INICIAR SESIÓN“คุณคมน์จะรับกาแฟหรือว่าไข่ลวกดีคะ”
ป้าพุ่มเป็นคนเดียวที่กล้าถามเจ้านายหนุ่มอารมณ์ร้อนแบบนี้ คนที่ถูกถามตวัดสายตามองคนเก่าคนแก่เพียงนิด ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่านข่าวสารบ้านเมือง
“ขอไข่ลวกก่อน เอาสักห้าฟอง”
คมน์ตอบขณะที่สายตากวาดอ่านตัวหนังสือบนหนังสือพิมพ์ ป้าพุ่มยิ้มก่อนจะเดินไปทำตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม ปกติคมน์ไม่ได้เป็นคนนอนตื่นสาย จะลงมารับประทานอาหารเช้าก่อนไปทำงานตรงต่อเวลาทุกวัน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่คมน์ลงมาสาย ไม่ได้สายแค่นาทีสองนาทีสายไปกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ลงมาล่าช้าอย่างนี้จะไม่ให้ป้าพุ่มถามแบบนี้ได้อย่างไร แล้วคงไม่ต้องถามถึงสาเหตุด้วยเพราะนางรู้ดีว่าต้นเหตุของการนอนตื่นสายในครั้งนี้ของคมน์คืออะไร เมื่อนึกถึงข้อนี้ นางอดห่วงคนที่อยู่ข้างบนไม่ได้ ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง
“จะให้หนูนานอนห้องไหนคะ?” ป้าพุ่มวางแก้วที่ใส่ไข่ลวกห้าฟองตรงหน้าคมน์ก่อนจะเอ่ยถาม
“เอาไว้ที่ห้องของผม”
ตอบเสร็จก็กลืนกินไข่ลวกที่ใส่อยู่ในแก้วทรงยาวรวดเดียวหมด ลุกขึ้นยืนคว้าเสื้อสูทที่พาดไว้บนพนักเก้าอี้มาสวมใส่ เตรียมตัวออกไปทำงาน
“วันนี้ผมจะกลับดึกหน่อย ป้าช่วยดูหนูนาด้วยก็แล้วกัน อย่าให้ตายก่อนล่ะ”
เขาเอ่ยบอกป้าพุ่ม ก่อนจะเดินออกไปจากห้องรับประทานอาหาร ตรงไปที่รถยนต์ของเขาทันที ป้าพุ่มส่ายหน้ากับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของคมน์ยิ่งนัก ผูกใจเจ็บไปเพื่ออะไร แก้แค้นไปทำไม ในเมื่อคนที่ทำความผิดจริงๆ ไม่ได้สำนึกในความผิดที่ตัวเองก่อเอาไว้เลย คิดแล้วอดเศร้าใจไม่ได้ ความรัก ความผิดหวังทำให้คนที่มีจิตใจดี มีความอ่อนโยนเปลี่ยนไปได้มากถึงเพียงนี้
<><><><><><><>
ป้าพุ่มเดินเข้ามาในห้องของคมน์ในเวลาเกือบเที่ยง สายตาของนางมองร่างเล็กที่ยังคงหลับใหลบนเตียงนิ่ง ถอนหายใจออกมาด้วยความสงสารและหดหู่ใจ นางวางกระเป๋าเดินทางของรุจิเรศลงหน้าตู้เสื้อผ้า ก่อนจะเดินมาที่เตียงนอนเพ่งพิศมองดวงหน้างดงามหลับสนิทคล้ายกับอ่อนเพลียและอ่อนล้าไม่รับรู้การมาของใครทั้งสิ้น นางมองรุจิเรศด้วยสายตาที่อ่อนโยนมีเมตตา พลันสายตาสะดุดกับรอยเลือดจางๆ ที่ปรากฏบนผ้าปูที่นอน ทำให้ความสงสารเพิ่มพูนมากขึ้นไปอีกหลายเท่า
“คุณหนูนา คุณหนูนาตื่นเถอะคะ เที่ยงแล้วนะคะ”
