Masuk“จำเอาไว้นะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าขัดใจหรือว่าเถียงคุณคมน์เข้าใจมั้ย?”
ป้าพุ่มกำชับอีกรอบเมื่อเดินมาหยุดหน้าประตูห้องทางด้านซ้ายมือของชั้นสอง หัวใจของรุจิเรศหวาดกลัวกับการก้าวเดินเข้าไปในห้องตรงหน้าเหลือเกิน ในความรู้สึกของเธอตอนนี้ราวกับว่ากำลังเดินเข้าไปในลานประหาร
“หนูนากลัว หนูนากลัวคุณคมน์”
หยดน้ำตาเม็ดใสๆ คลออยู่ตรงขอบตาของคนที่พูด คนที่มองอยู่แทบจะร้องไห้ตามไปด้วย แต่จะทำอย่างไรได้เล่า จริงอยู่นางเป็นคนเก่าคนแก่ของบิดามารดาของคมน์ แล้วยังเป็นแม่นมของเขาอีกด้วย คมน์เชื่อฟังนางทุกเรื่องยกเว้นเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เขาขอนางไว้ เรื่องที่จะแก้แค้นอังคณามารดาของรุจิเรศ
“ป้ารู้ว่าหนูนากลัว แต่หนูนาอย่าลืมนะ หนูนาเลือกที่จะมาที่นี่ มาเพื่อบ้าน เพื่อพ่อแล้วก็เพื่อพี่ หนูนาต้องอดทนไว้แล้วเรื่องร้ายๆ มันก็จะผ่านไปเอง”
ป้าพุ่มพูดให้กำลังใจได้เพียงเท่านี้ ป้าพุ่มเคาะประตูห้องก่อนจะเปิดบานประตูบานใหญ่เข้าไป รุจิเรศหันมามองหน้าป้าพุ่มอีกครั้ง นางพยักหน้าและยิ้มบางๆ เป็นกำลังใจให้ รุจิเรศเดินเข้าไปในห้องอย่างกล้าๆ กลัวๆ มองชายหนุ่มที่นั่งพิงหัวเตียงไม้ฉลุลายวิจิตสวยงาม หัวใจดวงน้อยเต้นแรงมากขึ้นไปอีก เมื่อเห็นว่าร่างกายบึกบึนของเขานั้นสวมเพียงผ้าขนหนูเพียงตัวเดียว คล้ายกับเตรียมพร้อมสำหรับเกมรักที่กำลังจะเกิดขึ้น คงเหมือนเธอ เธอเองก็สวมเพียงเสื้อคลุมผ้าลินินสีชมพูอ่อนเพียงตัวเดียวเท่านั้น ภายใต้เสื้อคลุมคือร่างกายที่เปล่าเปลือยของเธอ
“ปิดประตูแล้วล็อคด้วย”
รุจิเรศสะดุ้งกับน้ำเสียงอันทรงพลังและเย็นเยือกของเขา เธอทำตามคำสั่งแต่โดยดี ก่อนจะก้าวเข้าไปหาคมน์อย่างกริ่งเกรง
คมน์มองสาวน้อยร่างเล็กด้วยสายตาที่น่ากลัว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองไปที่ร่างของเหยื่อสาวนิ่ง ประกายตาคู่นั้นร้อนแรงความร้อนนับพันองศาพุ่งตรงมายังร่างของคนที่ถูกมอง จนเธอแทบละลายหายไปในอากาศ ไม่กล้าก้าวเท้าเดินออกไป
“เดินมานี่สิ” เสียงเข้มๆ ดุๆ เอ่ยสั่ง คนที่สั่งเปลี่ยนอิริยาบถของตัวเองด้วยการเลื่อนมานั่งห้อยขาริมเตียง เท้าเปล่าเปลือยก้าวเดินไปหาคนร่างใหญ่ด้วยขาที่ไม่มั่นคงนัก จนกระทั่งเดินมาหยุดตรงหน้าเขา
“นั่งลง” เขาสั่งอีกครั้ง รุจิเรศก้าวเท้าออกมาสองก้าวเพื่อทรุดตัวนั่งลงเตียง กำลังจะหย่อนบั้นท้ายงามลงบนริมเตียง ทว่าเสียงห้าวดังขึ้นอีกครั้ง
