LOGINเพราะความเย็นชาและการนอกใจไม่เว้นในแต่ละวันของสามีคราวพ่อ ทำให้ 'รินรดา' ต้องใช้ชีวิตจมกองน้ำตาในคฤหาสน์หลังใหญ่ ทว่า...ความอ้างว้างกลับถูกเติมเต็มด้วยความร้อนแรงจาก 'ภัทร' ชายหนุ่มรุ่นหลานที่มีศักดิ์เป็นหลานชายแท้ๆ ของสามี จากความสงสาร...แปรเปลี่ยนเป็นความใคร่ จากความใกล้ชิด...กลับถลำลึกสู่สัมผัสต้องห้าม ลับหลังสามีมักมาก! ยิ่งอันตราย ยิ่งเร่าร้อน... ยิ่งผิดศีลธรรม ยิ่งยากจะถอนตัว!
View Moreซ่า... ซ่า...
เสียงสายฝนกระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาในเวลาใกล้เที่ยงคืน เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่นสลับกับแสงแลบแปลบปลาบที่สะท้อนผ่านกระจกบานหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนมาสเตอร์เบดรูมอันหรูหรา ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับหนาวเหน็บและเงียบงันราวกับป่าช้า รินรดา ในวัยยี่สิบสี่ปี นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงนอนคิงไซส์หลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยบวมช้ำจากการร้องไห้มาอย่างยาวนาน เธอยกมืออันสั่นเทาขึ้นมามองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ยังคงสว่างวาบ ภาพที่ถูกส่งมาจากบุคคลปริศนาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนยังคงกรีดลึกเข้าไปในใจ... มันคือภาพของ อนันต์ ชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีตีทะเบียนของเธอ กำลังโอบกอดนัวเนียอยู่กับหญิงสาวแปลกหน้าในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยบนโซฟาของคลับหรูแห่งหนึ่ง "ทำไม... ทำไมต้องทำกับรินขนาดนี้" หญิงสาวสะอื้นไห้ออกมาจนตัวโยน เธอแต่งงานกับอนันต์มาสองปีเพราะต้องการชดใช้หนี้บุญคุณให้ครอบครัว เธอพยายามทำหน้าที่ภรรยาที่ดีอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเฉยชา และพฤติกรรมมักมากในกามของสามี อนันต์ไม่เคยให้เกียรติเธอ เขาออกไปเที่ยวเตร่ มักลูกน้อง ซื้อกิน และหลับนอนกับผู้หญิงแปลกหน้าไม่ซ้ำหน้า ทิ้งให้ภรรยาแต่งอย่างเธอนอนกอดความโดดเดี่ยวอยู่ในคฤหาสน์หลังโตนี้ราวกับตุ๊กตาหน้ารถที่มีไว้โชว์แค่ตอนออกงาน แกรก... เสียงประตูห้องนอนที่ไม่ได้ล็อกเปิดออกเบาๆ รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ หญิงสาวรีบปาดน้ำตาแล้วหันไปมอง ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากหัวเตียง ร่างสูงใหญ่กำยำของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา เขาไม่ใช่สามีของเธอ... แต่อัตลักษณ์และกลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยนั้นทำให้หัวใจของรินรดาเต้นกระดอนไม่เป็นจังหวะ "อาริน..." เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลเอ่ยขึ้นมาในความมืด เขาคนนั้นคือ ภัทร ชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปี ผู้มีศักดิ์เป็นหลานชายแท้ๆ ของอนันต์ และอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ด้วยกัน ภัทรเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ข้างเตียง สายตาคมเข้มคู่นั้นจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "น้าอนันต์... ไม่กลับมาอีกแล้วใช่ไหมครับ" รินรดาไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เธอเพียงแค่ก้มหน้าลงซ่อนหยาดน้ำตาที่ไหลทะลักออกมาอีกระลอก ภัทรเห็นดังนั้นก็ทนต่อไปไม่ไหว ชายหนุ่มขยับขึ้นมาบนเตียงกว้างอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะดึงร่างบางของอาสะใภ้เข้าไปโอบกอดไว้แนบแผงอก "ภัทร... อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ มันไม่ถูกต้อง คุณไม่ควรเข้ามาในห้องของอารยามวิกาล" รินรดาเอ่ยทัดทานเสียงสั่นเครือ มือเรียวยกขึ้นดันอกแกร่งของเขาไว้ตามสัญชาตญาณ ทว่าร่างกายที่โหยหาความอบอุ่นกลับทรยศ มันเผลอเอนซบเข้าหาความกำยำของชายหนุ่มรุ่นหลานอย่างต้องการที่พึ่ง "ผมไม่สนว่าอะไรถูกหรือผิด!" ภัทรกระซิบเสียงเข้ม อ้อมกอดของเขารัดแน่นขึ้น "ผมรู้แค่ว่าผมทนดูอารินร้องไห้เพราะผู้ชายมักมากคนนั้นไม่ได้อีกแล้ว