คุ้งเสน่หา

คุ้งเสน่หา

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-06
โดย:  เตชิตายังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
22บท
410views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

มารศรีแม่สาวฝีปากกล้าที่แอบมีใจให้กับวิชาญ พระเอกลิเกรูปหล่อขวัญใจพี่ยกน้องยกทั่วราชอาณาจักร แต่กลับไม่ใยดีในความสวยของหล่อน เมื่อคณะลิเกที่วิชาญเป็นพระเอกเข้าไปเปิดวิกเล่นในเมืองหลวง มารศรีจึงลงทุนหนีพ่อแม่ตามไปดูการแสดงของขวัญใจสุดหล่อ แต่โชคชะตาและพรหมลิขิตชักพาให้หล่อนไปพบเรื่องราววุ่น ๆ คดีฆาตกรรมอำพรางหลังม่านการแสดง การตายของหลานชายเจ้าของคณะลิเกทำให้หล่อนได้พบกับอานนท์ นายตำรวจหุ่นล่ำที่แฝงตัวเข้าอยู่ในบ้านของหล่อนเพื่อตามสืบคดีดังกล่าว เมื่อพระพรหมเล่นกลให้เธอต้องใกล้ชิดกับชายที่ไม่ได้หมายปอง มารศรีจะหวั่นไหวเผลอใจให้นายตำรวจหนุ่มอีท่าไหน ต้องไปติดตาม

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

1แม่ค้าขนมหวาน

หญิงสาวรูปร่างผอมแกร็นผิวกายคล้ำหยาบนั่งอยู่ท้ายเรือกำลังพายเรือหัวแหลมขนาดเล็กซึ่งชาวท้องถิ่นเรียกว่า “เรือเข็ม” ออกจากบันไดท่าน้ำหน้าตลาดลาดชะโดมีชื่อว่านังจืด หล่อนเป็นคนสนิทของมารศรีสาวสวยวัย ๒๐ ที่นั่งเสงี่ยมอยู่ตรงหัวเรือ นังจืดกำลังพายเรือล่องไปตามลำคลองขุดที่แยกมาจากแม่น้ำน้อยไหลผ่านหน้าบ้านเรือนสองฝากฝั่งเกิดเป็นชุมชนริมน้ำขนาบข้างด้วยชุมชนเรือนแพที่ปลูกลอยเหนือผิวน้ำไปตลอดแนว

ลาดชะโดคือชุมชนที่เงียบสงบในเขตอำเภอผักไห่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีพื้นราบต่ำ น้ำท่วมถึงจึงทำให้มีปลาชะโดชุกชุมไปทั้งคุ้งน้ำ คลองลาดชะโดแยกย่อยมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาเกิดเป็นชุมชนขนาบคลองซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ตำบล ๑๗ หมู่บ้าน ฝั่งหนึ่งเรียกบ้านหนองน้ำใหญ่ประกอบด้วย ๑๑ หมู่บ้านกับอีกฝั่งเรียกว่าบ้านจักราชแยกเป็นอีก ๖ หมู่บ้าน

มารศรีเป็นบุตรสาวคนเดียวของนางผ่องแผ้ว ผลบุญกับนายกุศล ผลบุญ อดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งของตำบลจักราชหล่อนได้รับฉายาว่าดอกบัวแย้มกลีบแห่งคุ้งลาดชะโดด้วยวัยเพียง ๒๐ ปีทำให้หล่อนเสมือนบัวเพิ่งบานชูเกสรล้อแมลงเพศผู้

อาจเพราะธรรมชาติลำเอียงจึงได้เสกสรรความงามให้กับหญิงสาวเสียจนล้นเหลือ รูปร่างระหงเพรียวบางประกอบเข้ากับผิวขาวเหลืองละเอียดลออดั่งปั้นจากขี้ผึ้งเนื้อดีดวงหน้าหวานไร้สีสันอำพราง นัยน์ตาดำขลับตัดกับผิวหน้าอ่อนเยาว์ กลีบปากสีชมพูสดโค้งหยักเป็นกระจับ งามไม่เป็นรองสาวใด

