مشاركة

ทูนหัวของพี่
ทูนหัวของพี่
مؤلف: นามปากกา ไขขวัญ

1

last update تاريخ النشر: 2026-05-06 11:54:53

เสียงกรีดร้อง ดังลั่นกลางเรือนไทยยกพื้นสูงขนาดสามคูหา ระเบียงไม้ทอดยาวไปตามตัวเรือนขนาดกว้าง มีเรือนใหญ่น้อยหลายเรือนรวมกันเป็นหมู่ โดยมีหอกลางทำเป็นศาลาเอาไว้พักผ่อนหย่อนใจในยามกลางวัน แต่กลับกลายที่รับลม ชมจันทร์ของเจ้าเรือนนแห่งนี้ในยามค่ำคืน เรือนหลังงามใหญ่โตโอ่อ่าสมตฐานะเจ้าของเรือน

“ไอ้โรคจิต ไอ้บ้ากาม”

กรี้ดดด

“หยุดแหกปากสักที หากเอ็งไม่หยุดข้าจะเอาอะไรที่ทั้งใหญ่ทั้งแน่นปากเอ็ง อุดปากซะให้เข็ด”

 แม้ขุนกริชจะเอ็ดเสียงกร้าว ให้แม่หญิงวิปลาสที่เอาแต่อ้างว่าตัวเอง ‘เมคอัพอาร์ติส’  มาจากอนาคต ปี พ.ศ 2566  นางนี้ก็หาฟังไม่

“ไอ้ที่ท่านขุนจะเอาอุดปากข้ามันคืออะไรรึเจ้าคะ...แน่นและใหญ่ด้วยหรือไม่” คนถามเหลือบมองกำปั้นใหญ่ๆ ที่มีเส้นเลือดปูดโปน

ผ้าขี้ริ้วในมือที่จะเอามาอุดปากนางถึงกับสั่น เมื่อเห็นดวงตากลมโตของนางจ้องเขม็งตรงมาที่กึ่งกลางกายกำยำ ที่แท้นางมองไปด้านหลังว่าในมือท่านขุนกำสิ่งใดไว้แน่น

“....”

ท่านขุนหนุ่มกัดกรามแน่น ข่มจิต ข่มใจ สภาพของนางในเวลานี้ ผ้าถุงหลุดลุ่ย สไบผืนงามหลุดจากไหล่บอบบางไม่มีชิ้นดี จนเผยให้เห็นทรวงอกคัพซีขาวผ่องนวลเนียน ถึงขุนกริชจะเห็นเต้าสาวมาจนนับไม่ถ้วน แต่ภาพตรงหน้าก็ชวนให้พี่ขุนนึกหฤหรรษ์อยากจะเล่นบทโจรบ้ากาม ใจทราม แกล้งแม่คนอวดดี ขึ้นมาบัดเดี๋ยวนี้

“ผ้าขี้ริ้วในมือข้า ตั้งใจจะเอามาอุดปากห้ามเสียงร้องเจ้า หากนำมาผูกที่ข้อมือบางๆ ของเจ้าโยงไว้เก็บหัวเตียงคงจะน่าหฤหรรษ์กว่าเยอะ ข้าจะได้เป็นโจรบ้ากามใจทรามสมกับที่ถูกกล่าวหาข้า”

จะหักอื่นขืนหักก็จักได้

หักอาลัยนี้ไม่หลุดสุดจะหัก

สารพัดตัดขาดประหลาดนัก

แต่ตัดรักนี้ไม่ขาดประหลาดใจ

(เครดิต นิราศอิเหนา) 

            วันนี้วันอะไรของเธอนะ เธอทะเลาะกับญาติในเรื่องงี่เง่าในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ยังต้องมาเจอลูกค้า เอาแต่ใจ ไร้เหตุผล เอ่อ...คงเป็นวันซวย ขนาดท่องพุทโธ วนไปวนมาภายในใจเธอก็แทบอยากจะถอดใจกับลูกค้าจุกจิกจู้จี้คนนี้ แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพเมคอัพอาร์ติสทีมีชื่อเสียงระดับแนวหน้าคนหนึ่งในวงการ เธอต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ระหว่างทำงานเธอพยายามทำใจสงบเพื่อสยบความหงุดหงิด