น้าอนันต์ไม่เคยเห็นค่าของอารินเลย เขาทิ้งผู้หญิงที่สวยและแสนดีขนาดนี้ไว้คนเดียวได้ยังไง... แต่ผมสนนะริน ผมมองคุณมาตลอด" คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาทำให้อาสะใภ้สาวเงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาคู่คมของภัทรในยามนี้ไม่ได้มีเพียงความสงสาร แต่มันลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความปรารถนาและตัณหาที่ถูกซ่อนเร้นมานานแสนนาน ภัทรอายุมากกว่าเธอสองปี รูปร่างหนุ่มฉกรรจ์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและเสน่ห์ทางเพศของเขาช่างแตกต่างจากสามีวัยทองของเธอเหลือเกิน "ภัทร... อ๊ะ..." ยังไม่ทันที่รินรดาจะคัดค้านสิ่งใดต่อ ริมฝีปากหยักได้รูปของภัทรก็ฉกวูบลงมาปิดปากบางของเธอทันที! มันเป็นจูบที่เร่าร้อน รุนแรง และเต็มไปด้วยความโหยหา รินรดาตาเบิกกว้างด้วยความตกใจในคราแรก แต่เพียงแค่เรียวลิ้นร้อนของหลานชายสอดแทรกเข้ามาพัวพัน กวาดชิมความหวานในโพรงปากอย่างชำนาญ สมองของเธอก็ขาวโพลนไปหมด รสจูบอันวาบหวามปลุกเร้าอารมณ์ดิบที่ถูกกดทับมาสองปีให้ตื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว สองมือที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นขยับไปจิกขยำเส้นผมหนาของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน "อืม... ริน... คุณหวานเหลือเกิน" ภัทรครางขรึมในลำคออย่างพอใจเมื่ออาสะใภ้เริ่มจูบตอบตอบรับ เขาเลื่อนมือหนาลงมาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียดผ่านชุดนอนผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้มเนื้อนุ่ม ฝ่ามือร้อนผ่าวบีบเฟ้นสะโพกมนอย่างหนักมือจนร่างบางแอ่นรับสัมผัส ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอขาวระหง ลมหายใจร้อนๆ และปลายลิ้นที่ตวัดเลียทำเอาผิวกายของรินรดาขึ้นขนลุกซู่ ภัทรขบเม้มผิวกายสาวจนเกิดรอยรักสีกุหลาบเด่นชัด พร้อมกันนั้นมือหนาก็ดึงรั้งสายชุดนอนสายเดี่ยวให้หลุดเลื่อนลงไปกองอยู่ที่ข้อศอก เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มขาวผ่องที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจถี่รัว "... สวยเหลือเกินครับอาริน" ภัทรชมเสียงพร่า ดวงตาคมวาววับยามจ้องมองความงดงามตรงหน้า ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เสียเวลา เขาอ้าปากครอบครองยอดปทุมถันสีหวานทันที เรียวลิ้นร้อนรัวระเลงดูดดึงสลับไปมาอย่างหิวกระหาย ราวกับคนอดอยากที่เพิ่งเจออาหารเลิศรส "อ๊า... ภัทร... อารินเสียว... อย่าทำตรงนั้น... อื้อ..." รินรดาบิดเร้ากายสะท้าน สองมือจิกไหล่หนาแน่น ความผิดชอบชั่วดีในหัวถูกเพลิงตัณหาแผดเผาจนมอดไหม้ไปกับสายฝนด้านนอก เธอรู้ว่ามันคือบาป... แต่รสชาติของบาปที่ภัทรมอบให้ในค่ำคืนนี้ มันช่างหอมหวานและเร่าร้อนเกินกว่าที่ผู้หญิงอ้างว้างคนหนึ่งจะปฏิเสธได้ลง!ภายในเรือนจำความมั่นคงสูง อนันต์ในชุดนักโทษสีเทาหม่นกำลังนั่งอยู่บนพื้นห้องขังเพียงลำพัง ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของนักโทษคนอื่นๆ ที่อยู่รายรอบ อำนาจที่เขาเคยมีอยู่ล้นมือบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความโดดเดี่ยวที่น่าสะพรึงกลัว ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความมืดมนในจิตใจของเขาก็ยิ่งขยายตัว ราวกับเป็นเครื่องเตือนใจถึงความชั่วร้ายทั้งหมดที่เขาเคยกระทำไว้ "อนันต์... มีคนมาพบ" เสียงผู้คุมดังขึ้น พร้อมกับโซ่ตรวนที่กระทบกันเป็นจังหวะ อนันต์พยุงตัวขึ้นอย่างช้าๆ หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความหวังที่ริบหรี่ เขาคาดหวังว่าอาจจะมีลูกน้องเก่าสักคนที่ยังหลงเหลือความจงรักภักดีมาช่วยเหลือเขา แต่เมื่อเขามาถึงห้องเยี่ยม บุคคลที่นั่งรออยู่กลับไม่ใช่คนของเขา แต่เป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานปราบปรามคดีพิเศษ พร้อมด้วยแฟ้มเอกสารหนาปึกวางอยู่ตรงหน้า อนันต์นั่งลง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่เจ้าหน้าที่ "พวกแกมาทำอะไรอีก? จะมาเค้นความลับอะไรจากฉันอีกล่ะ ในเมื่อทุกอย่างที่ฉันมี พวกแกก็ยึดไปหมดแล้ว!" เจ้าหน้าที่ยิ้มอย่างเย็นชา ก่อน
