تسجيل الدخولไม่รู้ว่าถึงคราวเคราะห์หรือเวรกรรมที่สร้างมากันแน่ ทำให้ธวัชชัยตกอยู่ในสภาพเป็นอัมพาตครึ่งซีกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่โชคดีหน่อยที่พูดสื่อสารได้ปกติ
“คุณแม่ครับ ผมคงต้องอยู่กรุงเทพฯ ดูแลคุณพ่อ และบริษัทของเรา ส่วนที่ไร่ผมอาจจะลงไปดูครั้งคราว”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ที่ไร่ยังมีนายนพอยู่ทั้งคน”
“คุณแม่มาอยู่ด้วยกันนะครับ” พฤกษ์อยากให้มารดาช่วยอยู่ข้างๆ บิดา คอยให้กำลังใจท่าน
“อย่าเลย”
“แต่คุณพ่อต้องการกำลังใจจากคุณแม่นะครับ”
“พ่อแกเขาไม่ต้องการแม่หรอก อ้อ...เรื่องงานแต่งแกกับยายรัก เดี๋ยวแม่จะหาฤกษ์กับหลวงพ่อให้” สุพรรณีเฉไฉเปลี่ยนเรื่องคุย
“คุณแม่ยังมีแก่ใจจัดงานมงคลอีกหรือครับ คุณพ่อป่วยหนักขนาดนี้” พฤกษ์ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ทำไมมารดาถึงได้เฉยชากับอาการป่วยของบิดาเช่นนี้
“พ่อแกฟื้นแล้วไม่ใช่เหรอ”
“เรื่องแต่งงานผมอยากขอเวลา” เขาไม่พร้อมที่จะแต่งงานกับใครในเวลานี้ ยิ่งเป็นปองรักด้วยแล้วไม่มีความคิดอยู่ในหัว
“นี่แกจะมาปัดความรับผิดชอบแบบนี้ไม่ได้ แม่ไม่ยอม อย่าเอานิสัยพ่อแกมาใช้ได้ไหม”
“ผมยังไม่ได้คุยกับปองรักเลยนะครับ” มันเป็นสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาเกลียดปองรัก ชายหนุ่มคอยเน้นย้ำในใจมาตลอด
“แม่คุยกับยายรักแล้ว”
“ผมอยากให้พ่อหายดีก่อน ถึงจะแต่งงานกับปองรัก”
“หาย! แกคิดว่าพ่อแกจะหายป่วยง่ายๆ งั้นเหรอตาพฤกษ์ หมอเองก็ยังตอบไม่ได้ด้วยว่าจะมีโอกาสกลับมาเป็นปกติได้อีกหรือเปล่า หากยายรักท้องขึ้นมาล่ะ”
“เอาเป็นว่าหากปองรักท้องขึ้นมาจริงๆ ผมยินดีที่จะรับผิดชอบครับ” เขามั่นใจว่าปองรักไม่มีวันตั้งครรภ์อย่างแน่นอน
“อย่าลืมรับผิดชอบคำพูดตัวเองด้วยล่ะ”
“ครับ แต่ระหว่างที่คุณพ่อป่วย ผมอยากให้ปองรักมาดูแลคุณพ่อครับ”
“ดูแลพ่อแก แต่ว่าพ่อแกเคย...” สุพรรณีก็พูดไม่ออกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เหตุนี้ที่ทำให้นางกับสามีแตกหักเกือบหย่าขาดกัน
“คุณพ่อคงไม่สามารถลุกมาทำอะไรปองรักได้หรอกครับ”
“แล้วพยาบาลที่เราจ้างไว้ล่ะ”
“คุณพ่อรับไม่ได้กับสภาพที่เป็นอยู่ ต่อต้านการดูแล พยาบาลคนไหนก็เอาไม่อยู่ คุณแม่ครับถ้าอยากให้ปองรักแต่งงานกับผมจริงๆ ในฐานะภรรยาและลูกสะใภ้ของตระกูล เขาควรดูแลพ่อสามี” นั่นเป็นเพียงข้ออ้างหวังให้มารดาเลิกคัดค้านให้ปองรักมาดูแลบิดา
“แต่ยายรักดูแลแม่อยู่นะ”
“คุณแม่ยังมีตองนวลคอยดูแล แต่คุณพ่อไม่มีใคร ผมไว้ใจปองรัก เชื่อว่าเขาจะดูแลคุณพ่อได้” คงถึงเวลาแล้วที่ปองรักควรทำหน้าที่ลูกหนี้ที่ควรทำ ไม่ใช่ลอยชายสบายเหมือนคุณหนูอย่างทุกวันนี้
