คุณพี่เจ้าขา น้องกลัวว่าแม่ดอกแก้วจักไปทำให้พ่อเพียรกับแม่อินต้องปวดหัวเหลือเกินเจ้าค่ะ”
“ไม่ดอก แม่ดอกแก้วเป็นเด็กเฉลียวฉลาด แม้จะดื้อไปบ้างแต่ก็รู้ว่ากระไรควรกระไรมิควร”
“แต่น้องเป็นห่วงลูกนี่เจ้าคะ ไม่เคยให้ห่างอก จากกันครานี้ไม่รู้ว่าจักได้เจอกันอีกเมื่อใด”
“พ่อเพียรกับแม่อินเขาก็หมั่นแวะเวียนมาเยี่ยมเราอยู่เสมอ อีกไม่กี่เพลาก็จักได้เจอกันแล้วหนา น้องอย่าคิดปริวิตกไปเลย” โมกข์ปลอบใจเมียรัก ตอนนี้เขาได้เลื่อนยศเป็นพระยา และมีฐานะร่ำรวยขึ้นมากกว่าแต่ก่อนอาจเพราะว่าเพ็ญผู้เป็นภรรยานั้นรู้จักเก็บเงินเก็บทอง ซื้อที่ซื้อทางเพิ่ม ทำให้มีทรัพย์สินเพิ่มพูนมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
ดอกแก้วเดินทางไปอยู่ทางใต้กับเพียรและอินผู้เป็นอาก็เขียนจดหมายส่งมาถึงบิดามารดาและพี่สาวไม่เคยขาด เด็กสาวเล่าถึงความสนุกสนานที่ได้พบเจอ นั่นทำให้คนที่รอจดหมายใจจดจ่อของน้องสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ได้อ่านจดหมายทุกฉบับของน้องรัก
การแต่งงานของเกื้อกับดอกแก้วที่จะเกิดขึ้น ทำให้หลายคนที่รอคอยมานานหลายปีตื่นเต้นเป็นอันมาก ทุกคนช่วยกันจัดเตรียมงาน เพื่อให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวได้ร่วมหอกันเสียทีพิธีหมั้นหมายถูกจัดขึ้นก่อนหน้านั้น และหลังจากนั้นก็เป็นพิธีแต่งงาน ขบวนขันหมากแห่มาถึงหน้าเรือน สร้างความยินดีและครึกครื้นให้กับแขกเหรื่อและญาติผู้ใหญ่เป็นอันมากหลังจากเจ้าบ่าวผ่านประตูเงินประตูทองเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเข้าไปรับเจ้าสาวในห้อง เพื่อออกมาทำพิธีญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวนั้นนิมนต์พระสงฆ์มาจำนวนเก้ารูปมาทำพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลในงานแต่ง เจ้าบ่าวกำลังจะสวมแหวนให้เจ้าสาว เสียงเอะอะโวยวายของแขกคนหนึ่งก็ดังขึ้นในห้องทำพิธี“ท่านจะออกเรือนกับหล่อนจริงๆ น่ะรึ”“ใช่ ท่านมีกระไรรึ” เกื้อจำได้ว่านี่คือพี่เขยของดอกแก้ว เหตุใดอีกฝ่ายถึงได้มาอาละวาดเช่นนี้“ก็ผู้หญิงที่ท่านจักออกเรือนด้วยคือเมียของข้าอย่างไรเล่า” ประโยคนั้นทำให้เสียงฮือฮาดังขึ้นทั้งงาน ผู้ใหญ่หลายคนถึงกับยกมือขึ้นทาบอก“หยุดพูดประเดี๋ยวนี้” เกื้อตวาดเสียงเข้มด้วยความโกรธ“เหตุใดจึงพูดไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ไปเป็นเมียของฉันอยู่ตั้งนานนม หล่อนปลอมตัวเป็นพี่สาวฝาแฝดข
