เข้าสู่ระบบเพราะคำว่า ‘ทรยศ’ จากคนที่เขาไว้ใจที่สุด ‘เพลิง’ พญาสิงห์แห่งวงการมาเฟียจึงเปลี่ยนความรักเป็นไฟแค้น! ในเมื่อพี่ชายของเธอหักหลังเขา... เธอก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบหนี้ครั้งนี้ด้วยร่างกาย! “น้ำตาล... พี่ชายเธอมันสารเลว! ในเมื่อมันกล้าลองดีกับฉัน เธอก็ต้องอยู่ชดใช้กรรมแทนมันที่นี่!” จากผู้หญิงที่เขาเคยเอ็นดู กลับกลายเป็น ‘นางบำเรอขัดดอก’ ที่เขาจองจำไว้ด้วยความเกลียดชัง เขาขยี้หัวใจเธอ... เขาตราหน้าเธอ... แต่ยิ่งทำร้าย เธอกลับยิ่งสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งในใจของเขา กว่าจะรู้ว่าทุกอย่างคือ ‘แผนร้าย’ ที่เขาเข้าใจผิด... หัวใจของน้ำตาลก็แหลกสลายไปพร้อมกับลูกน้อยในครรภ์เสียแล้ว! “คุณเพลิง... พอสักทีเถอะค่ะ ตาลไม่ได้ทำอะไรผิด พี่ต้นไม่ได้ทรยศคุณ!” ท่ามกลางสมรภูมิมาเฟียที่เดือดระอุ ไฟแค้นครั้งนี้จะดับลงด้วยหยาดน้ำตา หรือจะมอดไหม้ไปพร้อมกับหัวใจของคนทั้งคู่?
ดูเพิ่มเติมกลิ่นบุหรี่ราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของกาสิโนหรู แสงไฟสลัวเรืองรองจากตึกระฟ้าภายนอกหน้าต่างบานยักษ์สะท้อนเข้ากับใบหน้าคมกริบของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวหนา
‘เพลิง’ หรือที่ใครต่อใครขนานนามว่า อสุรกายแห่งโลกสีเทา กำลังจ้องมองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาจนน่าขนลุก “ฮึก... คุณเพลิงคะ ตาลไม่รู้เรื่องจริงๆ ค่ะ ตาลไม่รู้ว่าพี่ต้นไปทำอะไรไว้” น้ำตาล สะอื้นจนตัวโยน ร่างบางสั่นเทาในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยจากการถูกลูกน้องของเขาฉุดกระชากลากถัวมาที่นี่ มือเล็กที่ถูกมัดด้วยเคเบิลไทร์บวมแดงจนเห็นรอยช้ำ “ไม่รู้?” เพลิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าแต่ทรงพลังจนน้ำตาลต้องก้มหน้าหนี “ไอ้พี่ชายสารเลวของเธอ มันคาบเอาข้อมูลลูกค้าระดับวีไอพีของฉันไปประเคนให้พวกไอ้เอลิค... มันทำให้ฉันเกือบพินาศ แล้วเธอยังกล้าบอกว่าไม่รู้เหรอ!” เขาลุกขึ้นเดินช้าๆ อ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่ที่แสนดุดันแผ่ซ่านจนน้ำตาลรู้สึกเหมือนอากาศหายใจกำลังจะหมดไป เขาเชยคางมนขึ้นด้วยนิ้วแข็งแรง บีบแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “ในเมื่อมันหนีไป... เธอก็ต้องเป็นคนชดใช้แทน” “ตาลไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ... ฮือออ ให้ตาลทำอะไรก็ได้ ตาลจะทำงานใช้หนี้...” “ทำงานเหรอ!! เธอคิดว่าเธอต้องทำงานให้ฉันกี่ชาติถึงจะใช้หนี้หมด!