공유

3

“อ่านจดหมายแม่ดอกแก้วแล้วถึงกับยิ้มขนาดนั้นเชียวรึแม่ดอกรัก” เพ็ญที่กำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“น้องดูมีความสุขมากเจ้าค่ะคุณหญิงแม่ เขียนเล่ามาเสียลูกเห็นภาพทุกอย่างที่น้องบรรยายเลยเจ้าค่ะ”

“หายห่วงแล้วใช่ไหมเล่า น้องอย่ากังวลไปเลย พ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี พี่เองก็คิดเหมือนกันว่าจักให้ลูกไปอยู่กับใครที่ใด คนคนนั้นก็ต้องเป็นคนดี ไม่ใช่จะผลักไสไล่ส่งลูกไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ ที่ไม่รู้จักนิสัยในคอกันมาก่อน”

“น้องรู้เจ้าค่ะว่าพ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี แต่ลูกทั้งคนน้องก็อดที่จักห่วงเสียไม่ได้”

“ตอนนี้พี่ว่าเราต้องห่วงพ่อเพียรกับแม่อินเสียมากกว่ากระมัง ไม่รู้แม่ดอกแก้วจะไปแผลงฤทธิ์กระไรอีกหรือไม่”

“คงมิถึงขนาดนั้นดอกเจ้าค่ะคุณพี่”

“น้อยไปสิไม่ว่า” โมกข์ยิ้มกว้างออกมาเพราะรู้จักนิสัยของลูกสาวคนเล็กดี ซุกซนเป็นที่หนึ่ง เฉลียวฉลาดไม่เป็นสองรองใคร แลรู้ทันคนอื่นไปเสียหมด

“ลูกขอเขียนจดหมายถึงน้องก่อนนะเจ้าค่ะเจ้าคุณพ่อคุณหญิงแม่”

“ได้สิจ๊ะ ตามสบายเลยจ้ะ” เพ็ญเอ่ยกับบุตรสาวด้วยรอยยิ้ม ดอกรักจึงบรรจงเขียนจดหมายถึงน้องสาวที่รักด้วยความคิดถึง ลายมือของสองพี่น้องสวยและเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะโมกข์นั้นหัดให้ลูกอ่านเขียนตั้งแต่เด็ก แลคัดลายมือทุกวัน ด้วยว่าเขานั้นเป็นหนอนหนังสือ ชอบอ่านหนังสือและเขียนหนังสือ ลูก ๆ ทั้งสองจึงได้นิสัยส่วนนี้มาจากบิดา

ดอกแก้วคลี่จดหมายจากทางบ้านออกอ่านด้วยรอยยิ้ม พลางอ่านให้อาทั้งสองฟังด้วยน้ำเสียงสดใส

“ตอนนี้คุณหญิงแม่ตั้งครรภ์แล้ว มีอาการแพ้ท้องพอสมควร เจ้าคุณพ่อนั้นตื่นเต้นดีใจ คาดหวังว่าครานี้จักได้ลูกชายเสียที พี่อยู่ทางนี้สบายดี น้องอยู่ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เราจักได้เจอหน้ากันอีกคราเมื่อใด พี่คิดถึงน้องเหลือเกิน”

“พี่เพ็ญท้องลูกอีกคนแล้วหรือเจ้าคะ น้องดีใจกับพี่โมกข์กับพี่เพ็ญจริงๆ เจ้าค่ะคุณพี่” อินพูดแล้วยิ้มกว้าง ถึงหล่อนจะไม่มีลูก แต่ก็มีดอกแก้วแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าทรัพย์สินจะไม่มีใครดูแล

“ดอกแก้วขอเขียนจดหมายตอบพี่ดอกรักก่อนนะเจ้าคะคุณอา”

“ตามสบายเลยจ้ะ อีกไม่กี่เพลาอาจะพาแม่ดอกแก้วไปเยี่ยมเจ้าคุณพ่อกับคุณหญิงแม่ของหลาน” อินพูดกับหลานสาว ดอกแก้วจึงเขียนจดหมายไปบอกพี่สาวว่าอีกไม่นานจะได้เจอกัน

“หลานเขียนจดหมายเสร็จแล้ว ฝากคุณอาส่งให้หลานด้วยนะเจ้าคะ หลานขอลงไปเล่นข้างล่างก่อนนะเจ้าคะ”

