Masuk“อ้าปากแล้วแลบลิ้นออกมา” รุจิเรศไม่รู้ว่าเขาสั่งแบบนี้ทำไม อยากจะทำตามคำสั่งหากแต่ปากของเธอไม่ยอมขยับเหมือนที่ใจคิด
“อ้าปากแล้วแลบลิ้นออกมา”
เขาสั่งอีกรอบ น้ำเสียงหงุดหงิดทำให้สาวน้อยบังคับให้ขากรรไกรของปากทำงาน ค่อยๆ เปิดปากออก แล้วแลบลิ้นออกมาตามคำสั่งของเขา ร่างทั้งร่างของรุจิเรศแข็งดุจดั่งหินทันทีเมื่อลิ้นของเขาแตะสัมผัสที่ปลายลิ้นเล็กๆ ของเธอ ก่อนที่ลิ้นใหญ่จะไล้เลียลิ้นเล็กที่หดร่นเข้าไปในปากของเธอ เขาไม่ปล่อยให้จังหวะดีๆ อย่างนี้หลุดลอยไป ฉกจูบปากอิ่มแสนเย้ายวนทันที
เป็นครั้งแรกที่รุจิเรศได้รู้จักกับรสจูบ มันซาบซ่านหวามหวิวอย่างนี้เองหรือ ปลายลิ้นใหญ่พุ่งล้ำเข้ามาฉกเฉวียนลิ้นเล็กของเธอด้วยความเร่าร้อน สมองของสาวน้อยอ่อนหัดเริ่มงงงวย ยามที่ลิ้นใหญ่แลกรัดเกี่ยวพันลิ้นนุ่ม ดูดดึงเข้าไปในโพรงปากของเขา อาการสั่นประสาทของกระต่ายน้อยเกิดขึ้นในฉับพลัน
มือแกร่งทำงานไปพร้อมกับปากของเขา แยกสาบเสื้อคลุมออกจากกันให้มากกว่าเดิม เพื่อให้มือของเขาบีบเคล้นทรวงอกใหญ่ได้ถนัด ฝ่ามือบีบจับความนุ่มแน่นตึงอย่างเมามัน แบฝ่ามือออกก่อนจะคลึงเคล้าให้ยอดอกของเธอนั้นเสียดสีกับกลางฝ่ามือหนา ปทุมถันห่อตัวเป็นเม็ดสวยรับความเสียวสะท้านที่อาบซ่านไปทั้งกาย ร่างสาวสั่นระริก กลีบปากที่เขายังคงบดเคล้าไม่ห่างนั้นสั่นจนคมน์รู้สึกได้ ดวงตาของสาวน้อยแรกแย้มสะลึมสะลือเหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น
“พร้อมแล้วใช่มั้ย”
เขาถามเมื่อละจากปากนุ่มสีทับทิม รุจิเรศอยากจะตอบออกไปเหลือเกินว่า ‘ไม่พร้อม’ ทว่าเขากลับไม่เปิดโอกาสให้เธอตอบ คมน์แนบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง สอดปลายลิ้นสากใหญ่เข้ารัดเกี่ยวพันพัวลิ้นนุ่ม พลิ้วสะบัดอย่างเร่าร้อน บางครั้งดูอ่อนโยน บางคราดุดัน จนเธอบังเกิดความหวามไหวที่รินไหลไปทั่วร่างกาย มนต์สะกดที่เธอได้รับจากการจุมพิต ทำให้สาวน้อยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ร่างกายของเธอถูกตวัดให้นอนราบบนที่นอน มารู้ตัวอีกทีเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับความเย็นบนที่นอน โดยมีร่างหนาเกยทับร่างเล็ก
ตาประสานตาด้วยความตั้งใจของเขา ดวงตากลมโตของรุจิเรศเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ประหม่า เปล่งประกายความใสซื่อ ใสซื่ออย่างนั้นหรือ ดวงตาของอังคณาตอนนั้นก็ใสซื่อแบบนี้ แต่แล้วเธอก็จากเขาไปแต่งงานกับคนอื่น ลูกสาวก็คงเหมือนแม่เพราะลูกไม้มันหล่นไม่ไกลต้น แม่ร่านยังไงลูกสาวก็คงไม่ต่างกัน อย่าหลงเสน่ห์เด็ดขาด
ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มของคมน์ที่เธอเห็นนั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์ แต่ร้อนแรงเหมือนไฟยามที่เธอสบตาครั้งใด เรียกเหงื่อให้ผุดขึ้นตามร่างกาย เนื่องจากมันร้อนราวกับว่าเธอยืนอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ มันแฝงไว้ซึ่งความแค้นที่เดือดปะทุในดวงตาของเขา
ริมฝีปากหนาแทะเล็มไปตามหน้าผากด้วยการจูบเบาๆ ไล้ไปยังดวงตาทั้งสองข้าง จมูกรั้นหยุดนิ่งที่เรียวปากอวบอิ่ม บดจูบอยู่สักพักก่อนจะเลื่อนไปตามลำคอระหง ในขณะที่มือหนาค่อยๆ ถอดชุดคลุมออกจากร่างกายของรุจิเรศ ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้ร่างสาวเกิดความหนาวสั่นแล้วยิ่งสั่นมาขึ้นไปอีก เมื่อมือใหญ่ลูบไล้ไปมาตามร่างเปลือยเปล่าของเธอ
ความนุ่มละมุนของผิวเนื้อที่เขาได้สัมผัส ทั้งเนียนและนุ่มคนที่ลูบไล้เกิดความเพลิดเพลินยิ่งนัก ความหอมจากกลิ่นกายสาวที่คละเคล้ากับความหอมจากครีมอาบน้ำ ทำให้เขาสูดดมกลิ่นหอมจรุงใจเข้าไปเต็มปอด ซุกไซร้ไปรอบลำคอขาว ริมฝีปากและลมหายใจของเขาทำให้ร่างกายสาวร้อนผ่าว ผิวกายขาวนวลแดงเรื่อ ลมหายใจหอบถี่เหมือนตื่นเต้น มือเล็กจับมาผู้ที่นอนไว้แน่นอย่างหวาดกลัว
มือหนาบีบเคล้นทรวงอกตูมเต่งอย่างเมามัน สลับกับเคล้นคลึงทั้งสองข้างเต้า ไม่นานนักริมฝีปากหนาก็เดินทางมาถึงภูเขาสองลูกใหญ่โดยมีเม็ดถันสีแดงอ่อนตั้งชันอย่างสวยงาม ดวงตาของเขาเหมือนจะพร่ามัวไปชั่วขณะ เมื่อได้เห็นความสวยงามตระการตา ความสวยงามที่เขาไม่เคยเห็นบนร่างกายของผู้หญิงคนไหนมาก่อน ลิ้นหนานำล่องทันที ไล้เลียไปตามฐานอกเรื่อยขึ้นสูงจนถึงเม็ดถัน ใช้ลิ้นแตะสัมผัสเบาๆ จนเม็ดถันของเธอสั่น หลังจากนั้นจึงดูดกลืนความสวยงามนั้นเข้าไปในปาก
“อา อือ” เสียงหวานครางออกมาอย่างลืมตัว ความสะท้านเสียวแล่นเข้ามาตามผิวเนื้อแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเธอ อวัยวะทุกส่วนในร่างกายดูจะปั่นป่วน ท้องน้อยเนียนสวยตอบรับความเสียวซ่านจนหดเกร็ง ร่างกายบิดเร้าไปมาเสมือนงูที่คดเคี้ยวไปบนพื้นทราย
คมน์ตอนนี้คล้ายกับเด็กแรกเกิดที่หมายจะดื่มนมมารดาให้อิ่มท้อง เขาละเลงปลายลิ้นไปบนเม็ดถันอย่างสนุกลิ้น บางครั้งดูดกลืนหายเข้าไปในโพรงปากอุ่นร้อนอย่างสนุกปาก หูของเขาได้ฟังเสียงหวานครางกระเส่าไปด้วย ยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาไต่ระดับมากยิ่งขึ้น
ร่างกายสาวตอนนี้สั่นราวกับเจ้าเข้าไม่มีผิดเพี้ยน เธอสั่นเพราะอารมณ์ปรารถนากระพือดั่งเปลวไฟที่ลุกไหม้ผืนป่า มันลามไปเรื่อยๆ จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง จุดที่หนักที่สุดน่าจะเป็นบริเวณช่องท้อง ก่อนจะจมดิ่งไปอยู่บริเวณใจกลางร่างสาว สั่นที่สองก็คือ ไอร้อนบางอย่างที่ดุนดันอยู่บริเวณข้างสะโพกมน สิ่งนั้นอยู่ภายในผ้าขนหนูสีขาวของเขา มันดิ้น