“เพลิงแสยะยิ้มที่มุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่นวลแก้วขาวผ่องลงมาจนถึงลำคอระหง “คนอย่างเธอจะทำอะไรได้ นอกจากการเป็น ‘ที่ระบายโทสะ’ ของฉัน... จนกว่าไอ้พี่ชายของเธอจะโผล่หัวออกมา” “คุณเพลิง! อย่าทำอะไรตาลเลยนะคะ ตาลขอร้อง...” “จำไว้ น้ำตาล...” เพลิงโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างใบหูเล็ก เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนของไฟตามชื่อของเขา “นับตั้งแต่วินาทีนี้ ชีวิตเธอเป็นของฉัน ห้ามตาย ห้ามหนี และห้ามอ้อนวอนขอความเมตตา... เพราะไฟอย่างฉัน ไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะน้ำหวานที่เป็นน้องสาวของคนทรยศอย่างเธอ!” ”เอาตัวไปขัง อย่าให้หนีไปได้“ ”ครับนาย …แต่จะให้เอาไปขังที่ไหนครับ“ ”มึงไม่รู้จะเอาไปขังที่ไหนมึงก็พาไปไว้ห้องกูเลยสิ!” "มึงไม่รู้จะเอาไปขังที่ไหน มึงก็พาไปไว้ในห้องนอนกูเลยสิ! หรือต้องให้กูถีบมึงก่อนถึงจะฉลาดขึ้นมาได้ห๊ะ!" เพลิงตวาดเสียงกร้าวทำท่าจะยันโครมเข้าที่ยอดอกลูกน้องคนสนิท จนมันต้องรีบกุลีกุจอเข้ามาลากแขนน้ำตาลที่ตัวสั่นงันงกให้ลุกขึ้น น้ำตาลเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม... ‘ห้องนอนของเขาเหรอ? นั่นมันคือที่ที่อันตรายสำหรับฉันชัดๆ!’ "ไม่นะ! คุณเพลิง... ปล่อยตาลไปเถอะค่ะ ฮือออ" เสียงหวีดร้องอ้อนวอนของหญิงสาวถูกกลืนหายไปพร้อมกับบานประตูที่ปิดลงสนิท ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่น แววตาที่จ้องมองบานประตูนั้นวาวโรจน์ไปด้วยความแค้น... และความปรารถนาบางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่กล้ายอมรับ ชายร่างสูงคนนั้นพาเธอเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ เขาพาเธอขึ้นมาชั้นสองเปิดประตูและผลักเธอเข้าไปในห้องนอนอันโออ่า “เข้าไป! นายสั่งให้อยู่ในนี้ อย่าคิดหนีเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!” ชายร่างสูงที่เป็นคนสนิทของเพลิงขู่เสียงเข้ม ก่อนจะผลักร่างบางเข้าไปในห้องนอนอันโออ่า ทันทีที่แผ่นหลังชนกับความเย็นเยียบของบานประตูที่ปิดสนิทลง น้ำตาลก็ทำได้เพียงยืนเคว้งอยู่กลางห้องที่กว้างขวางและหรูหราทันสมัยอย่างที่ชีวิตนี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ความสวยงามนั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย... แต่มันกลับเหมือนกรงขังราคาแพงมากกว่า ขณะเดียวกันที่หน้าห้อง... ไอ้แตมเกาหัวแกรกๆ พลางมองบานประตูห้องนอนเจ้านายด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ‘นายนะนาย... ปากก็บอกว่าแค้นนักแค้นหนา แต่ไหงสั่งให้เอามาขังไว้ในห้องนอนตัวเองซะงั้น สงสัยคราวนี้จะมาแนวใหม่แฮะ ปกติเห็นส่งไปขังโกดังหลังบ่อนตลอด... หรือว่าพี่เพลิงของเราจะเปลี่ยนรสนิยมชอบแนวเด็กมหา’ลัยวะ?’ ไอ้แตมยิ้มกริ่มก่อนจะเดินนกหวีดไปตามทางเดิน ทิ้งให้น้ำตาลเผชิญความเงียบสงัดเพียงลำพัง... จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงกลางดึก น้ำตาลนั่งกอดเข่าซุกหน้าลงกับท่อนแขน ปล่อยให้เสียงสะอื้นเบาๆ ดังสะท้อนอยู่ในห้องนอนกว้าง ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้ายังคงตามมาหลอกหลอนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วินาทีก่อน... เธอยังจำกลิ่นแดดอ่อนๆ และเสียงรถยนต์บนท้องถนนได้ดี น้ำตาลในชุดนักศึกษาเรียบร้อยกำลังเดินอยู่บนฟุตบาทมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย ในหัวยังคิดถึงวิชาที่จะสอบและเมนูมื้อกลางวันที่จะกินกับเพื่อน แต่แล้ว... ทุกอย่างก็พังทลาย จู่ๆ ร่างของเธอก็ถูกกระชากอย่างแรงจากทางด้านหลัง แรงมหาศาลมหาศาลฉุดเธอให้เซถอยหลัง ก่อนที่ฝ่ามือหนาพร้อมผ้าที่มีกลิ่นฉุนกึกจะโปะลงบนจมูกและปาก น้ำตาลพยายามดิ้นรน ขัดขืน และร้องขอความช่วยเหลือ แต่มันกลับไร้เสียง สติของเธอพร่าเลือนและดับวูบลงกลางแดดจ้าตรงนั้นเอง... ‘พี่ต้น... พี่ไปทำอะไรไว้ ทำไมเขาต้องทำกับตาลแบบนี้’ น้ำตาลคร่ำครวญในใจ หนี้แค้นที่เธอไม่ได้ก่อ แต่มูลค่ามันมหาศาลจนเธอแทบมองไม่เห็นทางชดใช้ ‘ต้องถูกรางวัลที่หนึ่งกี่งวดถึงจะใช้หนี้ไอ้มาเฟียจอมโหดนั่นหมด... แล้วฉันจะออกไปจากทีนี่นี่ได้ยังไง น้ำตาลเอ๊ย...’ ยิ่งคิด น้ำตาก็ยิ่งไหลพรากหยดลงบนชุดนักศึกษาที่ยับยู่ยี่ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหยดน้ำผึ้งที่บังเอิญปลิวไปตกลงกลางกองเพลิงที่พร้อมจะเผาไหม้เธอให้กลายเป็นจุล… เพลิงเปิดประตูเข้ามาในห้องกลางดึก ด้วยความเหนื่อยล้า และฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เขาได้ยินเสียงสะอื้นของผู้หญิง ‘ตายยห่าแล้วไอ้เพลิง นี่กูเมาจนหูแว่วขนาดนี้เลยเหรอว่ะ’ พร้อมเห็นเงาตะคุ่มๆกอดเขาร้องไห้ตรงโซฟา เขาจึงรีบเปิดไฟ เห็นน้ำตาลในชุดนักศึกษานั่งกอดเข่าร้องไห้ “เธอเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง!“ น้ำตาลตกใจจนตัวสั่น “อึก..พี่คนนั้นพามาค่ะ คุณเพลิงอย่าทำอะไรน้ำตาลนะคะ” “มารยา ฉันเกลียดน้ำตาผู้หญิงอย่างเธอที่สุด” “มารยา! ฉันเกลียดน้ำตาผู้หญิงอย่างเธอที่สุด หยุดร้องเดี๋ยวนี้!” เพลิงตวาดเสียงกร้าวพลางย่างสามขุมเข้าไปหา ร่างสูงโปร่งในสภาพเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเม็ดบนออกจนเห็นแผงอกตึงแน่น กลิ่นเหล้าจางๆ ที่ติดตัวเขามาทำให้น้ำตาลยิ่งขยับหนีจนหลังชนกับพนักโซฟา “ตาล... ตาลไม่ได้มารยาจริงๆ นะคะ คุณเพลิงปล่อยตาลไปเถอะ ตาลกลัว...” เธอยกมือไหว้ปลกๆ ทั้งที่น้ำตายังนองหน้า ภาพตรงหน้าทำเอาเพลิงที่กำลังมึนศีรษะถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างมันกระตุกแปลกๆ เมื่อเห็นผิวขาวผ่องของเด็กสาวในชุดนักศึกษามันตัดกับสีเข้มของโซฟาหนังในห้องนอนของเขา... และที่สำคัญ รอยแดงที่ข้อมือจากการถูกมัดมันยังเด่นหราเตือนใจว่าเขาทำรุนแรงกับเธอแค่ไหน “กลัวเหรอ? หึ! ตอนพี่ชายเธอคาบข่าวไปบอกไอ้เอลิค มันเคยคิดไหมว่าเธอจะต้องมาเจออะไร!” เขาโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับโซฟา กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนกว้าง สายตาที่เคยดุดันเริ่มวูบไหวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมา “คุณเพลิง... จะทำอะไรคะ” “ในเมื่อไอ้ลูกน้องโง่ๆ ของฉันมันใจดี พาเธอมาส่งถึงเตียงขนาดนี้...” เพลิงกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส “ถ้าฉันจะ ‘ตรวจของ’ ดูหน่อยว่ามีอะไรดีพอจะใช้หนี้แทนไอ้ทระยศนั่นได้บ้าง... มันคงไม่ผิดใช่ไหม?”เวลาผ่านไปหลายเดือน... เด็กหญิงแฝด พะแพง และ พะพาย ในวัย 6 เดือนกำลังอยู่ในวัยจ้ำหม้ำน่ารักน่าเอ็นดูบรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่แล้วการกลับมาจากอเมริกาของ แก้วใจ ก็ทำเอาน้ำตาลถึงกับประหลาดใจ เมื่อน้าสาวไม่ได้กลับมาเพียงลำพัง แต่กลับมีทารกน้อยวัย 3 เดือนอยู่ในอ้อมแขน!น้ำตาลรับเด็กน้อยตัวเล็กลงมาอุ้มไว้ในอ้อมอกอย่างเบามือ สายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยความเอ็นดูจับใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“น่ารักน่าชังเชียว... หลานอา”น้ำตาลช้อนสายตาขึ้นมองน้าสาวที่ดูซูบผอมลงไปเล็กน้อยแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความหนักใจ ก่อนที่น้ำตาลจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยที่ปิดไม่มิด“...แล้วพี่ต้นรู้ไหมคะว่า...”“ยังไม่รู้...” แก้วใจถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้าลำบากใจ “ฝ่ายนั้นเขาไม่ให้บอก”แม้จะมีคำถามและปมความจริงมากมายที่ยังไม่ถูกคลี่คลาย แต่น้ำตาลก็ตระหนักดีว่าเด็กน้อยตรงหน้าบริสุทธิ์และต้องการความรักมากที่สุดในเวลานี้ เธอตบไหล่น้าสาวเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่ทำให้คนฟังวางใจได้ทันที“ตาลจะเลี้ยงหลานเองค่ะ น้าแก้วสบายใจได้...”1สัปดาห์ผ่านไป “น้ำตาล ตอนเด็กๆก็โตพอที่จะพาเดินทางไปเที่ยว