“ไปเถิด” สองสามีภรรยาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มองตามร่างเล็กไปด้วยความเอ็นดู โดยมีแพง ซึ่งเป็นบ่าวรับใช้คนสนิทตามลงไปด้วย

“คุณหนูดอกแก้วจักทำอันใดหรือเจ้าคะ” แพงเอ่ยถามเจ้านายสาว แพงเป็นบ่าวรับใช้ประจำตัวของดอกแก้วที่เพียรกับอินให้คอยติดตามคอยดูแลรับใช้หลานสาวให้ดี

ดอกแก้วไม่เหมือนเด็กสาวธรรมดาทั่วไป เพราะแก่นแก้วแลซุกซนเกินใคร แถมยังเฉลียวฉลาดเรียนหนังสือก็เก่ง เอาตัวรอดก็เยี่ยม เรื่องงานเย็บปักถักร้อยไม่ใคร่จะใส่ใจเหมือนลูกสาวผู้ดีมีอันจะกินบ้านอื่น แต่เพียรกับอินก็รักและตามใจเป็นอันมาก จึงไม่เคยบังคับให้ดอกแก้วต้องนั่งเย็บปักถักร้อยหรือทำกับข้าวกับปลากระไร

“ฉันอยากกินมะม่วงบนต้นโน้น”

“คุณหนูดอกแก้วจักกินมะม่วงหรือเจ้าคะ”

“ใช่จ้ะพี่แพง”

“เดี๋ยวบ่าวให้คนสวนมาเก็บให้นะเจ้าคะ”

“ไม่เอาดอกจ้ะ ฉันจะเก็บเอง มะม่วงต้นแค่นี้ ฉันปีนขึ้นไปเก็บเองได้สบายอยู่แล้ว”

“ตายแล้วคุณหนู ไม่ได้นะเจ้าคะ คุณเพียรกับคุณอินรู้เข้าบ่าวได้โดนเฆี่ยนหลังลายเป็นแน่ คุณหนูเป็นผู้หญิงจะปีนป่ายขึ้นไปบนต้นมะม่วงได้อย่างไรกันเจ้าคะ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ฉันปีนต้นไม้เก่งที่สุดเลยนะจะบอกให้”

“ไม่ได้เจ้าค่ะคุณหนู ถ้าคุณหนูจะทำเยี่ยงนั้น ฆ่าบ่าวให้ตายเถิดเจ้าค่ะ” แพงรีบจับขาของดอกแก้วเอาไว้เพื่อเอ่ยขอร้อง

“ก็ได้ งั้นพี่แพงไปตามคนสวนมาช่วยเก็บมะม่วงให้ฉันที ฉันจะรออยู่ตรงนี้”

“ได้เจ้าค่ะคุณหนู แต่คุณหนูห้ามปีนเองเด็ดขาดนะเจ้าคะ”

“เอาน่า ไม่ปีนก็ไม่ปีน” ดอกแก้วรับคำพลางยิ้มแป้น แพงจึงรีบวิ่งไปตามคนสวนมาช่วยปีนต้นมะม่วงให้เจ้านายสาว

ดอกแก้วชะเง้อคอมองตามพี่เลี้ยงสาวที่วิ่งไปทางหน้าบ้านจนสุดตา ก่อนจะหัวเราะชอบใจ ร่างเล็กรีบปีนขึ้นไปบนต้นมะม่วงอย่างสนุกสนานและคล่องแคล่ว ก่อนจะค่อย ๆ เก็บผลมะม่วงและโยนลงไปใต้โคนต้น

“โอ๊ย!” เสียงนั้นทำให้ดอกแก้วตกใจ รีบก้มลงไปมองเบื้องล่าง ว่าหล่อนโยนผลมะม่วงใส่หัวผู้ใด

เกื้อเงยหน้าขึ้นไปมองบนต้นมะม่วง เขาถึงกับชะงักเมื่อเห็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักอยู่บนต้นมะม่วง ชายหนุ่มวัยยี่สิบสามถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อได้เห็นเช่นนั้น เกิดมาเขาไม่เคยเจอเด็กผู้หญิงคนไหนอาจหาญปีนป่ายต้นไม้เช่นนี้มาก่อน

“ขึ้นไปทำอันใดบนต้นไม้ล่ะนั่น”