“ตรงนี้” มือใหญ่ตบที่หน้าตักของตัวเองเบาๆ สองสามครั้ง เธอถึงกับทำอะไรไม่ถูกจะไม่ทำตามก็ไม่ได้ จะทำตามก็กลัว
“เร็วสิ” น้ำเสียงเย็นเยือกเร่งอีกครั้ง รุจิเรศตกใจกับเสียงที่ได้ยิน ยิ่งมองเห็นใบหน้าเรียบตึง ดวงตาแข็งกร้าวของเขาด้วยแล้ว เธอรีบทรุดกายนั่งบนตักของเขาทันที
มือใหญ่ยกขึ้นมาวางไว้บนบ่าเล็กลูบไปมาจนเธอต้องเอนกายหนี ทว่าลำแขนอีกข้างรัดร่างของเอาไว้ไม่แน่นมากไม่หลวมนัก รุจิเรศหมดหนทางเบี่ยงลำตัวหนีทันที
“กลัวฉันเหรอ?” เขาเลื่อนริมฝีปากมาถามชิดติดใบหูของคนตัวเล็ก แกล้งเป่าลมออกจากปากให้กระทบกับใบหูของเธอเบาๆ ความอุ่นร้อนของแรงลมเป่ามันทำให้เธอถึงกับตัวแข็งทื่อ นั่งก้มหน้านิ่ง ฝ่ามือที่วางอยู่ตรงบ่าเล็กเลื่อนมาลูบไล้บนท้ายทอยเรื่อยมายังแผ่นหลัง ลูบไปมาเบาๆ พร้อมกับบีบนวดไปด้วย มืออีกข้างจับตรงเชือกที่ผูกอยู่ด้านหน้าเสื้อคลุมกระตุกปมให้คลายออก ก่อนจะแยกสาบเสื้อออกจากกัน
รุจิเรศหลับตาปี๋ ลมหายใจเริ่มติดขัด มือเล็กประสานกันแน่นอย่างคนตื่นกลัว มือใหญ่สอดเข้าไปด้านในของเสื้อคลุมสิ่งแรกที่เขาได้สัมผัสก็คือ เนื้อนวลตรงบริเวณท้อง มือซุกซนเลื่อนขึ้นสูงอีกจนกระทั่งถึงก้อนเนื้อสาวเต่งตึง ความอวบใหญ่ของเต้าทรวงที่เขากอบกุมมันใหญ่เกินตัวจริงๆ เนื้อแน่นยิ่งบีบกระชับยิ่งมันมือ
อาการสั่นของร่างสาวทำให้กระทิงดุยิ้มเหี้ยม มือใหญ่ละจากเต้าอวบมาเชยคางมนของเจ้าของดวงหน้าหวานให้เงยขึ้น บังคับให้หน้าสวยหันมาทางเขา
“เมื่อกี้ฉันถามไม่ได้ยินเหรอ ฉันถามว่าเธอกลัวหรือเปล่า?”
ตอนนี้รุจิเรศหลับตาแน่น จึงไม่รู้ว่าหน้าของเขานั้นชิดหน้าของตัวเองมากแค่ไหน รู้เพียงว่าลมหายใจของเขารินรดกับปลายจมูกของเธอ มันรุ่มร้อนไปทั้งกาย หัวใจสาวเต้นเร็วจนเจ็บทรวงอกไปหมด
“กะ กลัวค่ะ” น้ำเสียงของคนตอบนั้นสั่นและเบา คมน์หัวเราะในลำคอมองกิริยาของกระต่ายน้อยที่กลัวสัตว์ตัวใหญ่อย่างชอบใจ
“ไม่ต้องกลัว ไม่มีอะไรต้องกลัว แค่เธอนอนกับฉันแค่นั้นเอง”
เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับหญิงสาวนั้นมันเป็นอะไรที่ยากยิ่ง เป็นสิ่งที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก มากที่สุดในชีวิตสาว จะเดินต่อไปข้างหน้าก็กลัวหนทางที่ไม่รู้จัก จะเดินกลับหลังชีวิตของครอบครัวของเธอก็จะต้องพัง รุจิเรศจำต้องเดินไปข้างหน้าด้วยหัวใจที่หวาดกลัว ความกลัวที่อัดแน่นในจิตใจมันทำให้สาวร่างเล็กอยากจะร้องไห้
“ลืมตาขึ้นแล้วมองหน้าฉัน”
