Masuk"หนูเคยเห็นเฮียนอนยัง ถ้ายังไม่เคยมาลองนอนกับเฮียดูไหม" นี่คือประโยคแรกของผู้ชายสุขนิยมคนหนึ่งที่เข้ามาจีบฉัน เขาบอกว่าตัวเองอาจจะไม่ใช่คนที่ดีมาก แต่เขาบอกกับฉันอย่างกล้าหาญว่า เขาจะเป็นคนดีของฉัน
Lihat lebih banyakINTRO
“กูมีเวลาเหลืออีกกี่นาทีที่จะเอาชีวิตรอดจากตรงนี้” ช่วงเวลาวิกฤตของคนสุขนิยมของผมได้เกิดขึ้นอีกแล้วครับ อาการมึนเมาที่เหมือนจะเซล้มไปซบน้องหมวยคนเซ็กซี่เมื่อตะกี้นั้นพลันหายวับไปกับตา
ช่วงเวลาคับขันอย่างนี้ ผมต้องรีบตั้งสติ
“พวกมึงเงียบทำห่าอะไร ตอบมาเร็วๆ ดิวะ” ผมสบถใส่ไอ้สองตัวที่นั่งทำหน้าระรื่น ยกแก้วเหล้าชนกันอย่างสบายใจ อย่าให้ถึงคราวผมบ้าง แม่งจะปั่นจนเมียไม่ยอมให้กอดเลยคอยดู
แต่ตอนนี้ผมต้องเอาชีวิตรอดจากตรงนี้ให้ได้ก่อนถึงจะไปเอาคืนไอ้สองคนนี้ได้
“ใจเย็นดิวะ มึงมีเวลาอีก” ไอ้เจ็ทว่าพลางเอียงศีรษะอย่างกวนประสาทไปยังอีกคนที่นั่งข้างกัน
“3” ไอ้ปกรับไม้ต่อพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
“2” ไอ้เจ็ท
ไอ้สองตัวนี้ต่อบทกันอย่างพร้อมเพรียงเลยนะ ผมนึกว่าตัวเองอยู่ในเกมโชว์
“ไม่ทันแล้วว่ะ END GAME” สิ้นคำของไอ้ปก ผมก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างจนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ไม่กล้าหันไปมองเลยเว้ย รู้ว่าต้องเจอกับอะไร แต่ใจมันไม่กล้าเลยว่ะ
นาทีผมคิดได้แค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นที่จะเอาตัวรอดจากตรงนี้ได้
“เฮีย” น้ำเสียงใสทว่าแฝงไปด้วยอันตรายนั้นดังมาให้ได้ยิน ผมค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ แล้วยกยิ้มหล่อๆ ให้กับคนตัวเล็กที่ยืนเอามือเท้าสะเอวข้างหนึ่งอยู่ หน้าตาเธอบ่งบอกว่าผมกำลังเจอเข้ากับอันตรายขั้นสองจุดห้า
“ใครอ่า” ผมแสร้งทำเป็นจำเธอไม่ได้และเดินโซซัดโซเซมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมคู่สวยหรี่ลงเพื่อมองสำรวจตัวผม “คุ้นๆ”
ผมแกล้งพึมพำออกไป มือเรียวเล็กจึงยื่นมาแตะแก้มซ้ายของผมทันที โชคดีที่เธอแค่แตะเบาๆ เท่านั้น
“คุ้นๆ นะคะเนี่ย” คราวนี้เธอเพิ่มน้ำหนักลงไปที่แก้มของผมตรงตำแหน่งเดิมอีกเล็กน้อย แต่ทำผมหน้าสั่นเลยเหอะ ได้แต่บอกตัวเองว่าอดทนไว้ อย่าหลุดคาร์แรกเตอร์คนเมาเด็ดขาด