“จะเอาแบบนั้นเหรอ” สุพรรณียังลังเล เพราะรู้ว่าปองรักยังหวาดกลัวกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นอยู่ไม่น้อยเลย
“ครับ ผมเองก็คุยกับปองรักเขาแล้ว”
2 วันก่อน
เมื่อพฤกษ์รู้ว่ามารดามีนัดกับน้าสาว เขาจึงเข้ามาที่คอนโดฯ เพราะมีข้อตกลงจะคุยกับปองรักเพียงลำพัง หากคุยต่อหน้าท่านคงถูกขัดตั้งแต่ยังไม่พูดด้วยซ้ำ ก็ปองรักเป็นลูกรักของท่านไปแล้วนี่
“แม่เลี้ยงออกไปทำธุระข้างนอกค่ะ” ปองรักเอ่ยทันทีที่ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าห้องพัก
“อืม...ฉันรู้แล้ว นั่งสิ ฉันมีเรื่องจะตกลงกับเธอ”
“ค่ะ” หญิงสาวขานรับพร้อมทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
“นั่งข้างบน” เขาเอ่ยเสียงเข้ม ทำให้อีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งก่อนจะเคลื่อนกายลงนั่งโซฟาฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่ม
“มีเรื่องอะไรที่จะตกลงกับฉันงั้นหรือคะ” ปองรักเอ่ยถาม เพราะพฤกษ์เอาแต่จ้องหน้าเธอ
“เธอน่าจะรู้ดีว่าเรื่องอะไร” เขาพูดพร้อมยิ้มเหยียดหยัน
“เหตุการณ์ในคืนนั้นหรือคะ”
“คุณแม่อยากให้ฉันรับผิดชอบเธอ” เขาพูดพลางมองอีกฝ่ายอย่างหยั่งเชิง
“ไม่จำเป็นเลยค่ะ คุณไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรฉันทั้งนั้น”
“แต่คุณแม่บอกว่าคุยกับเธอแล้ว”
“ใช่ค่ะ ฉันคุยกับท่านเรียบร้อยแล้ว”
“คุยแบบไหน คุณแม่ถึงเร่งจัดงานแต่งงาน ทั้งที่คุณพ่อฉันยังนอนป่วย”
“แต่ว่าฉันบอก...” หญิงสาวพูดไม่ทันจบพฤกษ์ก็พูดแทรกขึ้นมา
“เธอจะบอกว่าแม่ฉันโกหกงั้นเหรอ”
“เอ่อ...ฉัน” ปองรักถึงกับพูดไม่ออก แต่เธอยืนยันว่าปฏิเสธไปแล้ว
“เอาละเรื่องแต่งงานพักไว้ก่อน เรามาคุยเรื่องหนี้ที่ครอบครัวเธอติดไว้ก่อนดีกว่า หวังว่าเธอคงไม่ลืมหรอกนะ ว่ามาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร”
“ฉันรู้ตัวดีค่ะ”
“รู้ไหมตลอดเกือบสองปีที่เธอมาอยู่ที่นี่ พ่อกับแม่เลี้ยงของเธอไม่เคยส่งดอกมาใช้หนี้เลย มันคงถึงเวลาที่ฉันควรจัดการยึดคืนเสียที” พฤกษ์พูดเท่านั้น ปองรักถึงกับหมดเรี่ยวแรง
ปองรักได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้น เดินไปยังเตียงนอนของธวัชชัยทันทีด้วยความแปลกใจระคนสงสัย ทุกครั้งที่เอ่ยถามชายสูงวัยจะยกมือปฏิเสธเสียงแข็ง หญิงสาวเริ่มทำกายภาพบำบัดให้อีกฝ่ายอย่างตั้งใจ ตามวิธีการที่พยาบาลเคยสอน ทำไปเพียงไม่นานธวัชชัยก็เอ่ยขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย“ถ้าเป็นงานที่เราสร้างมันขึ้นมากับมือบนความเสี่ยงแต่สร้างรายได้มหาศาล กับชีวิตของคนในครอบครัว เธอจะเลือกอย่างไหน”“ถ้าเป็นฉันคงเลือกคนในครอบครัว”“เธอจะไม่ใช้เวลาคิดสักนิดเหรอ” ธวัชชัยเอ่ยถามอย่างแปลกใจ หลายวันมานี่เขาคิดหนักจนหัวจะระเบิด มันเลือกไม่ได้ ระหว่างลูกกับงานที่สร้างเนื้อสร้างตัวให้เขาอยู่สุขสบายได้“ไม่ค่ะ ชีวิตคนในครอบครัวสำคัญที่สุด” เธอยังยืนยันคำเดิมด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น“เธอนี่มันใจเด็ดจริงๆ เอ่อ...แล้วไปตกลงอะไรกับตาพฤกษ์ไว้ล่ะ”“เสี่ยรู้หรือคะ”“ฉันได้ยินเ