ไปมาคล้ายกับว่าอยากจะออกมาหายใจ แม้ว่าเธอจะไร้เดียงสาในเรื่องเกมรัก แต่ไม่ไร้เดียงสาพอจะไม่รู้ว่า ความร้อนผ่าวที่ดิ้นไปมานั้นคืออะไร
“อือ อืม” เสียงครางครั้งนี้ดูจะมีลมหายใจที่ขาดห้วงระบายออกมาด้วย สาเหตุที่เธอเป็นเช่นนี้ก็เพราะฝ่ามือใหญ่ของเขาทาบวางใจกลางร่างสาวอวบใหญ่เกินตัว ตามสัญชาติญาณของสาวแรกผลิเธอหนีบขาของตัวเองเอาไว้แน่น จนเขาไม่สามารถสัมผัสเนินสวรรค์ของกระต่ายน้อยได้โดยง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของเขาเหมือนกัน
“โอ๊ย” รุจิเรศครางเจ็บเบาๆ เมื่อถูกไรฟันคมกริบกัดที่เม็ดถัน ทำให้ขาที่หนีบเกร็งเอาไว้คลายออก ส่งผลให้เขาใช้ขาที่ก่ายร่างสาวดันขาที่ข้างขวาของเธอให้ออกห่าง ทำให้เขาสามารถลูบไล้เนินอวบได้อย่างถนัดมือ วินาทีนี้สาวน้อยคิดอะไรไม่ออกทั้งสิ้น ความเสียวที่ได้รับในครั้งก่อนถูกโถมถับมากยิ่งขึ้นอีกหลายชั้น อาการเกร็งที่มีอยู่ก่อนหน้าดูจะหนักขึ้นกว่าเดิม นิ้วชี้ของคมน์กรีดไปตามร่องดอกไม้ไปมา ขึ้นลงอย่างแผ่วเบา เสียดสีกับพลอยสีชมพู
Chapter43คมน์เดินเข้ามาหยุดยืนกลางห้องใกล้ๆ กับร่างของประสงค์ที่นอนสลบไม่รู้เรื่องรู้ราว ยามที่เขามองใบหน้าของชายหนุ่มหน้าอ่อนตรงหน้านี้ นึกคิดถึงตอนที่มือของประสงค์ลูบไล้ไปตามร่างกายของรุจิเรศ นึกคิดถึงตอนที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน ความโกรธ ความหึงหวงแน่นในอกขึ้นมาทันที คมน์ยกฝ่าเท้าขึ้นสูงก่อนจะกระแทกลงไปบนท้องของประสงค์อย่างแรงสองครั้งซ้อน กำลังจะซ้ำเป็นครั้งที่สาม ทว่าร่างของวิชิตเดินเข้ามาในห้องเก็บของพร้อมกับถังน้ำที่บรรจุน้ำครึ่งถัง วิธีที่วิชิตจะปลุกร่างที่สลบไศลนี้ก็คือ เอาน้ำเย็นๆ จากตู้เย็นมาราดลงไปบนใบหน้าของประสงค์“แครก แครก”ประสงค์ไอออกมาสองสามครั้ง เนื่องจากเขาสำลักน้ำเย็นที่ไหลเข้าไปในจมูก ดวงตาที่ปิดสนิทของประสงค์เปิดออกอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาขยายกว้างทันทีที่เห็นร่างของคมน์ยืนค้ำศีรษะของเขาอยู่ ชายหนุ่มหน้าอ่อนลุกพรวดขึ้นนั่ง กระเถิบตัวหนีร่างใหญ่ใบหน้าดุดันราวกับมัจจุราชอย่างหวาดกลัว“ผมขอโทษที่พาหนูนากลับมาช้า ผมมีความจำเป็นจริงๆ นะครับ ฟังผมอธิบายก่อนนะครับ”ประสงค์พนมมือไหว้คมน์ พยามยามขอให้คมน์ฟังคำอธิบาย แต่สิ่งที่ชายหนุ่มร่างใหญ่ให้กับประสงค์ก็คือ ฝ่าเท้าและ