มือเกี่ยวย่นเขย่าลำแขนเล็กของคนที่นอนหลับ พร้อมกับร้องเรียกให้เธอตื่นจากนิทรา ป้าพุ่มทำอย่างนี้อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งเปลือกตาบางของคนที่หลับลึกค่อยๆ ขยับอย่างเกียจคร้าน ตั้งใจจะพลิกกายก็ทำไม่ได้อย่างที่ใจคิด ร่างกายทุกสัดส่วนตึงไปหมด
“ป้าพุ่ม” เธอพูดออกมาเบาๆ
“ตื่นเถอะคะ เที่ยงแล้วนะคะ ลุกไปอาบน้ำอาบท่าจะได้ลงไปทานข้าว”
นางพยุงสาวอ่อนแรงให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียง มองสภาพของรุจิเรศตอนนี้แล้วนางถึงกับอยากจะร้องไห้ ผิวกายขาวผ่องมีรอยจ้ำแดงไปทั่วทั้งร่าง ลำคอมีอยู่สี่ห้าแก่ง ไม่คิดว่าคมน์จะหนักมือขนาดนี้
“หนูนาลุกไม่ไหว ปวดไปหมดเลยค่ะ” เสียงแหบพร่าเอ่ยบอกป้าพุ่ม นางจึงเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาหนึ่งผืน ก่อนจะพันร่างเปล่าเปลือยของเธอ
“ไปค่ะ เดี๋ยวป้าอาบน้ำให้นะคะ”
ป้าพุ่มพยุงร่างของรุจิเรศให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะช่วยพยุงกายของเธอเดินไปที่ห้องน้ำ แต่กว่าจะเดินไปถึงใช้เวลาประมาณห้านาที ป้าพุ่มจัดการอาบน้ำ สระผมให้กับหญิงสาวเหมือนยายอาบน้ำให้หลานไม่มีผิด สายน้ำเย็นจัดช่วยให้ความอ่อนล้าของเธอลดน้อยลงไปได้ ทว่ามันยังไม่ทั้งหมดยังคงหลงเหลือความเจ็บปวดตามร่างกาย โดยเฉพาะกลีบดอกไม้สาว ตอนนี้บวมช้ำและแสบเป็นอย่างมาก ป้าพุ่มไม่เพียงแต่อาบน้ำให้เท่านั้น ยังแต่งตัวให้กับเธอ เป่าเส้นผมที่เปียกชุ่มจนแห้งสนิทอีกด้วย
“ขอเวลาป้าสิบนาทีนะคะ ขอป้าเปลี่ยนผ้าปูที่นอนก่อน”
ป้าพุ่มบอกสาวน้อยที่นางพาไปนั่งอยู่บนเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้ง ป้าพุ่มเดินไปหยิบผ้าปูที่นอนผืนใหม่ไปเปลี่ยนแทนผ้าปูที่นอนผืนเก่ายับยู่ยี่
“เดี๋ยวป้าจะยกอาหารมาให้นะคะ พอทานข้าวเสร็จแล้วก็ทานยาแก้อักเสบกับแก้ปวด แล้วคุณหนูนาค่อยนอนพักต่อนะคะ”
ป้าพุ่มเอ่ยบอกอย่างผู้ใหญ่ใจดี อีกฝ่ายพนักหน้ารับรู้ ก่อนที่ป้าพุ่มจะพยุงร่างสาวไปนั่งริมเตียง ไม่นานอาหารและยาก็มาวางอยู่ตรงหน้า เดือดร้อนป้าพุ่มอีกครั้ง เนื่องจากรุจิเรศไม่มีแรงที่จะยกช้อน ป้าพุ่มจึงทำหน้าที่ป้อนข้าวและยาให้กับเธอ
“นอนพักนะคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วป้าจะยกมาให้ทาน”
ป้าพุ่มดันร่างเล็กให้ล้มตัวลงนอนบนเตียง ห่มผ้าห่ม ลูบศีรษะของเธออย่างแผ่วเบา รุจิเรศหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน และหลับสนิทในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนป้าพุ่มเดินไปจัดเรียงเสื้อผ้าของรุจิเรศเคียงคู่เสื้อผ้าของคมน์
