เข้าสู่ระบบแม้แต่ "หมา" มันยังรักลูกของมัน แต่เธอเป็นคนแท้ ๆกลับทิ้งลูกตาดำ ๆได้ลงคอ ไม่อายหมาบ้างหรือไง ?
ดูเพิ่มเติม“คุณแม่คะ น้องมาแล้วค่ะ”
พยาบาลสาวหน้าตาจิ้มลิ้มแย้มยิ้ม เธออุ้มเด็กทารกเพศชายที่หนักราว 3.2กิโลกรัม ห่อไว้ด้วยผ้าเนื้อนิ่มเดินเข้ามาหาร่างอิดโรยใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวที่เพิ่งผ่าตัดคลอดไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว หญิงสาวยิ้มตอบแล้วยื่นมือออกไปรับเด็กทารกอุ้มไว้แนบอก เด็กทารกตัวแดงจ้ำม่ำน้ำหนักได้มาตรฐาน หน้าตาน่ารักน่าชัง หลังจากที่พยาบาลนำทารกหลังคลอดไปล้างตัวแล้ว ก็รีบพามาหาเธอที่ห้องพักฟื้นเด็กอ่อนพิเศษทันที หญิงสาวแกะปมเสื้อพยาบาลที่ผูกลวก ๆ ไว้ออก พยาบาลจึงรีบเข้ามาช่วย “อุแว้ อุแว้ อุแว้” เด็กน้อยร้องไห้จ้าอ้าปากกว้างจนเห็นเหงือกสีแดง หญิงสาวกดจมูกลงที่ศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดู น้ำตาหลั่งรินตื้นตันใจ ความรู้สึกเวลาที่ได้เป็นแม่คนเป็นเช่นนี้นี่เอง พยาบาลสาวช่วยแกะผ้าที่ห่อตัวเด็กทารกออก แล้วช่วยจับเด็กทารกตัวเปลือยเปล่าล่อนจ้อน นอนคว่ำหน้าคร่อมลงบนหน้าอกเปลือยของผู้เป็นแม่ เพื่อให้ความอบอุ่นของคุณแม่เผื่อแผ่ไปถึงทารกน้อยในท่านอนที่เรียกว่า “แคงการูแคร์” ซึ่งเป็นท่าทางเลียนแบบจิงโจ้ที่เลี้ยงลูกของมันไว้ที่กระเป๋าหน้าท้องนั่นเอง เมื่อเด็กทารกได้ซบอยู่บนอกอุ่น ๆของแม่แล้ว เขาก็หยุดร้องไห้ทันที หญิงสาวกลั้วเสียงหัวเราะคลอแผ่วเบา เด็กทารกทั้งน่าขันและน่าเอ็นดูไปพร้อมกัน “สงสัยว่าน้องจะชอบนอนท่านี้มากเลยนะคะ” หญิงสาวคลี่รอยยิ้มบางเอ่ยกับพยาบาล ก่อนดึงผ้ามาห่มคลุมตัวทารกน้อยไว้ ฝ่ามือบางลูบแผ่นหลังบอบบางของเจ้าตัวเล็กแผ่วเบา เจ้าเด็กน้อยมีตากลมโตแป๋วแหววแพขนตางามงอนได้มาจากแม่ ที่แก้มอ้วนมีลักยิ้มบุ๋มข้างขวาที่ได้มาจากผู้เป็นพ่อ ช่างเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เธอแอบสังเกตเห็นปานเขียวที่มีสีเขียวอมฟ้าจาง ๆ เป็นวงกลมขนาดเล็กเท่าหัวแม่โป้งบริเวณข้อมือซ้ายด้านนอกของทารกด้วย แต่เธอไม่ได้เป็นกังวลใจเพราะปานชนิดนี้จะหายไปเองเมื่อเด็กน้อยอายุได้ราว ๆ 1-5ขวบ “แคงการูแคร์ มีประโยชน์มากค่ะ ช่วยสร้างสมดุลอุณหภูมิตัวเด็กหลังคลอด น้องจะไม่เกิดอาการตัวเย็น กระตุ้นการทำงานของอัตราการเต้นของหัวใจ เมื่อน้องได้ยินเสียงหัวใจของแม่ เขาก็จะปรับตัวตามคุณแม่ค่ะ และจะทำให้เขาหายใจได้สม่ำเสมอ ระดับออกซิเจนในเลือดก็เพิ่มขึ้น ความดันโลหิตจะเป็นปกติ แถมยังกระตุ้นการไหลของน้ำนมด้วยค่ะ คุณแม่สามารถให้น้องดูดนมท่านี้ได้เลย น้องจะดูดนมได้นานขึ้นเพราะเขาจะรู้สึกสบายตัวค่ะ” พยาบาลสาวแย้มยิ้มและอธิบายให้คุณแม่มือใหม่ฟังอย่างใจเย็น “อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณคุณพยาบาลมากเลยนะคะ” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณ พยาบาลยิ้มตาเป็นพระจันทร์เสี้ยวก่อนที่เธอจะขอตัวไปทำงานที่คั่งค้างไว้ต่อ ปล่อยให้แม่ลูกได้อยู่กันตามลำพัง หญิงสาวจึงกลับมาสนใจเด็กทารกต่อ “ชอบแบบนี้มากเลยใช่ไหมครับลูก แม่อยากอยู่กับหนูนาน ๆ จัง แต่แม่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดี หนูอย่าโกรธแม่เลยนะคะ ฮึก” หญิงสาวกดจมูกลงกระหม่อมบางของลูกชายตัวน้อยแผ่วเบา พร้อมกับเสียงสะอื้นฮักในลำคอ เธอพยายามกลั้นก้อนสะอื้นลงคอแล้ว ทว่าพอคิดถึงเรื่องที่จะต้องแยกจากลูก เธอก็อดร้องไห้ออกมาไม่ได้ อุ้มท้องเจ้าตัวน้อยมาตั้งเก้าเดือนย่อมมีความผูกพันกันเป็นธรรมดา เมื่อให้นมเด็กทารกเรียบร้อยแล้ว เธอก็วางเขาลงที่เตียงเด็กที่อยู่ข้างเตียงพยาบาลของเธอ เธอบอกมารดาของสรรเพชญ์ ที่เป็นพ่อของลูก ว่าเธอคลอดหลานของหล่อน ก็เมื่อตอนวันที่เธอคลอดทารกปลอดภัยแล้ว เธออยากหลบซ่อนตัวเงียบ ๆ เพื่อรอเวลาคลอด ไม่ติดต่อข้องแวะกับใคร และอยากให้เรื่องนี้เป็นความลับ คุณหญิงพจมานที่เป็นแม่สามีก็ไม่ขัดใจเธอและยังคอยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้เธอเป็นอย่างดีอีกด้วย ขอให้เธอคลอดหลานของหล่อน ออกมาแข็งแรง ปลอดภัย หล่อนก็พึงพอใจแล้ว ‘ถ้าเกิดเด็กในท้องหนู เป็นเด็กผู้หญิงล่ะคะ’ ‘ฉันก็จะรับเลี้ยงเขาเอง ฉันไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น อย่างไรก็เป็นหลานของฉันนี่ ไม่ต้องกังวลใจไปหรอกน่า หรือเธออยากจะเลี้ยงเอง ฉันก็ไม่ว่า ค่าใช้จ่ายต่าง ๆเธออยากได้เท่าไหร่ก็ตามที่เธอต้องการ ฉันจะส่งเสียเขาเองไม่ต้องห่วง แต่ถ้าเป็นหลานชาย เธอจะต้องยกให้ฉัน อย่างไม่มีข้อแม้ และเธอห้ามมายุ่งข้องเกี่ยวกับพวกเราอีกต่อไป ฉันต้องการแค่หลานเท่านั้น’ ‘ถ้าอย่างนั้น หากเป็นเด็กผู้หญิงหนูจะเลี้ยงเขาเองค่ะ และปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นความลับตลอดไป เขาจะไม่มีวันรู้เด็ดขาดว่าพ่อของเขาเป็นใคร’ ‘ดี ฉันมองเธอไม่ผิดจริง ๆ” เมื่อชมพู่อายุครรภ์ได้สามเดือน เธอเข้ารับการตรวจ NIPT ซึ่งเป็นวิธีการตรวจคัดกรองโครโมโซมผิดปกติในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เนื่องจากในขณะตั้งครรภ์นั้น รกจะปล่อยดีเอ็นเอออกมาปนกับเลือดของแม่ด้วย ซึ่งผลพลอยได้จากการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมและโรคทางพันธุกรรมนี้ ยังทำให้สามารถทราบเพศของทารกได้ด้วย คุณหญิงพจมานดีใจมากที่รู้ว่าจะได้หลานชาย หล่อนพร่ำบอกให้เธอดูแลรักษาเนื้อ รักษาตัวให้ดี และรอคอยอย่างใจจดใจจ่อรอวันที่ หลานชายจะลืมตาดูโลก เมื่อหญิงสาวกดส่งข้อความไปแจ้งหมายเลขห้องและชื่อโรงพยาบาลที่ผ่าตัดคลอดเรียบร้อยแล้ว