LOGIN"มาได้เวลาพอดีเลยลูก แสนสวยกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่พอดี จะได้ทานพร้อมกันเลย" อัปสรสุดาเดินออกไปรับลูกชายด้วยรอยยิ้ม โดยหารู้ไม่ว่าคนจัดโต๊ะที่นางอ้างถึงนั้นเผ่นแนบขึ้นข้างบนไปเรียบร้อยแล้ว
"ไหนล่ะครับคนจัดโต๊ะของแม่?" พยัคฆราชกวาดสายตามองไปรอบห้องอาหาร เห็นเพียงกับข้าวและถ้วยชามที่ยังจัดวางไม่เรียบร้อยดี
"เมื่อกี้ยังอยู่ตรงนี้เลย หรือว่าจะรีบไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวแม่จัดต่อเองก็ได้ ลูกนั่งรอประเดี๋ยวนะ" นางยอมรับว่าเลี้ยงลูกคนนี้จนค่อนข้างเอาแต่ใจ จะเรียกว่าเสียคนก็ไม่เชิง แต่เขาไม่ยอมให้ใครควบคุมอีกต่อไป ผู้เป็นแม่จึงต้องคอยพูดจาอย่างระมัดระวังที่สุด
ชายหนุ่มร่างหนาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ พลางปรายตาขึ้นไปมองชั้นบนด้วยสายตาคาดโทษ ..หนีให้ตลอดแล้วกัน
"เดี๋ยวแม่ขึ้นไปตามแสนสวยก่อนดีกว่า" พอนางจัดโต๊ะเสร็จแล้วยังไม่เห็นหญิงสาวลงมา จึงเตรียมจะเดินขึ้นไปตาม
"ไม่ต้องหรอกครับ ปล่อยให้อดไปเลย!" พยัคฆราชเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะลงมือทานข้าวอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สนใจใคร
"อีกสองวันคุณพ่อจะกลับมาแล้วนะ ช่วงนี้ลูกก็กลับมานอนบ้านก่อนนะลูก" นางเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในระหว่างมื้ออาหาร
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่รับคำ เพราะการต้องกลับมาเห็นหน้ายัยกาฝากที่บ้านทุกวันมันเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย แค่เห็นที่บริษัทเขาก็แทบจะหมดความอดทนอยู่แล้ว
เมื่อทานข้าวเสร็จ พยัคฆราชก็เดินขึ้นชั้นบนเพื่อไปยังห้องนอนของตน ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับห้องของแสนสวยพอดี ก่อนจะเปิดประตูห้อง สายตาคมกริบเหลือบมองไปยังบานประตูฝั่งตรงข้าม พลันภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เขาขุ่นเคืองใจมาจนถึงทุกวันนี้ก็ผุดขึ้นมา.
"ฮ่าๆๆ คนนี้เหรอคะยายที่ชื่อหมาน้อย" เสียงหัวเราะสดใสของเด็กหญิงแสนสวยในวัยประถมดังลั่น
"แสนสวย! หยุดเดี๋ยวนี้ลูก" ผู้เป็นยายรีบปรามหลานสาวไว้แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
"เธอว่าใคร!" เด็กชายพยัคฆราชในตอนนั้นตวาดลั่นด้วยความโมโห ชื่อหมาน้อยคือชื่อต้องห้ามสำหรับเขา แม้แต่อัปสรสุดาก็ยังไม่กล้าเรียกชื่อนี้ต่อหน้าเขาอีกเลย
"ก็เราได้ยินคุณยายเล่าให้ฟังนี่นา ว่าแม่นายตั้งชื่อหมาน้อยตอนที่ไปคลอดที่โรงพยาบาลพร้อมกับเรา นายต้องเรียกเราว่าพี่นะ เพราะเราเกิดก่อนนายตั้งสองวัน!" ด้วยความเป็นเด็กที่พูดตามสิ่งที่คิด แสนสวยจึงไม่รู้เลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พยัคฆราชเกลียดขี้หน้าเธอเข้าไส้ เขาถูกบิดาเลี้ยงมาให้เป็นผู้นำและเด็ดขาด การถูกเด็กหญิงแปลกหน้าล้อเลียนชื่อเล่นแสนหน่อมแน้มจึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง
"ฝันไปเถอะ! เธอมาจากไหนก็กลับไปทางนั้นเลย!" เด็กชายพยัคฆราชคว้าข้าวของใกล้ตัวเขวี้ยงใส่ด้วยความโกรธจัด และเขาก็จดจำใบหน้ายัยเด็กปากดีคนนั้นมาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้
ด้วยเหตุนี้เองยายของแสนสวยจึงไม่กล้าพาหลานเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ในช่วงแรก เพราะเห็นความเกรี้ยวกราดของพยัคฆราชและเกรงว่าหลานสาวจะไม่ปลอดภัย จนกระทั่งยายเสียชีวิต อัปสรสุดาจึงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้แสนสวยอยู่เพียงลำพัง และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้พยัคฆราชย้ายออกไปอยู่ที่คอนโดทันทีที่ดูแลตัวเองได้
[เช้าวันต่อมา]
"หิวจัง.." คนตัวเล็กนอนบิดกายไปมาอยู่บนเตียงด้วยความหิวโหย เมื่อวานตอนเที่ยงเธอก็ทานไปเพียงนิดเดียวเพราะมัวแต่ปะทะคารมกับคนใจร้าย ใครจะไปทานลงได้ล่ะ
แกร๊ก... แสนสวยในชุดทำงานเตรียมพร้อม ค่อยๆ แง้มประตูห้องนอนออกมาอย่างระมัดระวัง เธอชะโงกหน้ามองซ้ายมองขวาดูว่าเจ้าของห้องตรงข้ามยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นหรือไม่
"ปลอดภัย..." หญิงสาวพึมพำกับตัวเองก่อนจะค่อยๆ ย่างกรายลงบันไดมาข้างล่างด้วยท่าทางระแวดระวังราวกับขโมยเข้าบ้าน
"เมื่อคืนแม่นึกว่าหนูจะลงมาทานข้าวซะอีกจ๊ะ"
"อุ๊ย! คะ!?" แสนสวยสะดุ้งสุดตัวขณะที่กำลังเสียวสันหลังวาบ เมื่อได้ยินเสียงอัปสรสุดาทักขึ้น
"หนูเป็นอะไรลูก แม่ตกใจหมดเลย"
"ปะ...เปล่าค่ะ เมื่อสักครู่คุณแม่พูดว่าอะไรนะคะ"
"แม่บอกว่าเตรียมอาหารไว้ให้ นึกว่าหนูจะลงมาทานน่ะลูก"
"อ๋อ.. พอดีเมื่อวานทานมาจากข้างนอกบ้างแล้วค่ะ เลยยังไม่ค่อยหิว" โกหกผู้มีพระคุณแบบนี้จะบาปไหมนะเราเธอคิดในใจพลางลอบถอนหายใจ
"งั้นเดี๋ยวรอพยัคฆ์ลงมา แล้วทานข้าวเช้าพร้อมกันก่อนนะลูก แม่กำลังจัดโต๊ะอยู่พอดี"
"ยังไม่หิวเลยค่ะ อิ่มมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว.. หนูขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ!" ว่าแล้วหญิงสาวก็รีบจ้ำอ้าวออกจากบ้านทันที
"ไปทานอะไรมา ทำไมถึงอิ่มได้นานขนาดนั้นนะ" อัปสรสุดามองตามหลังไปด้วยความสงสัย
"แม่คุยกับใครครับ" เสียงทุ้มของพยัคฆราชดังขึ้นขณะเดินลงบันไดมาพอดี
"แสนสวยน่ะสิลูก แม่ชวนกินข้าวเช้าด้วยกันแต่บอกว่ายังอิ่มตั้งแต่เมื่อวานอยู่เลย"
"หึ! ไม่เก่งจริงนี่หว่า" ชายหนุ่มเหยียดยิ้มที่มุมปาก
"ลูกว่าอะไรนะ"
"เปล่าครับ.. ผมไปก่อนนะ"
"อ้าว ไม่ทานข้าวกับแม่ก่อนเหรอพยัคฆ์""ไม่ครับ.. เดี๋ยวจะตามไม่ทัน" ชายหนุ่มรีบก้าวตามออกไป สายตาคมจ้องมองไปที่ประตูบ้านที่ยังไม่เปิดออก นั่นแสดงว่ายัยตัวแสบยังอยู่ที่รถ และเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีไปง่ายๆ แน่!
🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่
ตอนพิเศษ ฟีฟ่า♡มิ่งขวัญหลายเดือนผ่านไป.. หลังจากที่นักรบเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศทุกคนก็ยังคงดำเนินชีวิตต่อไป และตอนนี้อายุครรภ์ของมิ่งขวัญก็ 8 เดือนแล้ว"ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาทำงานแล้ว" ตอนนี้ฟีฟ่าทำงานแทนมิ่งขวัญได้ทุกอย่างแล้ว เขาไม่อยากให้เธอต้องมานั่งทำงานให้เหนื่อยอีก ..แต่พอเขามาถึงบริษัทมิ่งขวัญก็ตามมา"เหลืออีกตั้งเป็นเดือนกว่าคุณหมอจะนัดคลอด""แต่คุณไม่ค่อยแข็งแรง ผมอยากให้พักผ่อนมากๆ""แต่วันนี้เป็นวันประชุมผู้ถือหุ้นนี่คะ""ผมประชุมแทนได้ มีอะไรเดี๋ยวผมจะโทรไปหา""ก็ได้ค่ะ ประชุมเสร็จฉันสัญญาว่าจะกลับบ้าน" พูดจบมิ่งขวัญก็เดินไปที่ชั้นเอกสาร เพื่อจะเอาเอกสารไปร่วมประชุม"คุณเป็นอะไร" ฟีฟ่าที่ยืนมองอยู่รีบเข้าไปพยุงเธอไว้เพราะเห็นว่าเธอเอามือมากุมท้อง"สงสัยลูกจะดิ้นแรงไปค่ะ""ไปนั่งก่อน""โอ๊ยย" ทีแรกคิดว่าตัวเองจะกลั้นได้ แต่จังหวะก้าวเท้าก็รู้สึกเจ็บหน่วงขึ้นมา"ขวัญ" ชายหนุ่มช้อนร่างเธอขึ้นมาอุ้มก่อนที่จะพาเดินมาที่ประตูทางออก"เจ็บท้องค่ะ""ผมรู้แล้ว เดี๋ยวผมพาไปโรงพยาบาล""ผู้จัดการเป็นอะไรคะ" พอประตูห้องทำงานเปิดออกคนที่อยู่หน้าห้องก็รีบเข้ามา เพราะเห็นว่
"ร้อนจังเลยค่ะ""ร้อน?" ที่เขาสงสัยเพราะในห้องนี้เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบเลยจะเอาอะไรมาร้อน"หรือคุณไม่ร้อนคะ" ยูริถามพร้อมกับค่อยๆ แกะกระดุมเสื้อที่ใส่อยู่ออก"ร้อนครับ ร้อนมากเลยครับ" เธอนี่ทำให้เขาตื่นเต้นได้ตลอดเวลาเลย ที่เปิดห้องคิดว่าอยากจะคุยกับเธอให้รู้เรื่อง เพราะต้องรีบไปดูห้องจัดเลี้ยง และต้องไปทำอะไรอีกหลายอย่างเลย เพราะงานแต่งกระชั้นชิดเข้ามาแล้ว..แต่ไม่เป็นไรจัดเธอก่อนแล้วกัน"อือ ใจเย็นก่อนสิคะยังไม่อาบน้ำเลย""ไม่ทันแล้ว""อ๊อย" นี่แหละสิ่งที่เธอชอบในตัวเขามากที่สุด เพราะแค่สะกิดเล็กน้อยเขาก็จัดให้แล้ว คนอะไรจะไฟติดง่ายขนาดนี้ต้องขอบคุณพ่อกับแม่ไหมเนี่ยที่แยกทางกัน เพราะถ้าเธอไม่ตามแม่กลับมาคงไม่รู้จักกับผู้ชายคนนี้แน่เลย"อื้อ คุณนักรบไม่ค่ะ" มือเรียวผลักใบหน้าอีกฝ่ายที่ฝังจูบลงเนินน้องสาวให้ออกไปก่อนแต่แรงของเธอหรือจะสู้เขาได้ ชายหนุ่มกดใบหน้าลงไปแล้วก็ใช้แรงดูด"ซี๊ดดด แรงอีกนิดค่ะ" จากที่ห้ามอยู่เมื่อครู่เพราะไม่มั่นใจในตัวเอง แต่พอเจอทั้งปากและลิ้นเข้าไปใครจะไปทนได้ล่ะ สะโพกงามเด้งรับเรียวลิ้นที่แทรกผ่านกลีบร่องเข้ามา"อ๊อยยย เอาอีกค่ะ" ทำไมเขาเก่งขนาดนี้ ท