รุจิเรศตื่นขึ้นอีกครั้งในตอนเที่ยงคืนกว่า หลังจากที่หลับยาวตั้งแต่ป้าพุ่มมาปลุกให้ทานอาหารและยาในตอนเย็น พอตื่นขึ้นมาแสงไฟจากหัวเตียงทำให้เธอรู้ว่า คมน์ยังไม่กลับบ้านหรืออาจจะไม่ได้นอนห้องนี้ เป็นการดีกับเธอไม่ใช่หรือที่เขาไม่ได้เข้ามาในห้องนี้ หากเขาเข้ามาเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะสนองอารมณ์ของเขาได้หรือไม่ หญิงสาวลุกขึ้นนั่งริมเตียงรู้สึกคอแห้งเป็นอย่างมาก เอื้อมมือหยิบแก้วน้ำที่วางตรงหัวเตียง ตั้งใจจะดื่มน้ำแต่ว่าน้ำในแก้วนั้นหมดไม่มีเหลือสักหยด ความกระหายน้ำทำให้เธอลุกขึ้นยืน ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากห้องจุดมุ่งหมายของเธอคือห้องครัว ดีที่ว่าป้าพุ่มเอายามาให้เธอทานไม่อย่างนั้นลุกไม่ขึ้นแน่ ความที่เธอเพิ่งมาอยู่ร่วมห้องกับคมน์ได้เพียงหนึ่งคืน จึงไม่รู้ว่ามีตู้เย็นขนาดเล็กตั้งอยู่มุมห้อง
“ห้องครัวไปทางไหนนะ”
เธอถามตัวเองเมื่อเดินลงมาถึงชั้นล่าง อาศัยแสงไฟดวงเล็กที่ติดไว้ข้างฝาผนัง พอมองเห็นทางอยู่บ้าง เธอมองซ้ายมองขวากำลังจะตัดสินใจว่าจะไปทางไหนดี ในที่สุดก็ตัดสินใจเดินไปทางซ้ายมือ เธอเดินไปเรื่อยๆ จนถึงทางแยกเล็กๆ เธอตัดสินใจเดินไปทางซ้ายมืออีกครั้ง ทางนี้ค่อนข้างมือทำให้เธอเดินชนอะไรบางอย่าง
Chapter43คมน์เดินเข้ามาหยุดยืนกลางห้องใกล้ๆ กับร่างของประสงค์ที่นอนสลบไม่รู้เรื่องรู้ราว ยามที่เขามองใบหน้าของชายหนุ่มหน้าอ่อนตรงหน้านี้ นึกคิดถึงตอนที่มือของประสงค์ลูบไล้ไปตามร่างกายของรุจิเรศ นึกคิดถึงตอนที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน ความโกรธ ความหึงหวงแน่นในอกขึ้นมาทันที คมน์ยกฝ่าเท้าขึ้นสูงก่อนจะกระแทกลงไปบนท้องของประสงค์อย่างแรงสองครั้งซ้อน กำลังจะซ้ำเป็นครั้งที่สาม ทว่าร่างของวิชิตเดินเข้ามาในห้องเก็บของพร้อมกับถังน้ำที่บรรจุน้ำครึ่งถัง วิธีที่วิชิตจะปลุกร่างที่สลบไศลนี้ก็คือ เอาน้ำเย็นๆ จากตู้เย็นมาราดลงไปบนใบหน้าของประสงค์“แครก แครก”ประสงค์ไอออกมาสองสามครั้ง เนื่องจากเขาสำลักน้ำเย็นที่ไหลเข้าไปในจมูก ดวงตาที่ปิดสนิทของประสงค์เปิดออกอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาขยายกว้างทันทีที่เห็นร่างของคมน์ยืนค้ำศีรษะของเขาอยู่ ชายหนุ่มหน้าอ่อนลุกพรวดขึ้นนั่ง กระเถิบตัวหนีร่างใหญ่ใบหน้าดุดันราวกับมัจจุราชอย่างหวาดกลัว“ผมขอโทษที่พาหนูนากลับมาช้า ผมมีความจำเป็นจริงๆ นะครับ ฟังผมอธิบายก่อนนะครับ”ประสงค์พนมมือไหว้คมน์ พยามยามขอให้คมน์ฟังคำอธิบาย แต่สิ่งที่ชายหนุ่มร่างใหญ่ให้กับประสงค์ก็คือ ฝ่าเท้าและ
