LOGINพวกเขาจะอดใจไหวหรือไม่ เมื่อต้องใกล้ชิดกับสาวสวย อ่อนวหาน และน่ารักอย่างพวกเธอ
View More“น้องรันเสร็จหรือยังจ๊ะ” รามาวดีเคาะประตูเรียกน้องสาวคนเล็ก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ลงไปทานอาหารเช้าด้านล่างสักที
“เสร็จแล้วค่ะพี่ริน” น้องรันเปิดประตูออกมายิ้มให้พี่สาวอย่างน่ารักในชุดนักศึกษา
รตีเรียนอยู่ปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ทุกวันพี่ชายกับพี่สาวจะสลับกันไปรับส่งเธอที่มหาวิทยาลัยเป็นประจำ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไปพร้อมกันทั้งสามคน
“ไปเถอะค่ะพี่ริน” น้องรันโอบไปรอบเอวบางของพี่สาวอย่างรักใคร่ พากันเดินลงมาทานอาหารเช้าด้านล่างกับพี่ชายที่กำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร
“ทำไมวันนี้ถึงลงมาสายล่ะ” ราเมธถามน้องสาวคนเล็ก เมื่อเห็นเธอเดินลงมากับน้องสาวคนรอง วันนี้เขาเห็นน้องสาวคนเล็กยังไม่ลงมา จึงให้น้องสาวคนรองไปตาม เพราะกลัวว่าจะไปเรียนสาย
“ตื่นสายค่ะ อิอิ” น้องรันตอบแบบกำปั้นทุบดิน
“รีบทานเลยเรา เดี๋ยวก็ไปเรียนไม่ทันหรอก” ราเมธเร่งน้องสาวคนเล็ก
“ค่ะ” น้องรันรับคำพี่ชายเบาๆ ยิ้มอย่างน่ารักเช่นเคย พี่ชายของเธอชอบทำหน้าเคร่งไปอย่างนั้นเอง จริงๆ แล้ว พี่ชายและพี่สาวของเธอใจดี รักและตามใจเธอเสมอ
ครอบครัวดำรงรักษ์มีพี่น้องสามคน คือราเมธ รามาวดี และรตี ซึ่งเป็นน้องสาวคนเล็กของตระกูล หลังจากที่บิดามารดา คือคุณรัฐศาสตร์และคุณวนิดาเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุทางเครื่องบิน ขณะที่ราเมธเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ เขาจึงต้องเข้ามาดูแลกิจการที่บิดามารดาทิ้งเอาไว้ให้ โดยมีคุณวีรยุทธ์เพื่อนรักของบิดาและยังเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญคอยช่วยเหลือเรื่อยมา ชายหนุ่มยังต้องคอยดูแลน้องสาวทั้งสองแทนบิดามารดา ซึ่งขณะนั้นรามาวดีน้องสาวคนรองอายุเพียงแค่สิบเจ็ดปีและรตี น้องสาวคนเล็กอายุได้เพียง 14 ปีเท่านั้น
คุณวีรยุทธ์และคุณวิชุดาซึ่งเป็นเพื่อนรักของบิดาแถมยังมาสร้างบ้านไว้ใกล้กัน เมื่อเป็นหนุ่มๆ และทำธุรกิจร่วมกัน ขณะนั้นคุณรัฐศาสตร์เป็นหนุ่มไฟแรง ขยันและมีความมุ่งมั่น แต่ฐานะนั้นเทียบกับคุณวีรยุทธ์ไม่ได้เพราะคุณวีรยุทธ์มีฐานะที่ร่ำรวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