ปองรักรีบซอยเท้าเล็กเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว ปลายเท้ายังไม่ทันเอื้อมแตะบันไดขั้นแรกก็ถูกแสงแขมายืนกอดอกขวางทางไว้ ทำให้เธอเลี่ยงไปอีกด้าน แต่อีกฝ่ายขยับตัวมาขวางไว้ จนเธอถึงกับขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ“ขอทางด้วยค่ะคุณแม่บ้าน”“เสียมารยาท ที่บ้านไม่เคยสอนหรือไงไม่ให้วิ่งในบ้าน” แสงแขแกล้งหาเรื่องตำหนิเพื่อถ่วงเวลา เพราะรู้ว่าพฤกษ์กำลังเรียกหาและโกรธที่ปองรักทิ้งให้ธวัชชัยอยู่ในห้องเพียงลำพัง เธออยากให้เจ้านายหนุ่มอารมณ์เดือดปะทุจนถึงจุดสูงสุด“นี่คุณคิดจะทำอะไร” เสียงป้ามาลีดังขึ้นแทรก“เปล่านี่” แสงแขตอบพลางยักไหล่“รีบขึ้นไปเถอะค่ะคุณรัก” “ค่ะป้ามาลี” ปองรักขานรับแล้วรีบเดินขึ้นไปยังห้องนอนของธวัชชัย ทันทีที่หมุนลูกบิดเปิดประตูเข้าไปก็ปะทะสายตาดุกร้าวของพฤกษ์“ไปไหนมา!” เขาถามด้วยน้ำเสียงดุดันแข็งกร้าวจนคนฟังผวา
“ไม่เป็นไรครับ ปองรักเป็นเด็กในบ้านเขาอาสามาดูแลคุณพ่อ และจะฝึกทำกายภาพบำบัดด้วย ไม่ทราบว่าคุณพยาบาลที่ทำกายภาพบำบัดมาหรือยังครับ”“น่าจะอีกชั่วโมงหนึ่งค่ะ”“งั้นปองรักเข้าไปหาคุณพ่อกันเถอะ” พฤกษ์กล่าวขอบคุณพยาบาลสาวก่อนนำปองรักเข้าไปหาบิดาสายตาคนป่วยมองไปที่ประตู ซึ่งปองรักรู้ทันทีว่าธวัชชัยน่าจะมองหาสุพรรณีอย่างแน่นอน คิดว่าชายวัยกลางคนยังคะนึงหาภรรยาไม่น้อย“คุณป้ากลับเชียงใหม่ไปแล้วค่ะ” ปองรักเป็นคนเอ่ยขึ้น“ปองรักจะมาดูแลคุณพ่อแทนพยาบาลคนเดิมนะครับ” เขาบอกเท่านั้น ใบหน้าคนป่วยส่ายๆ ไม่ยอมรับ จนปองรักหน้าเจื่อนๆ“ผมตั้งใจแล้วครับ ปองรักจะมีหน้าที่ดูแลคุณพ่อในฐานะลูกหนี้ และคอยทำกายภาพบำบัดให้ด้วย” ครั้งนี้เขาไม่ตามใจบิดาเหมือนเคย “เดี๋ยวพยาบาลที่ทำกายภาพบำบัดมาทำให้คุณพ่อ เธอก็ฝึกตามด้วยแล้วกัน”“ค่ะ”
“คุณแม่ครับ ผมไม่อยากแต่งงานกับคนที่เกลียด”พฤกษ์พูดออกมาตรงๆ โดยไม่รู้ว่าคนที่เขาเกลียดกำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาถึงกับหยุดชะงัก แล้วถอยร่างไปยืนข้างๆ เสา“พฤกษ์!”“ผมพูดความจริงครับ”“ทำอะไรลงไปควรรับผิดชอบรู้ไหม อย่าทำให้แม่ต้องผิดหวังเหมือนพ่อของแกนะพฤกษ์”“ครับ...