หากจะตัดขาดก็พูดบอกกันดี ๆ เพราะโต ๆ กันแล้วนะลูก” วาจาของมารดาเตือนสติดอกรัก หล่อนไม่อยากออกไปเจอกับหลวงอัฐ แต่ถ้าหากหลบหน้าเขาเช่นนี้ก็จะคาราคาซัง หากจะเลิกก็ตัดขาดกันไปให้จริงจัง หากจะกลับไป ครานี้ก็ต้องทนให้ได้หากเขาจะมีเมียน้อยอีก และไม่ทำตามสัญญา ก็ต้องกล้ำกลืนเอาไว้ มิเก็บเสื้อผ้าหนีมาให้ผู้คนนินทาว่าร้ายเอาอีก“แม่ดอกรัก ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าไม่มีผู้หญิงคนใดดีเท่าน้องอีกแล้ว” หลวงอัฐที่ได้มีโอกาสนั่งสนทนากับดอกรักจับมือของหล่อนมากุมเอาไว้ แต่ดอกรักดึงมือหนีหลวงอัฐสังเกตเมียรักแล้วให้รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก ดอกรักที่เขาได้พบเจอก่อนหน้านี้คือหญิงสาวหน้าตาสดใสมีชีวิตชีวา หาได้ซูบซีดแลเหมือนคนป่วยไข้เจ็บหนักเช่นนี้“คุณหลวงมาก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ดิฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณหลวงเสียให้เข้าใจ” ประโยคห่างเหินทำให้หลวงอัฐหน้าซีดเผือด รู้สึกหวั่นใจพิกล“น้องมีอันใดก็บอกพี่มาเถิด พี่ยินดีทำให้น้องทุกอย่าง หลายวันที่เราได้อยู่ด้วยกัน น้องทำให้พี่สำนึกแล้วว่าพี่มันเลวเพียงใด เมียน้อยต่ำตมพวกนั้นไม่มีใครดีเท่าน้องซึ่งเป็นนางแก้วของพี่เลย” หลวงอัฐพร่ำเพ้อ หากเป็นสมัยก่อนดอกรักคงจะหลงเชื่อคำหวานของอีกฝ่าย
ดอกปีบเองก็นึกสงสัยไม่น้อย แต่คาดเดาไปว่าอีกฝ่ายคงไม่มีหลักฐานอันใดจึงเงียบไว้เสีย การถูกผู้ชายฉุดคร่าเป็นเรื่องน่าอาย รู้ไปถึงไหนก็อายไปถึงนั่น เพราะจะมัวหมองและหาคนเชื่อได้ยากว่าจะไม่โดนย่ำยีจริง“นังดอกรักคงไม่มีหลักฐานอันใด ว่าใครเป็นคนทำจึงเงียบเสียกระมัง” สองสาวแยกย้ายกันไปพักในห้องของตัวเอง เพราะต่างไม่เป็นที่โปรดปราดของสามีกันทั้งสองคนแล้ว ด้วยว่าสามีนั้นให้ความสนใจเมียแต่งมากกว่าใครเพื่อนในเวลานี้ลำเจียกเห็นจดหมายที่วางเอาไว้บนหัวโต๊ะ หล่อนรีบเปิดอ่าน เป็นจดหมายจากพ่อหมอพ่วงนัดหล่อนไปเจอ ซึ่งหล่อนก็อยากเจอพ่อหมอพ่วงอยู่พอดี จะถามว่าเหตุใดหลวงอัฐถึงไม่ไยดีหล่อนเหมือนเคยในเวลาเดียวกันดอกปีบก็ได้จดหมายจากพ่อหมอพ่วงเช่นเดียวกัน หล่อนนั้นเจ็บแค้นพ่อหมอพ่วงอยู่ที่ทำให้หล่อนโดนเขี่ยทิ้งเช่นนี้ ไอ้พ่อหมอไม่ดีจริงดังปากพูด เงินทองก็เอาไปนักต่อนักแล้ว จะไปจัดการให้ตายกันไปข้างหนึ่งในวันนี้ดอกแก้วชวนหลวงอัฐไปที่กระท่อมท้ายสวนที่ปิดตัวมานาน ดอกปีบพาพ่อหมอพ่วงมาอยู่ที่นั่นเพราะเวลาเรียกใช้ทำเสน่ห์จะได้สะดวก ลำเจียกก็อาศัยโอกาสนั้นมาตลบหลังให้เงินทองมากกว่าดอกปีบเพื่อหลอกใช้พ่อหมอพ่วง พ
