LOGIN"เธอเป็นเมียฉัน" หึ บ้ารึไง ใครเขาเป็นเมียนายกัน เก่งนักเรื่องคิดเองเออเอง "หึ!! ครั้งสองครั้งเขาไม่นับกันหรอกนะ อย่ามาปัญญาอ่อน" ฉันจะไม่ยอมเป็นเมียไอ้สารเลวนี้หรอกนะ มีอำนาจ หน้าตาดี แต่จิตใจต่ำตม " ... " "ฉันไม่เอาผู้ชายสกปรกอย่างลุงมาทำพันธุ์หรอกนะ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะลุงมันเลวไง"
View Moreก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"นายครับ"
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
"นายครับนาย"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวๆ ในตอนที่เหนือเมฆกำลังสอดใส่ตัวต้นเข้าไปในกายของไข่มุก ดารานางแบบชื่อดัง
"จิ๊!!! มีเหี้ยอะไร!!!" เหนือเมฆแสดงอาการหงุดหงิดออกมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อลูกน้องที่อยู่ข้างนอกยังคงเคาะประตูระรัวราวกับเกิดเรื่องราวร้ายๆ ขึ้น
"เมฆขา มุกยังค้างอยู่เลย ใช้นิ้วก่อนก็ได้นะคะ" ไข่มุกร้องขออย่างลืมอายเธอไม่ใช่แฟนของเหนือเมฆแต่เธอเป็นแค่คู่ขาที่รู้ใจเขามากที่สุด
"ไปแต่งตัวให้เรียบร้อย" น้ำเสียงราบเรียบของเหนือเมฆทำให้ไข่มุกไม่สบอารมย์มากนัก จำต้องยอมลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
"เข้ามา" เหนือเมฆหยัดกายลุกขึ้นสวมกางเกงยีนส์ตัวสวย ในขณะที่ไข่มุกเลี่ยงเข้าไปใส่เสื้อผ้าในห้องน้ำ เสียงฝีเท้าของลูกน้องเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนหยุดนิ่ง
"มีไรก็ว่ามา มึงคงรู้นะถ้าไม่สำคัญพอกูจะจัดการกับมึงยังไง" น้ำเสียงคาดโทษถูกปล่อยออกมา ภูผาลูกน้องคนสนิทของเหนือเมฆมองเจ้านายหนุ่มอย่างวิตกกังวน
"มาร์ตินมันระเบิดโกดังของเราครับนาย" ฉิบหายละ!!! ไอ้มาร์ติน ชื่อนี้ใครๆ ต่างก็รู้ว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง แต่หารู้ไม่ว่าเบื้องหลังเขาคือมาเฟียผู้โหดเหี้ยมไม่ต่างจากน้องชายฝาแฝดมาร์แชล ที่เลือดเย็นไร้ความปรานี
"พวกมึงปล่อยให้มันระเบิดโกดังเราได้ไงวะ" เหนือเมฆรีบตรงดิ่งไปที่โกดังทันทีโดยมีไข่มุกตามไปด้วย
@โกดัง
"กว่าจะมาได้นะมึง กูคิดว่าต้องเผาที่อื่นไปด้วยมึงถึงจะยอมมา" มาร์ตินเอ่ยทักทายเหนือเมฆทั้งสองคนเป็นทั้งศัตรู และคู่ค้าทางธุรกิจ
"มึงมาทำไม" เหนือเมฆเอ่ยถามออกไปแม้จะรู้แก่ใจอยู่แล้ว ว่ามาร์ตินมาทำไม
"คำถามมึงดูโง่ดีนิ" ลูกน้องของเหนือเมฆต่างปรี่กันเข้าหามาร์ติน ปลายกระบอกปืนนับสิบที่จ่อมาที่ศรีษะของเขาด้วยท่าทางขึงขัง แต่มันไม่ได้สร้างความหวานกลัวให้มาร์ตินเลยแม้แต่น้อย
"ก็ลูกค้าเขาเลือกของกู กูจะไปขัดลูกค้าได้ยังไง" เหนือเมฆอธิบายให้มาร์ตินฟัง แต่นั่นไม่ใช่ความจริง และเขารู้ดีอยู่แล้ว ว่ามาร์ตินรู้แล้ว
"โอ้ยยยยยยย!!!"
