Masukน้องสาวเพื่อนก็ถือว่าน่ารักดี แต่พี่คิดว่าเธอยังไม่ใช่ แถมลั่นวาจาออกไปว่า... "ไม่คิดจะรักเด็กผมเปียอย่างเธอ" แต่เด็กผมเปียในวันนั้น ดันโตตามพี่ทัน จนมาเป็นดาวมหา'ลัยในวันนี้ สวย สดใส ยิ้มเก่ง แล้วก็นิ่งเฉยชาใส่พี่แค่คนเดียว ********* “ถ้าอยากขอบคุณก็เลี้ยงข้าวพี่” “เลี้ยงข้าว” เธอทวนคำพูดคนตรงหน้าที่ยกยิ้มขึ้นจนเห็นเขี้ยวที่มุมปาก ทำเอาใจยอดเตยกระตุกนิด ๆ “ใช่ไง พี่ไปรับไปส่งเราตั้ง 2 รอบ” “อ๋อ ทำดีหวังผลสินะ” “ไม่ได้หวังแค่นี้หรอกนะ” คนทำดีหวังผลที่ไม่ใช่แค่เลี้ยงข้าวพูดยิ้ม ๆ “แล้วหวังอะไร” หญิงสาวคิ้วขมวดไม่เข้าใจ อะไรของเขา “อยากรู้เหรอ” “ไม่ค่ะ มันเรื่องของพี่ไม่เกี่ยวกับเตย” “ใครบอกว่าไม่เกี่ยว”
Lihat lebih banyakรถประจำทางคันใหญ่จอดเทียบข้างทางเท้าใกล้ ๆ กับสะพานลอย ทั้งจอดรับผู้คนที่ยืนรอเพื่อไปต่อป้ายหน้า ทั้งจอดรอผู้คนเพื่อลงป้ายนี้ ดูวุ่นวายไม่น้อย
ถนนสี่เลนมีเกาะกลางถนนตามแนวยาว ตรงเกาะกลางถนนปลูกหญ้าเต็มพื้นที่ มีต้นเฟื่องฟ้าเป็นพุ่มออกดอกหลากสีสองฝั่งของถนนมีต้นเสลา ต้นราชพฤกษ์สูงใหญ่ตามแนวถนน ให้ร่มเงาเต็มพื้นที่ฟุตพาท
เวลาหกโมงเช้าวันธรรมดา ผู้คนออกไปทำงานบ้าง ส่งลูกไปโรงเรียนบ้าง ถนนสี่เลนเต็มไปด้วยรถวิ่งสวนกันไปมา
ยอดเตย ทิพากร ทวีหิรัญกิจ หญิงสาวในชุดกางเกงยีนทรงกระบอกสีอ่อน เสื้อยืดสีขาวสวมทับในกางเกง คลุมด้วยเสื้อแขนยาว สวมรองเท้าผ้าใบเพื่อความคล่องตัว
หญิงสาวก้าวเดินขึ้นสะพานลอยระหว่างทาง ได้ยินเสียงมากับสายลมเสียงกลองเสียงร้องเพลง เสียงหัวเราะเฮฮา จากทางด้านหลังซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยใหญ่ มีหลากหลายคณะให้ได้เลือกเรียน แต่จะเด่นเน้นด้านช่างผลิต ช่างฝีมือ วิศวกรคุณภาพสายงานต่าง ๆ
ยอดเตยเดินขึ้นสะพานลอยเพื่อข้ามไปอีกฝั่งของถนน ซึ่งจะมีตึกแถวเรียงตามถนนเป็นแนวยาว แต่ละตึกมีสามถึงสี่ชั้นเป็นร้านสะดวกซื้อ
มีเจ้าถิ่นนอนเฝ้าหน้าประตูสามตัวคนละมุม หลับสบายได้รับแอร์เย็น ๆ จากในร้านเวลามีคนเดินเข้าเดินออก แล้วประตูเลื่อนเปิด–ปิดอัตโนมัติ นำพาแอร์เย็น ๆ ในร้านออกมาด้านนอก ให้เจ้าถิ่นได้รับอากาศเย็นสบายสักนิด ๆ หน่อย ๆ พอได้นอนหลับจนไม่สนใจใคร
ร้านสะดวกซื้อเปิดขายยี่สิบสี่ชั่วโมง แบบไม่มีพัก พนักงานเปลี่ยนกะเช้ากะดึก ถัดจากร้านสะดวกซื้อเป็นร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนต่าง ๆ ครบครัน ถัดไปเป็นร้านถ่ายรูปสำหรับติดบัตรรูปทางการ
มีร้านถ่ายเอกสารพร้อมคอมพิวเตอร์ให้เช่ารายชั่วโมง สำหรับทำงานพรินต์งานของนักศึกษา และยังมีอีกหลายร้านตั้งเรียงรายตามแนวถนน ทั้งร้านอาหารตามสั่ง ร้านนมสด ร้านนั่งชิลล์ที่เปิดให้บริการแล้ว และยังไม่เปิดให้บริการเวลานี้