ความสวยของหล่อนดึงสายตาเหล่าภมรให้หันใสสนใจโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องสำอางประทินผิวเข้าช่วย สัดส่วนสะโอดสะองไม่แพ้สาวงามจากเวทีประกวดใด ๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มารศรีจะหลงรูปโฉมของตนถึงขนาดมั่นใจว่าทั่วคุ้งน้ำแห่งนี้ไม่มีใครงามสู้หล่อนได้

ความสวยราวนางอัปสรของมารศรีน่าจะทำให้หล่อนเป็นสาวเนื้อหอมดึงดูดความสนใจเพศตรงข้ามมากกว่าจะทำให้หล่อนเป็นสาวช้ำรักโดนชายหนุ่มที่หมายปองหักอกซ้ำบ่อย ๆอย่างที่เป็นอยู่หากไม่ใช่เพราะบุคลิกก๋ากั่นกว่าสาววัยเดียวกันประกอบกับฝีปากของหล่อนร้ายกาจจนใคร ๆ พากันขยาดไม่กล้าโต้คารมด้วยนัก

“แดดอ่อนพอดี ก่อนกลับบ้านเราแวะเก็บโสนไปลวกจิ้มน้ำพริกกินกันดีกว่าเนอะพี่จืด” มารศรีเอ่ยทำลายความเงียบ

จืดพยักหน้าพลางใช้ไม้พายพวยน้ำนำเรือเข้าหาฝั่งซึ่งมีต้นโสนเรียงรายเต็มตลิ่ง ดอกโสนสีเหลืองเป็นพวงเต็มต้นตัดกับเสื้อผ้าสีสดของสองสาวอย่างน่ามอง

“เด็ดสายบัวกับผักบุ้งไปด้วยนะน้องศรี พอถึงบ้านค่อยใช้ไอ้พี่แอ๊ะไปหาปลามาทำแกล้มน้ำพริกกัน” สาวร่างเล็กเอ่ยพลางพายเรือเป็นจังหวะเข้าหาตลิ่ง

            “ก็ดีนะ เดี๋ยวเก็บดอกโสนเสร็จเราแวะไปเก็บมะดันตรงท่าน้ำบ้านยายปริกด้วยดีกว่าพี่จืด เห็นแม่บ่นอยากกินน้ำพริกมะดันมาตั้งแต่เมื่อวาน เราตำน้ำพริกทอดปลาเตรียมไว้แม่กลับจากตลาดจะได้กินกัน”

            จืดพยักหน้าพร้อมกับวางไม้พายข้างตัว เอื้อมมือเด็ดดอกโสนและดึงบัวสายใส่ไว้ในท้องเรือ เสร็จแล้วจึงพายเรือเลาะไปตามตลิ่งเข้าหาท่าน้ำหน้าบ้านยายปริกเพื่อเก็บมะดันที่กำลังออกลูกดก

            “อ้าว...นังศรี”

เสียงตะโกนของคนบนท่าน้ำทำให้มารศรีชะงักมือที่กำลังเด็ดดอกโสน หล่อนเงยหน้ามองไปในทิศทางของเสียงร้องทัก

“เอ็งไม่ได้ไปบางกอกกับพวกนังชวนชมมันหรอกรึ ข้านึกว่าป่านนี้เอ็งคงหนีพ่อกุศลไปดูไอ้วิชาญมันแสดงที่บางกอกแล้วเสียอีก”

            “อะไรนะจ๊ะป้าชื่น นี่นังชวนชมมันไปดูลิเกถึงบางกอกเลยรึ” มารศรีทำตาโตร้องตะโกนถามชวนชื่นอย่างสนใจ

            “ใช่ มันไม่ได้ชวนเอ็งหรอกรึ ทุกทีข้าเห็นมันจะไปดูลิเกแต่ละทีต้องแวะไปชวนเอ็งด้วยทุกครั้งนี่หว่า” บุตรสาวยายปริกซึ่งเป็นมารดาของชวนชมตะโกนถาม