หลายวันต่อมา.."ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ" เขตแดนพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปรับการ์ดเชิญจากนักรบ"ขอบคุณมากครับ""แล้วนี่เมื่อไรจะกลับมาทำงานได้ล่ะครับเนี่ย" ตั้งแต่วันนั้นนักรบก็ขอลางานเพื่อที่จะจัดเตรียมงานแต่ง เพราะเขาต้องจัดงานก่อนที่พ่อเธอจะเดินทางกลับต่างประเทศ"เรื่องนี้ผมก็อยากจะคุยกับบอสอยู่พอดีเลยครับ""อย่าบอกนะว่า.. ผมยังไม่พร้อมที่จะฟัง" เขตแดนก็พอจะรู้แล้วล่ะ ตอนนี้นักรบเป็นถึงลูกเขยของฮิโรชิเจ้าของบริษัทชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น มีเหรอที่เขาจะยังมาช่วยงานที่นี่อยู่"คุณพ่ออยากให้ผมไปดูแลที่นั่นช่วยลูกสาวของท่านครับ" ที่ประเทศไทยไม่มีอะไรให้เขาต้องห่วง นักรบถึงได้บอกว่าญี่ปุ่นแค่ปากซอย เพราะเขาพร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเธอได้ตลอดเวลา ไม่ว่าเธอจะไปอยู่ที่ไหนเขาก็พร้อมที่จะไปอยู่ที่นั่นด้วย"ถ้างั้นผมก็ขอแสดงความยินดีด้วยอีกเรื่องแล้วกัน นี่ผมต้องหาผู้จัดการคนใหม่แล้วเหรอเนี่ย" เพราะผู้จัดการที่พูดได้หลายภาษาแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะหาง่ายๆ แถมยังเข้าได้กับทุกคน"ถ้างั้นผมขอไปแจกการ์ดห้องอื่นก่อนนะครับ" วันนี้เขาเตรียมการ์ดเชิญวันแต่งงานมาให้กับผู้บริหารทุกท่านเลยจนมาถึงห้องสุดท้ายก็
"เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ?""ที่ผมเรียกพ่อมาด้วยเพราะผมอยากจะสู่ขอลูกสาวของท่าน""สู่ขอฉันเหรอ?""ใช่ครับ""ฉันฟังผิดไปหรือเปล่า คุณบอกว่าจะสู่ขอฉันกับพ่อแม่เหรอ?""ยูริ" ยี่หวาต้องห้ามปรามลูกไว้เพราะอาการดีใจออกหน้าออกตามาก"ที่ผมจอดรถ เพราะผมไปซื้อไอ้นี่มาให้คุณ" ชายหนุ่มเปิดกล่องแหวนที่เขาแวะร้านเพชรก่อนที่จะมาที่นี่เพราะว่าเขายังไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย ไม่คิดว่าเธอจะขอแต่งงาน และที่นักรบไม่พูดอะไรเลยเพราะเขาอยากเป็นฝ่ายขอเธอแต่งงานมากกว่า"ทำไมคุณไม่บอกล่ะคะ" ถ้ารู้ว่าเขาไปซื้อแหวนมีเหรอที่เธอจะเรียกแท็กซี่กลับเอง"บอกก็ไม่เซอร์ไพรส์น่ะสิ แต่ผมดันถูกคุณเซอร์ไพรส์กลับ""หึหึ" จากที่ยืนฟังอยู่คนเป็นแม่ก็อดขำไม่ได้ เห็นแล้วล่ะว่าลูกสาวร้องไห้วิ่งเข้ามาในบ้าน แต่ไม่คิดว่าที่ร้องไห้เพราะการเข้าใจผิดกันนี่เองแต่จังหวะที่ยี่หวามีรอยยิ้มฮิโรชิก็แอบมองดูรอยยิ้มนั้นของอดีตภรรยา ตั้งแต่นางจับได้ว่า ท่านนอกใจ ท่านก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้อีกเลย "คุณก็สวมแหวนให้ฉันสิ""สวมแหวนเลยเหรอ" เขายังไม่ทันได้ขอเธอกับพ่อแม่เลย "คุณพ่อกับคุณแม่ว่ายังไงคะ""ถ้ารักกันชอบกันแม่ก็ไม่ห้าม แต่แม่ขออย่างเดียวอย่า