อีกฝั่งของซอยมองเห็นร้านอาหารตามสั่ง ยกพื้นสูงบันไดปูนสี่ขั้น ภายในร้านมีโต๊ะไม้ เก้าอี้ไม้ วางเรียงรายเต็มร้าน ตู้โชว์กระจกใสห้อยหมูกรอบชิ้นใหญ่แตงกวา คะน้า ถั่วฝักยาว หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศลูกใหญ่สีส้มเต็มตู้
ถัดจากร้านอาหารตามสั่ง เป็นร้านถ่ายเอกสารเช่าคอมพิวเตอร์รายชั่วโมงเหมือนกับอีกฝั่ง มีร้านข้าวมันไก่ ข้าวขาหมูสีน้ำตาลเข้มหนังเด้ง ๆ นุ่ม ๆ วางเต็มหม้อ โชว์ไอร้อนลอยกรุ่น ไก่ต้มตัวใหญ่ห้อยเรียงไว้ในตู้กระจกกันฝุ่นเกาะ น้ำซุปส่งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยจากลูกค้าเดินผ่านไปผ่านมาได้เป็นอย่างดี
ส่วนหน้าร้านสะดวกซื้อ เป็นร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง ร้านปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ รถเข็นขายผลไม้ที่เป็นตู้กระจก ในตู้มีแตงโมปอกเปลือกสีแดงชิ้นโต สับปะรด ฝรั่งสด ฝรั่งแช่บ๊วย มะม่วงหั่นแว่น มะม่วงเป็นลูก มะพร้าวน้ำหอม ทั้งผลไม้ดองหลากหลายชนิด ในตู้กระจกด้านล่างรองพื้นด้วยน้ำแข็งเพิ่มความสดความเย็นให้กับผลไม้
ยอดเตยยิ้มน้อย ๆ ยืนมองเจ้าถิ่นที่นอนแผ่หลาอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ เธอเดินไปร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง ที่มีพ่อค้าตัวสูงใหญ่ใส่ผ้ากันเปื้อนสีแดงเข้ม กำลังง่วนอยู่กับเตาย่างหมูปิ้ง จับไม้เสียบหมูปิ้งทีละสามไม้กลับด้านพลิกไปพลิกมา
บนเตาถ่านมีควันสีขาวขุ่นพวยพุ่งขึ้นจากเตา หมูปิ้งสีเหลืองอร่ามมันเยิ้ม ๆ ส่งเสียงซู่ซ่าทุกครั้งที่พ่อค้าพลิกไปมา กลิ่นหอมของหมูย่างผสมผสานกับกลิ่นควันไฟ กระตุ้นต่อมรับรสของคนเดินผ่านไปผ่านมา
บนโต๊ะพลาสติกแบบพับได้มีถาดรองด้วยใบตองสีเขียวสด หมูปิ้งที่สุกแล้ววางเรียงรายเต็มถาด อีกฝั่งของโต๊ะมีแม่ค้าใช้กรรไกรตัดหมูปิ้งส่วนที่ไหม้ออกอย่างพิถีพิถัน พร้อมเงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มพูดคุยกับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง ทั้งจับถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งใส่ถุงให้ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว รวดเร็วมือเป็นระวิงก็ยังฉีกยิ้มให้ลูกค้า
ยอดเตยเลือกหมูปิ้งที่เกรียมพอดี ไม้ไหนที่ดูน่ากิน หมูชิ้นไหนที่ดูใหญ่กว่าไม้อื่นนิดหน่อย เธอก็จะเลือกไม้นั้น วางหมูปิ้งที่เลือกไว้ลงบนจานใบเล็กยื่นให้แม่ค้าใส่ถุง
“พี่คะแยกถุงให้หน่อยได้ไหมคะ”