เสียงหนึ่งในลูกน้องของเหนือเมฆดังขึ้น ทำให้ทุกคนต้องรีบหันกลับมาดูว่าเกิดอะไร แขนข้างซ้ายของเขามีรอยเปียกแฉะสีแดงซึมออกมา
"มึง!!"
เหนือเมฆมองหน้ามาร์ตินด้วยความโกรธเกรี้ยว มาแค่คนเดียวก็จะรับมือไม่ไหวแล้ว นี่มันพาแฝดมันมาด้วย ใครต่างก็รู้ไอ้แฝดนรกคู่นี้มันโหดร้ายขนาดไหน
"ไม่ตายหรอกน่า" มาร์แชลเดินเข้ามายืนข้างมาร์ติน ในมือถือปืนควงเล่นอย่างชำนาญโดยที่ไม่ได้เกรงกลัวปืนนับสิบที่เล็งมายังเขาทั้งคู่เลยสักนิด
"มึงก็รู้ว่ากูไวกว่าปืนพวกมึงขนาดไหน แต่มึงยังกล้าส่องกบาลพี่กูอยู่ หรือกูต้องทำให้มึงดูว่ากูไวกว่าพวกมึง"
เหนือเมฆยังไม่ทันได้พูดอะไร หนึ่งในลูกน้องของเขาก็ล้มลงด้วยปืนเก็บเสียงของมาร์แชล ที่ยิงเข้าตรงบริเวณหน้าขา
"กูประกอบเองเลยนะ มึงจะลองดูไหม" มาร์แชลส่องปลายกระบอกปืนไปทางเหนือเมฆเป็นการข่มขู่ก่อนที่เหนือเมฆจะยกมือขึ้นทำสัญญาณให้ลูกน้องลดปืนลง
"พอใจมึงยัง" เหนือเมฆเอ่ยถามขณะที่ตัวเองยืนนิ่งๆ ไม่ใช่แค่เขาที่ยื่นนิ่งๆ แต่ลูกน้องของเขารวมถึงไข่มุกก็ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง
"มึงตัดราคากู ทั้งๆ ที่เคยคุยกันไว้แล้ว ว่าของลอตนี้ต้องเป็นของของกู" มาร์ตินเอ่ยขึ้นเดินตรงไปยังหน้าของเหนือเมฆ แววตาของเขาฉายแววดุดันดวงตาสีเทาหม่นของเขาดูหน้ากลัวไม่ต่างจากแววตาสีน้ำตาลหม่นของมาร์แชลเลยสักนิด
"กะ ... กูขอโทษ" มือหนาของมาร์ตินบีบรอบลำคอหนาของเหนือเมฆเอาไว้ ให้ตายเถอะเขาอยากจะฆ่ามันจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะแด๊ดมอร์แกนสั่งไว้ว่าต้องเก็บคู่ค้าเอาไว้ เขาจะไม่มีวันยอมยืนให้มันทำกับเขาแบบนี้หรอก
"แค่ก! แค่ก! แค่ก!"