            จืดหย่อนไม้พายลงพุ้ยน้ำเบา ๆ บังคับหัวเรือหันเข้าหาฝั่งเพื่อความสะดวกในการสนทนาของมารศรีกับนางชวนชื่น

            “นั่นสิจ๊ะ ปกตินังชมมันจะต้องไปชวนฉันทุกครั้ง ทำไมครั้งนี้มันไม่เห็นบอกข่าวอะไรฉันเลย นี่ถ้าฉันรู้ว่ามันไปฉันกับพี่จืดต้องไปกับมันด้วยแน่ ๆ” มารศรีถอนหายใจแรง ใบหน้าของหล่อนงอง้ำแสดงอารมณ์ หมดความสนใจผลมะดันที่ตั้งใจจะมาเก็บไปโดยปริยาย

            “เออแปลก...ทำไมมันไม่ไปชวนเอ็งทั้งที่คราวนี้มันมาบอกข้าว่าจะไปกับพวกคณะลิเกเขาเลยทีเดียว เห็นว่าไปเรือลำเดียวกับพวกพระเอกนางเอกของคณะเขานี่นะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ย

            “อะไรนะจ๊ะป้า! ไปเรือลำเดียวกับพี่วิชาญเลยเหรอ” มารศรีอุทานเสียงแหลมรู้สึกเสียดายโอกาส