            “ฉันไม่ชอบสีนี้”  มือเหี่ยวย่นวางกระจกลงก่อนจะปรายตามองคนที่มาแต่งหน้าให้อย่างไม่ค่อยพอใจนัก

            “คุณหญิงไม่ชอบสีนี้หยีเปลี่ยนให้นะคะ” สาวสวยหุ่นดีฉีกยิ้มอย่างเอาใจก่อนจะลงมือเปลี่ยนสีปากให้คุณหญิงเป็นรอบที่สาม  หญิงสาวพยายามทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดความสามารถทั้งที่ตลอดเวลาเธอโดนว่ากระทบกระเทียบหลายครั้ง  จริงๆ แล้วงานนี้เป็นงานของพี่อลิส รุ่นพี่เมคอัพอาร์ติสสาวสองที่รับงานไว้ แต่พอรู้ว่าคนจ้างเป็นคุณหญิงปราณีจอมเรื่องมาก พี่อลิสกลับโยนงานมาให้เธอซะอย่างนั้น  ยาหยีไม่ใช่คนเรื่องมากจึงรับงานนี้ไว้อย่างไม่คิดอะไร แต่พอมาเจอฤทธิ์เดชของคุณหญิงเข้าด้วยตัวเองเธอจึงเข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมพี่อลิสถึงไม่ยอมรับงานนี้  ลูกค้าอยากให้เธอแต่งหน้าออกมาสวยเหมือนคุณชมพู่ อารยา ส่วนอายุลูกค้าจอมเรื่องมากปากเข้าไปหกสิบสองต่อให้เธอใช้เครื่องสำอางชั้นเลิศปกปิดเรียบเนียนขนาดไหนยังไงก็คงเปลี่ยนหน้าคนวัยหกสิบกว่าให้สวยพริ้งเหมือนดาราสาวได้ ถ้าทำได้ขนาดนั้นสถานความงามทั้งหลายคงไม่จำเป็นต้องมี

            ยาหยีเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าทันทีที่งานเสร็จ ขาเรียวยาวพาตัวเองออกจากห้องแต่งหน้าที่แสนอึดอัดนี้ทันที  เธอไม่ใช่มือใหม่ในสายงานนี้ จะว่าไปเธอเองก็มีชื่อเสียงและฝีมืออยู่มาก  แต่การที่โดนคุณหญิงปราณีแสดงอาการไม่พอใจในฝีมือแต่งหน้าของเธออย่างไร้เหตุผลบ่อยๆ เพราะคุณหญิงนำรูปการแต่งหน้าเข้าชิงรางวัลของซุปตาร์หญิงคนหนึ่งมาให้เธอดู ต้องการให้แต่งออกมาโทนนั้น ซึ่งไม่เหมาะกับคุณหญิง แม้เธอจะแนะนำให้เปลี่ยนโทนสีใหม่ แต่ลูกค้าไม่ยอม เธอจำต้องตามใจ และสุดท้ายก็ได้รับคำตำหนิ ถึงกระนั้นก็ทำเอาความมั่นใจมืออาชีพอย่างเธอลดลงไม่น้อย   มือเรียวล้วงหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะพิมพ์ข้อความลงไปอย่างเหนื่อยหน่าย

            “วันนี้ไม่กลับบ้านนะจะไปเที่ยวอยุธยา”  ข้อความสั้นๆ ถูกส่งกลับไปแจ้งข่าวให้คนที่บ้านไม่ต้องรอ  ก่อนจะขึ้นรถและขับออกไปทันที อยากไปปลดอารมณ์แก้เซ็ง