สายลมเย็นพัดผ่านพื้นที่อันกว้างขวางของไร่พราวตะวันเพลิง กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยของโครงการรีสอร์ตแห่งใหม่ที่ใกล้จะเปิดให้บริการ โดยมีเด็กชายตัวน้อยเดินเตาะแตะจับมือผู้เป็นพ่อไว้ไม่ยอมห่างพล็อตเตอร์ทำหน้ามุ่ยพลางถอนหายใจยาวขณะมองต้นไม้รอบตัว ก่อนเงยหน้าพูดกับพ่อเสียงงอแง“แด็ดดี้... พล็อตเตอร์คิดถึงอาแตมครับ เมื่อไรอาแตมจะกลับ อาแตมไปกรุงเทพฯ หลายวันแล้วนะ พล็อตเตอร์ไม่มีเพื่อนเล่นเลย!”เพลิงก้มมองลูกชายแล้วหลุดยิ้มด้วยความเอ็นดู ยามเห็นท่าทางงอแงเกินวัยของเจ้าตัวเล็ก“งั้นเดือนหน้าแด็ดดี้จะให้พล็อตเตอร์ไปโรงเรียน จะได้มีเพื่อนเล่นเยอะ ๆ ดีไหมครับ?”“ดีครับ!” พล็อตเตอร์ตอบรับทันควัน แววตาเป็นประกายวับ... แต่แล้วก็หรี่ตาลงนิดหนึ่งเหมือนนึกขึ้นได้ ก่อนเสนอเงื่อนไขใหม่พร้อมทำท่าจะวิ่งกลับเรือนพัก “...แต่ตอนนี้พล็อตเตอร์ขอเข้าไปทักทายน้อง ๆ ก่อนได้ไหมครับ““ไม่ได้ลูก! ไม่ได้!”เพลิงคว้าคอเสื้อตัวน้อยไว้แทบไม่ทัน ดึงลูกชายดื้อกลับมาอุ้มเข้าเอว พลางเอ็ดเสียงหลงด้วยความตกใจ“หม่ามี๊นอนพักอยู่ข้างใน ห้ามไปกวนเด็ดขาดเลยครับ! รออีกไม่กี่เดือนก็จะได้เจอหน้าน้องแล้ว!”พล็อตเตอร์ทำหน้ากวนใส่แด็
เช้าวันรุ่งขึ้น... ภายในห้องหอสุดหรูภายในโรงแรม อัศวธารากุลแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าลอดผ่านม่านมู่ลี่กระทบเตียงกว้าง น้ำตาลขยับกายยุกลยิกอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของสามีที่ยังคงตระกองกอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“เฮียคะ... ปล่อยค่ะ”“จะรีบลุกไปไหนครับ” เพลิงเอ่ยเสียงทุ้มงัวเงีย ซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมฟอดใหญ่“คิดถึงลูกสิคะ ป่านนี้ร้องหาตาลแล้ว ไม่ได้นอนกอดตั้งหลายวัน”“ฮึ... พล็อตเตอร์น่ะอยู่กับป๊ากับม้า หรือไม่ป่านนี้คุณตาก็พาเดินดูรอบโรงแรมแล้วครับ” เพลิงกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิดอย่างงอแง“แต่ตาลก็ยังห่วงลูกอยู่ดีนี่คะ” น้ำตาลพยายามดันแผงอกแกร่งออกเบา ๆ พลางอมยิ้มเป็นไปตามที่เพลิงคาดไว้ไม่มีผิด วันนี้พร้อมพัฒน์พาน้องพล็อตเตอร์เดินทัวร์ชมกิจการตั้งแต่เช้า ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจยามแนะนำหลานชายกับพนักงาน“เห็นไหมพล็อตเตอร์... กิจการตรงนี้ใหญ่โตแค่ไหน” พร้อมพัฒน์เอ่ยเสียงอารมณ์ดี พลางก้มลงพูดกับหลานชายอย่างเอ็นดู “จำไว้นะลูก... อีกหน่อยโรงแรมนี้ก็ต้องเป็นของพล็อตเตอร์”เด็กชายตัวน้อยหยุดก้าวเดิน ใบหน้ากลมเอียงมองคุณตาพร้อมสั่นศีรษะเบา ๆ ด้วยท่าทางจริงจังเกินไว“ไม่ใช่ของพล็อตเตอร์ครับ แด็ด