“ได้จ้า เอาอะไรบ้างจ๊ะ”
“ชุดหนึ่งหมูปิ้ง 6 ไม้ข้าวเหนียว 2 ห่อ อีกชุดหมูปิ้ง 3 ไม้ข้าวเหนียว 1 ค่ะ”
แม่ค้าพยักหน้ารับ พร้อมหยิบข้าวเหนียวหมูปิ้งใส่ถุงแยกเป็น 2 ชุด ก่อนจะยื่นถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งให้เธอ
“ได้แล้วจ้ะ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง 2 ชุด ชุดหนึ่งหมูปิ้ง 6 ไม้ข้าวเหนียว 2 ชุดหนึ่งหมูปิ้ง 3 ไม้ข้าวเหนียว 1”
หลังจากจ่ายเงินค่าหมูปิ้งเสร็จ หญิงสาวหันไปร้านข้าง ๆ ที่เป็นร้านขายผลไม้ กินคาวแล้วก็ต้องกินหวาน เลือกแตงโมสองชิ้น ฝรั่งหนึ่งลูก จ่ายเงินเรียบร้อยยืนรอแม่ค้าหั่นแตงโมกับฝรั่งเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะใส่ถุงยื่นให้เธอ
หญิงสาวถือของกินของใช้เดินเข้าไปตามซอย ถนนเลนเดียวแต่กว้างพอให้รถยนต์สองคันเบียดกันได้ แต่ส่วนมากที่สัญจรในซอยนี้จะเป็นมอเตอร์ไซค์มากกว่า
ในซอยทั้งสองฝั่งจะเป็นหอพัก บ้านพัก อะพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม ไปจนสุดทาง มีร้านอาหารตามสั่ง และร้านขายชุดนักศึกษา พร้อมทั้งร้านเสริมสวยบ้างประปราย
เดินมาถึงหน้าประตูบ้านสีขาวกำแพงปูนสีขาว มีต้นมะม่วงต้นใหญ่อยู่หน้าบ้าน มองเข้าไปด้านในเป็นลานสนามหญ้าเล็ก ๆ ก่อนถึงตัวบ้านมีต้นไม้ปลูกรอบบ้านดูร่มรื่น
บ้านสองชั้น ประตูกระจกบานเลื่อนข้างตัวบ้าน มีรถยนต์เอสยูวีคันใหญ่จอดอยู่หนึ่งคัน ถัดมาเป็นรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีดำทั้งคันจอดอยู่ข้าง ๆ กับรถมอเตอร์ไซค์สกูตเตอร์ทรงสปอร์ตคันเล็กสีชมพูอีกคัน
“ขอบคุณนะคะ”“เรื่องอะไรครับ”“ทุกเรื่องค่ะ” อยู่ ๆ เขาก็ยื่นมือไปเปิดไฟหัวเตียง จับกรอบรูปมาถือไว้ ใจเธอกลับเต้นรัว ลืมเก็บเขาเห็นแล้ว“เก็บไว้นานรึยัง” ธารยื่นกรอบรูปที่มียอดเตย เขา และกลุ่มเพื่อนมาถามเธอ“เก็บไว้ตั้งแต่ถ่ายค่ะ”“รักพี่ตั้งแต่ตอนนั้นเลยเหรอ” ยอดเตยกลอกตาใส่เขาไปหนึ่งที แต่ก็จริงของเขา เธอรักเขาตั้งแต่ตอนนั้น“ไม่เชิงว่ารัก แค่ชอบ แล้วก็จะเลิกรักตั้งแต่วันนั้นด้วย” ธารพาคนที่เขานอนกอดลุกขึ้นนั่ง เขามองหน้าเธอชัด ๆ ใบหน้าขาวใสที่ไม่ได้แต่งแต้ม ธารอยากรู้เหมือนกันที่ผ่านมาเธอเมินใส่เขามาตลอดเพราะอะไร“ทำไมถึงเลิกชอบพี่ตั้งแต่วันนั้นล่ะครับ”“วันนั้นเตยได้ยินพี่ธารคุยกับพี่พิทย์ ว่าเตยไม่ใช่สเปกเป็นแค่เด็กผมเปียใครจะจีบก็จีบ แต่ไม่ใช่พี่แน่ ๆ” ธารมุมปากกระตุก ตัวเกร็งขึ้นมานิด เหมือนยอดเตยจะมีอารมณ์แต่เป็นอารมณ์โมโหเขา คนตัวโตถึงรีบอธิบายให้เธอฟังเร็ว ๆ“เตยฟังจบไหม” ยอดเตยส่ายหัวทั้งมองหน้าเขาเคือง ๆ ชายหนุ่มถึงได้จูบหน้าผากเธอก่อนจะอธิบายต่อ“ใช่ พี่บอกพิทย์ว่าพี่จะไม่มีทางจีบเตยแน่ ก็ตอนนั้นเตยยั