คุณวีรยุทธ์ตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกับคุณรัฐศาสตร์เพื่อนรัก เหตุว่าคุณวีรยุทธ์พึงพอใจในความขยันและมุ่งมั่นของเพื่อนรักนั่นเอง คิดว่าหากทำธุรกิจร่วมกันต้องเจริญก้าวหน้าอย่างแน่นอน เพื่อนรักทั้งสองคนจึงได้ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ว่า ถ้ามีลูกชายและลูกสาวก็อยากจะให้เป็นทองแผ่นเดียวกัน โดยให้ลูกๆ หมั้นหมายกันเอาไว้แล้วค่อยแต่งงานกันภายหลัง
หลังจากทั้งสองมาสร้างบ้านอยู่ใกล้กัน ก็ได้ทำความรู้จักกับคุณฤทัยและสามีซึ่งสองสามีภรรยาเป็นเพื่อนบ้านที่ดีเสมอมา ไม่นานคุณวนิดา คุณวิชุดา และคุณฤทัย ก็ตั้งท้องไล่เลี่ยกัน พร้อมทั้งคลอดลูกชายออกมาทั้งสามคน คือ ราเมธ วายุ และณภัทร เด็กทั้งสามเกิดปีเดียวกันก็จริง จะต่างกันตรงที่คนละเดือนเท่านั้น
ณภัทรเป็นลูกชายคนเดียวของคุณฤทัยและสามี เมื่อณภัทรอายุได้ประมาณ 3 ขวบ บิดาก็เสียชีวิต คุณฤทัยจึงเลี้ยงดูบุตรชายมาเพียงลำพัง แต่ด้วยฐานะทางบ้านและทรัพย์สมบัติที่มีอยู่มากมายเพราะเป็นตระกูลผู้ดีเก่าแก่ ทำให้คุณฤทัย สามารถเลี้ยงดูณภัทรได้อย่างไม่ขัดสน
หลังจากนั้นอีก 5 ปี คุณวนิดา ภรรยาของคุณรัฐศาสตร์ และคุณวิชุดา ภรรยาของคุณวีรยุทธ์ ได้ตั้งท้องลูกคนที่สอง คุณวนิดาคลอดลูกเป็นผู้หญิงและตั้งชื่อว่า รามาวดี และคุณวิชุดาก็คลอดลูกเป็นผู้หญิงเช่นกัน และตั้งชื่อบุตรสาวว่า วาโย รามาวดีเกิดปีเดียวกับวาโยก็จริง แต่มีอายุแก่กว่าวาโย เพราะคลอดก่อนวาโยสองเดือน ทั้งสองตระกูลจึงทำการหมั้นหมาย ลูกชายและลูกสาวของกันและกันดังนี้ คือ
ราเมธ หมั้นกับ วาโย และรามาวดี หมั้นกับ วายุ หลังจากนั้นอีก 4 ปี คุณวนิดาก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวอีกหนึ่งคน และให้ชื่อว่า รตี หรือมีชื่อเล่นว่า ‘น้องรัน’ เป็นลูกสาวคนสุดท้องของตระกูลดำรงรักษ์
ครอบครัวทั้งสาม มีความสนิทสนมกันมาก ตั้งแต่บิดามารดา และลูกๆ จึงได้ทำประตูบานเล็กเชื่อมระหว่างกันของตัวบ้าน เพื่อเด็กๆ ทั้งสามครอบครัวจะได้ไปมาหาสู่กันได้สะดวก เด็กๆ ทั้งหมดจะชอบมาเล่นที่บ้านของณภัทร เพราะบ้านของณภัทรเป็นบ้านเรือนไทย ร่มรื่น มีต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว อากาศสดชื่นเย็นสบาย อีกทั้งคุณฤทัยมารดาของณภัทรเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีนอกจากจะเอ็นดูเด็กๆ เป็นพิเศษแล้ว ก็ยังทำขนมไทยให้เด็กๆ ทานเป็นประจำ
วันนี้ราเมธรู้สึกขัดใจ เพราะรถค่อนข้างติด เนื่องจากออกจากบ้านสายกว่าปกติ ราเมธไปทำงานพร้อมกับน้องสาวคนรองทุกวัน และไปส่งน้องสาวคนเล็กที่มหาวิทยาลัยเป็นประจำ แต่ถ้าเกิดว่าวันไหนมีงานด่วนเขาก็จะให้รามาวดีน้องสาวคนรองไปส่งรตีน้องสาวคนเล็กโดยใช้รถกันคนละคัน แต่ถ้ายุ่งกันทั้งสองคน ก็จะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนรัก ก็คือ ณภัทรนั่นเอง
