Masukแต่งงานห้าปี เจียงซู่ทำหน้าที่คุณผู้หญิงโจวอย่างดี โดยไม่ขาดตกบกพร่อง แต่กลับไม่เคยได้รับการยอมรับต่อหน้าทุกคนเลยแม้แต่คำเดียว ในขณะที่รักแรกของโจวซือเหย่ แค่ทำตัวออดอ้อนนิดหน่อยก็ได้รับทั้งสิทธิ์และความห่วงใยทั้งหมดที่คุณผู้หญิงโจวควรจะได้รับ ตอนเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขายิ่งไปกันใหญ่ ทิ้งเธอไปช่วยชู้รัก โดยไม่สนใจชีวิตของเธอเลย เจียงซู่หมดหวังอย่างสิ้นเชิง วันหนึ่ง เธอแกล้งตายแล้วหลบหนีจากทุกอย่าง ตำแหน่งคุณผู้หญิงโจว เธอไม่ต้องการมันอีกต่อไปแล้ว! ต่อมา เมื่อได้พบกันอีกครั้ง โจวซือเหย่ ผู้ที่เคยรักศักดิ์ศรีและภาพลักษณ์ที่สุด กลับเหมือนเด็กที่ถูกทอดทิ้ง ทั้งอ่อนแอและหวาดกลัว พูดด้วยเสียงสะอื้นทั้งดวงตาแดงก่ำว่า “ที่รัก กลับบ้านกับผมนะ?”
Lihat lebih banyakแรงเหวี่ยงของโจวซือเหย่ในครั้งนี้ไร้ซึ่งการออมแรง มันคือการระบายโทสะที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างป่าเถื่อน ส่งผลให้เซียวซูอี้เสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพทว่าเธอยังไม่ทันจะหายจากอาการมึนงง เสียงประตูก็ถูกปิดกระแทกใส่หน้าดัง ปัง โจวซือเหย่ตัดขาดเธอออกไปจากโลกของเขาอย่างเลือดเย็นและไร้เยื่อใยร่างของเซียวซูอี้กองอยู่บนพื้น ความเจ็บปวดทางกายเปรียบไม่ได้เลยกับแผลลึกในใจที่กำลังถาโถมม่านน้ำตาที่เอ่อล้นบดบังทัศนียภาพ ก่อนจะร่วงหล่นลงสัมผัสพื้นแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ ป้าเฉินที่เร่งรุดมาตามเสียงเอะอะ จึงทันได้เห็นภาพความน่าเวทนาของหญิงสาวที่กำลังสะอื้นไห้จนตัวโยนเธอเหลือบมองประตูที่ปิดสนิท พลางนึกเสียดายที่ในเวลานี้ไม่มีใครอยู่ชื่นชมบทละครนารีหยาดน้ำตานี้เลยสักคนเดียวในขณะที่คนอื่นกำลังดิ้นรนอยู่กับพายุอารมณ์ที่ถาโถม โจวซือเหย่กลับนิ่งงันดั่งหุ่นยนต์ที่ถูกเซตระบบให้แสดงออกมาเพียงสีหน้าเดียว นั่นก็คือใบหน้าตายด้านไร้ความรู้สึกชุยจี้เหิงมองสภาพกึ่งซากศพของคนตรงหน้าด้วยความระอา หนวดเคราที่ปล่อยให้รกรุงรังบวกกับเสื้อผ้ายับยู่ยี่จนดูเหมือนผ้าขี้ริ้วเช็ดก้นครัว ทำเอาเขาต้องขมวดคิ้วมุ่
แค่คืนเดียว ขอแค่เธอทนอีกเพียงคืนเดียวเขาก็จะจัดการทุกอย่างให้จบสิ้น เขาตั้งมั่นว่าพอรุ่งสางจะรีบไปรับเธอออกมาสู่อิสรภาพ และนับจากนี้เขาจะเป็นดั่งเกราะกำบังให้เธอ จะไม่มีใครหน้าไหนบังอาจมารังแกเธอได้อีกต่อไปทว่าเขากลับพลาดไปเพียงก้าวเดียว เพียงก้าวเดียวที่ทำให้เขาต้องสูญเสียเธอไปชั่วนิรันดร์คำพร่ำเพ้อที่เปี่ยมไปด้วยความรักสุดอาลัยที่ดังวนเวียนอยู่ข้างหูนั้น