Chapter42ทว่าตอนนี้มันเหมือนเทปเก่ามาเล่าใหม่ เปลี่ยนตัวละครจากอังคณาเป็นรุจิเรศ ครั้งนั้นอังคณาทิ้งเขาไปหาผู้ชายคนใหม่ ครั้งนี้รุจิเรศไม่ได้ทิ้งเขา แต่กลับลักลอบมีชู้แทน แค้นครั้งนี้จึงมากมายกว่าครั้งไหนๆ เธอต้องเจ็บมากกว่าที่เขาเจ็บ“ไม่จริง คุณโกหก ไม่จริงคุณโกหก หนูนาไม่เชื่อ”รุจิเรศพยายามหลอกตัวเองว่าเรื่องที่ได้ยินไม่ใช่เรื่องจริง ทั้งๆ ที่ในใจหวาดหวั่นยิ่งนัก ถ้าเป็นเรื่องจริงเธอจะทนรับสิ่งได้รับรู้ได้มากน้อยแค่ไหน จะมีแม่ลูกคู่ไหนบ้างที่มีความสัมพันธ์กับชายคนเดียวกัน แค่คิดเธอก็รับไม่ได้แล้ว“ไม่จริงเหรอ ก็อาจจะใช่ฉันอาจจะพูดเล่นก็ได้ เธออย่าใส่ใจเลย เรามาสนุกกันต่อดีกว่านะ”คมน์ตัดบท ในเมื่อเขาพูดความจริงแล้วเธอไม่เชื่อ เขาก็ช่วยไม่ได้ ปล่อยให้รุจิเรศจมอยู่ในความไม่แน่ใจต่อไป พรุ่งนี้หญิงสาวจะได้รู้ด้วยตัวของเธอเองว่า ทุกคำพูดที่พูดออกไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้นเวลานี้ในจิตใจของหญิงสาวเหมือนกับที่คมน์นึกคิด เธอเริ่มไม่แน่ใจเรื่องที่เขาพูดมา ตกลงมันเป็นเรื่องจริงหรือว่าเป็นเรื่องโกหกกันแน่ รุจิเรศเฝ้าถามตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ กระต่ายน้อยไม่มีวันยอมให้กระทิ
Chapter41คมน์บอกว่าเธอเป็นเพียงนางบำเรอ เป็นแค่นางบำเรอ ไม่ใช่ภรรยาอย่างที่เขาพร่ำเรียกอยู่ทุกวัน แล้วคำรักที่เขาบอกกับเธอล่ะ มันจริงหรือว่าเท็จ มันคืออะไรกันแน่“คุณคมน์เคยรักหนูนาเหมือนกับที่บอกหนูนาหรือเปล่า?”เธอตัดสินใจถามคำถามที่อยากรู้มากที่สุดตอนนี้ คมน์นิ่งไปชั่วครู่ ขณะนี้เขารู้อยู่เต็มอกแล้วว่า เขาทั้งรักและหึงหวงรุจิเรศเป็นอย่างมาก คำรักที่บอกกับเธอทุกเมื่อเชื่อวัน ส่วนหนึ่งมันคือความจริงที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขาทีละน้อย จนกระทั่งมาถึงวันนี้คมน์ได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ขัดแย้งในใจแล้วว่า เขาหลงรักลูกศัตรู เขาหลงรักรุจิเรศคมน์อยากจะพูดออกไปว่าเขารักเธอ รักมากด้วย ทว่าเขาพูดออกไปไม่ได้ เขาบอกแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วเพราะอาจทำให้แผนการทุกอย่างที่เขาคิดไว้พังลงมาไม่เป็นท่า เขาทำให้รุจิเรศรักเขาแล้วนี่ ไม่จำเป็นต้องบอกว่ารักเธอ ไม่จำเป็นเลย ต้องบอกว่าไม่รักสิ ความเจ็บช้ำระกำทรวงจะได้เกิดขึ้นกับสาวน้อยคนนี้“รักเหรอ ไม่เลย ฉันแค่หลอกให้เธอรักฉันเท่านั้นแหละ เธอมันโง่เอง โง่ที่ถูกฉันหลอกเหมือนกับ...เหมือนกับใครบางคนไม่มีผิด”เขาเกือบจะหลุดปากว่าเหมือนกับอังคณา ดีนะที่เขายั้งปากเอาไว้
