MasukNC แซ่บบบบ พระเอกเลว และโหดมาก ..................... เธอคือผู้หญิงที่เขาชังน้ำหน้า มีค่าเวลาอยู่บนเตียง ..................... “คุณคมน์ฟังหนูนาก่อนค่ะ ได้โปรดฟังหนูนาก่อน” เธอยังคงพูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา หวังจะให้เขายอมฟังเสียงนกเสียงกาอย่างเธอบ้าง หากปล่อยเอาไว้อย่างนี้มีหวังเธอกับประสงค์ต้องตายแน่นอน คมน์เวลานี้ไม่เหมือนคมน์ที่เธอเคยรู้จักเลย เขาคือปิศาจร้ายชัดๆ “จะตอแหลอะไรล่ะ จะตอแหลอะไร ฉันไม่เชื่องูพิษอย่างเธอหรอก อุตส่าห์เลี้ยงอย่างดี ทะนุถนอม ยังริอ่านไปนอกใจฉันไปมีอะไรกับไอ้หน้าอ่อนนั่นอีก วันนี้เธอกับชายชู้ได้ตายคามือคาเท้าฉันแน่...ว้าย..โอ๊ย” สิ้นคำพูดของคมน์ ร่างอรชรถูกเหวี่ยงลงบนพื้นห้องอย่างแรง เสียงแสดงความตกใจจึงหลุดออกมาจากลำคอสาว ตามด้วยเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดเมื่อศีรษะของเธอกระแทกโดนมุมโต๊ะตัวเล็กที่วางหนังสือพอดี “สมน้ำหน้า แต่เธอไม่ได้ตายตรงนี้หรอก”
Lihat lebih banyakหญิงสาวคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง ภายในห้องมืดสนิทไร้แสงไฟ แม้แต่พระจันทร์ที่เคยส่องแสงทุกค่ำคืน คืนนี้กลับถูกเมฆบดบัง น้ำตาของรุจิเรศไหลรินตั้งแต่ถูกพาตัวมาอยู่ห้องนี้ ในความรู้สึกเธอ มันคล้ายกับคุกมืดในหนังเรื่องหนึ่งที่เคยดูเหลือเกิน มีทั้งกลิ่นอับชื้น แมลงสาบที่ไต่ตามขาและแขนของเธอ เสียงหนูที่ดังไม่หยุด นั่นไม่เท่ากับเสียงตุ๊กแกร้องประสานกันหลายตัว เธอไม่รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้อยู่ตรงไหนบ้าง เพราะดวงตาของเธอนั้นมองเห็นอยู่อย่างเดียวคือ ความมืดมิด รุจิเรศจึงเลือกที่จะนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน
เสียงไขกุญแจดังอยู่ตรงประตู ก่อนที่ประตูนั้นจะถูกเปิดออก แสงไฟที่อยู่หน้าห้องส่องกระทบกับดวงหน้าหวาน จนเธอต้องหรี่ตาลงเพื่อลดอาการแสบตา ร่างของบุรุษสูงใหญ่ยืนเด่นตระหง่านอยู่หน้าประตูห้อง จ้องมองมายังร่างสาวไม่ไหวติง ความแค้นเคืองถูกเปล่งประกายวาบวับมาจากดวงตาคู่นั้น
“ป้าพุ่ม เอาตัวคุณหนูสกปรกคนนี้ไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย แล้วพาขึ้นไปหาฉันที่ห้อง”