“นี่ต้นกระไรเจ้าคะ” ดอกแก้วเอ่ยถาม

“ต้นมะม่วง” เขาตอบพลางทำสีหน้างุนงง

“นั่นแหละคำตอบ นี่ต้นมะม่วง ปีนขึ้นมาก็ต้องมาเก็บลูกมะม่วงสิเจ้าคะ จะให้ปีนขึ้นมาเก็บลูกขนุนหรืออย่างไรกันเจ้าคะ” ประโยควกไปวนมาแถมยังกวนอีกทำให้เกื้อถึงกับทำหน้าดุใส่ในทันที เพราะเขาอายุมากกว่าเจ้าหล่อนหลายปี

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • กลบุหงา   68

    การแต่งงานของเกื้อกับดอกแก้วที่จะเกิดขึ้น ทำให้หลายคนที่รอคอยมานานหลายปีตื่นเต้นเป็นอันมาก ทุกคนช่วยกันจัดเตรียมงาน เพื่อให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวได้ร่วมหอกันเสียทีพิธีหมั้นหมายถูกจัดขึ้นก่อนหน้านั้น และหลังจากนั้นก็เป็นพิธีแต่งงาน ขบวนขันหมากแห่มาถึงหน้าเรือน สร้างความยินดีและครึกครื้นให้กับแขกเหรื่อและญาติผู้ใหญ่เป็นอันมากหลังจากเจ้าบ่าวผ่านประตูเงินประตูทองเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเข้าไปรับเจ้าสาวในห้อง เพื่อออกมาทำพิธีญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวนั้นนิมนต์พระสงฆ์มาจำนวนเก้ารูปมาทำพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลในงานแต่ง เจ้าบ่าวกำลังจะสวมแหวนให้เจ้าสาว เสียงเอะอะโวยวายของแขกคนหนึ่งก็ดังขึ้นในห้องทำพิธี“ท่านจะออกเรือนกับหล่อนจริงๆ น่ะรึ”“ใช่ ท่านมีกระไรรึ” เกื้อจำได้ว่านี่คือพี่เขยของดอกแก้ว เหตุใดอีกฝ่ายถึงได้มาอาละวาดเช่นนี้“ก็ผู้หญิงที่ท่านจักออกเรือนด้วยคือเมียของข้าอย่างไรเล่า” ประโยคนั้นทำให้เสียงฮือฮาดังขึ้นทั้งงาน ผู้ใหญ่หลายคนถึงกับยกมือขึ้นทาบอก“หยุดพูดประเดี๋ยวนี้” เกื้อตวาดเสียงเข้มด้วยความโกรธ“เหตุใดจึงพูดไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ไปเป็นเมียของฉันอยู่ตั้งนานนม หล่อนปลอมตัวเป็นพี่สาวฝาแฝดข

  • กลบุหงา   67

    หากจะตัดขาดก็พูดบอกกันดี ๆ เพราะโต ๆ กันแล้วนะลูก” วาจาของมารดาเตือนสติดอกรัก หล่อนไม่อยากออกไปเจอกับหลวงอัฐ แต่ถ้าหากหลบหน้าเขาเช่นนี้ก็จะคาราคาซัง หากจะเลิกก็ตัดขาดกันไปให้จริงจัง หากจะกลับไป ครานี้ก็ต้องทนให้ได้หากเขาจะมีเมียน้อยอีก และไม่ทำตามสัญญา ก็ต้องกล้ำกลืนเอาไว้ มิเก็บเสื้อผ้าหนีมาให้ผู้คนนินทาว่าร้ายเอาอีก“แม่ดอกรัก ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าไม่มีผู้หญิงคนใดดีเท่าน้องอีกแล้ว” หลวงอัฐที่ได้มีโอกาสนั่งสนทนากับดอกรักจับมือของหล่อนมากุมเอาไว้ แต่ดอกรักดึงมือหนีหลวงอัฐสังเกตเมียรักแล้วให้รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก ดอกรักที่เขาได้พบเจอก่อนหน้านี้คือหญิงสาวหน้าตาสดใสมีชีวิตชีวา หาได้ซูบซีดแลเหมือนคนป่วยไข้เจ็บหนักเช่นนี้“คุณหลวงมาก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ดิฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณหลวงเสียให้เข้าใจ” ประโยคห่างเหินทำให้หลวงอัฐหน้าซีดเผือด รู้สึกหวั่นใจพิกล“น้องมีอันใดก็บอกพี่มาเถิด พี่ยินดีทำให้น้องทุกอย่าง หลายวันที่เราได้อยู่ด้วยกัน น้องทำให้พี่สำนึกแล้วว่าพี่มันเลวเพียงใด เมียน้อยต่ำตมพวกนั้นไม่มีใครดีเท่าน้องซึ่งเป็นนางแก้วของพี่เลย” หลวงอัฐพร่ำเพ้อ หากเป็นสมัยก่อนดอกรักคงจะหลงเชื่อคำหวานของอีกฝ่าย