“จำได้รึยัง” เสียงใสติดฉุนเฉียวเอ่ยถามพลางกอดอกยืนมองผมด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ส่วนมือเล็กง้างออกเตรียมฟาดผมอีกรอบ
“ไอ้ปก ไอ้เจ็ท มาช่วยกูดูหน่อยว่าน้องคนนี้หน้าเหมือนใครวะ กูโคตรคุ้นแต่แม่งนึกไม่ออก” ผมหันไปส่งสายตาเว้าวอนไอ้สองคนที่กำลังนั่งดื่มเหล้ากันอย่างมีความสุข พวกมันทำเหมือนกำลังดูซีรีส์อยู่ยังไงอย่างนั้น พวกมึงน่าจะรู้ว่าในซีรีส์นางเอกคงหิ้วกูกลับไปนอนที่ห้อง ดูแลปรนนิบัติอย่างดี หนำซ้ำตื่นเช้ามาคงทำซุปร้อนให้กิน แต่ชีวิตจริงกูอาจจะต้องนอนข้างถนนหรือไม่ก็จบด้วยการนอนหยอดเข้าต้มที่โรงพยาบาล
“มึงก็ถามเขาเองดิ” ไอ้เจ็ทเป็นคนตอบพลางพยักเพยิดหน้าให้ผมหันกลับไป ไอ้เพื่อนเวร ไม่รักกูจำเอาไว้เลย
ในเมื่อผมทำการแสดงถึงขั้นนี้แล้วคงต้องไปให้สุดเท่านั้นแหละ
“น้องเป็นใครอะ”
“เบลล์” เธอตอบเสียงต่ำ แววตาจ้องมองผมอย่างไม่ลดละ
“ใครนะ”
“เบลล์”
“เบลล์ เมียเฮียอ่ะนะ” ผมแกล้งชี้ไปที่ตัวเอง เรียวตาเรียวเล็กจับจ้องมาที่ใบหน้าของผมแล้วพ่นลมหายใจออกมาเพื่อระงับความโมโหเอาไว้ ผมรู้ดีว่าเบลล์ไม่มีวันทำอะไรผมตรงนี้หรอก น้องค่อนข้างให้เกียรติผมพอสมควร ถึงแม้ว่าผมจะกวนโมโหเธอมากแค่ไหนก็ตาม
“อือ” เธอตอบกลับมา แอบดีใจอยู่หน่อยๆ ที่น้องยอมรับว่าเป็นของผมอะ โคตรรักเลยเว้ยเฮ้ย อยากจะโผเข้าไปกอดแต่ก็กลัวจะโดนถีบกลับมา พอเห็นว่าเบลล์ไม่มีทีท่าว่าจะระเบิดปรี๊ดออกมา ผมก็อยากจะแกล้งเธอเล่นอีกสักหน่อยขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ผมเป็นคนบ้าที่ชอบเห็นเมียตัวเองทำหน้าปั่นปึ่ง โมโหใส่กัน
“ไม่ใช่เบลล์หรอก ถ้าเป็นเบลล์อะนะ ตบเฮียคว่ำไปแล้ว” ผมว่าพลางยกมือทำท่าจะสาธิตด้วยการตบที่ศีรษะตัวเองเบาๆ ชั่ววินาทีนั้นเองเหตุการ์ณไม่คาดคิดนั้นก็เกิดขึ้นเร็วมากจนสายตาจับภาพเอาไว้ไม่ทัน ทว่ารู้สึกได้ถึงความปวดหนึบตรงศีรษะตัวเอง สั่นสะเทือนถึงแก้วหูจนได้ยินเสียงวิ้ง ๆ ตามด้วยเสียงของไอ้สองตัวข้างหลังมันพูดออกมาพร้อมกันว่า ‘อูย’
“มึงว่ามันเจ็บไหมวะ” ไอ้ปกเอียงคอไปถามไอ้เจ็ท
“คนเมาไม่เจ็บหรอกมั้ง”