Chapter40ชายหนุ่มโน้มลำตัวลงจนกระทั่งใบหน้าแนบติดกับทรวงอกสล้างที่กระเพื่อมตามแรงหายใจเหนื่อยหอบ อุ้งปากหนาทำหน้าที่กลืนกินยอดถัน ดูดหายเข้าไปในปาก สลับดูดกลืนทั้งสองข้างเต้า จากนั้นก็ใช้ปลายลิ้นพลิ้วสะบัดไปมาบนยอดถันเปลี่ยนมาเป็นครอบงับดูดดึง มือใหญ่ฟอนเฟ้นอกอวบเต็มกำมือ ทั้งปากและมือของคมน์รุกเร้าร่างสาวอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะให้ร่างกายของเธอผลิตน้ำหวานออกมาโดยเร็ว ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายหัวใจวายเสียเองอารมณ์ของรุจิเรศตอนนี้มีทั้งความเจ็บปวดปะปนกับความเสียวซ่านที่แล่นผ่านเข้ามาในร่างกายทีละนิด เมื่อน้ำหวานหลั่งรินออกมาจากผนังเนื้อนุ่มด้านใน แม้ว่าจะไม่มากมายเหมือนกับที่เขาคิด แต่ก็ช่วยทุเลาความฟิตลงไปได้บ้าง เขาเริ่มขยับกายแกร่งเข้าไปในกลีบดอกไม้สาวทีละนิด ก่อนจะตัดสินใจกระแทกร่างเข้าไปในครั้งเดียว ไม่สนใจว่าเขาและเธอจะเจ็บมากแค่ไหน เพราะว่าคมน์ไม่อยากปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อนาน“กรี๊ดดดดดด เจ็บ คุณคมน์เจ็บ”รุจิเรศกรีดร้องออกมาดังลั่นห้อง เมื่อเขากระแทกร่างเข้าไปจนสุดปลายทาง แน่นอนความเจ็บปวดของเธอตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย มันเจ็บปวดมากมายนัก ภายในกลีบสาวร้อนผ่าวไปหมด ความแสบร้อนจากการเสีย
Chapter39 “โอ๊ย!!” คราวนี้เรียงร้องแสดงความเจ็บปวดเป็นของคมน์ เขาร้องออกมาดังลั่นเมื่อหัวเข่าของหญิงสาวกระแทกไปยังใจกลางร่างกายของเขาอย่างแรง ความเจ็บและจุกแล่นเข้ามาในร่างกายทันที มือและเท้าอ่อนล้าในบัดดล รุจิเรศได้โอกาสเหมาะที่จะหนี เธอไม่รั้งรอวินาทีที่มีค่านั้นให้หายไปง่ายๆ ร่างเล็กกระโดลงจากเตียงอย่างรวดเร็วสมกับเป็นกระต่ายน้อยแสนคล่องแคล่ว หญิงสาวคิดเพียงอย่างเดียวว่าต้องหนีปิศาจร้ายตนนี้ให้ได้ ถ้าหนีไม่ได้เธอต้องวายชีวาอยู่ในห้องนี้เป็นแน่แท้ “ว้าย!! กรี๊ดดด คุณคมน์ปล่อยนะคะ”เธออุทานอย่างตกใจ ก่อนจะกรีดร้องออกมาเมื่อลำแขนหนารัดร่างของเธอเอาไว้แน่น ความแน่นของแรงรัดประหนึ่งงูเหลือมตัวใหญ่รัดร่างของเหยื่อตัวเล็กไม่มีผิด เจ็บจนกระดูกและซี่โครงแทบแหลกละเอียด “จะไปไหน เก่งนักก็อย่าหนีสิ”คมน์พูดชิดริมหู น้ำเสียงที่เธอได้ยินนั้นเย็นยะเยือกจนคนที่ถูกรัดหนาวไปถึงหัวใจ ความหวาดหวั่น ความกลัวแน่นในหัวใจและความรู้สึก ดิ้นรนให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการที่เปรียบเสมือนโซ่ตรวน ยิ่งดิ้นอ้อมแขนของเขายิ่งรัดแน่น ไม่เพียงเท่านั้น เธอได้ยินเหมือนเสียงเ