            มือเรียวจับพวงมาลัยรถหลวมๆ ก่อนจะฮัมเพลงตามวิทยุอย่างอารมณ์ดี คิ้วเรียวมุ่นเข้าหากัน เธอไม่ได้ยินเพลงนี้มานานแล้ว นิ้วชี้จึงเลื่อนไปกดปรับเสียงให้ดังขึ้น

            เพียงแค่คิดถึงจุดหมายปลายทางที่จะถึงก็ทำเอายาหยีอดอมยิ้มออกมาไม่ได้ เธอชอบไปอยุธยา ไม่รู้ทำไมเหมือนกันตั้งแต่เล็กๆเวลาที่บ้านพามาเที่ยวอยุธยาเธอจะมีความสุขมาก พอโตขึ้นมาหน่อยเวลาเครียดหรือเหนื่อยจากเรื่องอะไรเธอก็จะตรงมายังเมืองเก่าแห่งนี้ทันที 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ทูนหัวของพี่   41

    “คุณลิลลี่บอกจะพามาดูของที่เรือนนี้ค่ะ แต่เธอลืมกุญแจเลยไปเอาก่อนค่ะ” คำตอบที่ทำเอากรหัวเราะ ชายหนุ่มเดินไปที่เรือนหลังเล็กช้าๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือเข้าไปที่กระถางไม้ประดับที่ห้อยอยู่ที่ริมประตู พร้อมกับหยิบกุญแจออกมา “ยายลิลไม่ค่อยได้มาเลยไม่รู้ว่ามีกุญแจสำรองอยู่ตรงนี้” กรหันมาบอกยาหยีที่ยืนหัวเราะอยู่ใกล้ๆ กรเดินเข้าไปก่อนจะหันมาผายมือเป็นเชิงให้ยาหยีเดินตามเข้าไป หญิงสาวก้าวขาตามไปอย่างว่าง่าย เรือนขนาดเล็กถูกจัดแต่งด้วยของโบราณเสียเป็นส่วนใหญ่ ริมฝสมีดาบดบราณมากมายห้อยเรียงรายอยู่เต็มไปหมด “คุณทวดเคยเล่าว่าตระกูลของเราเป็นช่างตีดาบหลวงสมัยกรุงศรี เคยตีดาบให้พระมหากษัตริย์สมัยนั้นด้วยนะครับ” กรเล่าไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้สังเกตว่ายาหยีนั้นมีสีหน้าแบบใด ภาพดา

  • ทูนหัวของพี่   40

    สุดท้ายแล้วชีวิตก็ต้องเดินต่อไป หลังจากที่เธอจ่อมจ่มอยู่กับสิ่งที่เธอไม่สามารถเรียกคืนมาได้อยู่เป็นเดือน เธอก็ตัดสินใจกลับไปทำงานอีกครั้ง “แกแน่ใจนะว่าทำงานไหวแล้วน่ะ” เพื่อนสาวของเธอเอ่ยมาตามสาย “ไม่ไหวก็ต้องไหวจ้า นอนกินสมบัติเก่ามาเป็นเดือนแล้ว จะให้เกาะป้ากินต่อก็ละอายใจแล้วไหมแก” ยาหยีตอบติดตลก “เออๆ ได้ เดี๋ยวฉันช่วยดูงานให้อีกแรง” “ขอบใจจ้า รักน้า จุ๊บๆ” ยาหยีคุยกับเพื่อสาวอีกเป็นครู่ก่อนจะวางสาย และทันทีที่อยู่คนเดียวภาพของชายหนุ่มที่แสนรักก็ปรากฏในห้วงสำนึกทันที หญิงสาวยกแขนขึ้นกอดตัวเองเบาๆ น้ำตายังคงไหลได้ง่ายดายทุกครั้งที่คิดถึงเขาสินะ วันนี้เป