“วา...เมื่อไหร่ลูกจะไปช่วยพ่อดูแลงานที่บริษัทสักทีล่ะ” คุณวีรยุทธ์คุยกับบุตรชายเพียงคนเดียว หลังจากส่งไปเรียนต่อที่เมืองนอกพร้อมกับลูกสาวคนเล็กคือวาโย วายุเรียนจบ แต่ไม่ยอมกลับบ้านสักที จนต้องเรียกตัวกลับมา ซึ่งวายุก็กลับมาเมืองไทยได้ 2 ปีแล้ว แต่ลูกชายยังเที่ยวเตร่ไม่เลิก ไม่ทำงานทำการอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง จนทำให้เขาหนักใจ
“โธ่...พ่อครับ ขอพักผ่อนอีกนิดนะครับ ผมพร้อมเมื่อไหร่จะเข้าไปทำงานเอง”
“แล้วเมื่อไหร่ลูกถึงจะพร้อม เห็นราเมธเพื่อนเราไหม ทำงานขยันขันแข็งต่างกับเราลิบลับ ธุรกิจครอบครัวเราก็มากมาย เราต้องขยันเหมือนราเมธรู้ไหม ไม่อย่างนั้น ถ้าพ่อไม่อยู่แล้วใครจะดูแลธุรกิจของเราล่ะ”
“โธ่...พ่อครับ พ่อยังแข็งแรง ยังทำงานเก่ง ไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอกครับ” วายุเข้ามากอดบิดาอย่างประจบเช่นเคย คุณวีรยุทธ์ถอนหายใจหนักหน่วง เขารักลูกชายและลูกสาวมาก ตามใจเสียทุกอย่าง ความจริงถ้าเขาหัดให้ลูกชายกับลูกสาวได้ผจญกับความลำบากบ้างก็คงดี จะได้ขยันขันแข็งเอาการเอางานให้มากกว่านี้
ในใจของคุณวีรยุทธ์คิดไปถึงลูกชายของเพื่อนรักอย่างรัฐศาสตร์ ราเมธถึงจะสูญเสียบิดามารดาไปตั้งแต่เพิ่งเรียนจบแต่ราเมธก็ไม่เคยย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ทั้งขยันและสู้งาน นิสัยเหมือนบิดาอย่างกับพิมพ์เดียวกัน ความมุ่งมั่นที่เขาเห็นนั้นทำให้เขานับถือ ราเมธจึงเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อไฟแรง ที่ใครๆ ก็รู้จักและชื่นชมในความสามารถและความเก่งกาจ ถ้าวายุได้สักครึ่งของราเมธก็คงดีไม่น้อย
“พรุ่งนี้ไปรับน้องสาวเราด้วยที่สนามบิน” คุณวีรยุทธ์บอกลูกชายคนเดียวเสียงเนือยๆ เพราะพูดเรื่องที่จะให้อีกฝ่ายไปทำงานไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้งเดียว เขารู้สึกว่าตัวเองตามใจลูกจนเสียคน
“น้องวายจะกลับมาแล้วเหรอครับ” วายุถามบิดาอย่างสงสัย เพราะวาโยน้องสาวของเขา ตั้งแต่บิดาส่งไปเรียนอยู่เมืองนอกและจบมานานแล้ว ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะกลับมา แต่พอคิดมาถึงตอนนี้ ให้อดนึกถึงตัวเองขึ้นมาเสียไม่ได้ เพราะเขาเองไม่ต่างจากน้องสาวสักเท่าไหร่ ถ้าบิดาไม่เรียกตัวกลับมา เขาคงยังไม่คิดจะกลับมาเมืองไทยเช่นกัน
“คุณพ่อเรียกตัวน้องวายกลับมาเหรอครับ” ชายหนุ่มถามบิดาต่อเมื่อเห็นท่านยังเงียบอยู่