คอยทิ่มแทงหัวใจของเซียวซูอี้ทีละนิดจนร้าวรานไปหมด ปลายจมูกของเธอร้อนผ่าวจนยากจะกลั้นหยาดน้ำตามือที่เคยขยุ้มแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ค่อย ๆ คลายออกและโอบรับอ้อมกอดที่ไม่ได้เป็นของเธออย่างเชื่องช้า“เสี่ยวซู่ ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน คุณกลับมาหาผมได้ไหม?”“เสี่ยวซู่...”เซียวซูอี้ลอบกลืนก้อนความขมขื่นลงลำคอที่ตีบตัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “อาเหย่ นี่ฉันเอง ซูอี้...”เธอไม่ใช่เจียงซู่เสียงกระซิบที่เคยอ่อนหวานพลันเงียบกริบลงในวินาทีนั้น และวินาทีต่อมา ร่างบอบบางกลับถูกผลักออกอย่างแรงจนเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ความปรานีโจวซือเหย่ขมวดคิ้วมุ่น แววตาที่เคยอาวรณ์พลันกลายเป็นความรังเกียจเดียดฉันท์ “คุณมาทำอะไรที่นี่? ออก
เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป ใบหน้าของโจวซือเหย่กลับไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา หลงเหลือเพียงความหม่นทึมที่เกาะกินหัวใจจนยากจะสลัดพ้นเขาละทิ้งการงานและหมกตัวอยู่ในคฤหาสน์จิ่งหยวน เพราะพื้นที่แห่งนี้คือสิ่งเดียวที่ช่วยให้เขาได้สัมผัสถึงตัวตนของเจียงซู่ตราบใดที่ยังได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงที่เคยใช้ร่วมกัน ได้สัมผัสข้าวของเครื่องใช้ที่เธอเคยหยิบจับ กลิ่นอายจาง ๆ ที่ยังอบอวลอยู่เหล่านั้นเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงที่ทำให้เขารู้สึกว่าเธอยังไม่จากไปไหนหากแต่กลิ่นอายเหล่านั้นกลับเริ่มเจือจางลงทุกวัน มันค่อย ๆ เลือนหายไปจนเขาแทบจะไขว่คว้าไว้ไม่ได้อีกแล้ว...“ป้าเฉิน? ป้าเฉิน!”โจวซือเหย่ตะโกนเสียงดังลั่นพลางกอดขวดเหล้าไว้แนบอกป้าเฉินรีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นบันไดมาทันทีด้วยความตระหนก “ค่ะ คุณผู้ชาย เกิดอะไรขึ้นคะ?”โจวซือเหย่ถลาเข้าไปเอ่ยถามคาดคั้นเสียงเข้ม “ป้าเปลี่ยนปลอกหมอนกับผ้าปูที่นอนใช่ไหม?!”ป้าเฉินเหลือบมองผ้าปูที่นอนที่เริ่มมีรอยยับย่นและไม่เคยได้รับการซักมานานร่วมครึ่งเดือนพลางส่ายหน้าปฏิเสธรัว “ป้าไม่ได้แตะเลยค่ะคุณผู้ชาย”นับตั้งแต่เจียงซู่เกิดเรื่อง ข้าวของทุกอย่างที่เธอเคยสัมผัส ป้าเฉิ