Chapter38รถยนต์ของประสงค์แล่นผ่านเข้ามาในเขตรั้วบ้านของคมน์ในเวลา 19.15 น. คนที่นั่งอยู่ในรถใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ หายใจไม่ทั่วท้อง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก พอรถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูบ้านเท่านั้น ประสงค์อยากจะขับรถออกไปทันที เมื่อเห็นคมน์เดินตรงมาที่รถยนต์ของเขา ใบหน้าของคมน์แข็งกร้าวดุดัน ดวงตาเรืองแสงแห่งความโกรธ มันเจิดจ้าและร้อนแรงจนคนที่นั่งอยู่ในรถ ไม่กล้าก้าวลงไปจากรถเลย“ลงมานี่” คมน์เปิดประตูรถฝั่งที่รุจิเรศนั่ง ก่อนที่มือหนาจะกำรอบข้อมือเล็ก กระชากร่างเล็กที่เบาเหมือนปุยนุ่นลงมาจากรถทันที“วิชิตกับศักดิ์ ลากไอ้หน้าอ่อนลงมา แล้วพามันไปไว้ที่ห้องใต้ดิน เดี๋ยวกูจะลงไปจัดการมันเอง”คมน์สั่งลูกน้องเสียงเย็น ลากร่างเล็กที่ดิ้นขัดขืนให้เข้าไปในบ้าน คำสั่งของคมน์ทำให้คนที่นั่งอยู่ในรถตกใจจนทำอะไรไม่ถูก หน้าซีดเซียวไร้สีเลือด รุจิเรศก็ตกใจไม่ต่างกับเพื่อนชายเลย ห้องใต้ดิน ห้องนั้นมันน่ากลัวยิ่งนัก เธอเคยสัมผัสความมืดและน่ากลัวมาก่อน ย่อมรู้ดีว่ามันขวัญผวามากแค่ไหน“คุณคมน์อย่าทำอะไรตั้มนะคะ ฟังหนูนาอธิบายก่อน ฟังหนูนาอธิบายก่อนค่ะ ฟังหนูนาอธิบายก่อนนะคะ”สาวร่างเล็กพยายามบอกชายร่างใหญ่ที่ถ
Chapter4“อา อืม คุณคมน์”เสียงครางของรุจิเรศดังมาไม่ขาดสาย เช่นเดียวกับนิ้วของเขาลูบไล้ไม่ยอมหยุด ไม่ลูบเปล่าเขาสะกิดพลอยสีชมพูไปด้วย เธอแทบจะมอดม้วยอยู่ใต้ร่างเขา สั่นราวกับลูกนกที่อยู่ท่ามกลางสายฝนเย็นฉ่ำ“อือ คุณคมน์ ไม่ คุณคมน์ เจ็บ”ความเจ็บเล็กๆ เกิดขึ้นเมื่อนิ้วใหญ่ของเขาแทรกลึกเข้าไปในกลีบ
Chapter3“อ้าปากแล้วแลบลิ้นออกมา” รุจิเรศไม่รู้ว่าเขาสั่งแบบนี้ทำไม อยากจะทำตามคำสั่งหากแต่ปากของเธอไม่ยอมขยับเหมือนที่ใจคิด“อ้าปากแล้วแลบลิ้นออกมา”เขาสั่งอีกรอบ น้ำเสียงหงุดหงิดทำให้สาวน้อยบังคับให้ขากรรไกรของปากทำงาน ค่อยๆ เปิดปากออก แล้วแลบลิ้นออกมาตามคำสั่งของเขา ร่างทั้งร่างของรุจิเรศแข็งดุจ
Chapter2 “จำเอาไว้นะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าขัดใจหรือว่าเถียงคุณคมน์เข้าใจมั้ย?”ป้าพุ่มกำชับอีกรอบเมื่อเดินมาหยุดหน้าประตูห้องทางด้านซ้ายมือของชั้นสอง หัวใจของรุจิเรศหวาดกลัวกับการก้าวเดินเข้าไปในห้องตรงหน้าเหลือเกิน ในความรู้สึกของเธอตอนนี้ราวกับว่ากำลังเดินเข้าไปในลานประหาร“หนูนากลัว หนูนากลัวคุ
Chapter1หญิงสาวคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง ภายในห้องมืดสนิทไร้แสงไฟ แม้แต่พระจันทร์ที่เคยส่องแสงทุกค่ำคืน คืนนี้กลับถูกเมฆบดบัง น้ำตาของรุจิเรศไหลรินตั้งแต่ถูกพาตัวมาอยู่ห้องนี้ ในความรู้สึกเธอ มันคล้ายกับคุกมืดในหนังเรื่องหนึ่งที่เคยดูเหลือเกิน มีทั้งกลิ่นอับชื้น แมลงสาบที่ไต่ตามขาและแขนของเธอ