  • กลบุหงา   66

    ดอกปีบเองก็นึกสงสัยไม่น้อย แต่คาดเดาไปว่าอีกฝ่ายคงไม่มีหลักฐานอันใดจึงเงียบไว้เสีย การถูกผู้ชายฉุดคร่าเป็นเรื่องน่าอาย รู้ไปถึงไหนก็อายไปถึงนั่น เพราะจะมัวหมองและหาคนเชื่อได้ยากว่าจะไม่โดนย่ำยีจริง“นังดอกรักคงไม่มีหลักฐานอันใด ว่าใครเป็นคนทำจึงเงียบเสียกระมัง” สองสาวแยกย้ายกันไปพักในห้องของตัวเอง เพราะต่างไม่เป็นที่โปรดปราดของสามีกันทั้งสองคนแล้ว ด้วยว่าสามีนั้นให้ความสนใจเมียแต่งมากกว่าใครเพื่อนในเวลานี้ลำเจียกเห็นจดหมายที่วางเอาไว้บนหัวโต๊ะ หล่อนรีบเปิดอ่าน เป็นจดหมายจากพ่อหมอพ่วงนัดหล่อนไปเจอ ซึ่งหล่อนก็อยากเจอพ่อหมอพ่วงอยู่พอดี จะถามว่าเหตุใดหลวงอัฐถึงไม่ไยดีหล่อนเหมือนเคยในเวลาเดียวกันดอกปีบก็ได้จดหมายจากพ่อหมอพ่วงเช่นเดียวกัน หล่อนนั้นเจ็บแค้นพ่อหมอพ่วงอยู่ที่ทำให้หล่อนโดนเขี่ยทิ้งเช่นนี้ ไอ้พ่อหมอไม่ดีจริงดังปากพูด เงินทองก็เอาไปนักต่อนักแล้ว จะไปจัดการให้ตายกันไปข้างหนึ่งในวันนี้ดอกแก้วชวนหลวงอัฐไปที่กระท่อมท้ายสวนที่ปิดตัวมานาน ดอกปีบพาพ่อหมอพ่วงมาอยู่ที่นั่นเพราะเวลาเรียกใช้ทำเสน่ห์จะได้สะดวก ลำเจียกก็อาศัยโอกาสนั้นมาตลบหลังให้เงินทองมากกว่าดอกปีบเพื่อหลอกใช้พ่อหมอพ่วง พ