เมื่อปล่อยมือออกจากรอบลำคอหนาของเหนือเมฆ มาร์ตินเดินกลับมายืนข้างมาร์แชลอีกครั้ง ยื่นกระดาษไปตรงหน้าของเหนือเมฆ
"กูส่งเมลมาแล้ว ส่งข้อความมาแล้ว มึงไม่ตอบกลับ ไม่รู้มัวทำเหี้ยอะไรอยู่ กูเลยต้องมาสั่งของด้วยตัวเอง" ดวงตาสีเทาหม่นมองเลยไปยังไข่มุกที่ตอนนี้ก้มหน้าก้มตาด้วยความหวาดกลัว
"เดี๋ยวกูจัดการให้" เหนือเมฆรีบรับกระดาษมาทันทีส่งให้ภูผาลูกน้องคนสนิทรับไว้ เขายังยืนจ้องมองสองแฝดกดดันด้วยความเงียบ แม้ความหน้าเกรงขามของเขาจะดูหน้ากลัว แต่สองแฝดนั่นกลับดูหน้ากลัวยิ่งกว่า
"พรุ่งนี้หกโมงเย็นของต้องถึงโกดังของกู" มาร์ตินเอยคำพูดก่อนที่จะหันหลังตั้งท่าเดินออกไป
"มึงให้เวลากูวันเดียวเนี่ยนะ" เหนือเมฆตะโกนขึ้นไล่หลัง ทำให้สองเท้าของมาร์ตินหยุดนิ่ง ส่วนมาร์แชลเดินไกลออกไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้อยู่ฟังคำสนทนาระหว่างมาร์ตินกับเหนือเมฆ
"กลับไปอ่านเมลบ้าง ไม่ใช่กระแทกแต่ร่อง" มาร์ตินปรายตามองไข่มุกอีกครั้งก่อนแสยะยิ้มร้าย เหนือเมฆคงยังไม่รู้ซินะว่าผู้หญิงที่เขานอนกกอยู่ เคยเป็นของมาร์ตินมาก่อน
"พี่เมฆ" เสียงหวานใสดังขึ้นจากทางด้านหลังของมาร์ติน ทำให้เหนือเมฆแทบกุมขมับ น้ำพั้นช์ยัยน้องสาวตัวแสบบอกไปไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าห้ามมาที่โกดัง
เสียงรองเท้าผ้าใบดังไล่มาเรื่อยๆ จนเข้าใกล้มาเฟียหนุ่มผู้หน้าเกรงขาม
"อ้าว มีแขกเหรอ"
"มาทำไมบอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้มาที่นี่"
"ก็พี่เมฆบอกให้พั้นช์กลับมากินข้าวบ้านบ้างนิ พอพั้นช์กลับมาไม่เจอเลยมาหาที่นี่ แล้วนี่ใครหรอ"
น้ำพั้นช์เดินเข้าไปเกาะแขนของพี่ชายอย่างออดอ้อนทุกการกระทำของเธออยู่ในสายตาของดวงตาสีเทาหม่น เธอชี้นิ้วมาที่มาร์ตินแล้วถามพี่ชายว่าเขาเป็นใคร น่าขำ น่าขำที่เธอไม่รู้จักเขา
"มาร์ติน"
“มึงแทงเพื่อนกู กูเป่าหัวมึง เลือกเอา”สถานการณ์ ณ ตรงนั้นมันทำให้ใครๆ ต่างก็รู้ว่าพาทิศได้เปรียบขนาดไหน อีกทั้งเขาคนเดียวสามารถเอาอยู่ได้อย่างแน่นอน ทิวาหันมามองหน้าพาทิศด้วยความ งง เมื่อครู่ยังบอกว่าไม่เอาเขาทำเพื่อนอยู่เลย หากเป็นอย่างนั้นพาทิศก็ไม่ควรช่วยเหลือเขา“คุณพาทิศ”“เออ กูเอง น้ำใจนักกีฬาอ่ะ พวกมึงรู้จักไหม อย่ามาแพ้แล้วพาลอย่างนี้”นักฆ่าหนุ่มหันปลายกระบอกปืนไปทางหนึ่งในนักแข่ง ทุกคนล้วนพร้อมใจกันปล่อยทิวา แต่ยังไม่วายส่งสายตาคาดโทษมาให้เขา ไม่มีใครอยากเสี่ยงกับอารมย์ของพาทิศนักหรอกนะ เพราะใครๆ ก็ต่างรู้ว่าเขาเป็นลูกน้องใคร และเป็นคนอย่างไร“ขอโทษครับ”ทิวาเมื่อถูกปล่อยจากพันธนาการ เขาเดินตรงมาหาพาทิศเพื่อแสดงความขอบคุณ ก่อนจะทำหน้ามึนตีซี้พาทิศอย่างไม่รู้สึกละอาย การได้เป็นเพื่อน หรือรู้จักกับพาทิศ มันคือสิ่งที่มาเฟียหลายๆ คนต่างสนใจ“ไหนบอกไม่รับกูเป็นเพื่อนไง แล้วมาช่วยกูทำไม”“ช่วยลูกหมา ลูกแมว มันก็ได้บุญดีไม่ใช่รึไง”นักฆ่าห