            “ใช่” นางชวนชื่นพยักหน้าพลางเอ่ยต่อ “เห็นว่าเพื่อนมันที่เป็นนางเอกลิเกเป็นคนมาชวน”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
22
1แม่ค้าขนมหวาน
หญิงสาวรูปร่างผอมแกร็นผิวกายคล้ำหยาบนั่งอยู่ท้ายเรือกำลังพายเรือหัวแหลมขนาดเล็กซึ่งชาวท้องถิ่นเรียกว่า “เรือเข็ม” ออกจากบันไดท่าน้ำหน้าตลาดลาดชะโดมีชื่อว่านังจืด หล่อนเป็นคนสนิทของมารศรีสาวสวยวัย ๒๐ ที่นั่งเสงี่ยมอยู่ตรงหัวเรือ นังจืดกำลังพายเรือล่องไปตามลำคลองขุดที่แยกมาจากแม่น้ำน้อยไหลผ่านหน้าบ้านเรือนสองฝากฝั่งเกิดเป็นชุมชนริมน้ำขนาบข้างด้วยชุมชนเรือนแพที่ปลูกลอยเหนือผิวน้ำไปตลอดแนวลาดชะโดคือชุมชนที่เงียบสงบในเขตอำเภอผักไห่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีพื้นราบต่ำ น้ำท่วมถึงจึงทำให้มีปลาชะโดชุกชุมไปทั้งคุ้งน้ำ คลองลาดชะโดแยกย่อยมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาเกิดเป็นชุมชนขนาบคลองซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ตำบล ๑๗ หมู่บ้าน ฝั่งหนึ่งเรียกบ้านหนองน้ำใหญ่ประกอบด้วย ๑๑ หมู่บ้านกับอีกฝั่งเรียกว่าบ้านจักราชแยกเป็นอีก ๖ หมู่บ้านมารศรีเป็นบุตรสาวคนเดียวของนางผ่องแผ้ว ผลบุญกับนายกุศล ผลบุญ อดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งของตำบลจักราชหล่อนได้รับฉายาว่าดอกบัวแย้มกลีบแห่งคุ้งลาดชะโดด้วยวัยเพียง ๒๐ ปีทำให้หล่อนเสมือนบัวเพิ่งบานชูเกสรล้อแมลงเพศผู้อาจเพราะธรรมชาติลำเอียงจึงได้เสกสรรความงามให้กับหญิงสาวเสียจนล้นเหลือ รูปร่างระหง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-06-13
อ่านเพิ่มเติม
2.โอ้บ้านแพน
จืดชะโงกหน้าเข้าไปใกล้หูมารศรีพลางจีบปากจีบคอเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียด “อีนังดอกเอื้องต้องเป็นตัวการแน่เชียวน้องศรี มันคงเป็นคนห้ามไม่ให้นังชมมาบอกเราแน่ ๆ” “หึ...อีนังนี่มันร้ายนัก มันคิดจะกันท่าไม่ให้ฉันตามไปดูพี่วิชาญละสิ” มารศรีเอ่ยเสียงสะบัดอย่างเกรี้ยวกราดแล้วเม้มปากเป็นเส้นด้วยความขัดใจ “แต่เขาไปแสดงไกลถึงบางกอกนู่น พ่อเอ็งจะให้ไปหรือวะ” สาวใหญ่เอื้อนเอ่ยอย่างคนที่รู้จักนิสัยของผู้ใหญ่กุศลเป็นอย่างดี “ก็จริงจ้ะ...พ่อคงไม่ให้ฉันไปหรอก” มารศรีเอ่ยกระฟัดกระเฟียด “ก็นั่นนะสิ อย่างนั้นเอ็งก็อย่าไปโกรธนังชมกับเพื่อนของมันเลยวะยังไงเอ็งก็ไปไม่ได้อยู่แล้ว เอาไว้รอดูที่บ้านเราก็ได้ ปิดวิกที่บางกอกเสร็จ เขาก็มาเล่นที่บ้านเราอยู่แล้ว” สาวใหญ่เอ่ยปลอบ “ป้าไม่ต้องห่วง ฉันไม่โกรธนังชมมันหรอกจ้ะ” มารศรีตอบอย่างใจคิดเพราะคนที่หล่อนโกรธไม่ใช่ชวนชมแต่เป็นนางเอกลิเกนามว่าดอกเอื้องต่างหาก ไอร้อนจากแสงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วคุ้งน้ำซึ่งเนืองแน่นไปด้วยลำเรือของเหล่าพ่อค้าแม่ขายลอยเรียงบนผิวน้ำใกล้ท่าเรือเพื่อค้าขายกับผู้โดยสารจ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-06-14