ท้องฟ้าเหนือเรือนจำกลางวันนี้ดูหม่นหมองกว่าปกติ ก้อนเมฆสีเทาหนาทึบเคลื่อนตัวช้าๆ ราวกับจะตอกย้ำบรรยากาศที่แสนอึดอัดภายในกำแพงสูงใหญ่ รินรดายืนอยู่หน้าอาคารเยี่ยมญาติ มือของเธอกำกระเป๋าถือไว้แน่น แม้จะผ่านการตัดสินใจครั้งใหญ่มาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มีความรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างออกไป มันคือการตัดสินใจที่รินรดาเลือกทำเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อปิดฉากทุกความรู้สึกที่ยังค้างคาใจกับภัทร ผู้คุมพาเธอเดินเข้าไปในห้องเยี่ยมที่แบ่งกั้นด้วยกระจกหนา ภัทรนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เขาเห็นรินรดา แววตาของเขาก็ไหววูบ ความรู้สึกผิด ความโหยหา และความยอมรับในชะตากรรมผสมปนเปกันอยู่บนใบหน้าของชายที่เคยมีชีวิตที่เพียบพร้อม แต่กลับสูญเสียทุกอย่างเพราะความหลงผิด รินรดานั่งลงและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู เสียงของเธอนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ฉันมาเพื่อบอกลาภัทร นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้คุยกัน" ภัทรมองผ่านกระจกใสด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสำนึก "ผมรู้ดีว่าผมไม่มีสิทธิ์ขอร้องอะไรคุณอีกแล้วริน แต่การที่คุณมาที
ท่ามกลางมรสุมที่รุมเร้าองค์กรการกุศลจากการโจมตีของกลุ่มทุนมืดที่พยายามทำลายชื่อเสียง รินรดาไม่ได้นั่งรอให้พายุพัดผ่านไปเฉยๆ ในขณะที่เธอกำลังรวบรวมหลักฐานทางการเงินที่โปร่งใสเพื่อเตรียมแถลงการณ์ครั้งใหญ่ โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นพร้อมกับเบอร์ติดต่อที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "สวัสดีครับคุณริน... ผมทนายสมชายนะครับ" เสียงทนายผู้เคยรับใช้อดีตสามีของเธอและอนันต์ดังขึ้นผ่านสาย รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "สวัสดีค่ะคุณสมชาย มีเรื่องอะไรหรือคะ ถึงได้ติดต่อมาในเวลานี้?" "ผมมีบางอย่างที่อนันต์พยายามทำลายทิ้งไปแล้ว แต่โชคดีที่ผมแอบสำรองไว้ได้ มันเป็นแฟ้มบันทึกข้อมูลธุรกรรมลับและรายชื่อผู้มีอิทธิพลที่หนุนหลังกลุ่มทุนมืดที่คุณกำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้ครับ... สิ่งนี้จะช่วยเปิดโปงความเน่าเฟะของพวกเขาได้ทั้งหมด" รินรดาถึงกับนิ่งอึ้ง "ทำไมคุณถึงยอมช่วยฉันคะ? ทั้งที่คุณเคยเป็นคนของพวกเขา..." ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูสำนึกผิดอย่างเห็นได้ชัด "เพราะผมไม่อยากตายไปพร้อมกับความรู้สึกผิดที่เห็นคนบริสุ
สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนักในเช้าวันใหม่ บรรยากาศรอบองค์กรการกุศลดูเงียบเหงา แต่ภายในอาคารกลับมีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ รินรดาที่กำลังจัดเตรียมเอกสารเคสผู้เสียหายในมือ ต้องชะงักเมื่อเห็นแพรวเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "ริน! มีปัญหาใหญ่แล้วค่ะ" แพรวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พลางวางแท็บเล็ตลงตรงหน้า "มีข่าวหลุดออกมาว่าองค์กรของเรากำลังถูกกดดันจากกลุ่มทุนมืดที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับอนันต์ พวกเขาพยายามจะบีบให้เราปิดตัวลงโดยการสร้างหลักฐานเท็จเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสของบัญชีการเงิน!" รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง ความรู้สึกหวาดกลัวที่เคยฝังรากลึกในอดีตเกือบจะประทุขึ้นมาอีกครั้ง แต่เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมาให้มั่นคง "ใจเย็นๆ นะแพรว เรื่องบัญชีเราทำทุกอย่างโปร่งใสมาตลอด แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมีข่าวแบบนี้ออกมาได้?" "เหมือนเขาจะใช้เครือข่ายเก่าๆ ของอนันต์ที่ยังหลงเหลืออยู่ภายนอกคุกค่ะ พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของเรา เพื่อที่ผู้หญิงที่ได้รับความช่วยเหลือจากที่นี่จะได้ไม่กล้าเข้ามาปรึกษาอีกต่อไป" แพรวอธ