เขาสั่งเสียงดุ ใช้ปลายลิ้นใหญ่เลียกลีบปากบนและล่างของเธอไปมา รุจิเรศจะหลบก็หลบไม่ได้เพราะท้ายทอยของตัวเองนั้นถูกมือใหญ่จับเอาไว้มั่น สาวน้อยวัยแรกแย้มหายใจร้อนรน ร่างสาวสั่นมากกว่าเดิม ลมหายใจหอมๆ ของกระต่ายน้อยที่เขาได้สูดดมเข้าไปนั้น กระตุ้นฮอร์โมนทางเพศที่มีอยู่ในร่างกายของเขาให้ตื่นตัว เขารู้สึกร้อนผ่าวบริเวณใจกลางร่างกายเป็นอย่างมาก รุจิเรศค่อยๆ ลืมตาตามคำสั่งของคมน์ เธอตกใจไม่น้อยเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นหน้าเขาในระยะประชิด ดวงตาประสานดวงตา ลมหายใจของทั้งคู่เป่ารดซึ่งกันและกัน ริมฝีปากของหนาพร้อมจุมพิตกลีบปากสั่นระริกได้ทุกเมื่อ สีหน้าของคมน์คล้ายจะพอใจกับสถานการณ์นี้มากนัก
Chapter43คมน์เดินเข้ามาหยุดยืนกลางห้องใกล้ๆ กับร่างของประสงค์ที่นอนสลบไม่รู้เรื่องรู้ราว ยามที่เขามองใบหน้าของชายหนุ่มหน้าอ่อนตรงหน้านี้ นึกคิดถึงตอนที่มือของประสงค์ลูบไล้ไปตามร่างกายของรุจิเรศ นึกคิดถึงตอนที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน ความโกรธ ความหึงหวงแน่นในอกขึ้นมาทันที คมน์ยกฝ่าเท้าขึ้นสูงก่อนจะกระแทกลงไปบนท้องของประสงค์อย่างแรงสองครั้งซ้อน กำลังจะซ้ำเป็นครั้งที่สาม ทว่าร่างของวิชิตเดินเข้ามาในห้องเก็บของพร้อมกับถังน้ำที่บรรจุน้ำครึ่งถัง วิธีที่วิชิตจะปลุกร่างที่สลบไศลนี้ก็คือ เอาน้ำเย็นๆ จากตู้เย็นมาราดลงไปบนใบหน้าของประสงค์“แครก แครก”ประสงค์ไอออกมาสองสามครั้ง เนื่องจากเขาสำลักน้ำเย็นที่ไหลเข้าไปในจมูก ดวงตาที่ปิดสนิทของประสงค์เปิดออกอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาขยายกว้างทันทีที่เห็นร่างของคมน์ยืนค้ำศีรษะของเขาอยู่ ชายหนุ่มหน้าอ่อนลุกพรวดขึ้นนั่ง กระเถิบตัวหนีร่างใหญ่ใบหน้าดุดันราวกับมัจจุราชอย่างหวาดกลัว“ผมขอโทษที่พาหนูนากลับมาช้า ผมมีความจำเป็นจริงๆ นะครับ ฟังผมอธิบายก่อนนะครับ”ประสงค์พนมมือไหว้คมน์ พยามยามขอให้คมน์ฟังคำอธิบาย แต่สิ่งที่ชายหนุ่มร่างใหญ่ให้กับประสงค์ก็คือ ฝ่าเท้าและ
Chapter42ทว่าตอนนี้มันเหมือนเทปเก่ามาเล่าใหม่ เปลี่ยนตัวละครจากอังคณาเป็นรุจิเรศ ครั้งนั้นอังคณาทิ้งเขาไปหาผู้ชายคนใหม่ ครั้งนี้รุจิเรศไม่ได้ทิ้งเขา แต่กลับลักลอบมีชู้แทน แค้นครั้งนี้จึงมากมายกว่าครั้งไหนๆ เธอต้องเจ็บมากกว่าที่เขาเจ็บ“ไม่จริง คุณโกหก ไม่จริงคุณโกหก หนูนาไม่เชื่อ”รุจิเรศพยายามหลอกตัวเองว่าเรื่องที่ได้ยินไม่ใช่เรื่องจริง ทั้งๆ ที่ในใจหวาดหวั่นยิ่งนัก ถ้าเป็นเรื่องจริงเธอจะทนรับสิ่งได้รับรู้ได้มากน้อยแค่ไหน จะมีแม่ลูกคู่ไหนบ้างที่มีความสัมพันธ์กับชายคนเดียวกัน แค่คิดเธอก็รับไม่ได้แล้ว“ไม่จริงเหรอ ก็อาจจะใช่ฉันอาจจะพูดเล่นก็ได้ เธออย่าใส่ใจเลย เรามาสนุกกันต่อดีกว่านะ”คมน์ตัดบท ในเมื่อเขาพูดความจริงแล้วเธอไม่เชื่อ เขาก็ช่วยไม่ได้ ปล่อยให้รุจิเรศจมอยู่ในความไม่แน่ใจต่อไป พรุ่งนี้หญิงสาวจะได้รู้ด้วยตัวของเธอเองว่า ทุกคำพูดที่พูดออกไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้นเวลานี้ในจิตใจของหญิงสาวเหมือนกับที่คมน์นึกคิด เธอเริ่มไม่แน่ใจเรื่องที่เขาพูดมา ตกลงมันเป็นเรื่องจริงหรือว่าเป็นเรื่องโกหกกันแน่ รุจิเรศเฝ้าถามตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ กระต่ายน้อยไม่มีวันยอมให้กระทิ
Chapter41คมน์บอกว่าเธอเป็นเพียงนางบำเรอ เป็นแค่นางบำเรอ ไม่ใช่ภรรยาอย่างที่เขาพร่ำเรียกอยู่ทุกวัน แล้วคำรักที่เขาบอกกับเธอล่ะ มันจริงหรือว่าเท็จ มันคืออะไรกันแน่“คุณคมน์เคยรักหนูนาเหมือนกับที่บอกหนูนาหรือเปล่า?”เธอตัดสินใจถามคำถามที่อยากรู้มากที่สุดตอนนี้ คมน์นิ่งไปชั่วครู่ ขณะนี้เขารู้อยู่เต็มอกแล้วว่า เขาทั้งรักและหึงหวงรุจิเรศเป็นอย่างมาก คำรักที่บอกกับเธอทุกเมื่อเชื่อวัน ส่วนหนึ่งมันคือความจริงที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขาทีละน้อย จนกระทั่งมาถึงวันนี้คมน์ได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ขัดแย้งในใจแล้วว่า เขาหลงรักลูกศัตรู เขาหลงรักรุจิเรศคมน์อยากจะพูดออกไปว่าเขารักเธอ รักมากด้วย ทว่าเขาพูดออกไปไม่ได้ เขาบอกแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วเพราะอาจทำให้แผนการทุกอย่างที่เขาคิดไว้พังลงมาไม่เป็นท่า เขาทำให้รุจิเรศรักเขาแล้วนี่ ไม่จำเป็นต้องบอกว่ารักเธอ ไม่จำเป็นเลย ต้องบอกว่าไม่รักสิ ความเจ็บช้ำระกำทรวงจะได้เกิดขึ้นกับสาวน้อยคนนี้“รักเหรอ ไม่เลย ฉันแค่หลอกให้เธอรักฉันเท่านั้นแหละ เธอมันโง่เอง โง่ที่ถูกฉันหลอกเหมือนกับ...เหมือนกับใครบางคนไม่มีผิด”เขาเกือบจะหลุดปากว่าเหมือนกับอังคณา ดีนะที่เขายั้งปากเอาไว้
Chapter40ชายหนุ่มโน้มลำตัวลงจนกระทั่งใบหน้าแนบติดกับทรวงอกสล้างที่กระเพื่อมตามแรงหายใจเหนื่อยหอบ อุ้งปากหนาทำหน้าที่กลืนกินยอดถัน ดูดหายเข้าไปในปาก สลับดูดกลืนทั้งสองข้างเต้า จากนั้นก็ใช้ปลายลิ้นพลิ้วสะบัดไปมาบนยอดถันเปลี่ยนมาเป็นครอบงับดูดดึง มือใหญ่ฟอนเฟ้นอกอวบเต็มกำมือ ทั้งปากและมือของคมน์รุกเร้าร่างสาวอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะให้ร่างกายของเธอผลิตน้ำหวานออกมาโดยเร็ว ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายหัวใจวายเสียเองอารมณ์ของรุจิเรศตอนนี้มีทั้งความเจ็บปวดปะปนกับความเสียวซ่านที่แล่นผ่านเข้ามาในร่างกายทีละนิด เมื่อน้ำหวานหลั่งรินออกมาจากผนังเนื้อนุ่มด้านใน แม้ว่าจะไม่มากมายเหมือนกับที่เขาคิด แต่ก็ช่วยทุเลาความฟิตลงไปได้บ้าง เขาเริ่มขยับกายแกร่งเข้าไปในกลีบดอกไม้สาวทีละนิด ก่อนจะตัดสินใจกระแทกร่างเข้าไปในครั้งเดียว ไม่สนใจว่าเขาและเธอจะเจ็บมากแค่ไหน เพราะว่าคมน์ไม่อยากปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อนาน“กรี๊ดดดดดด เจ็บ คุณคมน์เจ็บ”รุจิเรศกรีดร้องออกมาดังลั่นห้อง เมื่อเขากระแทกร่างเข้าไปจนสุดปลายทาง แน่นอนความเจ็บปวดของเธอตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย มันเจ็บปวดมากมายนัก ภายในกลีบสาวร้อนผ่าวไปหมด ความแสบร้อนจากการเสีย
Chapter39 “โอ๊ย!!” คราวนี้เรียงร้องแสดงความเจ็บปวดเป็นของคมน์ เขาร้องออกมาดังลั่นเมื่อหัวเข่าของหญิงสาวกระแทกไปยังใจกลางร่างกายของเขาอย่างแรง ความเจ็บและจุกแล่นเข้ามาในร่างกายทันที มือและเท้าอ่อนล้าในบัดดล รุจิเรศได้โอกาสเหมาะที่จะหนี เธอไม่รั้งรอวินาทีที่มีค่านั้นให้หายไปง่ายๆ ร่างเล็กกระโดลงจากเตียงอย่างรวดเร็วสมกับเป็นกระต่ายน้อยแสนคล่องแคล่ว หญิงสาวคิดเพียงอย่างเดียวว่าต้องหนีปิศาจร้ายตนนี้ให้ได้ ถ้าหนีไม่ได้เธอต้องวายชีวาอยู่ในห้องนี้เป็นแน่แท้ “ว้าย!! กรี๊ดดด คุณคมน์ปล่อยนะคะ”เธออุทานอย่างตกใจ ก่อนจะกรีดร้องออกมาเมื่อลำแขนหนารัดร่างของเธอเอาไว้แน่น ความแน่นของแรงรัดประหนึ่งงูเหลือมตัวใหญ่รัดร่างของเหยื่อตัวเล็กไม่มีผิด เจ็บจนกระดูกและซี่โครงแทบแหลกละเอียด “จะไปไหน เก่งนักก็อย่าหนีสิ”คมน์พูดชิดริมหู น้ำเสียงที่เธอได้ยินนั้นเย็นยะเยือกจนคนที่ถูกรัดหนาวไปถึงหัวใจ ความหวาดหวั่น ความกลัวแน่นในหัวใจและความรู้สึก ดิ้นรนให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการที่เปรียบเสมือนโซ่ตรวน ยิ่งดิ้นอ้อมแขนของเขายิ่งรัดแน่น ไม่เพียงเท่านั้น เธอได้ยินเหมือนเสียงเ
Chapter38รถยนต์ของประสงค์แล่นผ่านเข้ามาในเขตรั้วบ้านของคมน์ในเวลา 19.15 น. คนที่นั่งอยู่ในรถใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ หายใจไม่ทั่วท้อง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก พอรถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูบ้านเท่านั้น ประสงค์อยากจะขับรถออกไปทันที เมื่อเห็นคมน์เดินตรงมาที่รถยนต์ของเขา ใบหน้าของคมน์แข็งกร้าวดุดัน ดวงตาเรืองแสงแห่งความโกรธ มันเจิดจ้าและร้อนแรงจนคนที่นั่งอยู่ในรถ ไม่กล้าก้าวลงไปจากรถเลย“ลงมานี่” คมน์เปิดประตูรถฝั่งที่รุจิเรศนั่ง ก่อนที่มือหนาจะกำรอบข้อมือเล็ก กระชากร่างเล็กที่เบาเหมือนปุยนุ่นลงมาจากรถทันที“วิชิตกับศักดิ์ ลากไอ้หน้าอ่อนลงมา แล้วพามันไปไว้ที่ห้องใต้ดิน เดี๋ยวกูจะลงไปจัดการมันเอง”คมน์สั่งลูกน้องเสียงเย็น ลากร่างเล็กที่ดิ้นขัดขืนให้เข้าไปในบ้าน คำสั่งของคมน์ทำให้คนที่นั่งอยู่ในรถตกใจจนทำอะไรไม่ถูก หน้าซีดเซียวไร้สีเลือด รุจิเรศก็ตกใจไม่ต่างกับเพื่อนชายเลย ห้องใต้ดิน ห้องนั้นมันน่ากลัวยิ่งนัก เธอเคยสัมผัสความมืดและน่ากลัวมาก่อน ย่อมรู้ดีว่ามันขวัญผวามากแค่ไหน“คุณคมน์อย่าทำอะไรตั้มนะคะ ฟังหนูนาอธิบายก่อน ฟังหนูนาอธิบายก่อนค่ะ ฟังหนูนาอธิบายก่อนนะคะ”สาวร่างเล็กพยายามบอกชายร่างใหญ่ที่ถ
Chapter9“ว้าย!!” รุจิเรศร้องอุทานด้วยความตกใจ ร่างของเธอเซและกำลังจะหงายท้อง ดีที่ว่าบาองย่างที่เธอชนนั้นคว้าเอวเธอไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรั้งเข้าประชิดตัว พร้อมแสงไฟที่เปิดสว่าง“คุณเป็นใคร?” นุกูลผู้มีศักดิ์เป็นหลานของคมน์เอ่ยถามหญิงสาวที่เขากอดอยู่“เอ่อ เป็น เป็น” รุจิเรศถึงกับตอบไม่ถูก ไม่รู้ว
Chapter8“คุณคมน์จะรับกาแฟหรือว่าไข่ลวกดีคะ”ป้าพุ่มเป็นคนเดียวที่กล้าถามเจ้านายหนุ่มอารมณ์ร้อนแบบนี้ คนที่ถูกถามตวัดสายตามองคนเก่าคนแก่เพียงนิด ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่านข่าวสารบ้านเมือง“ขอไข่ลวกก่อน เอาสักห้าฟอง”คมน์ตอบขณะที่สายตากวาดอ่านตัวหนังสือบนหนังสือพิมพ์ ป้าพุ่มยิ้มก่อน
Chapter7คมน์ยันกายลุกขึ้นนั่งก่อนจะตวัดเรียวขาไปอยู่ด้านข้างสะโพกของเขา จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนกางขาออกเล็กน้อยโดยรั้งเอวเล็กให้ลอยตามขึ้นไปด้วย ตลอดทั้งลำตัวของร่างสาวไม่มีส่วนไหนสัมผัสกับพื้นที่นอนเลย มีเพียงศีรษะ ท้ายทอยและช่วงไหล่ ลำแขนเท่านั้นที่แนบสนิทอยู่บนที่นอน มือใหญ่รั้งเอวเล็กเข้าหากายแ
Chapter6เขาก้มหน้าจูบปากคนที่กำลังร้องไห้คล้ายกับจะปลอบใจ จูบของเขาอ่อนโยนและนุ่มนวล ลิ้นใหญ่แลกรัดลิ้นนุ่มดุนดันพันเกี่ยวจนอาหารเจ็บเริ่มทุเลา มือใหญ่ฟอนเฟ้นอกอิ่มไปด้วย กระตุ้นให้ความเสียวซ่านเดินทางมาแทนที่ความเจ็บปวด ในระหว่างที่กำลังปฏิบัติการเปลี่ยนความเจ็บให้เป็นความเสียวอยู่นั้น ร่างกายหนา