@สนามแข่งรถเสียงระเบ็งเซ็งแซ่ดังกึงก้องทั้งสนามแข่งรถ พาทิศในชุดนักแข่งพร้อมทั้งหมวกกันน็อคสีดำสนิทเดินจูงมือแฟนสาวเข้าไปในสนามแข่งโดยไม่ได้แคร์สายตาของใครเลย เขาเดินไปที่รถพอร์ชคันหรูของตัวเองพร้อมทั้งพยายามเช็กเครื่องยนต์ด้วยตัวเองทั้งๆ ที่มีทีมช่างฝีมือดีที่มาร์ตินส่งมาให้“น้ำคะเฮีย”วิปครีมเดินเข้ามาทางด้านหลังของเขา เธอหายไปซื้อน้ำมาหลังจากที่พาทิศเดินออกมาดูรถเพื่อเตรียมความพร้อม เขารับขวดน้ำนั้นมาด้วยรอยยิ้มที่สาวๆ คนไหนได้เห็นรับรองว่าต้องละลายอย่างแน่นอน“อย่าเที่ยวยิ้มเรี่ยราด” เธอปรามชายคนรักของตัวเอง นอกจากพาทิศจะไม่สะทกสะท้านแล้ว เขากลับทำหน้าตาล้อเลียนเธอจนหน้าหมั่นไส้ ท่อนแขนแกร่งโอบรอบลำคอระหงของคนตัวเล็ก โดยที่เธอเป็นฝ่ายถือหมวกกันน็อคเอาไว้ให้เขาเองวิปครีมกวาดสายตามองไปรอบๆ ผู้คนเริ่มทยอยเดินเข้ามาเรื่อยๆ เพื่อดูการแข่งขัน เธอตื่นเต้นกับบรรยากาศแบบนี้มาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเธอที่พาทิศพาเธอมาในที่แบบนี้“เป็นอะไร”“ปะ ... เปล่าค่ะ”
@ประเทศอิตาลี"โอ้วววววววววว ที่นี่สุดยอดเลยเฮีย""มือขวากำเหรียญ หันหลัง อธิฐาน แล้วโยนเหรียญข้ามไหล่ซ้ายให้ลงบ่อ จะทำให้ได้กลับมาอีกครั้ง ลองดูซิ"พาทิศพาวิปครีมมาเที่ยวชมเมื่องอิตาลีโดยที่ตอนนี้เขาพาเธอมาที่น้ำพุเทรวีที่มีรูปปั้นแกะสลักเทพเจ้าเนปจูนและไทรทันอยู่กลางน้ำพุ เขาอมยิ้มให้กับอาการตื่นเต้นดีใจของวิปครีมที่ตอนแรกดูอิดออดไม่อยากมาหญิงสาวหยิบเหรียญในกระเป๋าสะพายข้างสีดำออกมายืนหันหลังหลับตาอธิฐานแล้วโยนเหรียญข้ามไหล่ซ้ายของตัวเองลงบ่อ"เย้ๆ ลงบ่อด้วย วิปเก่งใช่ไหมละ"เขาพาเธอเดินชมรอบๆ ราวกับเป็นไกค์ส่วนตัวของเธออย่างไรอย่างนั้น สองหนุ่มสาวเดินจับมือกันคุยไปเรื่อยๆ โดยมีไวท์และลูกน้องคนอื่นๆ อีกสามคนคอยตามประกบ"อธิฐานว่าอะไร""อธิฐานว่าขอให้ได้กลับมาที่นี่อีก วิปรู้สึกชอบที่นี่แล้วเฮีย""ได้กลับมาอยู่แล้วแหละ""ทำไมอะ บ้านเฮียอยู่นี่เหรอ""ถ้าหนูอยากมา เฮียพามาได้อยู่แล้ว"เขาจูบเบาๆ บนหน้าผากมนของคนตัวเล็ก จูบมือเธอเดินออกไปจากตรงนั้น พรุ่งนี้เขาต้องลงแข่งแล้วความจริงวัน