อ่านเพิ่มเติม
3.สะดุดรัก
“น้องศรีจะไปไหน” จืดเงยหน้าขึ้นมองสาวรุ่นน้อง เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย “ฉันจะลงไปซื้อขนมมาตุนไว้กินเสียหน่อย เมื่อตะกี้ตอนอยู่ผักไห่มัวแต่กังวลเรื่องไอ้พี่แอ๊ะจนลืมซื้อเลย” มารศรีเอี้ยวหน้าหันไปตอบ “เดี๋ยวพี่ไปซื้อให้เองก็ได้ น้องศรีอยากกินอะไรล่ะ” จืดกุลีกุจอจะลุกขึ้นหวังจะบริการลูกสาวนายจ้าง “ไม่ต้อง พี่นั่งรอตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันลงไปเลือกซื้อเอง”มารศรีปฏิเสธแล้วเดินลงบันไดไปยังชั้นล่างช้า ๆ กวาดตามองบนท่าน้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดบ้านแพนผู้คนจำนวนมากกำลังซื้อหาจับจ่ายสินค้ากันอย่างคึกคักสมกับเป็นท่าเรือใหญ่ เรือแจวพายเอื่อยผ่านหางตาหล่อนแล่นเข้าไปตามตรอกซอกซอยในขณะที่เรือหางติดเครื่องแล่นปรู๊ดปร๊าดรับส่งผู้โดยสารกันขวักไขว่ ลูกสาวอดีตผู้ใหญ่บ้านก้าวขึ้นไปบนท่าและเดินตรงดิ่งเข้าหาขนมแผ่นบางบนเตาที่แม่ค้าสาวกำลังละเลงแป้งเป็นวงดูน่ากิน“พี่สาวจ๊ะ เอาขนมเบื้องให้ฉันสามแผ่นสิจ๊ะ”มารศรีสั่งพลางล้วงเหรียญบาทออกจากกระเป๋ากางเกงยืนรอแม่ค้าใส่เครื่องและน้ำตาลลงในแป้งที่ละเลงอยู่บนกระทะ เมื่อขนมสุกแม่ค้าพับแผ่นแป้งทบเป็นครึ่งวงกลมหยิบขึ้นจากกระทะว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-06-14
อ่านเพิ่มเติม
4.สาวปากไว
“ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ซุ่มซ่าม มาทำให้ฉันต้องอายและเจ็บตัวทำไมล่ะ”มารศรีไหวไหล่เอ่ยตอบอย่างไม่สนใจแววตาแสดงอารมณ์ของคู่กรณี หล่อนเก็บธนบัตรในมือยัดใส่กระเป๋าก่อนจะหยิบเหรียญบาทออกมาแทนแล้วยื่นส่งให้กับแม่ค้าขนม“ผู้หญิงอะไร...หน้าเลือดชะมัด” เขาบ่นอุบแต่ไม่คิดเรียกร้องเอาเงินทอนคืนได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเดินตรงไปที่ท่าเรือ เลิกใส่ใจคู่กรณีซึ่งเดินตามหลังเขามาห่าง ๆมารศรีแบะริมฝีปากใส่แผ่นหลังของชายตัวโตที่ก้าวนำหน้า หล่อนเดินตามไปห่าง ๆ เห็นอีกฝ่ายลงไปในเรือและเดินลึกเข้าไปมองหาที่นั่งชั้นล่างตรงบริเวณหัวเรือ“ดีนะที่นั่งคนละชั้น...จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าให้เสียอารมณ์ไปตลอดทาง” หล่อนบ่นพึมพำขณะก้าวลงเรือและปีนขึ้นไปยังชั้นสองสลัดภาพใบหน้าชายหนวดครึ้มคนนั้นออกจากหัวพื้นที่บนเรือที่ค่อนข้างว่างเมื่อตอนออกจากท่าเรือผักไห่หลังสิ้นเสียงระฆังที่แขวนอยู่ตรงหัวเรือเป็นสัญญาณเตือนว่าเรือกำลังจะแล่นออกจากท่า ทุกพื้นที่เคยว่างกลับเต็มไปด้วยผู้โดยสารที่ขึ้นมาจากท่าเรือบ้านแพนและเรือค่อย ๆ แล่นฝ่ากระแสน้ำออกจากท่า มุ่งหน้าสู่บางกอกอย่างเชื่องช้า เสียงเครื่องยนต์ดังแข่งกับเสียงพูดคุยในหมู่คนโดยสารท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-06-14