  • ทูนหัวของพี่   39

    ยาหยี บัวและขุนกริช จำเป็นต้องค้างกันที่วัดชะรามเพื่อรอเข้มกลับมารับตามที่นัดกันไว้ หรือถ้าพรุ่งนี้เข้มยังไม่กลับมาพวกเขาก็จะเดินทางกันด้วยเกวียนที่เตรียมเอาไว้อีกทาง “ยังดีที่เรามีเกวียน” ขุนกริชบอกก่อนจะมองบัวที่นอนอยู่อีกฝั่งของกองไฟด้วยความเป็นห่วง “หลับแล้วหรือ” ขุนกรินหันไปถามยาหยี “ใช่ค่ะ” ยาหยีตอบแค่นั้นก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ชายอันเป็นที่รัก ก่อนจะสวมกอดเขาเอาไว้ราวกับต้องการหาที่พึ่ง ขุนกริชเองก็สวมกอดกลับมาแทบจะทันที “ขอบคุณที่รักษาสัญญานะคะ” “สัญญาของข้าเป็นสัญญาเสมอ” ขุนกริชตอบก่

  • ทูนหัวของพี่   38

    พักสักนิดเถอะค่ะ คุณบัวไม่ไหวแล้ว” ยาหยีเอ่ยบอกกับขุนกริช ขุนกริชมีท่าทีลังเลก่อนจะพยักนรับ “พักสักนิดเถอะแม่บัว เข้มไปเอาน้ำที่ลำธารมาเพิ่มหน่อยเถอะเรายังต้องเดินทางอีกไกล” ขุนกริชบอกก่อนจะหันไปสั่งเข้ม “เดี๋ยวข้าจะไปเอาม้ามาตรงนี้ เจ้าสองคนขยับไปหลบตรงนั้นก่อนเถิด” ขุนกริชบอกก่อนจะช่วยพยุงบัวให้ไปนั่งพักยังที่ปลอดภัยก่อนที่ตัวเองจะไปเอาเกวียนเพื่อเตรียมพร้อมเดินทาง “ดมพิมเสนสักนิดค่ะ” ยาหยีขยี้พิมเสนที่พกติดตัวมาให้บัวดม หญิงสาวท่าทางแย่มากจนยาหยีอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่แล้วเธอก็ได้ยินเสียงกลุ่มคนดังขึ้นไม่ไกลนัก ยาหยีลังเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เดินไปดูยังต้นเสียงภาพตรงหน้าปรากฏข้าศึกที่กำลังต้อนชาวบ้านไปยังค่ายของพวกมัน มีทั้งชายหญิง คนแก่หรือแม้แต่เด็กเล็ก หญิงสาวค่อยๆ ถอยกลับมามาหาแต่แล้วก้ต้องใจตกไปที่ตาตุ่มเมื่อพบว่า

  • ทูนหัวของพี่   37

    “คงคิดว่ากรุงศรีจะแพ้จริงๆ แล้วสินะ” เป็นคุณหญิงแก้วที่เอ่ยคำนี้ออกมาด้วยน้ำสียงนิ่งเรียบ ใบหน้าที่ยังคงแววงดงามแม้จะร่วงโรยไปบ้างตามกาลเวลานั้นนิ่งสงบ เธอหันไปมองพระยาคมเดชสรไนยผู้เป็นสามีที่ร่วมชีวิตกันมานานโดยที่ไม่พูดอะไร “แล้วนี่พ่อกริชให้เจ้ามารับใช่หรือไม่” คุณหญิงแก้วหันไปถามเข้ม “ขอรับ จริงๆ แล้วท่านขุนรออยู่นอกกำแพงเมืองตอนนี้ได้เตรียมม้ากับเกวียนมารอรับพวกคุณๆ เรียบร้อยแล้ว ท่านกำชับมาว่าให้เดินทางเช้ามืดนี้เลย เราจะเลาะป่าไปกันอาจใช้เวลามากกว่าแต่จะปลอดภัยจากข้าศึกขอรับ” เข้มเอ่ยถึงแผนการหลบหนี “อืม..บัวกับหยีไปเตรียมตัวเถิด” คุณหญิงแก้วเป็นผู้เอ่ยอีกครั้ง “แล้ว