“ทำไมถึงไม่เชื่อคะ”“เพราะเตยรักพี่” เขาตอบออกมาโดยไม่ต้องคิดอะไรมากเธอรักเขา ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขา ที่โมโหก็เพราะมันเสื้อใคร ทำไมมาอยู่ในห้องคนรักเขาเท่านั้น ยอดเตยยิ้มทั้งตาทั้งปากก่อนจะเลิกแกล้งคนแก่ขี้ลืม“คนแก่ขี้ลืมจริง เสื้อผ้านี้ จำไม่ได้เหรอคะ เสื้อพี่ธารทั้งนั้น วันที่เตยพาพี่มาบ้านวันแรกไงคะ”“หืม... เสื้อพี่”ธารคิดตามคำพูดยอดเตยถึงได้นึกออก เสื้อผ้าเขาเธอยังเก็บไว้อย่างดีไม่ใช่ตกยุคไปแล้วเหรอ พอพูดกันจนเข้าใจดีแถมโดนยอดเตยค้อนให้วงใหญ่ ว่าเขาไม่เชื่อใจเธอเธอบอกให้เขาไปอาบน้ำจะได้มาพักดึกแล้ว ด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ ก่อนจะหันไปเก็บเสื้อผ้าให้เขา ธารถึงได้รีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จ จะรีบออกมาง้อเธอ อะไรวะเนี่ย ใครจะไปคิดว่าเป็นเสื้อผ้าตัวเอง ผ่านมาตั้งหลายเดือน ซวยแล้วไอ้ธารธารเดินออกจากห้องน้ำ เห็นยอดเตยนอนห่มผ้าตะแคงข้างให้เขา เธองอนเขาจนหลับไปจริงน่ะเหรอ คนตัวโตค่อย ๆ นั่งลงบนเตียง ยอดเตยแกล้งหลับ แกล้งงอนเขาไปงั้นก่อนที่จะรู้สึกว่าเตียงยวบลงข้างกาย ได้กลิ่นหอมสบู่อ่อน ๆ จากตัวเขา รับรู้ถึงไออุ่นจากด้านหลัง ธารรู้
มะปรางยิ้มบาง ๆ ออกมา หน้าเธอแดงจัดด้วยความเขินอาย เขารอเธอมานานงั้นเหรอ ทุกครั้งที่ไปหาธารจะเห็นสายตาเขา เธอพอรู้ว่าเขาด่าเธอผ่านสายตาจนทำให้มะปรางไม่คิดจะเป็นแม้กระทั่งเพื่อนกับชีวี แต่พอได้มารู้จักจริง ๆ ในหลายเดือนเขาใส่ใจเธอมาก ถึงจะดูปากไม่ตรงกับใจ พูดวกไปวนมา ไม่ยอมรับตรง ๆ เธอกลับรู้สึกดีกับเขาขึ้นทุกวันส่วนชีวินที่โดนแฝดน้องอย่างชีวีแซว เขาทำแค่แสยะยิ้มให้ เกิดมาพร้อมคู่ครองบ้านมึงสิ ยัยคุณหนูนั่นต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ดีอยู่หรอก ไม่รู้จะรักหรือจะร้ายสามวันดีสี่วันไข้ อย่ามาทำให้รักแล้วจากไปนะ บอกเลยว่ายากชีวีแฝดน้องที่ออกหลังเขาสามนาที มันรอมะปรางมานาน ยังดูมีความเป็นไปได้กว่าเขา ชีวินคิดอะไรอยู่คนเดียว ก่อนจะได้ยินมะปรางพูดขึ้น“ยินดีด้วยนะคะธาร น้องเตย”“ขอบใจนะ”“ขอบคุณค่ะพี่ปราง” ยอดเตยนั่งพูดคุยทักทายเพื่อนเขาอีกนิด ก่อนจะขอตัวไปโต๊ะเพื่อนตัวเองกว่าจะขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยินดีทั้งเพื่อน ทั้งญาติผู้ใหญ่ก็เกือบค่ำ หลังรับประทานอาหารเสร็จทุกคนก็ทยอยกันกลับ ทั้งพ่อแม่และพี่ชายของธาร ส่วนตัวเขาไม่ได้กลับเพราะจะค้างที่นี่ตอนแรกพ่