อ่านเพิ่มเติม
5.กำนันกับผู้ใหญ่
กำนันเปลวระบายลมหายใจแรงเมื่อนึกถึงบุตรชายคนโตที่เพิ่งเดินทางกลับเข้าบางกอกเช่นเดียวกัน“นี่ข้าไม่ได้เจอลูกชายเอ็งมากี่สิบปีแล้ววะไอ้เปลว ไปเรียนในบางกอกเสียงนานนมจนข้าแทบจะจำหน้าหลานชายไม่ได้อยู่แล้ว”“เกือบยี่สิบปีละมัง ตั้งแต่เจ้าอุ่นมันจบป.๔ แล้วไปเรียนต่อกระทั่งจบมาเป็นตำรวจก็ไม่ยอมกลับบ้าน รับใช้ทางการอยู่ที่บางกอกนั่นแหละ” กำนันเปลวเอ่ย“จริงสิ เจ้าอุ่นมันเรียนจบตำรวจนี่นะ” กุศลเอ่ยถึงหลานชายด้วยความเอ็นดู“เออ...เป็นตำรวจ ไม่ค่อยอยู่บ้านอยู่ช่องหรอก บางทีหายไปเป็นเดือน ๆ ไม่ติดต่อกลับบ้าน เพราะมัวแต่ไปสืบความลับให้ทางการเขา ทำเอาแม่เย็นจิตแม่เขากลุ้มใจ เป็นห่วงลูกแทบไม่ได้กินไม่ได้นอนนอนเลยทีเดียว” พ่อกำนันเอ่ยระบายความหนักใจให้เพื่อนฟัง“มีเมียหรือยังละลูกชายเอ็งนะ” กุศลซักด้วยความสนใจ“ยังนะสิ แม่เย็นจิตก็พยายามมองหาสาว ๆ ให้ลูกอยู่เหมือนกันแต่ไอ้คนของเรามันไม่เล่นด้วย ชอบทำหน้าตาขึงขังข่มขู่เขาร่ำไปเลยยังไม่มีเมียเสียที ไม่ได้เลือดพ่อมันเอาเสียเลย” กำนันเปลวส่ายหน้าเบา ๆ เมื่อเอ่ยถึงลูกชายเสียงเอือม“เจ้าอุ่นมันคงเบื่อผู้หญิงละมั้ง”กุศลเอ่ยยิ้ม ๆ นึกถึงหลานชายที่โตมากับครอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-06-14
อ่านเพิ่มเติม
6.พี่หมาของน้องจืด
“เรามากะทันหันไม่ได้ติดต่อบอกพวกเขาล่วงหน้าคงไม่เจอกันหรอกพี่จืดบางกอกออกจะกว้างไม่ใช่แค่ตำบลเล็ก ๆ อย่างบ้านเรา จะไปหาเขาเจอยังไง อีกอย่างเราก็ไม่รู้หนทางกันเลยกะอีแค่รบกวนให้น้าสาวพี่พาไปดูพี่วิชาญแสดงก็เกรงใจเขาพอแรงอยู่แล้ว” มารศรีเอ่ย“อย่างนั้น...คราวหน้าถ้าพวกเรามีโอกาสไปบางกอกอีก เราโทรเลขบอกพี่หมากับนังมะยมมันล่วงหน้าแล้วให้สองคนนั่นมารอรับเราที่ท่าเรือกันนะดีกว่าเนอะ”“แหมพี่จืด...เข้าบางกอกครั้งแรกยังไม่ทันถึงใจคอคิดจะวางแผนล่วงหน้าถึงครั้งที่สองซะแล้วเหรอ” มารศรีมองค้อนคนข้าง ๆ ขวาง ๆ“แหะๆ พี่ลืมตัวไป” คนสนิทของมารศรียิ้มแหยรีบเปลี่ยนเรื่องสนทนาด้วยหัวข้อใหม่“ป่านนี้พ่อคงโมโหฉันกับพี่น่าดู ไม่รู้กลับจากบางกอกคราวนี้จะมีโอกาสกลับไปอีกเมื่อไหร่ พ่อคงไม่ปล่อยให้เราหนีมาง่าย ๆ เหมือนอย่างคราวนี้อีกแน่เพราะฉะนั้นเราสองคนจะต้องเที่ยวให้รอบกรุงเสียก่อนค่อยกลับบ้านนะพี่จืด จะได้ไม่เสียเที่ยว”“ไหนว่าเกรงใจน้าอางไง ใจคอจะให้น้าเขาพาพวกเราเที่ยวรอบบางกอกเลยหรือจ๊ะน้องศรี” จืดกระพริบตาปริบ“ใครว่าฉันจะรบกวนน้าสาวพี่ขนาดนั้นล่ะ พวกเราจะไปเที่ยวกันเองต่างหาก”“แล้วจะไปถูกเหรอ ไหนน้อง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-05
อ่านเพิ่มเติม
7.ลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน
“โอ้โหน้องศรี...ดูบ้านช่องของคนบางกอกสิ สวยแปลกตาไม่เหมือนบ้านนอกของพวกเราเลยนะคนที่นี่คงจะรวยน่าดูเนอะ” จืดกวาดสายตามองรอบกายตาวาว“ฉันไม่เห็นว่าจะสวยที่ตรงไหน ดูคับแคบแล้วก็แออัดสู้บ้านเราไม่เห็นจะได้ ที่นี่มองทางไหนก็เห็นแต่ตึกเป็นแถว ผู้คนก็ขวักไขว่จนลายตาไม่เหมือนทุ่งนาบ้านเรามองไปทางไหนก็ปลอดโปร่งไม่วุ่นวายแบบนี้”“น้องศรีละก็ ใคร ๆ ก็ชอบบางกอกกันทั้งนั้น ดูอย่างพี่หมาสิ ป่านนี้คงลืมบ้านทุ่งคุ้งน้ำบ้านเราไปแล้วถึงไม่เคยกลับไปเยี่ยมไปเยียนบ้านเลย”“คนอย่างไอ้พี่หมานะรึจะลืมคุ้งคลองที่ตัวเองโตมาที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมก็คงเพราะยังไม่มีเวลาละมากกว่า เห็นพ่อเปรย ๆ ให้ฟังว่าเค้าจะพากันกลับมาอยู่บ้านเรา แต่ตอนนี้คงกำลังรื่นเริงอยู่ในบางกอก ไม่มีกำหนดกลับซะมากกว่า” มารศรีเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจจืดคล้อยตามความคิดของมารศรี หล่อนพยักหน้าหงึกหงักพลางถอนหายใจยาวแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว“มันก็จริงอย่างที่น้องศรีพูดนะ พี่หมาเกิดและโตบ้านเรา เขาต้องไม่มีวันลืมพวกเราแน่”มารศรีพยักหน้ากับจืดและบังเอิญเหลือบไปเห็นชื่อของ “มานะ พันธ์พลาย” บนโปสเตอร์โฆษณาภาพยนตร์เรื่อง “รักท่วมทุ่ง” ที่ติดอยู่ตรงหน้าร้านค้า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-05
อ่านเพิ่มเติม
8.นี่ไงบางกอก
จืดก้าวตามสำอางเข้าไปในบ้านก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับมารศรีอยู่ภายในบ้านของน้าสาว แววตาเหม่อลอยกับท่าทางไม่รับรู้ใด ๆ ของฝ่ายนั้นสร้างความแปลกใจให้จืดกับมารศรี “อย่าบอกนะว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่บ้านเอ็ง เอ็งถึงมาหาน้าถึงนี่” สำอางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล“เปล่าจ้ะน้า ฉันกับน้องศรีตั้งใจจะมาดูลิเกดวงชีวัน ขวัญอยุธยา เมื่อวานพอรู้ข่าวก็เลยรีบมาหาน้านี่แหละจ้ะ” คำถามของสำอางทำให้จืดละความสนใจในตัวหญิงสาวคนดังกล่าวหันมาตอบคำถามผู้เป็นน้าก่อน“อ้อ...คณะดวงชีวันมาเล่นอยู่ท้ายวังนี่เอง” สำอางพยักหน้าหงึก ๆ“ฉันก็ไม่รู้หรอกจ้ะว่าเขาเล่นกันแถวไหน แต่แน่ใจว่าน้าอางต้องรู้แน่” จืดเอ่ยเสียงระรื่น“ดีจริง มาทั้ง ๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย แล้วนี่เอ็งกับคุณเขาจะมาพักบ้านน้าใช่ไหม” สำอางค้อนหลานสาววงใหญ่พลางเอ่ยถาม“ใช่จ้ะ ว่าแต่ท้ายวังนี่อยู่ไกลจากบ้านน้าอางไหมจ๊ะ” มารศรีถามแทรกขึ้นอย่างสนใจ“ไม่ไกลหรอก แค่เดินพอได้เหงื่อ งานเขาเริ่มตอนหกโมงเย็นก็ต้องออกเดินกันสักห้าโมงเย็นนั่นแหละ”“อย่างนั้นน้าอางพาฉันกับน้องศรีไปหน่อยได้ไหมจ๊ะ” จืดถามน้าสาวอย่างเกรงใจ“ไปได้แต่เอ็งต
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-05
อ่านเพิ่มเติม
9.ณ จุดเกิดเหตุ