Chapter42ทว่าตอนนี้มันเหมือนเทปเก่ามาเล่าใหม่ เปลี่ยนตัวละครจากอังคณาเป็นรุจิเรศ ครั้งนั้นอังคณาทิ้งเขาไปหาผู้ชายคนใหม่ ครั้งนี้รุจิเรศไม่ได้ทิ้งเขา แต่กลับลักลอบมีชู้แทน แค้นครั้งนี้จึงมากมายกว่าครั้งไหนๆ เธอต้องเจ็บมากกว่าที่เขาเจ็บ“ไม่จริง คุณโกหก ไม่จริงคุณโกหก หนูนาไม่เชื่อ”รุจิเรศพยายามหลอกตัวเองว่าเรื่องที่ได้ยินไม่ใช่เรื่องจริง ทั้งๆ ที่ในใจหวาดหวั่นยิ่งนัก ถ้าเป็นเรื่องจริงเธอจะทนรับสิ่งได้รับรู้ได้มากน้อยแค่ไหน จะมีแม่ลูกคู่ไหนบ้างที่มีความสัมพันธ์กับชายคนเดียวกัน แค่คิดเธอก็รับไม่ได้แล้ว“ไม่จริงเหรอ ก็อาจจะใช่ฉันอาจจะพูดเล่นก็ได้ เธออย่าใส่ใจเลย เรามาสนุกกันต่อดีกว่านะ”คมน์ตัดบท ในเมื่อเขาพูดความจริงแล้วเธอไม่เชื่อ เขาก็ช่วยไม่ได้ ปล่อยให้รุจิเรศจมอยู่ในความไม่แน่ใจต่อไป พรุ่งนี้หญิงสาวจะได้รู้ด้วยตัวของเธอเองว่า ทุกคำพูดที่พูดออกไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้นเวลานี้ในจิตใจของหญิงสาวเหมือนกับที่คมน์นึกคิด เธอเริ่มไม่แน่ใจเรื่องที่เขาพูดมา ตกลงมันเป็นเรื่องจริงหรือว่าเป็นเรื่องโกหกกันแน่ รุจิเรศเฝ้าถามตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ กระต่ายน้อยไม่มีวันยอมให้กระทิ
Chapter41คมน์บอกว่าเธอเป็นเพียงนางบำเรอ เป็นแค่นางบำเรอ ไม่ใช่ภรรยาอย่างที่เขาพร่ำเรียกอยู่ทุกวัน แล้วคำรักที่เขาบอกกับเธอล่ะ มันจริงหรือว่าเท็จ มันคืออะไรกันแน่“คุณคมน์เคยรักหนูนาเหมือนกับที่บอกหนูนาหรือเปล่า?”เธอตัดสินใจถามคำถามที่อยากรู้มากที่สุดตอนนี้ คมน์นิ่งไปชั่วครู่ ขณะนี้เขารู้อยู่เต็มอกแล้วว่า เขาทั้งรักและหึงหวงรุจิเรศเป็นอย่างมาก คำรักที่บอกกับเธอทุกเมื่อเชื่อวัน ส่วนหนึ่งมันคือความจริงที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขาทีละน้อย จนกระทั่งมาถึงวันนี้คมน์ได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ขัดแย้งในใจแล้วว่า เขาหลงรักลูกศัตรู เขาหลงรักรุจิเรศคมน์อยากจะพูดออกไปว่าเขารักเธอ รักมากด้วย ทว่าเขาพูดออกไปไม่ได้ เขาบอกแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วเพราะอาจทำให้แผนการทุกอย่างที่เขาคิดไว้พังลงมาไม่เป็นท่า เขาทำให้รุจิเรศรักเขาแล้วนี่ ไม่จำเป็นต้องบอกว่ารักเธอ ไม่จำเป็นเลย ต้องบอกว่าไม่รักสิ ความเจ็บช้ำระกำทรวงจะได้เกิดขึ้นกับสาวน้อยคนนี้“รักเหรอ ไม่เลย ฉันแค่หลอกให้เธอรักฉันเท่านั้นแหละ เธอมันโง่เอง โง่ที่ถูกฉันหลอกเหมือนกับ...เหมือนกับใครบางคนไม่มีผิด”เขาเกือบจะหลุดปากว่าเหมือนกับอังคณา ดีนะที่เขายั้งปากเอาไว้