  • กลบุหงา   65

    “พวกเอ็งทำงานพลาดอย่างนั้นรึ หน้าโง่เอ๊ย แล้วแบบนี้จักทำเยี่ยงไรกันเล่า” ดอกปีบโวยวาย แต่ดอกปีบไม่รู้เลยว่าพวกที่หล่อนจ้างไปโดนจับตัวเอาไว้ได้หนึ่งคน พวกมันไม่ยอมบอกเพราะคิดว่าจะมาขอเงินแล้วหนีไป คิดว่าหากบอกให้รู้ดอกปีบจะไม่ให้เงิน และพวกมันจะหนีไปไม่ได้“ไหนบอกว่าคนของเอ็งเก่งนักเก่งหนาอย่างไรเล่า เหตุใดถึงได้ทำงานพลาดเช่นนี้กันเล่า” ลำเจียกพูดอย่างดูถูก“คนที่มาช่วยเป็นใครรึ”“เป็นผู้ชายขอรับ ดูท่าทางภูมิฐานขอรับ”“พวกเอ็งหลบไปก่อน เอาเงินนี่ไป ไปให้ไกล ๆ ด้วยล่ะ อย่าเสนอหน้ากลับมาเดินเพ่นพ่านแถวนี้อีก ถึงแม้ว่าพวกเอ็งจะมีผ้าปิดหน้า แต่รอให้เรื่องเงียบก่อนค่อยกลับมา” ดอกปีบให้เงินพวกมันไป ก่อนจะนั่งขบคิดว่าจะเล่นงานดอกรักอย่างไรดี พวกคนร้ายที่ดอกปีบจ้าง พอได้เงินไป ก็รีบเผ่นหนีในทันที โดยที่ดอกปีบไม่รู้เลยว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว“ไม่มีใครรู้ว่าเป็นคนของพวกเรา พวกเอ็งสองคนก็อย่าปริวิตกไปหน่อยเลย” สาลี่พูดขึ้น ตอนนี้นางก็ตกที่นั่งลำบาก เพราะโดนปลดจากตำแหน่งแม่ครัวใหญ่ อีกทั้งหลานสาวก็มาโดนเขี่ยทิ้ง เลยหมดอำนาจวาสนาไม่เหมือนก่อนอีก“จริงอย่างที่ป้าสาลี่พูด พวกเราก็แค่เงียบๆ เอาไว้เท่านั

  • กลบุหงา   64

    “วันนี้น้องทำอาหารตั้งหลายอย่าง คุณพี่รับประทานข้าวก่อนมิดีกว่าหรือเจ้าคะ เรื่องคืนนี้ค่อยว่ากันดีกว่านะเจ้าคะ ประเดี๋ยวน้องจะปรนนิบัติพัดวีคุณพี่มิให้ขาดตกบกพร่องเลยเจ้าค่ะ” ดอกแก้วถอยห่าง พลางยิ้มให้หวานให้พี่เขย พอเขาขยับเข้ามาอีก หล่อนก็ถอยหนี เสไปทำกับข้าวอย่างอื่นแทน อีกทั้งเรียกบ่าวรับใช้เสียงดัง จนแพงต้องวิ่งหน้าตั้งเข้ามาดูว่าเจ้านายสาวต้องการอันใด“พี่แพง ไปจัดการหั่นผักสิ ฉันรออยู่หนา เดี๋ยวจะทำแกงเลียงให้คุณพี่รับประทาน” ดอกแก้วบุ้ยใบ้ไปทางผัก หลวงอัฐเห็นเช่นนั้นก็คิดในใจว่าฝากไว้ก่อน ยิ่งเมียหวงเนื้อหวงตัวเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกอยากได้หล่อนเป็นทบทวีคูณ อาหารมื้อเย็นรสชาติจัดจ้านเหมือนทุกมื้อ รสมือของดอกรักเปลี่ยนไปมาก หล่อนทำอาหารปักษ์ใต้ถึงเครื่อง รสชาติเผ็ดร้อน อร่อยจนเขาเหงื่อตกแทบจะทุกมื้อ เขามิใช่คนรับประทานอาหารรสจัดจ้านเช่นนี้ พอได้รับประทานก็ถึงกับแสบปากแสบท้องไปพอสมควร แต่ก็ยอมรับว่าอร่อย“เดี๋ยวนี้น้องทำอาหารรสชาติจัดจ้านถึงเครื่องเหลือเกินนะแม่ดอกรัก”“คุณพี่ไม่ชอบหรือเจ้าคะ”“ชอบสิจ๊ะ แม่ดอกรักทำอันใดให้กินก็อร่อยถูกปากพี่ทุกอย่าง ไม่เหมือนคนอื่น ทำอาหารก็ไม่อร