บุรุษคนนั้นสั่งเสียงเย็นเฉียบ คำพูดที่เย็นเฉียบที่ไหลเข้ามาในหูของเธอนั้น ทำให้หัวใจดวงน้อยเกิดความหนาวเหน็บขึ้นฉับพลัน หนาวลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ยิ่งคำพูดของเขาในประโยคท้าย จุดเยือกแข็งของความหนาวบังเกิดขึ้นในจิตใจของเธอทันที เวลาที่เธอไม่อยากให้มาถึง กำลังคืบคลานเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า พอเขาพูดจบร่างงามสง่าก็หมุนกายเดินออกไปจากหน้าประตูทันที ก่อนที่ร่างของป้าพุ่มจะเดินเข้ามาในห้อง
“ไปค่ะ ไปอาบน้ำ”
ป้าพุ่มหญิงวัยห้าสิบเจ็ดปีเดินเข้ามาหาร่างเล็กที่ใบหน้ามีแต่คราบน้ำตาม เนื้อตัวมีแต่รอยฝุ่น ทำให้บดบังความขาวของสีผิว
“หนูนาไม่อยากไป” รุจิเรศพูดทั้งน้ำตา สะอื้นไห้ราวกับเด็กหลงทางหาทางกลับบ้านไม่ถูก ใช่ ตอนนี้เออยากกลับบ้านมากที่สุด แม้ว่าที่นั่นจะเป็นนรกสำหรับเธอตั้งแต่เกิดก็ตาม แต่ยังดีกว่าอยู่ที่นี่ อยู่กับคนที่ไม่รู้จัก อยู่กับสถานที่ที่ไม่คุ้น อยู่กับชายร่างใหญ่เจ้าของเสียงดุจน้ำแข็งคนนั้น
“คุณต้องไปค่ะ ถ้าคุณไม่อยากให้พ่อของคุณ หรือว่าคนในครอบครัวของคุณต้องเดือดร้อน”
ป้าพุ่มพูดอย่างใจเย็น น้ำเสียงไม่แข็งกระด้างมากเกินไป แต่ก็ไม่อ่อนหวาน นางพูดด้วยเหตุผล เหตุผลที่จะทำให้รุจิเรศไปกับนางแต่โดยดี
รุจิเรศนึกถึงบิดา นึกถึงครอบครัวที่อีกฝ่ายพูดออกมา ตั้งแต่จำความได้เธอเคยมีคำว่า ครอบครัว กับเขาด้วยหรือ เท่าที่จำได้อ้อมกอดของคนที่เป็นพ่อจะโอบกอดเธอไม่เกินสิบครั้งตั้งแต่เธอเกิดมา พี่สาวฝาแฝดต่างมารดาก็หาได้นับถือว่าเธอเป็นน้องสาวไม่ โขกสับเธอยิ่งกว่าทาสในเรือนเบี้ย โดยที่บิดาไม่เคยห้ามปรามเลยสักครั้งเดียว ดีที่ว่าท่านยังให้ที่พักพิง ส่งเสียให้ร่ำเรียนหนังสือ เธอมีความคิดอย่างหนึ่งว่า การศึกษาจะทำให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้น หาเงินเลี้ยงตัวเอง
คำว่าบุญคุณทีมีต่อผู้ให้กำเนิด ความรักบิดาที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในหัวใจ แม้ว่าเธอจะไม่เคยได้รับความรักนั้นตอบกลับมา ทำให้เธอตัดสินใจจะมาเป็นนางบำเรอ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของบิดา เป็นการทดแทนบุญคุณที่เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
“หนูนากลัว” เธอพูดออกไปเสียงสั่นเครือ ยังไม่ยอมลุกไปไหน
“ความกลัวคือสิ่งที่คุณต้องเผชิญเมื่ออยู่ที่นี่ อย่าลืมสิคะ คุณพ่อของคุณตกลงอะไรไว้กับคุณคมน์ ถ้าคุณไม่ลุกก็ไม่มีใครว่านะคะ แต่พ่อและครอบครัวของคุณก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ได้เลย”