“พวกเอ็งทำงานพลาดอย่างนั้นรึ หน้าโง่เอ๊ย แล้วแบบนี้จักทำเยี่ยงไรกันเล่า” ดอกปีบโวยวาย แต่ดอกปีบไม่รู้เลยว่าพวกที่หล่อนจ้างไปโดนจับตัวเอาไว้ได้หนึ่งคน พวกมันไม่ยอมบอกเพราะคิดว่าจะมาขอเงินแล้วหนีไป คิดว่าหากบอกให้รู้ดอกปีบจะไม่ให้เงิน และพวกมันจะหนีไปไม่ได้“ไหนบอกว่าคนของเอ็งเก่งนักเก่งหนาอย่างไรเล่า เหตุใดถึงได้ทำงานพลาดเช่นนี้กันเล่า” ลำเจียกพูดอย่างดูถูก“คนที่มาช่วยเป็นใครรึ”“เป็นผู้ชายขอรับ ดูท่าทางภูมิฐานขอรับ”“พวกเอ็งหลบไปก่อน เอาเงินนี่ไป ไปให้ไกล ๆ ด้วยล่ะ อย่าเสนอหน้ากลับมาเดินเพ่นพ่านแถวนี้อีก ถึงแม้ว่าพวกเอ็งจะมีผ้าปิดหน้า แต่รอให้เรื่องเงียบก่อนค่อยกลับมา” ดอกปีบให้เงินพวกมันไป ก่อนจะนั่งขบคิดว่าจะเล่นงานดอกรักอย่างไรดี พวกคนร้ายที่ดอกปีบจ้าง พอได้เงินไป ก็รีบเผ่นหนีในทันที โดยที่ดอกปีบไม่รู้เลยว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว“ไม่มีใครรู้ว่าเป็นคนของพวกเรา พวกเอ็งสองคนก็อย่าปริวิตกไปหน่อยเลย” สาลี่พูดขึ้น ตอนนี้นางก็ตกที่นั่งลำบาก เพราะโดนปลดจากตำแหน่งแม่ครัวใหญ่ อีกทั้งหลานสาวก็มาโดนเขี่ยทิ้ง เลยหมดอำนาจวาสนาไม่เหมือนก่อนอีก“จริงอย่างที่ป้าสาลี่พูด พวกเราก็แค่เงียบๆ เอาไว้เท่านั
“วันนี้น้องทำอาหารตั้งหลายอย่าง คุณพี่รับประทานข้าวก่อนมิดีกว่าหรือเจ้าคะ เรื่องคืนนี้ค่อยว่ากันดีกว่านะเจ้าคะ ประเดี๋ยวน้องจะปรนนิบัติพัดวีคุณพี่มิให้ขาดตกบกพร่องเลยเจ้าค่ะ” ดอกแก้วถอยห่าง พลางยิ้มให้หวานให้พี่เขย พอเขาขยับเข้ามาอีก หล่อนก็ถอยหนี เสไปทำกับข้าวอย่างอื่นแทน อีกทั้งเรียกบ่าวรับใช้เสียงดัง จนแพงต้องวิ่งหน้าตั้งเข้ามาดูว่าเจ้านายสาวต้องการอันใด“พี่แพง ไปจัดการหั่นผักสิ ฉันรออยู่หนา เดี๋ยวจะทำแกงเลียงให้คุณพี่รับประทาน” ดอกแก้วบุ้ยใบ้ไปทางผัก หลวงอัฐเห็นเช่นนั้นก็คิดในใจว่าฝากไว้ก่อน ยิ่งเมียหวงเนื้อหวงตัวเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกอยากได้หล่อนเป็นทบทวีคูณ อาหารมื้อเย็นรสชาติจัดจ้านเหมือนทุกมื้อ รสมือของดอกรักเปลี่ยนไปมาก หล่อนทำอาหารปักษ์ใต้ถึงเครื่อง รสชาติเผ็ดร้อน อร่อยจนเขาเหงื่อตกแทบจะทุกมื้อ เขามิใช่คนรับประทานอาหารรสจัดจ้านเช่นนี้ พอได้รับประทานก็ถึงกับแสบปากแสบท้องไปพอสมควร แต่ก็ยอมรับว่าอร่อย“เดี๋ยวนี้น้องทำอาหารรสชาติจัดจ้านถึงเครื่องเหลือเกินนะแม่ดอกรัก”“คุณพี่ไม่ชอบหรือเจ้าคะ”“ชอบสิจ๊ะ แม่ดอกรักทำอันใดให้กินก็อร่อยถูกปากพี่ทุกอย่าง ไม่เหมือนคนอื่น ทำอาหารก็ไม่อร
