เข้าสู่ระบบมารศรีแม่สาวฝีปากกล้าที่แอบมีใจให้กับวิชาญ พระเอกลิเกรูปหล่อขวัญใจพี่ยกน้องยกทั่วราชอาณาจักร แต่กลับไม่ใยดีในความสวยของหล่อน เมื่อคณะลิเกที่วิชาญเป็นพระเอกเข้าไปเปิดวิกเล่นในเมืองหลวง มารศรีจึงลงทุนหนีพ่อแม่ตามไปดูการแสดงของขวัญใจสุดหล่อ แต่โชคชะตาและพรหมลิขิตชักพาให้หล่อนไปพบเรื่องราววุ่น ๆ คดีฆาตกรรมอำพรางหลังม่านการแสดง การตายของหลานชายเจ้าของคณะลิเกทำให้หล่อนได้พบกับอานนท์ นายตำรวจหุ่นล่ำที่แฝงตัวเข้าอยู่ในบ้านของหล่อนเพื่อตามสืบคดีดังกล่าว เมื่อพระพรหมเล่นกลให้เธอต้องใกล้ชิดกับชายที่ไม่ได้หมายปอง มารศรีจะหวั่นไหวเผลอใจให้นายตำรวจหนุ่มอีท่าไหน ต้องไปติดตาม
ดูเพิ่มเติมหญิงสาวรูปร่างผอมแกร็นผิวกายคล้ำหยาบนั่งอยู่ท้ายเรือกำลังพายเรือหัวแหลมขนาดเล็กซึ่งชาวท้องถิ่นเรียกว่า “เรือเข็ม” ออกจากบันไดท่าน้ำหน้าตลาดลาดชะโดมีชื่อว่านังจืด หล่อนเป็นคนสนิทของมารศรีสาวสวยวัย ๒๐ ที่นั่งเสงี่ยมอยู่ตรงหัวเรือ นังจืดกำลังพายเรือล่องไปตามลำคลองขุดที่แยกมาจากแม่น้ำน้อยไหลผ่านหน้าบ้านเรือนสองฝากฝั่งเกิดเป็นชุมชนริมน้ำขนาบข้างด้วยชุมชนเรือนแพที่ปลูกลอยเหนือผิวน้ำไปตลอดแนว
ลาดชะโดคือชุมชนที่เงียบสงบในเขตอำเภอผักไห่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีพื้นราบต่ำ น้ำท่วมถึงจึงทำให้มีปลาชะโดชุกชุมไปทั้งคุ้งน้ำ คลองลาดชะโดแยกย่อยมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาเกิดเป็นชุมชนขนาบคลองซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ตำบล ๑๗ หมู่บ้าน ฝั่งหนึ่งเรียกบ้านหนองน้ำใหญ่ประกอบด้วย ๑๑ หมู่บ้านกับอีกฝั่งเรียกว่าบ้านจักราชแยกเป็นอีก ๖ หมู่บ้าน
มารศรีเป็นบุตรสาวคนเดียวของนางผ่องแผ้ว ผลบุญกับนายกุศล ผลบุญ อดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งของตำบลจักราชหล่อนได้รับฉายาว่าดอกบัวแย้มกลีบแห่งคุ้งลาดชะโดด้วยวัยเพียง ๒๐ ปีทำให้หล่อนเสมือนบัวเพิ่งบานชูเกสรล้อแมลงเพศผู้
อาจเพราะธรรมชาติลำเอียงจึงได้เสกสรรความงามให้กับหญิงสาวเสียจนล้นเหลือ รูปร่างระหงเพรียวบางประกอบเข้ากับผิวขาวเหลืองละเอียดลออดั่งปั้นจากขี้ผึ้งเนื้อดีดวงหน้าหวานไร้สีสันอำพราง นัยน์ตาดำขลับตัดกับผิวหน้าอ่อนเยาว์ กลีบปากสีชมพูสดโค้งหยักเป็นกระจับ งามไม่เป็นรองสาวใด
ความสวยของหล่อนดึงสายตาเหล่าภมรให้หันใสสนใจโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องสำอางประทินผิวเข้าช่วย สัดส่วนสะโอดสะองไม่แพ้สาวงามจากเวทีประกวดใด ๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มารศรีจะหลงรูปโฉมของตนถึงขนาดมั่นใจว่าทั่วคุ้งน้ำแห่งนี้ไม่มีใครงามสู้หล่อนได้
ความสวยราวนางอัปสรของมารศรีน่าจะทำให้หล่อนเป็นสาวเนื้อหอมดึงดูดความสนใจเพศตรงข้ามมากกว่าจะทำให้หล่อนเป็นสาวช้ำรักโดนชายหนุ่มที่หมายปองหักอกซ้ำบ่อย ๆอย่างที่เป็นอยู่หากไม่ใช่เพราะบุคลิกก๋ากั่นกว่าสาววัยเดียวกันประกอบกับฝีปากของหล่อนร้ายกาจจนใคร ๆ พากันขยาดไม่กล้าโต้คารมด้วยนัก
“แดดอ่อนพอดี ก่อนกลับบ้านเราแวะเก็บโสนไปลวกจิ้มน้ำพริกกินกันดีกว่าเนอะพี่จืด” มารศรีเอ่ยทำลายความเงียบ
จืดพยักหน้าพลางใช้ไม้พายพวยน้ำนำเรือเข้าหาฝั่งซึ่งมีต้นโสนเรียงรายเต็มตลิ่ง ดอกโสนสีเหลืองเป็นพวงเต็มต้นตัดกับเสื้อผ้าสีสดของสองสาวอย่างน่ามอง
“เด็ดสายบัวกับผักบุ้งไปด้วยนะน้องศรี พอถึงบ้านค่อยใช้ไอ้พี่แอ๊ะไปหาปลามาทำแกล้มน้ำพริกกัน” สาวร่างเล็กเอ่ยพลางพายเรือเป็นจังหวะเข้าหาตลิ่ง
“ก็ดีนะ เดี๋ยวเก็บดอกโสนเสร็จเราแวะไปเก็บมะดันตรงท่าน้ำบ้านยายปริกด้วยดีกว่าพี่จืด เห็นแม่บ่นอยากกินน้ำพริกมะดันมาตั้งแต่เมื่อวาน เราตำน้ำพริกทอดปลาเตรียมไว้แม่กลับจากตลาดจะได้กินกัน”
จืดพยักหน้าพร้อมกับวางไม้พายข้างตัว เอื้อมมือเด็ดดอกโสนและดึงบัวสายใส่ไว้ในท้องเรือ เสร็จแล้วจึงพายเรือเลาะไปตามตลิ่งเข้าหาท่าน้ำหน้าบ้านยายปริกเพื่อเก็บมะดันที่กำลังออกลูกดก
“อ้าว...นังศรี”
เสียงตะโกนของคนบนท่าน้ำทำให้มารศรีชะงักมือที่กำลังเด็ดดอกโสน หล่อนเงยหน้ามองไปในทิศทางของเสียงร้องทัก
“เอ็งไม่ได้ไปบางกอกกับพวกนังชวนชมมันหรอกรึ ข้านึกว่าป่านนี้เอ็งคงหนีพ่อกุศลไปดูไอ้วิชาญมันแสดงที่บางกอกแล้วเสียอีก”
“อะไรนะจ๊ะป้าชื่น นี่นังชวนชมมันไปดูลิเกถึงบางกอกเลยรึ” มารศรีทำตาโตร้องตะโกนถามชวนชื่นอย่างสนใจ
“ใช่ มันไม่ได้ชวนเอ็งหรอกรึ ทุกทีข้าเห็นมันจะไปดูลิเกแต่ละทีต้องแวะไปชวนเอ็งด้วยทุกครั้งนี่หว่า” บุตรสาวยายปริกซึ่งเป็นมารดาของชวนชมตะโกนถาม
จืดหย่อนไม้พายลงพุ้ยน้ำเบา ๆ บังคับหัวเรือหันเข้าหาฝั่งเพื่อความสะดวกในการสนทนาของมารศรีกับนางชวนชื่น
“นั่นสิจ๊ะ ปกตินังชมมันจะต้องไปชวนฉันทุกครั้ง ทำไมครั้งนี้มันไม่เห็นบอกข่าวอะไรฉันเลย นี่ถ้าฉันรู้ว่ามันไปฉันกับพี่จืดต้องไปกับมันด้วยแน่ ๆ” มารศรีถอนหายใจแรง ใบหน้าของหล่อนงอง้ำแสดงอารมณ์ หมดความสนใจผลมะดันที่ตั้งใจจะมาเก็บไปโดยปริยาย
“เออแปลก...ทำไมมันไม่ไปชวนเอ็งทั้งที่คราวนี้มันมาบอกข้าว่าจะไปกับพวกคณะลิเกเขาเลยทีเดียว เห็นว่าไปเรือลำเดียวกับพวกพระเอกนางเอกของคณะเขานี่นะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ย
“อะไรนะจ๊ะป้า! ไปเรือลำเดียวกับพี่วิชาญเลยเหรอ” มารศรีอุทานเสียงแหลมรู้สึกเสียดายโอกาส
“ใช่” นางชวนชื่นพยักหน้าพลางเอ่ยต่อ “เห็นว่าเพื่อนมันที่เป็นนางเอกลิเกเป็นคนมาชวน”
“นั่นไงคะน้องศรี พี่ไม้คนที่จะพาเราสองคนไปดูลิเกกัน”“แล้วเขาจะหาวิธีพาพวกเราไปได้ยังไงในเมื่อไอ้พี่แอ๊ะมันเฝ้าอยู่ข้างล่างไม่ใช่เหรอพี่จืด” มารศรีชะโงกหน้ามองเบื้องล่างด้วยความกังวล“เดี๋ยวก็รู้แต่พี่มั่นใจว่าพี่ไม้ต้องหาวิธีได้แน่”จืดเอ่ยอย่างเชื่อมั่นพร้อมกับรีบชะโงกหน้ามองด้านล่างมองอานนท์ยกไม้ไผ่ที่ต่อเป็นบันไดยาวพาดชิดกำแพงพร้อมกับส่งสัญญาณให้พวกหล่อนไต่ลงไป“ไปน้องศรีรีบลงไปก่อน ทางนี้พี่จะจัดการเอง”มารศรีพยักหน้าและค่อย ๆ ปีนออกทางหน้าต่างโดยมีจืดคอยให้ความช่วยเหลือ บุตรสาวกุศลค่อนข้างตื่นเต้นยามไต่ลงไปตามบันไดอย่างช้า ๆ และระมัดระวังกระทั่งได้ยินเสียงร้องเรียกของมารดาดังมาจากด้านบน ความตกใจทำให้หล่อนเหยียบพลาดจนไถลล่วงลงไปจืดกำลังพะว้าพะวงตกใจเมื่อเห็นมารศรีพลาดตกลงไปนั้น คนที่หล่อนเป็นห่วงกำลังอกสั่นขวัญแขวนอยู่ในอ้อมแขนของอานนท์ ใบหน้าของหล่อนห่างจากใบหน้าของเขาแค่คืบ ความตกใจทำให้หล่อนเผลอกอดเขาแน่นชนิดเนื้อแนบเนื้อจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผงอกล่ำสันกลิ่นหอมจาง ๆ กำจายจากตัวหญิงสาวในอ้อมแขนคล้ายมีมนต์สะกดมัดใจของอานนท์แรงกระตุกของก้อนเนื้อใต้อกทำให้เขารู้สึกประหลาด หวั่
“เจ้านายคนไหนละ ลุงผู้ใหญ่หรือว่าน้องศรีของจืด” อานนท์ถามยิ้ม ๆ“ทั้งคู่นั่นแหละ ลุงศลสั่งห้ามไม่ให้ฉันแอบพาน้องศรีหนีไปดูลิเก ขืนไปก็จะถูกลงโทษแต่น้องศรีบังคับให้ฉันหาทางให้เธอไปให้ได้ ถ้าไม่ทำก็ถูกตัดขาดอีก เกิดเป็นนังจืดมันทำไมถึงซวยทั้งขึ้นทั้งล่องแบบนี้นะพี่ไม้” จืดบ่นกระปอดกระแปด“แล้วเราจะทำยังไง ทำตามคำสั่งผู้ใหญ่กุศลหรือจะทำตามคำบัญชาของคุณมารศรี” อานนท์ยกคิ้วเฉียง สบตาว้าวุ่นของจืดนิ่ง“ก็นี่แหละที่ฉันกำลังกลุ้ม ไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดี” จืดถอนหายใจพรืดหลังเอ่ยอย่างหงุดหงิด“ให้พี่ช่วยไหม” อานนท์เอ่ยขึ้นลอย ๆ“หืม...” จืดเงยหน้าขึ้นมองอานนท์พลางขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม ฉวยโอกาสวางมือลงบนต้นแขนกำยำพลางเงยหน้าขึ้นมองสบสายตาหนุ่มในฝันหวานเชื่อมก่อนเอ่ยถามเสียงกระตือรือร้น“พี่ไม้จะช่วยยังไงจ๊ะ”“ถ้าน้องศรีของจืดไว้ใจพี่ คืนนี้พี่จะเป็นคนพาเธอไปดูลิเกเอง ส่วนจืดก็อยู่รับหน้าลุงผู้ใหญ่ อย่าให้ใครจับได้ว่าเธอไม่อยู่ในห้องนอน” อานนท์เสนอแผนการ“ไม่ดีมั้งพี่ ถ้าถูกจับได้เราทุกคนจะพลอยซวยกันไปหมด ลุงศลจะต้องไม่เอาพี่ไว้แน่” จืดทำตาโตรีบส่ายหน้าร้องปฏิเสธ“ก็อย่าให้ถูกจับได้สิ” อานนท์ตอบ