ป้าพุ่มไม่พูดต่อว่าบิดาและครอบครัวของรุจิเรศต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะนางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า สิ่งที่คมน์จะมอบให้กับคนในตระกูล ธนากรดิรก รวมทั้งสาวร่างเล็กคนนี้เลือดเนื้อเชื้อไขของผู้หญิงที่ชื่ออังคณานั้น ไม่รู้ว่าจะมากมายแค่ไหน สิ่งที่นางสัมผัสได้จากคมน์ก็คือ ความโหดเหี้ยมที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม บวกกับความอาฆาตที่เกาะกินในใจของคมน์มานานนับยี่สิบเอ็ดปี มันมากมายนัก มากเกินกว่าที่ใครจะประมาณได้
รุจิเรศค่อยๆ ชันกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า น้ำตาไหลรินออกมาอีกระลอก เสียงสะอื้นหนักขึ้นกว่าเดิม ป้าพุ่มประคองสาวร่างบางที่มีอาการอ่อนเพลีย ออกไปจากห้องเก็บของที่อยู่ชั้นใต้ดินของบ้านราชพฤกษ์ ตัวหญิงสาวไปขัดสีฉวีวรรณ เพื่อที่คืนนี้รุจิเรศจะต้องสังเวยร่างกายให้กระทิงดุผู้บ้าคลั่งในความแค้น พร้อมจะขวิดกระต่ายน้อยที่เขาหมายตาเอาไว้ตั้งแต่เกิด เขารอมาถึงยี่สิบเอ็ดปี รอจนกว่าเนื้อกระต่ายน้อยจะหวานได้ที่ เพื่อที่เขาจะได้ชิมและชำระแค้นอย่างสาสมใจ
<><><><><><><><><>
เท้าเล็กๆ ที่เดินตามร่างของป้าพุ่มค่อนข้างสั่น บางครั้งเธอมีความรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างแทบจะยกไม่ขึ้น ดวงตาเศร้ามองบันไดไม้ขัดเงาเนื้อดีที่ทอดตัวสู่ชั้นที่สองของบ้านด้วยหัวใจสั่นไม่เป็นจังหวะ อยากจะหมุนตัวกลับแล้ววิ่งออกไปจากบ้านหลังนี้ แต่ก็ทำไม่ได้อย่างที่ใจคิดอีก ภาระที่เธอแบกไว้บนบ่ามันมากมายเกินกว่าจะหันหลังกลีบ มีแต่เผชิญหน้าและยินยอมเท่านั้น
“คุณคมน์ไม่ชอบให้ใครขัดใจโดยเฉพาะผู้หญิง คุณคมน์สั่งให้ทำอะไรก็ทำเข้าใจมั้ย?”
ป้าพุ่มหันมาบอกสาวร่างเล็กที่ยืนมองนางตาแป๊ว ใสซื่อบริสุทธ์จนนางเองอดที่จะสงสารไม่ได้ หากรุจิเรศไม่ใช่สายเลือดของอังคณาก็จะดีไม่น้อย คมน์อาจจะเมตตาปราณีไม่ใจร้ายกับเธอมากเกินไป จนต้องคลานลงเตียงเหมือนกับหญิงสาวบางคนที่เดินเข้ามาในชีวิตของคมน์ ป้าพุ่มสังเวชในใจยิ่งนักเมื่อมองร่างกายที่เล็กแกนของสาวตรงหน้า ไม่รู้ว่าจะทนคมน์ได้มากน้อยแค่ไหน ไม่ช็อกตายในครั้งแรกก็ถือว่าเก่งแล้ว
“คุณคมน์ดุเหรอคะป้า?” น้ำเสียงของคนที่ถามออกจะขลาดๆ
“กับบางคนเท่านั้น ตามป้าขึ้นมาได้แล้วคุณคมน์ไม่ชอบคอยผู้หญิงใครนานด้วย”