“คุณพี่อุ้มแม่ดอกปีบเข้าไปพักในห้องก่อนสิเจ้าคะ” หลวงอัฐไม่รอให้พูดซ้ำ รีบทำตามในทันที“แท้งลูกอย่างไรถึงไม่มีเลือดเลยสักหยด” ดอกแก้วเอ่ยขึ้น ยืนคุมเชิงเอาไว้ไม่ให้ดอกปีบหนีไปไหนได้ และให้แพงจัดการพาบ่าวไปขวางสาลี่เอาไว้ไม่ให้เข้ามายุ่มย่าม ดูซิว่าจะแก้ตัวอย่างไรอีกหมอมาถึงก็รีบตรวจอาการ ดอกปีบทำอะไรไม่ได้เพราะโดนดักเอาไว้ทุกทาง ดอกแก้วไม่ยอมไปไหนเลย จนสุดท้ายดอกปีบต้องร้องห่มร้องไห้ออกมา สารภาพว่าตัวเองไม่ได้ท้องหลวงอัฐโกรธเคืองยิ่งนัก และนั่นยิ่งทำให้เขาเสียใจที่ผลักเมียจนแท้งลูกไป เมียน้อยกลับไม่ท้อง แต่เขาทำเมียหลวงแท้งลูกลำเจียกที่โดนเอ็ดในคราแรก กลายเป็นคนที่ทำให้หลวงอัฐตาสว่าง หลวงอัฐเลยไม่โกรธเคือง“จัดการนังดอกปีบสำเร็จแล้ว ต่อไปคุณหนูจักจัดการใครหรือเจ้าคะ” แพงเอ่ยถามเจ้านายสาว“นังลำเจียกอย่างไรเล่า นกสองหัวดีนัก ตอนนี้ให้มันเป็นที่โปรดปรานของคุณพี่ไปก่อน แล้วฉันจะเตะมันตกจากสวรรค์ นังลำเจียกเป็นพวกตีหน้าซื่อแต่ลับหลังชอบยุแยงตะแคงรั่วและเอาความลับไปบอกอีกฝ่ายให้เขาตีกัน พี่สาวของฉันมาอยู่ที่นี่คงจะทุกข์ทรมานเพราะนังนี่มากโขอยู่” ดอกแก้วจัดการให้บ่าวไพร่ขัดสีฉวีวรรณกันเอ
เกื้อกลับไปแล้ว เพียรกับอินจึงรั้งหลานสาวเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะหนี“จะไปไหนแม่ตัวดี” อินพูดแล้วค้อนหลานสาวเสียหนึ่งที ท่าทีของอินทำให้ดอกแก้วเข้าไปบีบนวดเอาใจผู้เป็นอาอีกครา“ไม่ต้องมาบีบนวดเอาใจอาเลย ถ้าเราตกลงมาแข้งขาหักจะทำอย่างไร เราเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างหรือไม่”“หลานขอโทษเจ้าค่
“เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจายอกย้อนชวนปวดหัว”“คุณเป็นใครหรือเจ้าคะ” เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดอกแก้วจึงเอ่ยถามออกไป แต่เดาเอาว่าชายหนุ่มหน้าตาดีผู้นี้คงจะเป็นแขกของคุณอาทั้งสองเป็นแน่“ฉันเป็น...” ยังไม่ทันที่เกื้อจะได้พูดกระไรต่อ ดอกแก้วที่เห็นว่าบ่าวรับใช้ส่วนตัวพาคนสวนเดินมาแต่ไกลก็รีบปีนป่ายลงมาจาก
“อ่านจดหมายแม่ดอกแก้วแล้วถึงกับยิ้มขนาดนั้นเชียวรึแม่ดอกรัก” เพ็ญที่กำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม“น้องดูมีความสุขมากเจ้าค่ะคุณหญิงแม่ เขียนเล่ามาเสียลูกเห็นภาพทุกอย่างที่น้องบรรยายเลยเจ้าค่ะ”“หายห่วงแล้วใช่ไหมเล่า น้องอย่ากังวลไปเลย พ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี พี่เองก็คิดเหมือนกันว่าจัก
พุทธศักราช ๒๔๒๐โมกข์ วัชรศักดิ์ หรือหลวงพิทักษ์ธำรงเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอดด้วยจิตใจว้าวุ่น หมอตำแยกำลังทำคลอดให้ภรรยาของเขาอยู่ด้านในเป็นนานก็ไม่มีวี่แววว่าลูกน้อยในครรภ์จะคลอดออกมาเสียที“เมื่อใดลูกพี่จักคลอดเสียที” โมกข์เอ่ยกับน้องชายอย่างว้าวุ่นใจเพียรกับอินเป็นน้องชายและน้องสะใภ้ที่เดินท



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