Chapter40ชายหนุ่มโน้มลำตัวลงจนกระทั่งใบหน้าแนบติดกับทรวงอกสล้างที่กระเพื่อมตามแรงหายใจเหนื่อยหอบ อุ้งปากหนาทำหน้าที่กลืนกินยอดถัน ดูดหายเข้าไปในปาก สลับดูดกลืนทั้งสองข้างเต้า จากนั้นก็ใช้ปลายลิ้นพลิ้วสะบัดไปมาบนยอดถันเปลี่ยนมาเป็นครอบงับดูดดึง มือใหญ่ฟอนเฟ้นอกอวบเต็มกำมือ ทั้งปากและมือของคมน์รุกเร้าร่างสาวอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะให้ร่างกายของเธอผลิตน้ำหวานออกมาโดยเร็ว ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายหัวใจวายเสียเองอารมณ์ของรุจิเรศตอนนี้มีทั้งความเจ็บปวดปะปนกับความเสียวซ่านที่แล่นผ่านเข้ามาในร่างกายทีละนิด เมื่อน้ำหวานหลั่งรินออกมาจากผนังเนื้อนุ่มด้านใน แม้ว่าจะไม่มากมายเหมือนกับที่เขาคิด แต่ก็ช่วยทุเลาความฟิตลงไปได้บ้าง เขาเริ่มขยับกายแกร่งเข้าไปในกลีบดอกไม้สาวทีละนิด ก่อนจะตัดสินใจกระแทกร่างเข้าไปในครั้งเดียว ไม่สนใจว่าเขาและเธอจะเจ็บมากแค่ไหน เพราะว่าคมน์ไม่อยากปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อนาน“กรี๊ดดดดดด เจ็บ คุณคมน์เจ็บ”รุจิเรศกรีดร้องออกมาดังลั่นห้อง เมื่อเขากระแทกร่างเข้าไปจนสุดปลายทาง แน่นอนความเจ็บปวดของเธอตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย มันเจ็บปวดมากมายนัก ภายในกลีบสาวร้อนผ่าวไปหมด ความแสบร้อนจากการเสีย
Chapter39 “โอ๊ย!!” คราวนี้เรียงร้องแสดงความเจ็บปวดเป็นของคมน์ เขาร้องออกมาดังลั่นเมื่อหัวเข่าของหญิงสาวกระแทกไปยังใจกลางร่างกายของเขาอย่างแรง ความเจ็บและจุกแล่นเข้ามาในร่างกายทันที มือและเท้าอ่อนล้าในบัดดล รุจิเรศได้โอกาสเหมาะที่จะหนี เธอไม่รั้งรอวินาทีที่มีค่านั้นให้หายไปง่ายๆ ร่างเล็กกระโดลงจากเตียงอย่างรวดเร็วสมกับเป็นกระต่ายน้อยแสนคล่องแคล่ว หญิงสาวคิดเพียงอย่างเดียวว่าต้องหนีปิศาจร้ายตนนี้ให้ได้ ถ้าหนีไม่ได้เธอต้องวายชีวาอยู่ในห้องนี้เป็นแน่แท้ “ว้าย!! กรี๊ดดด คุณคมน์ปล่อยนะคะ”เธออุทานอย่างตกใจ ก่อนจะกรีดร้องออกมาเมื่อลำแขนหนารัดร่างของเธอเอาไว้แน่น ความแน่นของแรงรัดประหนึ่งงูเหลือมตัวใหญ่รัดร่างของเหยื่อตัวเล็กไม่มีผิด เจ็บจนกระดูกและซี่โครงแทบแหลกละเอียด “จะไปไหน เก่งนักก็อย่าหนีสิ”คมน์พูดชิดริมหู น้ำเสียงที่เธอได้ยินนั้นเย็นยะเยือกจนคนที่ถูกรัดหนาวไปถึงหัวใจ ความหวาดหวั่น ความกลัวแน่นในหัวใจและความรู้สึก ดิ้นรนให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการที่เปรียบเสมือนโซ่ตรวน ยิ่งดิ้นอ้อมแขนของเขายิ่งรัดแน่น ไม่เพียงเท่านั้น เธอได้ยินเหมือนเสียงเ