เป็นอีกเรื่องที่รุจิเรศต้องรู้เอาไว้ คมน์ไม่ชอบคอยผู้หญิงคนไหนนาน เพราะเขาคิดว่าผู้หญิงที่ซื้อมาได้ด้วยเงิน ต้องตรงต่อเวลาทำงานให้เต็มที่กับเงินที่เขาเสียไป ทางทอดยาวของบันไดที่เธอเดินขึ้นไปนั้น ทำไมมันสั้นเหลือเกินในความรู้สึกของเธอ เออยากให้มันมีสักพันขั้นจะได้ประวิงเวลาไว้ให้นานที่สุด มันไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง บันไดเพียงยี่สิบเก้าขั้นเดินไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ถึงแล้ว
Chapter43คมน์เดินเข้ามาหยุดยืนกลางห้องใกล้ๆ กับร่างของประสงค์ที่นอนสลบไม่รู้เรื่องรู้ราว ยามที่เขามองใบหน้าของชายหนุ่มหน้าอ่อนตรงหน้านี้ นึกคิดถึงตอนที่มือของประสงค์ลูบไล้ไปตามร่างกายของรุจิเรศ นึกคิดถึงตอนที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน ความโกรธ ความหึงหวงแน่นในอกขึ้นมาทันที คมน์ยกฝ่าเท้าขึ้นสูงก่อนจะกระแทกลงไปบนท้องของประสงค์อย่างแรงสองครั้งซ้อน กำลังจะซ้ำเป็นครั้งที่สาม ทว่าร่างของวิชิตเดินเข้ามาในห้องเก็บของพร้อมกับถังน้ำที่บรรจุน้ำครึ่งถัง วิธีที่วิชิตจะปลุกร่างที่สลบไศลนี้ก็คือ เอาน้ำเย็นๆ จากตู้เย็นมาราดลงไปบนใบหน้าของประสงค์“แครก แครก”ประสงค์ไอออกมาสองสามครั้ง เนื่องจากเขาสำลักน้ำเย็นที่ไหลเข้าไปในจมูก ดวงตาที่ปิดสนิทของประสงค์เปิดออกอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาขยายกว้างทันทีที่เห็นร่างของคมน์ยืนค้ำศีรษะของเขาอยู่ ชายหนุ่มหน้าอ่อนลุกพรวดขึ้นนั่ง กระเถิบตัวหนีร่างใหญ่ใบหน้าดุดันราวกับมัจจุราชอย่างหวาดกลัว“ผมขอโทษที่พาหนูนากลับมาช้า ผมมีความจำเป็นจริงๆ นะครับ ฟังผมอธิบายก่อนนะครับ”ประสงค์พนมมือไหว้คมน์ พยามยามขอให้คมน์ฟังคำอธิบาย แต่สิ่งที่ชายหนุ่มร่างใหญ่ให้กับประสงค์ก็คือ ฝ่าเท้าและ
Chapter42ทว่าตอนนี้มันเหมือนเทปเก่ามาเล่าใหม่ เปลี่ยนตัวละครจากอังคณาเป็นรุจิเรศ ครั้งนั้นอังคณาทิ้งเขาไปหาผู้ชายคนใหม่ ครั้งนี้รุจิเรศไม่ได้ทิ้งเขา แต่กลับลักลอบมีชู้แทน แค้นครั้งนี้จึงมากมายกว่าครั้งไหนๆ เธอต้องเจ็บมากกว่าที่เขาเจ็บ“ไม่จริง คุณโกหก ไม่จริงคุณโกหก หนูนาไม่เชื่อ”รุจิเรศพยายามหลอกตัวเองว่าเรื่องที่ได้ยินไม่ใช่เรื่องจริง ทั้งๆ ที่ในใจหวาดหวั่นยิ่งนัก ถ้าเป็นเรื่องจริงเธอจะทนรับสิ่งได้รับรู้ได้มากน้อยแค่ไหน จะมีแม่ลูกคู่ไหนบ้างที่มีความสัมพันธ์กับชายคนเดียวกัน แค่คิดเธอก็รับไม่ได้แล้ว“ไม่จริงเหรอ ก็อาจจะใช่ฉันอาจจะพูดเล่นก็ได้ เธออย่าใส่ใจเลย เรามาสนุกกันต่อดีกว่านะ”คมน์ตัดบท ในเมื่อเขาพูดความจริงแล้วเธอไม่เชื่อ เขาก็ช่วยไม่ได้ ปล่อยให้รุจิเรศจมอยู่ในความไม่แน่ใจต่อไป พรุ่งนี้หญิงสาวจะได้รู้ด้วยตัวของเธอเองว่า ทุกคำพูดที่พูดออกไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้นเวลานี้ในจิตใจของหญิงสาวเหมือนกับที่คมน์นึกคิด เธอเริ่มไม่แน่ใจเรื่องที่เขาพูดมา ตกลงมันเป็นเรื่องจริงหรือว่าเป็นเรื่องโกหกกันแน่ รุจิเรศเฝ้าถามตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ กระต่ายน้อยไม่มีวันยอมให้กระทิ
Chapter41คมน์บอกว่าเธอเป็นเพียงนางบำเรอ เป็นแค่นางบำเรอ ไม่ใช่ภรรยาอย่างที่เขาพร่ำเรียกอยู่ทุกวัน แล้วคำรักที่เขาบอกกับเธอล่ะ มันจริงหรือว่าเท็จ มันคืออะไรกันแน่“คุณคมน์เคยรักหนูนาเหมือนกับที่บอกหนูนาหรือเปล่า?”เธอตัดสินใจถามคำถามที่อยากรู้มากที่สุดตอนนี้ คมน์นิ่งไปชั่วครู่ ขณะนี้เขารู้อยู่เต็มอกแล้วว่า เขาทั้งรักและหึงหวงรุจิเรศเป็นอย่างมาก คำรักที่บอกกับเธอทุกเมื่อเชื่อวัน ส่วนหนึ่งมันคือความจริงที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขาทีละน้อย จนกระทั่งมาถึงวันนี้คมน์ได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ขัดแย้งในใจแล้วว่า เขาหลงรักลูกศัตรู เขาหลงรักรุจิเรศคมน์อยากจะพูดออกไปว่าเขารักเธอ รักมากด้วย ทว่าเขาพูดออกไปไม่ได้ เขาบอกแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วเพราะอาจทำให้แผนการทุกอย่างที่เขาคิดไว้พังลงมาไม่เป็นท่า เขาทำให้รุจิเรศรักเขาแล้วนี่ ไม่จำเป็นต้องบอกว่ารักเธอ ไม่จำเป็นเลย ต้องบอกว่าไม่รักสิ ความเจ็บช้ำระกำทรวงจะได้เกิดขึ้นกับสาวน้อยคนนี้“รักเหรอ ไม่เลย ฉันแค่หลอกให้เธอรักฉันเท่านั้นแหละ เธอมันโง่เอง โง่ที่ถูกฉันหลอกเหมือนกับ...เหมือนกับใครบางคนไม่มีผิด”เขาเกือบจะหลุดปากว่าเหมือนกับอังคณา ดีนะที่เขายั้งปากเอาไว้
Chapter40ชายหนุ่มโน้มลำตัวลงจนกระทั่งใบหน้าแนบติดกับทรวงอกสล้างที่กระเพื่อมตามแรงหายใจเหนื่อยหอบ อุ้งปากหนาทำหน้าที่กลืนกินยอดถัน ดูดหายเข้าไปในปาก สลับดูดกลืนทั้งสองข้างเต้า จากนั้นก็ใช้ปลายลิ้นพลิ้วสะบัดไปมาบนยอดถันเปลี่ยนมาเป็นครอบงับดูดดึง มือใหญ่ฟอนเฟ้นอกอวบเต็มกำมือ ทั้งปากและมือของคมน์รุกเร้าร่างสาวอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะให้ร่างกายของเธอผลิตน้ำหวานออกมาโดยเร็ว ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายหัวใจวายเสียเองอารมณ์ของรุจิเรศตอนนี้มีทั้งความเจ็บปวดปะปนกับความเสียวซ่านที่แล่นผ่านเข้ามาในร่างกายทีละนิด เมื่อน้ำหวานหลั่งรินออกมาจากผนังเนื้อนุ่มด้านใน แม้ว่าจะไม่มากมายเหมือนกับที่เขาคิด แต่ก็ช่วยทุเลาความฟิตลงไปได้บ้าง เขาเริ่มขยับกายแกร่งเข้าไปในกลีบดอกไม้สาวทีละนิด ก่อนจะตัดสินใจกระแทกร่างเข้าไปในครั้งเดียว ไม่สนใจว่าเขาและเธอจะเจ็บมากแค่ไหน เพราะว่าคมน์ไม่อยากปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อนาน“กรี๊ดดดดดด เจ็บ คุณคมน์เจ็บ”รุจิเรศกรีดร้องออกมาดังลั่นห้อง เมื่อเขากระแทกร่างเข้าไปจนสุดปลายทาง แน่นอนความเจ็บปวดของเธอตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย มันเจ็บปวดมากมายนัก ภายในกลีบสาวร้อนผ่าวไปหมด ความแสบร้อนจากการเสีย
Chapter9“ว้าย!!” รุจิเรศร้องอุทานด้วยความตกใจ ร่างของเธอเซและกำลังจะหงายท้อง ดีที่ว่าบาองย่างที่เธอชนนั้นคว้าเอวเธอไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรั้งเข้าประชิดตัว พร้อมแสงไฟที่เปิดสว่าง“คุณเป็นใคร?” นุกูลผู้มีศักดิ์เป็นหลานของคมน์เอ่ยถามหญิงสาวที่เขากอดอยู่“เอ่อ เป็น เป็น” รุจิเรศถึงกับตอบไม่ถูก ไม่รู้ว
Chapter8“คุณคมน์จะรับกาแฟหรือว่าไข่ลวกดีคะ”ป้าพุ่มเป็นคนเดียวที่กล้าถามเจ้านายหนุ่มอารมณ์ร้อนแบบนี้ คนที่ถูกถามตวัดสายตามองคนเก่าคนแก่เพียงนิด ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่านข่าวสารบ้านเมือง“ขอไข่ลวกก่อน เอาสักห้าฟอง”คมน์ตอบขณะที่สายตากวาดอ่านตัวหนังสือบนหนังสือพิมพ์ ป้าพุ่มยิ้มก่อน
Chapter7คมน์ยันกายลุกขึ้นนั่งก่อนจะตวัดเรียวขาไปอยู่ด้านข้างสะโพกของเขา จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนกางขาออกเล็กน้อยโดยรั้งเอวเล็กให้ลอยตามขึ้นไปด้วย ตลอดทั้งลำตัวของร่างสาวไม่มีส่วนไหนสัมผัสกับพื้นที่นอนเลย มีเพียงศีรษะ ท้ายทอยและช่วงไหล่ ลำแขนเท่านั้นที่แนบสนิทอยู่บนที่นอน มือใหญ่รั้งเอวเล็กเข้าหากายแ
Chapter6เขาก้มหน้าจูบปากคนที่กำลังร้องไห้คล้ายกับจะปลอบใจ จูบของเขาอ่อนโยนและนุ่มนวล ลิ้นใหญ่แลกรัดลิ้นนุ่มดุนดันพันเกี่ยวจนอาหารเจ็บเริ่มทุเลา มือใหญ่ฟอนเฟ้นอกอิ่มไปด้วย กระตุ้นให้ความเสียวซ่านเดินทางมาแทนที่ความเจ็บปวด ในระหว่างที่กำลังปฏิบัติการเปลี่ยนความเจ็บให้เป็นความเสียวอยู่นั้น ร่างกายหนา