บรรยากาศงานเลี้ยงฉลองดำเนินไปอย่างชื่นมื่น แขกเหรื่อและนักธุรกิจชั้นนำต่างมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวอย่างล้นหลาม เพลิงและน้ำตาลยังคงส่งยิ้มต้อนรับทุกคนอย่างอบอุ่น ทว่า... ท่ามกลางความยินดีเหล่านั้น กลับมีรอยร้าวซ่อนอยู่เงียบ ๆ ‘ภรภัทร’ (ต้น) ที่ฝืนร่างกายมาร่วมงาน เดินเคียงคู่มากับ ‘แพทย์หญิงนรินทิพย์’ (น้ำฟ้า) ภรรยาตามกฎหมาย โดยมี ‘พร้อมพัฒน์’ ผู้เป็นพ่อเดินนำหน้า คอยแนะนำลูกชายและลูกสะใภ้ให้ผู้ใหญ่รู้จักอย่างภูมิใจ “นี่ตาต้นลูกชายผม ส่วนนี่หนูน้ำฟ้าลูกสะใภ้ครับ เป็นคุณหมอประจำโรงพยาบาล คู่นี้อีกไม่นานก็คงมีข่าวดีเรื่องทายาทตามตาเพลิงกับยัยน้ำตาลมาติด ๆ เหมือนกันครับ” คำประกาศของคุณพ่อเรียกเสียงชื่นชมจากรอบข้าง ทว่าใบหน้าของภรภัทรกลับนิ่งสนิท ไร้ความยินดี ชายหนุ่มฝืนยิ้มตามมารยาท จนกระทั่งสบโอกาสเดินเลี่ยงออกมาบริเวณมุมอับสายตาด้านข้างฮอลล์ ทันทีที่อยู่กันลำพัง สายตาของภรภัทรกลับแปรเปลี่ยนเป็นความห่างเหิน ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าก่อนหันมากดเสียงต่ำใส่นรินทิพย์อย่างเย็นชา “คุณจะเดินตามผมอีกนานไหม!” “ฟ้าแค่อยากดูแลพี่นะ นะคะ” น้ำฟ้าเอ่ยเสียงแผ่ว นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความน้
ตอนที่2✅ “คุณเพลิง... จะทำอะไรคะ” น้ำตาลถามเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เมื่อใบหน้าคมกริบของเพลิงโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยฤทธิ์สุราจ้องมองเธอเหมือนเสือที่กำลังมองเหยื่อที่ไร้ทางสู้ “ฉันก็จะดูไง... ว่าน้ำตาลอย่างเธอ มันจะหวานสมชื่อ หรือจะเป็นแค่ยาพ
กลิ่นบุหรี่ราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของกาสิโนหรู แสงไฟสลัวเรืองรองจากตึกระฟ้าภายนอกหน้าต่างบานยักษ์สะท้อนเข้ากับใบหน้าคมกริบของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวหนา ‘เพลิง’ หรือที่ใครต่อใครขนานนามว่า อสุรกายแห่งโลกสีเทา กำลังจ้องมองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายต
ณ โกดังร้างหลังกาสิโน เพลิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าไอ้นิคที่ถูกมัดติดเก้าอี้ แววตาคมกริบจ้องมองคนทรยศเหมือนมองซากศพที่ไร้วิญญาณ เขาไม่ได้ลดตัวลงไปแตะต้องมันแม้แต่นิดเดียว แต่รังสีอำนาจที่แผ่ออกมากลับกดดันจนไอ้นิคแทบหายใจไม่ออก "มึงรักการใช้ปืนมากใช่ไหมนิค... มึงใช้มือคู่นี้ทำลายเพื่อนที่ซื่อสัตย์ท
"คุณเพลิง... เดี๋ยวค่ะ ตาลยังไม่พร้อม" น้ำตาลประท้วงเสียงสั่น พยายามดันแผงอกกว้างที่ร้อนผ่าวออกห่าง แต่ยิ่งดันเขากลับยิ่งรัดวงแขนแน่นขึ้น "เซ็นสัญญาแล้ว... ห้ามเบี้ยว" อัคคีกระซิบเสียงพร่าพลางซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นกายสาวบริสุทธิ์ทำให้ความอดทนที่เขาสั่งสมมาทั้งวันพังทลายลง ร่างบางถูกผลักให้นอนร
ความคิดเห็น