Chapter38รถยนต์ของประสงค์แล่นผ่านเข้ามาในเขตรั้วบ้านของคมน์ในเวลา 19.15 น. คนที่นั่งอยู่ในรถใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ หายใจไม่ทั่วท้อง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก พอรถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูบ้านเท่านั้น ประสงค์อยากจะขับรถออกไปทันที เมื่อเห็นคมน์เดินตรงมาที่รถยนต์ของเขา ใบหน้าของคมน์แข็งกร้าวดุดัน ดวงตาเรืองแสงแห่งความโกรธ มันเจิดจ้าและร้อนแรงจนคนที่นั่งอยู่ในรถ ไม่กล้าก้าวลงไปจากรถเลย“ลงมานี่” คมน์เปิดประตูรถฝั่งที่รุจิเรศนั่ง ก่อนที่มือหนาจะกำรอบข้อมือเล็ก กระชากร่างเล็กที่เบาเหมือนปุยนุ่นลงมาจากรถทันที“วิชิตกับศักดิ์ ลากไอ้หน้าอ่อนลงมา แล้วพามันไปไว้ที่ห้องใต้ดิน เดี๋ยวกูจะลงไปจัดการมันเอง”คมน์สั่งลูกน้องเสียงเย็น ลากร่างเล็กที่ดิ้นขัดขืนให้เข้าไปในบ้าน คำสั่งของคมน์ทำให้คนที่นั่งอยู่ในรถตกใจจนทำอะไรไม่ถูก หน้าซีดเซียวไร้สีเลือด รุจิเรศก็ตกใจไม่ต่างกับเพื่อนชายเลย ห้องใต้ดิน ห้องนั้นมันน่ากลัวยิ่งนัก เธอเคยสัมผัสความมืดและน่ากลัวมาก่อน ย่อมรู้ดีว่ามันขวัญผวามากแค่ไหน“คุณคมน์อย่าทำอะไรตั้มนะคะ ฟังหนูนาอธิบายก่อน ฟังหนูนาอธิบายก่อนค่ะ ฟังหนูนาอธิบายก่อนนะคะ”สาวร่างเล็กพยายามบอกชายร่างใหญ่ที่ถ
Chapter9“ว้าย!!” รุจิเรศร้องอุทานด้วยความตกใจ ร่างของเธอเซและกำลังจะหงายท้อง ดีที่ว่าบาองย่างที่เธอชนนั้นคว้าเอวเธอไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรั้งเข้าประชิดตัว พร้อมแสงไฟที่เปิดสว่าง“คุณเป็นใคร?” นุกูลผู้มีศักดิ์เป็นหลานของคมน์เอ่ยถามหญิงสาวที่เขากอดอยู่“เอ่อ เป็น เป็น” รุจิเรศถึงกับตอบไม่ถูก ไม่รู้ว
Chapter8“คุณคมน์จะรับกาแฟหรือว่าไข่ลวกดีคะ”ป้าพุ่มเป็นคนเดียวที่กล้าถามเจ้านายหนุ่มอารมณ์ร้อนแบบนี้ คนที่ถูกถามตวัดสายตามองคนเก่าคนแก่เพียงนิด ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่านข่าวสารบ้านเมือง“ขอไข่ลวกก่อน เอาสักห้าฟอง”คมน์ตอบขณะที่สายตากวาดอ่านตัวหนังสือบนหนังสือพิมพ์ ป้าพุ่มยิ้มก่อน
Chapter7คมน์ยันกายลุกขึ้นนั่งก่อนจะตวัดเรียวขาไปอยู่ด้านข้างสะโพกของเขา จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนกางขาออกเล็กน้อยโดยรั้งเอวเล็กให้ลอยตามขึ้นไปด้วย ตลอดทั้งลำตัวของร่างสาวไม่มีส่วนไหนสัมผัสกับพื้นที่นอนเลย มีเพียงศีรษะ ท้ายทอยและช่วงไหล่ ลำแขนเท่านั้นที่แนบสนิทอยู่บนที่นอน มือใหญ่รั้งเอวเล็กเข้าหากายแ
Chapter6เขาก้มหน้าจูบปากคนที่กำลังร้องไห้คล้ายกับจะปลอบใจ จูบของเขาอ่อนโยนและนุ่มนวล ลิ้นใหญ่แลกรัดลิ้นนุ่มดุนดันพันเกี่ยวจนอาหารเจ็บเริ่มทุเลา มือใหญ่ฟอนเฟ้นอกอิ่มไปด้วย กระตุ้นให้ความเสียวซ่านเดินทางมาแทนที่ความเจ็บปวด ในระหว่างที่กำลังปฏิบัติการเปลี่ยนความเจ็บให้เป็นความเสียวอยู่นั้น ร่างกายหนา