‘คอเดียวกับคุณนายเย็นจิตนี่เองเล่า ชอบพวกลิเกเหมือนกันถึงได้ถูกชะตากันนักกันหนา’อานนท์นึกค่อนหญิงสาวที่มารดาให้ความเอ็นดูด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย“แต่คืนนี้นี่สิพี่ไม้” เนื้ออ่อนชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม ทำตาขึงขังพลางเอ่ยเสียงเครียด“ฉันว่าน้องศรีอาจจะแอบหนีลุงศลไปดูลิเกอีกก็ได้ ขนาดหนีไปไกลถึงบางกอกยังกล้าเลย นับประสาอะไรกับแค่ท้ายวัดบ้านเราแค่นี้จะไม่กล้าหนีไปจริงไหมพี่”“ลิเกคณะอะไรแล้วเล่นท้ายวัดไหนอย่างนั้นเหรอ” อานนท์ใคร่รู้ขึ้นมาทันที“ดวงชีวันจ้ะ น้องศรีหลงรูปพระเอกคณะนี้ถึงกลับตามไปดูกันที่บางกอกนู่นแหละและตั้งแต่หลานชายเจ้าของคณะไปตายที่บางกอกก็เพิ่งจะมาเล่นที่บ้านเราเป็นคืนแรกนี่แหละ” เนื้ออ่อนเล่าอย่างคะนองปาก“แล้วเล่นที่ไหนเหรอ” ชื่อคณะลิเกและสิ่งที่ได้ยินจากปากเนื้ออ่อนทำให้อานนท์รีบซักไซ้อย่างสนใจ“ศาลาวัดลาดชะโดเรานี่แหละ ท้ายตลาดนู่นแนะ” เนื้ออ่อนยักไหล่พลางตอบบางทีคืนนี้อาจเป็นโอกาสดีของเขาที่จะได้ขยับเข้าไปใกล้คณะลิเกดวงชีวัน เขาจะต้องหาวิธีเข้าไปใกล้ทุกคนในคณะอย่างระมัดระวัง ต้องไม่ทำให้คนร้ายตัวจริงไหวตัวได้ทันทั้งที่เขาเองก็ไม่รู้เลยว่าคนร้ายคนนั้นเป็นใคร แต
เนื้ออ่อนแอบแบะริมฝีปากใส่จืดอย่างสะใจไม่สนใจตาเขียวปัดของอีกฝ่ายก่อนจะหันมาเอ่ยกับชายหนุ่มที่กำลังจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร“ไปจ้ะพี่...ฉันจะพาพี่ไปที่พัก เสร็จแล้วจะได้ไปทำความรู้จักพี่ชายกับยายของฉันเอาไว้”อานนท์ชำเลืองมองกุศลเล็กน้อยก่อนจะเดินตามเนื้ออ่อนไปจึงไม่เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของอดีตผู้ใหญ่บ้านหนองน้ำใหญ่ที่มองตามหลังเขาไปอย่างหมายมาด‘ปลามากินเหยื่อถึงเรือนแบบนี้ รับรองข้าจะไม่ยอมปล่อยให้ลูกชายเอ็งหลุดรอดมือลูกสาวข้าไปได้แน่ไอ้กำนันเปลว’กุศลหัวเราะลั่นในใจ นึกกระหยิ่มยินดีและมีความหวังจะได้คนมาปราบบุตรสาวคนเดียว ที่สำคัญกำนันเปลวเพื่อนรักของเขาได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของบ้านแพนด้วยแล้ว เขายิ่งไม่มีวันปล่อยให้โอกาสคว้าตัวบุตรชายเพื่อนมาเป็นเขยหลุดมือไปอย่างแน่นอนอานนท์เดินตามเนื้ออ่อนผ่านเงาใบกล้วยทอดบังแสงจ้าของดวงอาทิตย์ตรงไปยังเรือนไม้ใต้ถุนสูงขนาดย่อมหลังเรือนปั้นหยารกเรื้อยไปด้วยป่ากล้วยที่บดบังซ่อนเรือนหลังเล็กไว้เกือบมิด กระทั่งถึงเชิงบันไดคนนำทางจึงหยุดฝีเท้าและหันมาเอ่ยกับเขาอย่างเป็นมิตร“ลุงศลให้พี่พักที่เรือนหลังนี้ถ้าขาดเหลืออะไรห