เธอคิดว่าอีกไม่นานคนพวกนั้นก็คงจะแห่กันมาที่นี่ เธอทิ้งหลักฐานผลตรวจดีเอ็นเอของเด็กทารกกับพ่อของเด็กเอาไว้ เพื่อการันตีว่าเธอท้องลูกของเขาจริง ๆ จากนั้นเธอก็ดึงเข็มน้ำเกลือที่ท้องแขนออกทว่ายามนี้ร่างกายร่างกายเขาร้อนรุ่ม จนแทบจะทนไม่ไหว ยาคงกำลังออกฤทธิ์ถึงเขาต้านทานร่างกายไปก็มีแต่จะทรมาณเปล่า ๆ ปลี้ ๆ หากจะโทษใครสักคนก็คงเป็นเธอที่เริ่มเรื่องนี้เอง เมื่อเธอขอร้องมาแบบนั้น เขาก็จะสนองให้ เขาควานหาคอนดอมในกระเป๋าหลังกางเกง แล้วก็มาที่กระเป๋าสตางค์ ค้นหาทุกซอกทุกมุม... “ไม่ได้หยิบมาหรือวะ!” เขาสบถดังลั่นด้วยความฉุนเฉียว ร่างบางจึงรีบวิ่งไปหยิบบางสิ่งบางอย่างในกระเป๋าสะพายของเธอออกมาเธอแบฝ่ามือทั้งสองออกมา ปรากฏว่าสิ่งที่เขาเห็นคือคอนดอมหลากหลายไซซ์ หลายกลิ่น หญิงสาวพยักพเยิดหน้าบอกให้เขาหยิบมันออกไปสักชิ้นเขาขมวดคิ้วมุ่นชนกันอีกครั้ง คิ้วหนาที่พาดเฉียงบนหน้าผาก ทำให้ใบหน้าของเขายิ่งดุดันมากขึ้นเป็นกอง ‘แม่งเตรียมพร้อมขนาดนี้เลยหรือวะ ประสบการณ์โชกโชนขนาดนี้ ไม่อยากคิดว่าตรงนั้นสภาพจะเป็นยังไง เปลี่ยนใจตอนนี้จะทันไหมวะ?’สรรเพชญ์มโนภาพอยู่ในหัวคิดสะระตะ แต่ทว่าร่างงามตรงหน้าก็ช่างล่อตาล่อใจ ล่อเสือล่อตะเข้ซะเหลือเกิน ท่อนขาเรียวที่โผล่พ้นกระโปรงผ่าข้างสูงปรี๊ดจนจะเห็นอะไรต่อมิอะไรที่อยู่ใต้ร่มผ้านั่นรอมร่อเขากลืนก้อนน้ำลายเหนียว ๆลงคอดังเอื้อก อย่างยา
“ว่ากันว่า Bloody Mary เป็น “อาหารเช้าของผู้ชนะ” เธอกดยิ้มมุมปากน้อย ๆแล้วหันไปประจันหน้ากับเขาอีกครั้ง “ฉันก็แค่...อยากลิ้มรสมันดูบ้างเท่านั้นเองค่ะ” ส่วนเขาเมื่อได้ฟังก็หัวเราะแผ่วเบากลั้วในลำคอสำหรับเขาพอพูดถึง บลัดดี้ แมรี่ เหตุใดจึงคิดไปถึงหนังสยองขวัญสั่นประสาทอะไรเทือกนั้นขึ้นมาได้ เขาหยิบวอดก้า มาตินี ขึ้นมาจิบไปพลาง ๆ“ฉันชื่อชมพู่นะคะ” หญิงสาวเอ่ยอย่างเป็นมิตร ก่อนที่จะเป็นคนแนะนำตัวกับเขาก่อน“อ้อครับ ผมเพชร ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”เธอค้อมศีรษะรับเล็กน้อยก่อนจะหยิบแก้วทรงสูงที่บาร์เทนเดอร์ชงเสร็จแล้ววางไว้ตรงหน้า เธอหยิบแก้วขึ้นมาแล้วยื่นไปตรงหน้าเขา“แด่มิตรภาพของเราค่ะ” เธอคลี่รอยยิ้มหวาน แล้วแก้วสองใบก็กระทบกันดังเคร้ง มิตรภาพของทั้งคู่กำลังเบ่งบานนับจากนั้น...คืนนั้นเขากับเธอก็จบลงที่เรื่องบนเตียง เป็นสิ่งที่เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอเป็นคนจัดแจงพาเขามาที่โรงแรมแห่งหนึ่ง สรรเพชญ์ไม่รู้ ว่าทำไมเขาถึงห้ามใจตัวเองไม่อยู่แบบนี้ ปกติเขาทำได้ดีทุกครั้ง แต่คืนนี้มันช่างเหนือการควบคุมเขาเพิ่งสะกดจิตบอกตัวเองไปเมื่อตะกี้อยู่หยก ๆ ว่าเธอไม่ใช่สเปค แต่ทำไมร่างกายกลับต่อต้าน ม