ผมยอมรับว่าเห็นแก่ตัว ถ้าให้เป็นคนดีมีความรับผิดชอบคงไม่ไหว ผู้หญิงรายทางที่ผมนอนด้วยไม่ได้มีแค่คนเดียว ที่สำคัญผมไม่มีวันรับผิดชอบผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเราแตกแยก ปองรักไม่มีวันได้เป็นเมียแต่งของผมแน่ๆ แต่ถ้าให้เป็นเมียทาสน่ะได้”“พฤกษ์!” สุพรรณีถึงกับเรียกบุตรชายเสียงเข้ม ปองรักเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงให้ดูสดใสที่สุด แล้วก้าวเท้าเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟสองแก้ว“กาแฟมาแล้วค่ะ”“มาแล้ว ไปหลงหรือยังไงเราถึงเพิ่งมาน่ะ” สุพรรณีรับแก้วกาแฟมาถือ พร้อมฝืนยิ้มให้หญิงสาวด้วยแววตาเอ็นดู“ทำไมรู้ล่ะคะ รักหลงทางจริงๆ นี่ถามเขามาตลอดทางเลยค่ะ”
“คุณแม่ครับ ผมไม่อยากแต่งงานกับคนที่เกลียด”พฤกษ์พูดออกมาตรงๆ โดยไม่รู้ว่าคนที่เขาเกลียดกำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาถึงกับหยุดชะงัก แล้วถอยร่างไปยืนข้างๆ เสา“พฤกษ์!”“ผมพูดความจริงครับ”“ทำอะไรลงไปควรรับผิดชอบรู้ไหม อย่าทำให้แม่ต้องผิดหวังเหมือนพ่อของแกนะพฤกษ์”“ครับ...ผมยอมรับว่าเห็นแก่ตัว ถ้าให้เป็นคนดีมีความรับผิดชอบคงไม่ไหว ผู้หญิงรายทางที่ผมนอนด้วยไม่ได้มีแค่คนเดียว ที่สำคัญผมไม่มีวันรับผิดชอบผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเราแตกแยก ปองรักไม่มีวันได้เป็นเมียแต่งของผมแน่ๆ แต่ถ้าให้เป็นเมียทาสน่ะได้”“พฤกษ์!” สุพรรณีถึงกับเรียกบุตรชายเสียงเข้ม ปองรักเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงให้ดูสดใสที่สุด แล้วก้าวเท้าเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟสองแก้ว“กาแฟมาแล้วค่ะ”“มาแล้ว ไปหลงหรือยังไงเราถึงเพิ่งมาน่ะ” สุพรรณีรับแก้วกาแฟมาถือ พร้อมฝืนยิ้มให้หญิงสาวด้วยแววตาเอ็นดู“ทำไมรู้ล่ะคะ รักหลงทางจริงๆ นี่ถามเขามาตลอดทางเลยค่ะ”
ปองรักกุมมือสุพรรณีไว้ และพยายามหาเรื่องคุยให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายให้หายจากภาวะอารมณ์เศร้า อดตำหนิพฤกษ์ไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำให้ท่านต้องเครียด“ขอบใจนะรัก” สุพรรณีเอื้อมมือมาแตะศีรษะหญิงสาวเบาๆ“อย่าคิดอะไรมากเลยนะคะ”“ฉันพยายามอยู่ พยายามมาตลอดเกือบสองปี ฉันไม่อยากกลับไปเจอคุณชัยอีก”“เพราะรักอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่หรอก เรื่องมันสะสมมานานแล้ว ก่อนที่เธอจะเข้ามาเสียอีก”“มีอะไรระบายให้รักฟังได้นะคะ รักสัญญาจะไม่บอกใคร”“ฉันเล่าให้เธอฟังไม่ได้” นางตั้งใจให้ความลับนี้มันตายไปกับตน พฤกษ์จะต้องไม่รู้เรื่องนี้“ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องเล่า ว่าแต่คุณป้าจะนอนพักสักงีบไหมคะก่อนจะออกเดินทาง”“ถ้านอนพักอาจจะยาวจนตกเครื่องได้”“ก็ดีสิคะ คุณป้าจะได้อยู่กับรักต่ออีกคืน”“เรามันขี้อ้อน” สุพรรณีขยี้ศีรษะหญิงสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ปองรักเหมือนกับน้ำเย็นที่มาชโลมจิตใจให้นางรู