  • กลบุหงา   63

    “คุณพี่อุ้มแม่ดอกปีบเข้าไปพักในห้องก่อนสิเจ้าคะ” หลวงอัฐไม่รอให้พูดซ้ำ รีบทำตามในทันที“แท้งลูกอย่างไรถึงไม่มีเลือดเลยสักหยด” ดอกแก้วเอ่ยขึ้น ยืนคุมเชิงเอาไว้ไม่ให้ดอกปีบหนีไปไหนได้ และให้แพงจัดการพาบ่าวไปขวางสาลี่เอาไว้ไม่ให้เข้ามายุ่มย่าม ดูซิว่าจะแก้ตัวอย่างไรอีกหมอมาถึงก็รีบตรวจอาการ ดอกปีบทำอะไรไม่ได้เพราะโดนดักเอาไว้ทุกทาง ดอกแก้วไม่ยอมไปไหนเลย จนสุดท้ายดอกปีบต้องร้องห่มร้องไห้ออกมา สารภาพว่าตัวเองไม่ได้ท้องหลวงอัฐโกรธเคืองยิ่งนัก และนั่นยิ่งทำให้เขาเสียใจที่ผลักเมียจนแท้งลูกไป เมียน้อยกลับไม่ท้อง แต่เขาทำเมียหลวงแท้งลูกลำเจียกที่โดนเอ็ดในคราแรก กลายเป็นคนที่ทำให้หลวงอัฐตาสว่าง หลวงอัฐเลยไม่โกรธเคือง“จัดการนังดอกปีบสำเร็จแล้ว ต่อไปคุณหนูจักจัดการใครหรือเจ้าคะ” แพงเอ่ยถามเจ้านายสาว“นังลำเจียกอย่างไรเล่า นกสองหัวดีนัก ตอนนี้ให้มันเป็นที่โปรดปรานของคุณพี่ไปก่อน แล้วฉันจะเตะมันตกจากสวรรค์ นังลำเจียกเป็นพวกตีหน้าซื่อแต่ลับหลังชอบยุแยงตะแคงรั่วและเอาความลับไปบอกอีกฝ่ายให้เขาตีกัน พี่สาวของฉันมาอยู่ที่นี่คงจะทุกข์ทรมานเพราะนังนี่มากโขอยู่” ดอกแก้วจัดการให้บ่าวไพร่ขัดสีฉวีวรรณกันเอ

  • กลบุหงา   5

    เกื้อกลับไปแล้ว เพียรกับอินจึงรั้งหลานสาวเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะหนี“จะไปไหนแม่ตัวดี” อินพูดแล้วค้อนหลานสาวเสียหนึ่งที ท่าทีของอินทำให้ดอกแก้วเข้าไปบีบนวดเอาใจผู้เป็นอาอีกครา“ไม่ต้องมาบีบนวดเอาใจอาเลย ถ้าเราตกลงมาแข้งขาหักจะทำอย่างไร เราเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างหรือไม่”“หลานขอโทษเจ้าค่

  • กลบุหงา   4

    “เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจายอกย้อนชวนปวดหัว”“คุณเป็นใครหรือเจ้าคะ” เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดอกแก้วจึงเอ่ยถามออกไป แต่เดาเอาว่าชายหนุ่มหน้าตาดีผู้นี้คงจะเป็นแขกของคุณอาทั้งสองเป็นแน่“ฉันเป็น...” ยังไม่ทันที่เกื้อจะได้พูดกระไรต่อ ดอกแก้วที่เห็นว่าบ่าวรับใช้ส่วนตัวพาคนสวนเดินมาแต่ไกลก็รีบปีนป่ายลงมาจาก

  • กลบุหงา   2

    “น้องรักแม่ดอกแก้วเหมือนลูกในไส้ ทั้งรักทั้งเอ็นดูเหลือเกินเจ้าค่ะคุณพี่ เห็นมาแต่เล็กแต่น้อย อยากมีลูกสักคนก็ไม่มี ทรัพย์สมบัติก็มากมาย ถ้าไม่มีลูกก็คงไม่มีใครดูแลสืบทอด” อินเอ่ยปากบอกพี่ชายของสามีพลางถอนใจ“น้องก็รักและเอ็นดูแม่ดอกแก้วเหมือนลูก สัญญาว่าจะดูแลหลานให้ดีเหมือนลูกในไส้ พี่โมกข์กับพี่

  • กลบุหงา   1

    พุทธศักราช ๒๔๒๐โมกข์ วัชรศักดิ์ หรือหลวงพิทักษ์ธำรงเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอดด้วยจิตใจว้าวุ่น หมอตำแยกำลังทำคลอดให้ภรรยาของเขาอยู่ด้านในเป็นนานก็ไม่มีวี่แววว่าลูกน้อยในครรภ์จะคลอดออกมาเสียที“เมื่อใดลูกพี่จักคลอดเสียที” โมกข์เอ่ยกับน้องชายอย่างว้าวุ่นใจเพียรกับอินเป็นน้องชายและน้องสะใภ้ที่เดินท

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status