“ใช่...แกสองคนสมกันจริงที่เกิดมาเป็นพี่น้องกัน ถ้าพ่อไม่เรียกตัวกลับมาก็ไม่มีใครคิดที่จะกลับมาช่วยพ่อทำงานทำการบ้างเลย” คุณวีรยุทธ์บ่นอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ไม่ใคร่จะจริงจังมากนัก
“น้องมาถึงกี่โมงครับ” วายุไม่สนใจเสียงบ่นของบิดาแต่กลับถามว่าน้องสาวจะมาถึงกี่โมง เขาจะได้ไปรับถูก คุณวีรยุทธ์บอกเวลาที่บุตรสาวคนเล็กจะมาถึงประเทศไทยให้ลูกชายฟัง วายุรับคำบิดาก่อนที่เขาจะขอตัวออกไปข้างนอก คุณวีรยุทธ์มองลูกชายอย่างหนักใจ กำลังใช้ความคิดว่าจะทำอย่างไรดีที่จะให้ลูกชายยอมไปทำงานทำการ แต่ข้อสำคัญที่เขาไม่เคยลืมเลือนคือลูกสาวของเพื่อนรักอย่างรัฐศาสตร์ รามาวดีที่เป็นคู่หมั้นของลูกชายตัวดี ถ้าเขาได้รามาวดีมาเป็นลูกสะใภ้ และได้ราเมธมาเป็นเขยเขาคงนอนตายตาหลับ เพราะสองพี่น้องเอางานเอาการ แต่วายุก็ไม่เคยใส่ใจกับคู่หมั้นของตัวเองเลย ตั้งแต่กลับมาจากเมืองนอก และไม่เคยเห็นจะสนใจไปมาหาสู่กับรามาวดีเลย ทั้งๆ ที่เขาอุตส่าห์พยายามพูด พยายามเชียร์ก็ยิ่งเหมือนทำให้วายุต่อต้านมากกว่าเดิม คุณวีรยุทธ์ถอนหายใจอีกครั้ง แต่ในหัวก็คิดแผนการจะให้บุตรชายและบุตรสาวใกล้ชิดกับคู่หมั้นของตัวเองในเร็ววัน จะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันสักที
“คนแก่วิ่งนิดเดียวก็เหนื่อย” รตีแกล้งว่าก่อนที่ณภัทรจะทำหน้ามันเขี้ยวใส่ยายตัวยุ่ง“คืนนี้คนแก่จะแสดงให้ดูว่ายังเตะปี๊บดังนะครับ” ณภัทรอุ้มร่างเล็กขึ้นจากพื้นเพื่อพาไปชำระล้างฟองสบู่ใต้ฝักบัวที่น้ำยังไหลอยู่“อิอิ...ไม่กลัวคนแก่หรอกค่ะ” รตีหัวเราะยั่วณภัทรอย่างน่ารักณภัทรล้างสบู่ออกจากร่างเล็กก่อนอุ้มร่างเปลือยไปวางบนเตียงหนาอีกครั้งเขาขึ้นไปทาบทับร่างเล็กนั้นแทบจะทันที ไม่รอให้เธอหนีไปไหน“พี่จะรักน้องรันแล้วนะครับ” ณภัทรบอกเด็กสาวเสียงพร่า รตีกะพริบตามองการกระทำของเขาอย่างใจจดใจจ่อ รู้สึกหายใจหอบๆ ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมดณภัทรค่อยๆ แนบริมฝีปากหนาลงไปสัมผัสกับเรียวปากหวานอย่างแผ่วเบาก่อนค่อยๆ ตวัดลิ้นหนาหยอกเย้าอย่างเร่าร้อน เมื่อจุมพิตจนพอใจก็ลากไล้ลงมาตามลาดไหล่กลมกลึงกดสัมผัสอย่างหนักหน่วง แล้ววกกลับมาที่ปทุมถันอวบอิ่มเปลือยเปล่าที่ล่อตาล่อใจเหลือเกิน กลิ่นหอมจากสบู่ที่อาบน้ำและหยดน้ำพราวที่เกาะอยู่บนร่างน้อยช่างหอมจรุงใจและให้ความรู้สึกอยากสัมผัสขึ้นเป็นทวีคูณณภัทรจูบซับทั่วร่างเล็กที่น่าหลงใหลริมฝีปากหนาลากไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ระเรื่อยลงไปตามขาเรียวเล็ก ต่ำลงไปจนสาวน้อยสะดุ้งเ