"พ่อเจ็บมากไหมคะ""เจ็บโอ๊ยย" เห็นว่าลูกเป็นห่วงก็เลยอ้อนหน่อยมือเรียวเอื้อมไปแตะหน้าผากของพ่อตรงที่มีผ้าพันแผลแปะอยู่ "ยูริบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเพิ่งมาหาแม่.. ไปหาหมอหรือยังคะ""ยัง""ทำไมไม่ไปให้หมอตรวจดูหน่อย""พ่อไม่เป็นอะไรหรอก แล้วแม่ว่ายังไงบ้าง""แม่จะว่าอะไรล่ะคะยิ่งโกรธเพิ่ม" ประโยคนี้เธอกรอกหางตามองไปดูคนที่พาพ่อไปเที่ยว"อย่าว่าให้แฟนเราเลยพ่อเองต่างหากที่อยากไปดื่ม""ถ้าเขาไม่พาไปพ่อก็ไม่ได้ไปที่นั่น""ผมผิดเองครับ"ยูริตกใจเล็กน้อยที่เขาบอกว่าตัวเองผิด ทั้งๆ ที่ เธอก็พยายามยัดเยียดความผิดให้เขา"ผมว่าเรากลับโรงแรมดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจะไปส่ง" ไม่รู้ว่ามีความรู้สึกแบบนี้ได้ยังไง รู้สึกแอบน้อยใจที่เธอดูไม่เป็นห่วงเขาเลย"อีกไม่กี่วันพ่อคงต้องกลับ แต่ก่อนกลับพ่ออยากคุยกับแม่เราก่อน""พ่อจะกลับแล้วหรือคะ" เธอรู้ว่าพ่อต้องดูแลบริษัท พนักงานอีกหลายร้อยชีวิตยังรอท่านกลับไปบริหารงานอยู่"คงต้องกลับ พ่อมาหลายวันแล้ว""พ่อรอยูริอยู่บนรถนะคะ เดี๋ยวยูริไปเอาของก่อน" ได้ยินว่าพ่อจะกลับก็รู้สึกใจหาย เลยคิดว่าจะไปส่งท่านที่โรงแรมยูริเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเธอใส่เสื้อผ้าอยู่บ้าน แล้ว
"มีอะไรอีก" เขตแดนชักจะใจไม่ดีเมื่อเห็นสีหน้าของนักรบที่มองโทรศัพท์ คิดว่ามีคลิปอะไรตามมาอีกพอแน่ใจแล้วนักรบก็ยื่นคลิปที่ทางบาร์ส่งมาให้กับบอสได้ดูด้วย หลังจากที่ดูคลิปนั้นแล้ว ทั้งเขตแดนแผ่นดินและคนที่อยู่ในห้องนั้นมองไปที่จรัญแทบจะพร้อมกัน"พวกคุณมองผมทำไม" จากที่นั่งทำตัวสบายๆ อยู่ก็ชักจะไม่สบายแล้ว"คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร""ผมทำอะไร อย่าบอกนะว่าคุณจะเชื่อคนที่กล่าวหาผม""คุณรู้ว่าผมหมายถึงเรื่องอะไรงั้นเหรอ""ผมยังไม่รู้หรอกแต่สายตาคุณมันฟ้อง""ทางร้านที่คลิปถูกเผยแพร่ ได้ส่งคลิปคนที่เป็นตัวต้นเหตุมาให้""ตัวต้นเหตุ?" จรัญที่นั่งอยู่ถึงกับดันตัวลุกขึ้น "พวกคุณจะรู้ได้ยังไงว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร""ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าเป็นผู้ชาย""ผมแค่เดาเอาก็พวกคุณมองมาที่ผม""คนที่ใส่หมวกสีขาวผมว่าหุ่นคล้ายๆ คุณเลยนะ""ผมไม่เคยใส่หมวกสีขาว""อ้าวเหรอครับแล้วคุณใส่หมวกสีอะไร""สีดำ!" ตอบออกไปถึงรู้ว่าตัวเองเสียรู้แล้ว "คุณมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาผม""ถึงแม้อยู่ในร้านคุณจะใส่หมวกใส่แว่นตาดำ แต่ยังมีคลิปหน้าร้านให้ผมได้เห็น ก่อนที่คุณจะสวมสองอย่างนั้น แต่ถึงแม้ไม่มีคลิปหน้าร้านคุณดูละครมากเกินไปหรือเปล่