ทันทีที่สรรเพชญ์รู้ว่าตัวเองมีลูกชายขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ก็เหมือนพายุทอร์นาโดที่ไม่สามารถคาดการณ์การเกิดล่วงหน้าได้ เขาโคตรจะงงว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทว่าเมื่อมารดาส่งหลักฐานผลตรวจดีเอ็นเอจากโรงพยาบาล พร้อมกับแนบรูปเด็กทารกแรกเกิดมาให้ในโปรแกรมสนทนา นั่นก็บ่งบอกได้ว่า เขาคงหมดเวลาสนุกแล้วสิ!แต่จะว่าไป...หนึ่งปีผ่านมานี้ เขาแทบจะไม่ได้ไปซั่มใคร เขาจำได้ว่าไม่ได้ซั่มใครมาแน่ ๆ สรรเพชญ์เริ่มครุ่นคิดถึงที่มาที่ไป เกิดประกายพาดผ่านนัยน์ตาเข้ามาวูบหนึ่ง‘เอ๊ะ หรือว่าเป็นเธอคนนั้น’ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเขาป้องกันอย่างดีทุกครั้ง...จำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วตอนกลับจากอเมริกาเพื่อไปพักผ่อนที่เมืองไทย เขาไปที่บาร์ลับแห่งหนึ่ง เขามักจะใช้ที่นี่ระบายความเครียดเมื่อมีโอกาส คืนนั้นเขาดื่มด่ำกับแอลกอฮอล์ เคล้าเสียงดนตรีบรรเลงเพลงแจ๊สที่เขาโปรดปราน และเมื่อสายตาของเขาเคลื่อนไปปะทะกับใครบางคนที่มุมหนึ่งในความมืดสลัว แสงไฟสีส้มสาดส่องแค่เพียงรำไร เขาเห็นเธอ ผู้หญิงคนนั้น ผมที่ดำขลับเรียงเส้นสวยยาวถึงกลางหลัง เธอสวมเดรสสายเดี่ยวคอถ่วงสีดำผ้าซาตินเรียบลื่น แผ่นหลังเปลือยจนถึงสะโพก ยอมรับว
หญิงสาวรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลอง ก่อนจะจากไป เธอเดินมาหาลูกชายแล้วกดจมูกลงที่ศีรษะเล็กพร้อมกับเอ่ยร่ำลาทั้งน้ำตาด้วยความอาลัยอาวรณ์ยกหลังมือปาดน้ำตาจนแห้ง จากนั้นจึงกดออดเรียกพยาบาลเข้ามา ส่วนตัวเธอเองก็รีบออกจากห้องไปก่อนที่พยาบาลสาวที่ดูแลจะเข้ามาถึงเมื่อพยาบาลเข้ามาก็พบว่าเธอไม่อยู่ที่นี่แล้ว มีแค่เด็กทารกตัวน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ ไม่นานคุณหญิงพจมานและโฉมฉายคนรับใช้คนสนิทก็มาถึงเมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เห็นว่ามีแค่พยาบาลสาวยืนอยู่ในห้องเพียงลำพัง ทว่ากลับไร้เงาของหญิงสาวคนนั้น“อ้าว แล้วแม่เด็กล่ะ?” เธอเลิกคิ้วสูงเอ่ยถามพยาบาลด้วยความสงสัย“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เธอกดออดเรียกดิฉันเข้ามา แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้วค่ะ เห็นแค่เด็กที่นอนอยู่ค่ะ” พยาบาลสาวเอ่ยตอบ เพราะเธอเองก็ยังงุนงงสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างกัน“นั่นหลานฉันใช่ไหม?” คุณหญิงพจมานโพล่งคำขึ้น ก่อนจะรีบปรี่ไปที่เตียงเด็กทารกทันที พยาบาลสาวแอบลอบสังเกตพฤติกรรมอยู่ไม่ห่าง หญิงวัยกลางคนนี้คงจะเป็นย่าของเด็กกระมังเพราะแม่ของหญิงสาวนางนั้น เธอเคยเห็นอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่มาตรวจครรภ์ เป็นหญิงวัยกลางคนอีกคน ส่วนผู้หญิ