“อยากทานอะไรเปรี้ยวๆ ค่ะพี่ราม” วาโยพูดอย่างเปรี้ยวปาก“เดี๋ยวพี่จะให้เด็กไปซื้อให้นะครับ” หลังจากนั้นคนเป็นภรรยาที่แพ้ท้องเหมือนกันก็มานั่งกินอะไรด้วยกันอยู่ในสนามหญ้าหน้าบ้านราเมธกับวายุนั่งมองภรรยาสาวทั้งสองที่ตั้งหน้าตั้งตาทานมะม่วงน้ำปลาหวานอย่างเอร็ดอร่อยแล้วลอบกลืนน้ำลาย“พี่รามชิมไหมคะอร่อยมากเลยค่ะ” วาโยเอ่ยปากชวนเมื่อเห็นสามีนั่งมองเธอตาปริบๆ“พี่วาก็ชิมไหมคะ อร่อยอย่างที่วายบอกจริงๆ” ทั้งวาโยและรามาวดีหันไปบอกสามีหนุ่มเพราะเห็นเขานั่งกลืนน้ำลายลงคอติดๆ กันหลายครั้ง“ทานเข้าไปได้ยังไงเปรี้ยวขนาดนี้” ราเมธพูดกับภรรยาสาวและน้องสาว รู้สึกเสียวฟัน เข็ดฟันแทนเหลือเกิน“เด็กๆ ทำอะไรกันอยู่จ๊ะ” คุณฤทัยหิ้วปิ่นโตและตะกร้าใส่ของมามากมายเข้ามาหาลูกๆ หลานๆ“ทานมะม่วงน้ำปลาหวานกันอยู่ค่ะ” วาโยเอ่ยตอบ“อะไรครับคุณป้า” วายุหันไปมองเด็กรับใช้ที่หิ้วของมามากมาย“อาหารบำรุงจ้ะ คนท้องต้องบำรุงมากๆ ป้าเลยทำอาหารบำรุงมาให้หนูวายกับหนูริน” คุณฤทัยสั่งเด็กรับใช้ให้วางตะกร้าและปิ่นโตไปบนโต๊ะที่หลานๆ ข้างบ้านนั่งกันอยู่ราเมธมองอาหารที่วางอยู่ข้างหน้า ก่อนหันไปขอบคุณป้าฤทัย“ขอบคุณมากๆ ครับคุณป้า”
“คนเราต้องอยู่ห่างกันบ้าง อยู่ใกล้กันมากๆ เดี๋ยวจะเบื่อหน้ากัน” ราเมธเอ่ยเตือน“ไม่หรอก ฉันไม่เบื่อ แต่ที่นายพูดมาก็มีเหตุผล” วายุเออออ ทุกคนนั่นแหละ ไม่ได้เห็นหน้าก็คิดถึง แต่พออยู่ด้วยกันมากๆ ก็ไม่ดี ต้องมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้าง ความรักและความคิดถึงมันจะได้เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ใกล้ชิดกันตลอดเวลาจนเบื่อหน้ากัน“งั้นตามสบายแล้วกัน ไว้ค่อยคุยกัน” ราเมธพูดขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักขอตัวกลับ เมื่อวายุกลับไปแล้ว ราเมธจึงหันมาใกล้ร่างภรรยาสาวทำท่าจะสวมกอดแต่หญิงสาวหลบทัน เขาเลยคว้าอากาศแทน วาโยยิ้มยั่วยวนมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนวิ่งขึ้นบันไดบ้าน ราเมธมองตามร่างบอบบางของภรรยาสาวไปอย่างหมายมาด“คืนนี้จะเผด็จศึกไม่ให้หลับไม่ให้นอนเลย ขยันยั่วพี่จริงๆ เลยนะน้องวาย” ราเมธพูดและวิ่งตามภรรยาสาวขึ้นไปบนห้อง ปล่อยให้ณภัทรกับรตีคุยกันตามสบาย จริงๆ เขารู้แล้วล่ะว่าอะไรเป็นอะไร แต่ถ้าปล่อยให้น้องสาวคนเล็กไปอยู่ไกลหูไกลตาเขาก็นึกห่วง แม้จะรู้ดีว่าณภัทรเป็นคนดีก็เถอะ ยังไงก็ไม่เหมาะสม ถ้าให้อยู่ในสายตาเขาและให้ณภัทรทำอะไรเสียบ้าง ความสัมพันธ์จะได้คืบหน้า และที่สำคัญเขาก็เดาใจวายุถูก ว่ามันต้องออกมาเป็นแบบนี้