"เดี๋ยวเฮียมีลงแข่งรถสนามที่อิตาลี หนูไปกับเฮียนะ"พาทิศพูดขึ้นขณะที่กำลังทำอาหารกลางวันอยู่ในครัว โดยที่มีคนตัวเล็กเป็นลูกมือ เธอชอบเวลาที่ต้องทำอาหารกับเขา จนแผลแอบคิดไปว่าถ้าเขาไม่ใช่มือขวาของมาเฟียเขาคงจะเป็นเชฟชื่อดังได้แน่"วิปต้องดูร้านนิคะ""เดี๋ยวเฮียให้ลูกน้องดูให้"พาทิศพูดไปพลางทำกับข้าวไปพลางอย่างขมักเขม่น เขาชำนาญแทบจะทุกด้านจนไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีผู้ชายเพอร์เฟกแบบนี้อยู่ในโลกด้วย"ไปกับเฮียนะ ไปไม่นานหรอกน่า"" ... ""ไปให้กำลังใจเฮียหน่อยนะ"พาทิศวางหม้อต้มจืดไว้บนเตาแก๊สก่อนเดินมาหาคนตัวเล็กแล้ววางศรีษะของตัวเองไว้บนบ่ามนอย่างออดอ้อนเขาทำราวกับเป็นแมวน้อยที่กำลังออดอ้อนขอความรักจากเจ้าของ"ไปด้วยกันนะ นะ นะ" เขาเกยคางไว้ที่บ่ามนของคนตัวเล็กพลางเลื่อนมือจับเอวบางของเธอเอาไว้ การที่เขาต้องไปลงแข่งในครั้งนี้เพื่อเธอทั้งนั้น ไม่อยากให้เธอได้น้อยหน้าใครว่ามีแฟนที่ทำอะไรไม่เป็น"ก็ได้ค่ะ ถ้าเฮียสัญญาว่าจะปลอดภัย วิปไม่ได้หวังว่าเฮียจะแพ้หรือชนะ วิปหวังแค่ให้เฮียปลอดภัย"
"เก็บปากเธอไว้อม ... ของฉันดีกว่า" ไอ้ลุงบ้านี่ ต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ พี่เมฆไปทำการค้ากับตาลุงนี่ได้ยังไงเนี่ย"หลีกไป" เขาพูดกับใคร" ... ""หลีกไป""ลุงพูดกับฉันเหรอ?""เออ หลีกไปฉันจะกลับบ้าน" ดะ ... เดี๋ยวนะเขาเป็นคนลากฉันมา แล้วก็ปู้ยี่ปู้ยำฉัน แล้วก็บอกให้ฉันถอยไปเหรอปึก!!!"ออกรถ""ดะ ... เดี๋
"แรดฉิบหาย" หึ!! ง่ายกับคนอื่นแต่กับเขาทำเป็นสะดีดสะดิ้งมันใช่เหรอ มันไม่แฟร์กับเขาเสียเลยทั้งๆ ที่น้ำพันช์เพิ่งจูบกับเขาเมื่อกี้นี้เองO_O" ... " ต้นหนาวหันมองตามเสียงที่ดังลอดเข้ามา ถึงแม้เสียงโดยรอบจะดังระเบ็งเซ็งแซ่แต่เขาก็ได้ยินมันชัดเจนเพราะคนที่พูดน่ะอยู่ใกล้เขาอย่างกับเดินมากระซิบข้างหูอย่
"จูบของเธอมันโคตรห่วยเลย!!!""อื้ออออ!!!"ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่มาเฟียหนุ่มก็ประกบปากจูบสอนรสรักให้กับคนตัวเล็กข้างหน้า สองมือเล็กกำกำปั้นทุบแผงอกแกร่งระรัวหวังให้เขาหยุดการกระทำหน้าอายนี้นี่มันสามครั้งแล้วนะ เขาจูบเธอสามครั้งแล้ว อีตาลุงนี้ต้องมีปัญหาเรื่องสมอง แน่ๆ อย่าให้ฉันหลุดไปได้นะ ฉันจะฟ้องพ
"จูบฉันซิ"" ... "กลับกลายเป็นเธอเองที่เงียบไปเพราะคำพูดจาไม่อ้อมค้อมของมาเฟียหนุ่ม บะ ... บ้า อีตาลุงนี้พูดอะไรบ้าๆ เขาต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ เขาเป็นคนขโมยของ ของฉันไปแท้ๆ"หึ!!" มาร์ตินเค้นหัวเราะรอดลำคอ เขาใช้ดวงตาสีเทาหม่นที่ดูมีเสน่ห์จ้องมองเด็กสาวตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าเช่นกัน หน้าขันที่เขาไม่รู