  • ทูนหัวของพี่   36

    “จำเอาว่าเจ้าคือหญิงเพียงคนเดียวที่ข้าจะรักข้าไม่เคยนึกเสียใจที่รักเจ้าแม้แต่น้อยข้าฝากคุณแม่กับแม่บัวกับเจ้าด้วยคุณพ่อนั้นมีภาระหน้าที่ไม่น้อยแม้จะไม่ได้เป็นทหารแล้ว เรือนแห่งนี้จึงอยากให้เจ้าช่วยดูแลอีกแรงนะหยี” ขุนกริชเอ่ยฝากฟังอีกครั้ง เขารู้ดีว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นแม้จะสวยงามและน่าเอ็นดูขนาดไหน แต่จิตใจข้างในนั้นกล้าหาญและมั่นคงไม่น้อย ยาหยีพยักหน้ารับเธอซุกตัวในอ้อมกอดเขาอีกครั้ง ออกแรงกอดจนแน่นเท่าที่เธอจะทำได้ก่อนที่จะละออกมา ใบหน้าคมก้มลงมาจูบเธออีกครั้งก่อนจะผละตัวออกห่าง “ข้าต้องไปแล้ว” ขุนกริชกล่าว ไม่มีคำตอบรับจากยาหยีมีเพียงเสียงสะอื้นที่เจ้าตัวพยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มส่งคนรัก ทั้งที่น้ำตายังนองหน้า&n

  • ทูนหัวของพี่   10

    กริชหันไปมองบัวเป็นเชิงคำถามทันที “เอ่ออ จริงเจ้าค่ะ เวลาเขียนขอบตากับถ่านมะพร้าวขนตามักร่วง หยีมันก็เอาออกให้ ปกติมันก็…มือเบานะเจ้าคะ ไม่เจ็บ&rdqu

  • ทูนหัวของพี่   8

    “เอ่อ..คือ” แม่เพ็ญอ้ำอึ้งนึกไม่ถึงว่าแผนของตนเองจะล้มเหลว เธอเหลือบตามองนังบ่าวหน้าขาวหมดจดตรงหน้าแล้วนึกเจ็บใจ เธออุตส่าห์วางแผนล่อมันไปให้พี่พุ่มรวบหัวรวบหาง ถ้ามันตกเป็นของพี่พุ่มแล้ว เธอก็จะซื้อตัวมันมาเป็นบ่าวที่บ้านเสีย เธอไม่อยากให้มันอยู่ใกล้พี่กริชของเธอ ไม่ชอบที่เห็นมันจับเนื

  • ทูนหัวของพี่   7

    ท่าทางหวาดกลัวของยาหยีนั้นทำเอาขุนกริชที่มองอยู่ถึงกับขมวดคิ้ว ก่อนจะเหลือบมองขุนศรีที่มองกลับมาอยู่ก่อนแล้วและแสดงท่าทางสงสัยอย่างไม่ปิดบัง “ข้าถามท่านยังไม่ตอบคำถามข้าเลย มาทำกระไรที่หลังเรือนหรือท่าน” กริชกล่าวออกไปก่อนจะเหลือบมองยาหยีที่ยังคงจับแขนเขาแน่น “นี่มันเรือนข้า

  • ทูนหัวของพี่   9

    “ฉันไม่กล้าพูดหรอก แต่คุณก็กังวลใช่ไหมล่ะถึงถามออกมา เอาแบบนี้นะ คุณจำคำฉันไว้ว่า สักวันพม่าจะยกทัพมาล้อมกำแพงเมืองอโยธยา ฉันไปละ ขอบคุณสำหรับยานะ” พูดจบยาหยีก็หันตัวและวิ่งกลับที่พักตัวเองทันที

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status