จืดพยักหน้าหงึกหงักพร้อมกับเอ่ยตอบตกลงและลงมือจัดแจงเก็บกวาดบ้านหาที่หลับนอนเสร็จแล้วจึงหันมาจัดการกับอาหารในตู้กับข้าวกระทั่งอิ่มจึงจัดการจานชามเช็ดล้างเข้าตู้อย่างเรียบร้อย ไม่ทิ้งให้เป็นภาระของสำอาง หลังจากนั้นทั้งคู่จึงออกไปเดินสำรวจรอบบริเวณบ้านสำอางด้วยความสนใจเวลาเดียวกันในสถานที่ห่างไปไม่ไกลนัก เกมการพนันกำลังทำให้ผู้เล่นเหมือนถูกผีสิง ยิ่งเสียมากก็ยิ่งอยากแก้ตัว ขอแค่เงินทุนคืนกลับทำให้ยิ่งถลำลึก ดวงตกก็มีแต่เสียเงินเพิ่มเช่นเดียวกับสันติที่กำลังยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงตามแนวแก้ม ดวงตาเครียดจ้องมองไพ่ในมือด้วยความหงุดหงิด“ไพ่เฮงซวย!”คนรอบด้านต่างไม่สนใจกันและกันเพราะกำลังจดจ่ออยู่กับการพนันตรงหน้าของแต่ละคน สันติมองเงินปึกบาง ๆ ปึกสุดท้ายในมือด้วยความเครียดเพราะมันเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่จะชี้ชะตา ความหงุดหงิดทำให้เผลอกำเงินเป็นก้อนและเพราะมัวแต่จดจ่ออยู่กับการพนันทำให้สันติไม่สังเกตเห็นสายตามาดร้ายคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองเขาอย่างถมึงทึงบ้านหลังเล็กของนางสำอางเป็นห้องแถวทำจากไม้มีผนังสองด้านเชื่อมต่อกับบ้านของเพื่อนบ้าน มีพื้นทางเดินเป็นไม้กระดานแผ่นใหญ่ทอดยาวไปจนสุดตร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-05
อ่านเพิ่มเติม
10.ลูกชายกำนัน
มารศรีทำหน้าหวาดวิตกขณะทอดสายตามองสันติถูกชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งรุมทำร้าย แต่ลึก ๆ หล่อนเห็นด้วยกับจืด คนสันดารอันธพาลอย่างสันติสมควรถูกสั่งสอนซะบ้าง ที่เกิดเรื่องเช่นนี้ก็คงเป็นเพราะนิสัยติดการพนันของสันตินั่นเองมารศรีนึกถึงนิสัยของสันติด้วยความระอาหล่อนนึกถึงเรื่องราวของสันติพักใหญ่กระทั่งเห็นคนที่หล่อนนึกถึงฉวยโอกาสลุกขึ้นยืนได้สำเร็จในจังหวะหนึ่งก่อนจะวิ่งหนีเตลิดจนชายฉกรรจ์ที่รุมทำร้ายวิ่งไล่ตามไม่ทันหล่อนได้แต่เห็นหลังเขาไว ๆ ผ่านไปและแทรกตัวหายไปในฝูงชนบริเวณสนามชัยเขตระหว่างรั้วสวนสราญรมย์กับกำแพงพระบรมมหาราชวังตั้งแต่วังสราญรมย์ไปจนถึงท้ายวังสุดเขตสวนสราญรมย์มีการปิดถนนเพื่อจัดงานประจำปี มีการแสดงและการละเล่นมากมายจัดขึ้นเพื่อให้ความบันเทิงกับประชาชนทั่วไปโดยมีการเก็บค่าบัตรผ่านประตูเข้าชมภายในงาน โดยบริเวณท้ายวังจัดให้มีงิ้ว ๒ โรงประชันกัน คนไทยที่ไม่ชอบดูงิ้วก็มีนาฎะดนตรีหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าลิเกให้ดูงานประจำปีซึ่งมีผู้คนจำนวนมากแห่มาเที่ยวทำให้เหล่าทหารตำรวจถูกเกณฑ์มาอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนและอานนท์เป็นหนึ่งในนายตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในงา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-05
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status