“ไม่อยากได้เงินแต่อยากได้ตัวใช่ไหมวะ” วายุพูดหัวเราะลงลูกคออย่างถูกใจ ณภัทรหน้าแดงซ่านเล็กน้อยเมื่อเพื่อนสนิทชอบรู้ทันเขาอยู่เรื่อย“ตัวก็อยาก แต่อยากได้หัวใจมากกว่า” คำตอบของณภัทรทำให้วายุถูกใจ ตบไหล่เพื่อนหนักๆ ยืนยันว่าวิธีนี้ต้องสำเร็จแน่ๆ หวงน้องสาวอย่างราเมธก็ต้องยอม คอยดูกันไปเถอะ“น้องรันจ๊ะ วันนี้พี่วาจะพาคุณครูคนใหม่มานะจ๊ะ” วาโยบอกน้องสาวอย่างเอ็นดู รตีเข้าไปกอดพี่สะใภ้อย่างประจบประแจง แนบใบหน้าเล็กน่ารักกับอกนิ่มของวาโย ราเมธมองน้องสาวคนเล็กตาเขม็งและมองเลยไปถึงอกอวบอิ่มของภรรยาสาวด้วย รตีเหลือบมองหน้าพี่ชายก่อนยิ้มน่ารักให้“พี่รามหวงเหรอคะ...อิอิ ถ้าหวงน้องรันจะไปนอนกอดพี่วายด้วยคืนนี้” ราเมธถึงกับสะดุ้งในคำพูดของน้องสาวคนเล็ก ส่วนวาโยหัวเราะสามีอย่างถูกใจ“เรานี่จริงๆ เลย เดี๋ยวพี่จะจับตีก้นซะให้เข็ด ซนอยู่แบบนี้ไง แล้วจะขายออกไหมนี่ พี่ชักจะหนักใจแล้วสิ” ราเมธส่ายหน้ามองน้องสาวคนเล็กรตีเงยหน้าขึ้นมองหน้าพี่สะใภ้ก่อนพูดว่า” ใครเหรอคะคุณครูคนใหม่ของน้องรัน”“ไม่ทราบเหมือนกันจ้ะ เห็นพี่วาบอกว่าจะพามาหาตอนเย็นนี้จ้ะ ก็คงใกล้จะมาแล้ว”วาโยก้มหน้ามองรตีอย่างเอ็นดู เด็กสาวแน
“อือ...พี่ภัทร เค้าหายใจไม่ออก” รตีดิ้นแต่ตายังหลับและเลิกดิ้นในที่สุด เมื่อร่างบางเริ่มซุกหาไออุ่นจากอกกว้างแทน ในที่สุดความเหนื่อยและความง่วงก็เข้ามาเยือนคนทั้งสอง รตีปรือตามองชายหนุ่มที่กอดเธอในอ้อมแขนอย่างรัดรึง“ตื่นแล้วเหรอสาวน้อย” ณภัทรหอมแก้มนวลใสนั่นฟอดใหญ่ ก่อนดึงร่างไปกอดแนบแน่นเข้าไปอีก
“พี่รามเหรอคะไม่กล้า” หญิงสาวมองหน้าหล่อเข้มของคู่หมั้นหนุ่มอย่างไม่อยากเชื่อ“ไม่เชื่อเหรอ จริงๆ นะ แต่พอพูดออกไปก็โล่งนะ ได้บอกเสียที กลับไปชุดคงจะเสร็จพอดีแล้วพี่จะพาไปลองชุด แต่พี่ว่าน้องวายจะผอมไปนะ”“น้ำหนักลดนิดหน่อยค่ะ” เธอตอบยิ้มๆ ชอบที่เขาใส่ใจเธอขนาดนี้“ส่วนเรื่องสถานที่จัดงานกับของชำร่
“น้องรินฟังพี่ก่อนครับ” วายุวิ่งไปดักหน้าคู่หมั้นสาว เธอผลักเขาทีเดียวล้มลงไปกองกับพื้น วายุวิ่งไล่ตามแต่ไม่ทัน รามาวดีพารตีวิ่งขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้ว วายุได้แต่หัวเสีย ไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ เวลาโกรธจะแรงเยอะขนาดนี้ ผลักเขาจนกระเด็น อาจเพราะเขาไม่ทันตั้งตัวด้วยซูซี่มองผลงานตัวเองอย่างสะใจ หัวเราะอ
“แล้วยั่วขึ้นหรือเปล่าล่ะคะ” วาโยถามชิดใบหน้าหล่อที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกันถนัดถนี่“น้องวายอยากรู้รึครับว่ายั่วขึ้นหรือเปล่า ถ้าอยากรู้ก็ต้องให้พี่พิสูจน์”“พิสูจน์ยังไงคะพี่ราม น้องวายเต็มใจให้พิสูจน์” หญิงสาวเล่นลิ้นยิ้มยั่วเขาอย่างน่ารักราเมธค่อยๆ ขึ้นไปคร่อมทับร่างบางเต็มตั