“ยื่นมือซ้ายให้พี่เขาเถอะลูก” แม่เลี้ยงรวีแตะไหล่ลูกสาวเป็งเชิงบอกยอดเตยยื่นมือเล็กวางบนมือใหญ่ ที่รอรับมือเธออยู่ก่อนแล้ว ธารสวมแหวนลงนิ้วนางข้างซ้ายให้คนตรงหน้า หัวใจทั้งสองคนเต้นแรง ยอดเตยยื่นมือไปหยิบแหวนวงใหญ่สวมใส่นิ้วนางข้างซ้ายให้ชายหนุ่มก่อนที่แม่ของเธอจะกระซิบให้เธอไหว้ขอบคุณพี่เขา ยอดเตยยกมือขึ้นก้มโน้มตัวลงไหว้คนตรงหน้า ธารฉีกยิ้มกว้างรีบยกมือขึ้นมารองมือเธอไว้ อีกมือลูบกลุ่มผมที่จัดทรงอย่างดีของเธอบางเบาช่างภาพเก็บภาพบรรยากาศในงานหมั้นเล็ก ๆ ถ่ายไปยิ้มไป ข้างหลังมีพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายนั่งบนโซฟา ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันหน้าครบทุกซี่พ่อเลี้ยงหิรัญตาแดงก่ำ ภรรยาได้แต่ตบหลังลูบไหล่ปลอบใจอยู่ข้าง ๆ ลูกสาวเขานี่ จะร้องไห้หน่อยก็คงไม่แปลก แต่ยอดตองบอกทีผมหมั้นพ่อไม่เห็นนั่งน้ำตาไหลแบบนี้เลยผู้เป็นพ่อสวนขึ้นทันทีว่าไหลสิ ทำไมจะไม่ไหล แต่ไม่ได้ไหลเพราะเป็นห่วงลูกชาย ไหลเพราะเป็นห่วงลูกสะใภ้ คิดยังไงมาหมั้นจับจองยอดตองไว้เป็นสามีในอนาคต ยอดตองยิ้มแห้งให้ทุกคน ส่วนคู่หมั้นคนสวยได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ให้กับผู้ใหญ่ ทุกคนถึงได้พากันหัวเราะยิ้มแก้มปริกัน
ยืนมองอยู่นานก่อนจะหันไปอุ่นข้าวต้ม ตักใส่ถ้วยรองด้วยจานเดินเอาไปวางไว้ที่โต๊ะ ถึงไปเคาะประตูห้องของคนป่วยก๊อก ก๊อก ก๊อก“กินข้าวไหม อุ่นเสร็จแล้วค่ะ” รออยู่นานก็ไม่ได้ยินเสียงตอบก๊อก ก๊อก ก๊อก“อุ่นข้าวต้มเสร็จแล้วพี่จะกินเลยไหม”“...” เงียบกริบยอดเตย
‘มึงจะบ้าเหรอเจ็บขนาดนี้ นอนลง’ ชีวีกดไหล่เพื่อนเบา ๆ ให้นอนลงที่เตียงตามเดิม ก่อนที่บาร์จะพูดเสริมให้เพื่อนสบายใจ‘เตยโตแล้วนะมึง ไม่ไปรับน้องก็กลับได้ปะ’‘น้องกลับได้ แต่กูดันย้ำกับยอดเตยเมื่อเช้า ว่าจะมารับ อย่าไปไหน เพราะเตยปรับพื้นฐานวันสุดท้าย พรุ่งนี้หยุด ตอนเย็นจะพาไปกินชาบู
เหตุการณ์ก่อนหน้าจากวันนั้นที่ธารกับยอดตองไปหายอดเตยที่สาขาเธอ ผ่านมาเกือบสัปดาห์ ธารแทบไม่ได้เจอหน้ากับยอดเตยเลย เขายุ่งทำโพรเจกต์ ส่วนยอดเตยก็ยุ่งกับการรับน้องปรับพื้นฐานเรื่องคาใจที่เธอเมินเขา ธารไม่ได้ลืมแค่วางเอาไว้ก่อน เขาต้องจัดการกับความรู้สึกยุ่ง ๆ นี้แน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนน
“ใช่ แต่โทร.ไม่ติด ไม่รู้แบตฯ หมดรึเปล่า”ยอดเตยบอกเพื่อน ทั้งกดโทร.ออกหาพี่ชายซ้ำ ๆ ก็ไม่ติด วันนี้เลิกค่ำด้วย เพราะวันนี้เป็นวันปรับพื้นฐานวันสุดท้าย เลยทวนเนื้อหานานหน่อยเธอกระวนกระวายใจ ยอดเตยไม่ชอบความมืดเท่าไรนัก นอกจากแพ้รถบัสแล้ว เธอก็ไม่ชอบความมืดที่สุด ทั้งเพื่อนทั้งรุ่นพ