สำหรับคุณปู่โจว เมื่อชีวิตดับสูญสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่ควรกำจัดให้สิ้นซาก การเริ่มต้นชีวิตใหม่ต่างหาก คือสิ่งที่หลานชายของเขาควรทำ!ทว่าเขากลับประเมินค่าความคลั่งของโจวซือเหย่ต่ำไป เพราะไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตามที่กล้าบังอาจแตะต้องข้าวของของเจียงซู่แม้เพียงปรายนิ้ว เขาพร้อมจะพุ่งเข้าทำร้ายร่างกายอย่างไม่ไว้หน้าราวกับสัตว์ป่าที่คุ้มคลั่งเนื่องจากคนที่คุณปู่โจวส่งมาล้วนไม่กล้าลงมือโต้กลับ จึงทำได้เพียงหลบหลีกและยอมเป็นกระสอบทรายให้เขาซัดด้วยความจำยอมโจวซือเหย่คำรามสั่งให้คนของเขาเข้าไปล็อกตัวคุณปู่โจวไว้ ก่อนจะจัดการลากตัวออกไปนอกคฤหาสน์ทันทีอย่างเหี้ยมเกริมเมื่อไร้หัวโจกคอยสั่งการ เหล่าบริวารที่เหลือจำต้องถอยร่นออกไปตาม ๆ กันการถูกหลานชายแท้ ๆ ไล่ตะเพิดออกจากบ้านอย่างไม่ไว้หน้า ทำให้คุณปู่โจวโกรธจัดจนหน้าเขียวหน้าแดง สติสัมปชัญญะแทบจะหลุดลอยจนด่าทอออกมาไม่เป็นภาษาหลู่เหยียนลอบปาดเหงื่อพลางมองตามแผ่นหลังของผู้อาวุโสที่กำลังระเบิดเพลิงโทสะอย่างรุนแรงราวกับลาวาที่พวยพุ่งและไหลบ่าพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นบอสเสียสติ
“แล้วเธอรู้ไหมว่า ทำไมพี่ซือเหย่ถึงรู้ว่าฉันแอบทำเรื่องไม่ดีลับหลัง แต่ก็ยังไม่ยอมจากฉันไป?”ใบหน้าของเวิงอี๋เผยความร้ายกาจออกมาเจียงซู่รู้สึกอยากรู้มากจริง ๆเท่าที่เธอรู้มา โจวซือเหย่เกลียดการถูกผู้อื่นวางแผนใส่เป็นที่สุด และการกระทำของเวิงอี๋ก็เข้าข่ายอย่างชัดเจนเวิงอี๋ลูบหน้าอกตัวเอง พลางก
แรงดึงดูดของคนเรานั้น เพียงแค่ยืนอยู่ด้วยกันก็สัมผัสได้แล้วว่าใครไม่ถูกชะตากับใคร ไต้ซานเหอรู้สึกได้ทันทีว่าไม่ชอบหน้าคนที่ชื่อเฉียวฉีคนนี้เลยแม้แต่น้อยคนที่สนิทสนมกับเวิงอี๋ได้ จะเป็นคนดีไปได้อย่างไร?เฉียวฉีเห็นรอยฝ่ามือบนหน้าเวิงอี๋ ก็อุทานออกมาทันที “เสี่ยวอี๋! ใครตบหน้าเธอ?”“เจียงซู่ เธอใช
ในสายตาของโจวซือเหย่ การระบายอารมณ์ของเธอ ราวกับการแสดงออกถึงความโกรธเกรี้ยวที่ไร้พลังโจวซือเหย่ไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ และพูดอย่างสงบว่า “คุยกับคุณตอนนี้ไปก็เปล่าประโยชน์ รอจนกว่าคุณจะใจเย็นลงแล้วค่อยมาคุยกัน”เมื่อพูดจบ เขาก็เดินออกจากห้องนอนไปโดยไม่หันกลับมามองท่าทีอันแสนเย็นชาของโจวซือเหย่จุดช
เว่ยชิงหางที่วิ่งวุ่นจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้กลับมาพร้อมกับโจ๊กที่ซื้อเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยเว่ยชิงหางกล่าวอย่างอ่อนโยน “กินอะไรหน่อยนะ จะได้มีแรง”เมื่อมองเจียงซู่ที่มีสีหน้าซึมเซา พร้อมทั้งหันไปมองเว่ยชิงหางที่อ่อนโยนและใส่ใจ ป้าเฉินก็รู้สึกสับสนเล็กน้อยแม้ว่าคนที่จ่ายเงินเดือนให้เธอคือโจวซือเห
Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak