INICIAR SESIÓN“ว้าย!!” รุจิเรศร้องอุทานด้วยความตกใจ ร่างของเธอเซและกำลังจะหงายท้อง ดีที่ว่าบาองย่างที่เธอชนนั้นคว้าเอวเธอไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรั้งเข้าประชิดตัว พร้อมแสงไฟที่เปิดสว่าง
“คุณเป็นใคร?” นุกูลผู้มีศักดิ์เป็นหลานของคมน์เอ่ยถามหญิงสาวที่เขากอดอยู่
“เอ่อ เป็น เป็น” รุจิเรศถึงกับตอบไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร
“ทำอะไรอยู่นุ” เสียงราบเรียบของคมน์เอ่ยถามหลานชาย ทำให้สองร่างที่ทำท่าเหมือนกำลังกอดกันหันมาคนที่ถาม นุกูลคลายมือออกจากเอวของรุจิเรศ ก่อนจะตอบผู้เป็นอา
“ไม่ได้ทำอะไรครับ พอดีผมมาเอาน้ำผลไม้กำลังจะเดินออกไป ส่วนผู้หญิงคนนี้กำลังจะเดินเข้ามาก็เลยชนกันครับ”
นุกูลตอบตามความเป็นจริง คมน์หลุบตาต่ำมองดูกล่องน้ำผลไม้ที่อยู่ในมือของหลานชาย ก่อนจะเบนสายตาไปมองหน้าของรุจิเรศนิ่ง หญิงสาวที่ถูกมองรีบก้มหน้ามองพื้น ไม่มองสบตาใครทั้งสิ้น
“แล้วเธอมาทำอะไรในห้องครัว?”
“หนูนามาเอาน้ำค่ะ หนูนาหิวน้ำ” เธอตอบโดยไม่มองหน้าคนถาม ใครจะกล้ามองล่ะดวงตาเป็นประกายไฟขนาดนั้น
“ผมไปก่อนนะครับอาคมน์”
นุกูลเห็นท่าไม่ดี รีบปลีกตัวไปทันที ตอนนี้ก็เหลือเพียงคมน์กับรุจิเรศเท่านั้น เขาเดินอาดเข้ามาหาร่างสาวที่เอาแต่ยืนก้มหน้า ทำตัวลีบหน้าห้องครัว
“หิวน้ำหรือว่ามาอ่อยเหยื่อ?”
คมน์ถามชิดใบหูหอมกรุ่นสาวของเธอ น้ำเสียงทุ้มดุๆ ทำให้สาวน้อยสะท้านเยือก รู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมา เขากำลังเข้าใจเธอผิด เธอไม่ได้คิดหรือจะทำอย่างนั้นเลย ทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ
“มะ ไม่ใช่ค่ะ หนูนาไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ ตอนนั้นตรงนี้มืดอีกอย่างหนูนาก็ไม่รู้จักทางไปห้องครัวด้วยค่ะ” เธอไม่ได้แก้ตัวแต่อธิบายให้เขาได้เข้าใจ อีกฝ่ายทำสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“อยากกินน้ำเหรอ ขึ้นไปบนห้องสิ เดี๋ยวฉันจะให้กิน...น้ำน่ะ”
เขาทิ้งท้ายอย่างกำกวม สาวน้อยใสซื่อไม่ทันได้เฉลียวใจเลยว่า น้ำ ที่เขาพูดถึงนั้นความหมายนั้นแท้จริงแล้วคืออะไร พูดออกไปตามความคิดของตัวเอง
“จะเอาขวดน้ำขึ้นไปดื่มบนห้องเหรอคะ หนูนาว่าหนูนาดื่มน้ำในครัวดีกว่าคะจะได้ไม่ต้องถือไปดื่มข้างบน”
คำพูดของเธอนั้นไร้เดียงสาจนคนเจ้าเล่ห์ลอบยิ้ม ใสซื่อไร้เดียงสาอย่างนี้สิดี แผนของเขาจะได้สำเร็จเร็วๆ ลำแขนใหญ่รัดเอวเล็กเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะรั้งร่างสาวที่สั่นอยู่ในอ้อมกอดของเขา เธอกลัวว่าเขาจะทำอะไรเธออีก ความเจ็บปวดเมื่อคืนนี้ยังหายไม่สนิท หากเขาตอกย้ำอีก เธอคงอาการกำเริบแน่นอน
“บนห้องฉันมีตู้เย็นไปดื่มน้ำข้างบนก็ได้ ไม่เห็นต้องเสียเวลาลงมาข้างล่างเลย” เขากระซิบบอกข้างหูของเธอ
“หนูนาไม่รู้ค่ะว่าบนห้องมีตู้เย็น”
รุจิเรศก้มหน้าพูดเบาๆ ไม่กล้ามองสบตาของเขา เลยไม่รู้ตอนนี้สีหน้าและแววตาของคมน์นั้นแพรวระยับด้วยไฟเสน่หา มือก็เริ่มลูบไปตามแผ่นหลังของเธอ
“ไปสิ ขึ้นไปบนห้องกัน เธอจะได้ดื่มน้ำไง”
เขาเปลี่ยนจากกอดเป็นโอบไหล่ของเธอ ก่อนจะพาสาวน้อยร่างเล็กเดินขึ้นไปชั้นบน ตรงไปที่ห้องของเขาทันที พอก้าวเข้ามาในห้อง คมน์พารุจิเรศไปหยุดยืนหน้าตู้เย็นขนาดเล็ก มือใหญ่เอื้อมมาเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำออกมาหนึ่งขวด
“อยากกินน้ำใช่มั้ย เดี๋ยวฉันป้อนให้นะ อ้าปากสิ”
รุจิเรศรู้สึกงงกับคำพูดและการกระทำของเขายิ่งนัก เขาจะป้อนน้ำเธอ เธอไม่งงเท่าไหร่ แต่ที่สาวน้อยไม่เข้าใจคือ เขากระดกดื่มน้ำเย็นจากขวดที่อยู่ในมือ คมน์ทำอย่างนี้แล้วจะป้อนเธอยังไง แต่แล้วคำตอบที่หญิงสาวอยากรู้ก็ได้รู้
ริมฝีปากหนาประกบปากอิ่มที่เผยอออกตามคำสั่ง ก่อนที่น้ำเย็นจากปากของเขาจะไหลเข้าไปในปากของเธอ ทำให้เธอจำต้องกลืนน้ำเย็นนั้นลงไปอย่างงุนงงระคนเขินอาย
“อยากดื่มน้ำอีกมั้ย?” เขาถามชิดปากอิ่ม โอบกอดเธอไว้แน่น
“พะ พอแล้วค่ะ” กระต่ายน้อยตอบเสียงสั่น ก้มหน้าก้มตาไม่สบมองดวงตาคมเข้มของเขา นิ้วเรียวยาวแข็งแรงช้อนคางมนขึ้นสูง เพื่อที่เขาจะได้มองดวงตาใสซื่อได้อย่างถนัด อีกทั้งจะได้ให้เธอเห็นดวงตาของเขาด้วย
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของคมน์ที่รุจิเรศมองเห็นนั้น เธอรู้สึกใจหวั่นไหวขึ้นมาทันที ประกายตาของเขาชวนมอง เสน่ห์ มีมนต์ขลัง สบตาครั้งใดร่างของเธอแทบหลอมละลายไปเสียทุกครั้ง
ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนแพรวระยับของรุจิเรศที่คมน์มองเห็นนั้น เหมือนดวงดาวที่เปล่งแสงบนท้องฟ้ายามค่ำคืนมืดมิด สวยงาม สดใส ดวงตาของกระต่ายน้อยตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและประหม่า เหมือนร่างกายสาวที่เริ่มสั่น
“กลัวเหรอ?” ริมฝีปากหนาถามไปด้วยคลอเคลียกลีบปากนุ่มไปด้วย คนที่ถูกถามถึงกับตอบไม่ถูก ใจสั่นไปหมดกลัวว่าเขาจะทำมากกว่านี้
“คุณ คุณคมน์คะ หนูนา หนูนายังเจ็บอยู่ค่ะ” เขารู้ว่าเธอหมายถึงอะไร
“เจ็บมากเลยเหรอ?” เขายังถามต่อ
“ค่ะ เจ็บค่ะ”
“เจ็บตรงไหนล่ะ ไหนขอดูตรงที่บอกว่าเจ็บหน่อยสิ”
หน้าขาวแดงเรื่อทันทีที่เขาพูดจบ อยากจะก้มหน้าเพื่อหลบสายตาเจ้าเล่ห์ของเขา ทว่านิ้วใหญ่จับที่คางมนเอาไว้ไม่ให้เธอทำอย่างที่ใจคิด เธอทำได้เพียงหลุบตาต่ำเท่านั้น
“ว่าไงเจ็บตรงไหน?” คมน์คาดคั้นอยากได้คำตอบ รุจิเรศพูดไม่ออก ไม่กล้าบอกด้วยว่าตัวเองนั้นเจ็บตรงไหน ได้แต่ทำหน้าแดงใส่เขา
“ถ้าไม่ตอบฉันจะนอนกับเอนะ วันนี้ฉันคิดถึงเธอมากๆ เลย”
เขาไม่พูดเปล่า ช้อนร่างเล็กขึ้นสูง ก่อนจะพาเดินไปที่เตียง วางร่างอรชรลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม รุจิเรศที่หายจากอาการตื่นตระหนกเมื่อได้ยินคำพูดของเขา รีบตอบคำถามที่เขาอยากรู้ทันที
“หนู หนูนาเจ็บ เจ็บตรงนั้นค่ะ” เธอตอบเสียงเบา หน้าแดงก่ำราวกับเปลือกมะเขือเทศสุก
“ไหนดูสิ” เขาทำในสิ่งที่รุจิเรศไม่คาดคิด คมน์ขยับร่างกายมานั่งที่ปลายเท้าของเธอ ก่อนจะถอดกางเกงนอนตัวสวยของเธอพร้อมกับกางเกงชั้นใน ตั้งชันเรียวขาของเธอ เพ่งมองไปยังจุดที่หญิงสาวบอกว่าเจ็บ การกระทำของเขานั้นเรียกความอายให้กับเธอเป็นร้อยเท่า จะไม่ให้เธออายได้อย่างไรก็เขาเล่นจ้องตาไม่กระพริบอย่างนี้ แม้ว่าเขาจะเคยเห็นกลีบสวรรค์ของเธอมาแล้วแต่เหตุการณ์มันต่างกัน เมื่อคืนเขาเพ่งพิศไม่เต็มตานัก เนื่องจากอยู่ในห้วงอารมณ์ปรารถนา เวลานี้เขาไม่มีห้วงอารมณ์นั้นเลย ได้แต่นั่งจ้องกลีบสวรรค์ของเธอเขม็ง
Chapter43คมน์เดินเข้ามาหยุดยืนกลางห้องใกล้ๆ กับร่างของประสงค์ที่นอนสลบไม่รู้เรื่องรู้ราว ยามที่เขามองใบหน้าของชายหนุ่มหน้าอ่อนตรงหน้านี้ นึกคิดถึงตอนที่มือของประสงค์ลูบไล้ไปตามร่างกายของรุจิเรศ นึกคิดถึงตอนที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน ความโกรธ ความหึงหวงแน่นในอกขึ้นมาทันที คมน์ยกฝ่าเท้าขึ้นสูงก่อนจะกระแทกลงไปบนท้องของประสงค์อย่างแรงสองครั้งซ้อน กำลังจะซ้ำเป็นครั้งที่สาม ทว่าร่างของวิชิตเดินเข้ามาในห้องเก็บของพร้อมกับถังน้ำที่บรรจุน้ำครึ่งถัง วิธีที่วิชิตจะปลุกร่างที่สลบไศลนี้ก็คือ เอาน้ำเย็นๆ จากตู้เย็นมาราดลงไปบนใบหน้าของประสงค์“แครก แครก”ประสงค์ไอออกมาสองสามครั้ง เนื่องจากเขาสำลักน้ำเย็นที่ไหลเข้าไปในจมูก ดวงตาที่ปิดสนิทของประสงค์เปิดออกอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาขยายกว้างทันทีที่เห็นร่างของคมน์ยืนค้ำศีรษะของเขาอยู่ ชายหนุ่มหน้าอ่อนลุกพรวดขึ้นนั่ง กระเถิบตัวหนีร่างใหญ่ใบหน้าดุดันราวกับมัจจุราชอย่างหวาดกลัว“ผมขอโทษที่พาหนูนากลับมาช้า ผมมีความจำเป็นจริงๆ นะครับ ฟังผมอธิบายก่อนนะครับ”ประสงค์พนมมือไหว้คมน์ พยามยามขอให้คมน์ฟังคำอธิบาย แต่สิ่งที่ชายหนุ่มร่างใหญ่ให้กับประสงค์ก็คือ ฝ่าเท้าและ
Chapter42ทว่าตอนนี้มันเหมือนเทปเก่ามาเล่าใหม่ เปลี่ยนตัวละครจากอังคณาเป็นรุจิเรศ ครั้งนั้นอังคณาทิ้งเขาไปหาผู้ชายคนใหม่ ครั้งนี้รุจิเรศไม่ได้ทิ้งเขา แต่กลับลักลอบมีชู้แทน แค้นครั้งนี้จึงมากมายกว่าครั้งไหนๆ เธอต้องเจ็บมากกว่าที่เขาเจ็บ“ไม่จริง คุณโกหก ไม่จริงคุณโกหก หนูนาไม่เชื่อ”รุจิเรศพยายามหลอกตัวเองว่าเรื่องที่ได้ยินไม่ใช่เรื่องจริง ทั้งๆ ที่ในใจหวาดหวั่นยิ่งนัก ถ้าเป็นเรื่องจริงเธอจะทนรับสิ่งได้รับรู้ได้มากน้อยแค่ไหน จะมีแม่ลูกคู่ไหนบ้างที่มีความสัมพันธ์กับชายคนเดียวกัน แค่คิดเธอก็รับไม่ได้แล้ว“ไม่จริงเหรอ ก็อาจจะใช่ฉันอาจจะพูดเล่นก็ได้ เธออย่าใส่ใจเลย เรามาสนุกกันต่อดีกว่านะ”คมน์ตัดบท ในเมื่อเขาพูดความจริงแล้วเธอไม่เชื่อ เขาก็ช่วยไม่ได้ ปล่อยให้รุจิเรศจมอยู่ในความไม่แน่ใจต่อไป พรุ่งนี้หญิงสาวจะได้รู้ด้วยตัวของเธอเองว่า ทุกคำพูดที่พูดออกไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้นเวลานี้ในจิตใจของหญิงสาวเหมือนกับที่คมน์นึกคิด เธอเริ่มไม่แน่ใจเรื่องที่เขาพูดมา ตกลงมันเป็นเรื่องจริงหรือว่าเป็นเรื่องโกหกกันแน่ รุจิเรศเฝ้าถามตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ กระต่ายน้อยไม่มีวันยอมให้กระทิ
Chapter41คมน์บอกว่าเธอเป็นเพียงนางบำเรอ เป็นแค่นางบำเรอ ไม่ใช่ภรรยาอย่างที่เขาพร่ำเรียกอยู่ทุกวัน แล้วคำรักที่เขาบอกกับเธอล่ะ มันจริงหรือว่าเท็จ มันคืออะไรกันแน่“คุณคมน์เคยรักหนูนาเหมือนกับที่บอกหนูนาหรือเปล่า?”เธอตัดสินใจถามคำถามที่อยากรู้มากที่สุดตอนนี้ คมน์นิ่งไปชั่วครู่ ขณะนี้เขารู้อยู่เต็มอกแล้วว่า เขาทั้งรักและหึงหวงรุจิเรศเป็นอย่างมาก คำรักที่บอกกับเธอทุกเมื่อเชื่อวัน ส่วนหนึ่งมันคือความจริงที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขาทีละน้อย จนกระทั่งมาถึงวันนี้คมน์ได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ขัดแย้งในใจแล้วว่า เขาหลงรักลูกศัตรู เขาหลงรักรุจิเรศคมน์อยากจะพูดออกไปว่าเขารักเธอ รักมากด้วย ทว่าเขาพูดออกไปไม่ได้ เขาบอกแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วเพราะอาจทำให้แผนการทุกอย่างที่เขาคิดไว้พังลงมาไม่เป็นท่า เขาทำให้รุจิเรศรักเขาแล้วนี่ ไม่จำเป็นต้องบอกว่ารักเธอ ไม่จำเป็นเลย ต้องบอกว่าไม่รักสิ ความเจ็บช้ำระกำทรวงจะได้เกิดขึ้นกับสาวน้อยคนนี้“รักเหรอ ไม่เลย ฉันแค่หลอกให้เธอรักฉันเท่านั้นแหละ เธอมันโง่เอง โง่ที่ถูกฉันหลอกเหมือนกับ...เหมือนกับใครบางคนไม่มีผิด”เขาเกือบจะหลุดปากว่าเหมือนกับอังคณา ดีนะที่เขายั้งปากเอาไว้
Chapter40ชายหนุ่มโน้มลำตัวลงจนกระทั่งใบหน้าแนบติดกับทรวงอกสล้างที่กระเพื่อมตามแรงหายใจเหนื่อยหอบ อุ้งปากหนาทำหน้าที่กลืนกินยอดถัน ดูดหายเข้าไปในปาก สลับดูดกลืนทั้งสองข้างเต้า จากนั้นก็ใช้ปลายลิ้นพลิ้วสะบัดไปมาบนยอดถันเปลี่ยนมาเป็นครอบงับดูดดึง มือใหญ่ฟอนเฟ้นอกอวบเต็มกำมือ ทั้งปากและมือของคมน์รุกเร้าร่างสาวอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะให้ร่างกายของเธอผลิตน้ำหวานออกมาโดยเร็ว ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายหัวใจวายเสียเองอารมณ์ของรุจิเรศตอนนี้มีทั้งความเจ็บปวดปะปนกับความเสียวซ่านที่แล่นผ่านเข้ามาในร่างกายทีละนิด เมื่อน้ำหวานหลั่งรินออกมาจากผนังเนื้อนุ่มด้านใน แม้ว่าจะไม่มากมายเหมือนกับที่เขาคิด แต่ก็ช่วยทุเลาความฟิตลงไปได้บ้าง เขาเริ่มขยับกายแกร่งเข้าไปในกลีบดอกไม้สาวทีละนิด ก่อนจะตัดสินใจกระแทกร่างเข้าไปในครั้งเดียว ไม่สนใจว่าเขาและเธอจะเจ็บมากแค่ไหน เพราะว่าคมน์ไม่อยากปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อนาน“กรี๊ดดดดดด เจ็บ คุณคมน์เจ็บ”รุจิเรศกรีดร้องออกมาดังลั่นห้อง เมื่อเขากระแทกร่างเข้าไปจนสุดปลายทาง แน่นอนความเจ็บปวดของเธอตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย มันเจ็บปวดมากมายนัก ภายในกลีบสาวร้อนผ่าวไปหมด ความแสบร้อนจากการเสีย
Chapter39 “โอ๊ย!!” คราวนี้เรียงร้องแสดงความเจ็บปวดเป็นของคมน์ เขาร้องออกมาดังลั่นเมื่อหัวเข่าของหญิงสาวกระแทกไปยังใจกลางร่างกายของเขาอย่างแรง ความเจ็บและจุกแล่นเข้ามาในร่างกายทันที มือและเท้าอ่อนล้าในบัดดล รุจิเรศได้โอกาสเหมาะที่จะหนี เธอไม่รั้งรอวินาทีที่มีค่านั้นให้หายไปง่ายๆ ร่างเล็กกระโดลงจากเตียงอย่างรวดเร็วสมกับเป็นกระต่ายน้อยแสนคล่องแคล่ว หญิงสาวคิดเพียงอย่างเดียวว่าต้องหนีปิศาจร้ายตนนี้ให้ได้ ถ้าหนีไม่ได้เธอต้องวายชีวาอยู่ในห้องนี้เป็นแน่แท้ “ว้าย!! กรี๊ดดด คุณคมน์ปล่อยนะคะ”เธออุทานอย่างตกใจ ก่อนจะกรีดร้องออกมาเมื่อลำแขนหนารัดร่างของเธอเอาไว้แน่น ความแน่นของแรงรัดประหนึ่งงูเหลือมตัวใหญ่รัดร่างของเหยื่อตัวเล็กไม่มีผิด เจ็บจนกระดูกและซี่โครงแทบแหลกละเอียด “จะไปไหน เก่งนักก็อย่าหนีสิ”คมน์พูดชิดริมหู น้ำเสียงที่เธอได้ยินนั้นเย็นยะเยือกจนคนที่ถูกรัดหนาวไปถึงหัวใจ ความหวาดหวั่น ความกลัวแน่นในหัวใจและความรู้สึก ดิ้นรนให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการที่เปรียบเสมือนโซ่ตรวน ยิ่งดิ้นอ้อมแขนของเขายิ่งรัดแน่น ไม่เพียงเท่านั้น เธอได้ยินเหมือนเสียงเ
Chapter38รถยนต์ของประสงค์แล่นผ่านเข้ามาในเขตรั้วบ้านของคมน์ในเวลา 19.15 น. คนที่นั่งอยู่ในรถใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ หายใจไม่ทั่วท้อง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก พอรถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูบ้านเท่านั้น ประสงค์อยากจะขับรถออกไปทันที เมื่อเห็นคมน์เดินตรงมาที่รถยนต์ของเขา ใบหน้าของคมน์แข็งกร้าวดุดัน ดวงตาเรืองแสงแห่งความโกรธ มันเจิดจ้าและร้อนแรงจนคนที่นั่งอยู่ในรถ ไม่กล้าก้าวลงไปจากรถเลย“ลงมานี่” คมน์เปิดประตูรถฝั่งที่รุจิเรศนั่ง ก่อนที่มือหนาจะกำรอบข้อมือเล็ก กระชากร่างเล็กที่เบาเหมือนปุยนุ่นลงมาจากรถทันที“วิชิตกับศักดิ์ ลากไอ้หน้าอ่อนลงมา แล้วพามันไปไว้ที่ห้องใต้ดิน เดี๋ยวกูจะลงไปจัดการมันเอง”คมน์สั่งลูกน้องเสียงเย็น ลากร่างเล็กที่ดิ้นขัดขืนให้เข้าไปในบ้าน คำสั่งของคมน์ทำให้คนที่นั่งอยู่ในรถตกใจจนทำอะไรไม่ถูก หน้าซีดเซียวไร้สีเลือด รุจิเรศก็ตกใจไม่ต่างกับเพื่อนชายเลย ห้องใต้ดิน ห้องนั้นมันน่ากลัวยิ่งนัก เธอเคยสัมผัสความมืดและน่ากลัวมาก่อน ย่อมรู้ดีว่ามันขวัญผวามากแค่ไหน“คุณคมน์อย่าทำอะไรตั้มนะคะ ฟังหนูนาอธิบายก่อน ฟังหนูนาอธิบายก่อนค่ะ ฟังหนูนาอธิบายก่อนนะคะ”สาวร่างเล็กพยายามบอกชายร่างใหญ่ที่ถ
Chapter8“คุณคมน์จะรับกาแฟหรือว่าไข่ลวกดีคะ”ป้าพุ่มเป็นคนเดียวที่กล้าถามเจ้านายหนุ่มอารมณ์ร้อนแบบนี้ คนที่ถูกถามตวัดสายตามองคนเก่าคนแก่เพียงนิด ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่านข่าวสารบ้านเมือง“ขอไข่ลวกก่อน เอาสักห้าฟอง”คมน์ตอบขณะที่สายตากวาดอ่านตัวหนังสือบนหนังสือพิมพ์ ป้าพุ่มยิ้มก่อน
Chapter7คมน์ยันกายลุกขึ้นนั่งก่อนจะตวัดเรียวขาไปอยู่ด้านข้างสะโพกของเขา จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนกางขาออกเล็กน้อยโดยรั้งเอวเล็กให้ลอยตามขึ้นไปด้วย ตลอดทั้งลำตัวของร่างสาวไม่มีส่วนไหนสัมผัสกับพื้นที่นอนเลย มีเพียงศีรษะ ท้ายทอยและช่วงไหล่ ลำแขนเท่านั้นที่แนบสนิทอยู่บนที่นอน มือใหญ่รั้งเอวเล็กเข้าหากายแ
Chapter6เขาก้มหน้าจูบปากคนที่กำลังร้องไห้คล้ายกับจะปลอบใจ จูบของเขาอ่อนโยนและนุ่มนวล ลิ้นใหญ่แลกรัดลิ้นนุ่มดุนดันพันเกี่ยวจนอาหารเจ็บเริ่มทุเลา มือใหญ่ฟอนเฟ้นอกอิ่มไปด้วย กระตุ้นให้ความเสียวซ่านเดินทางมาแทนที่ความเจ็บปวด ในระหว่างที่กำลังปฏิบัติการเปลี่ยนความเจ็บให้เป็นความเสียวอยู่นั้น ร่างกายหนา
Chapter5“กรี๊ดด อา อา กรี๊ดด อือ”เสียงใสกรีดร้องสลับกับร้องครวญคราง เมื่อเธอก้าวผ่านไปยังวิมานอันไกลโพ้นนั้นอีกครั้ง ส่วนคมน์ยังตั้งหน้าตั้งตากับการดื่นน้ำทิพย์หวานฉ่ำที่หลั่งรินออกมาเป็นสาย รสชาตินั้นหวานเกินพรรณนา เขามอบความสุขให้กระต่ายน้อยหลายครั้งแล้ว นับจากนี้เขาจะตักตวงความสุขจากร่างกายของ