“พี่ปล่อยมือเบลล์นะ ถ้าไม่ปล่อยเบลล์จะตะโกนจริงๆ ด้วย” ฉันทำเสียงดุแกมขู่หวังว่าเขาจะรู้ตัวว่ายังมีคนอื่นอยู่ที่นี่ ทำไมเขาถึงได้กล้าทำเรื่องอุกอาจแบบนี้กันนะ ในตอนนั้นเองที่ฉันใช้แรงทั้งหมดเพื่อให้มือตัวเองหลุดจากอีกฝ่ายชั่ววินาทีนั้นเองที่เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ดวงตาพลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใครจะคิดว่าเขาจะปล่อยมืออย่างไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งรับล่ะ ฉันที่ออกแรงดึงสุดชีวิตก็เสียหลักอย่างเลี่ยงไม่ได้ วินาทีนั้นที่รู้ว่าตัวเองต้องล้มหงายหลังแน่ ๆ ฉันจึงรีบคว้ามือคนตรงหน้าเอาไว้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บอกให้เขาปล่อยมือกันแทบตายทันทีที่จับมืออีกฝั่งไว้ได้ เขาก็เป็นฝ่ายกระตุกและดึงฉันให้กลับมานั่งตามเดิม ประจวบเหมาะกับที่ไฟในหอประชุมถูกเปิดขึ้นพอดี เป็นสัญญาณว่าพิธีได้จบลงแล้วแต่กับคนตรงหน้า ฉันว่าเราคงมีเรื่องคุยกันอีกยาวเลยล่ะ เจ้าของรอยยิ้มที่มองจากร้อยเมตรก็รู้ว่าเป็นคนกะล่อน อีกทั้งสายตาเจ้าเล่ห์ที่ไม่น่าไว้วางใจนั่นอีก ถึงแม้ภายนอกเขาจะแต่งตัวดูดีตั้งแต่หัวจดเท้าก็ตามทีฉันคิดว่า ฉันจำเขาได้นะ เขาคือคนบ้าที่บอกว่าตัวเองเป็นคนดีน่ะ“มองเฮียตาแป๋วแบบนี้ จำกันได้ใช่ไหมคะ” เสียง
“กูออกไปข้างนอกก่อนนะ เดี๋ยวต้องไปช่วยไอ้เจ็ทเตรียมสถานที่อีก” ไอ้ปกหันมามองผมหน้านิ่งแถมยังใช้น้ำเสียงเข้มแกมข่มขู่กัน “อย่าก่อเรื่องอีกเข้าใจไหม ไม่งั้นกูจะให้ไอ้เจ็ทมาสวดมึงเจ็ดวันเจ็ดคืน”เจ็ดวันเจ็ดคืน พวกมึงนึกว่าจัดงานวัดกันหรือยังไง คล้อยหลังไอ้ปกเดินเปิดประตูออกไปผมก็เริ่มบ่นสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “แน่จริงเรียกมาสวดเลยดิวะ กูกลัวที่ไหน”“เมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ” ผมทำตาโตตกใจ รีบเม้มปากตัวเองอย่างไวตามสัญชาตญาณการหลบหลีกอันยอดเยี่ยมของตัวเองที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เมื่อตะกี้ผมเห็นไอ้ปกมันเดินเปิดประตูออกไปแล้วนะ ทำไมมันยังเดินกลับมาอีก “กลัวไร”“อ๋อ กูบอกว่าพวกมึงไม่ต้องกลัว วันนี้กูจะเป็นคนดีของน้องเบลล์”"ถามน้องเขาก่อนไหมว่าอยากเป็นของมึงหรือเปล่า"จบบทบรรยายหลังจากทำกิจกรรมช่วงกลางวันเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนส่วนตัว อาบน้ำ เตรียมตัวเข้าพิธีผูกข้อมือรับน้องที่จะจัดขึ้นในช่วงค่ำคืนนี้ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะหกโมงเย็น ฉันแต่งตัวอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกมาข้างนอกเร็วกว่าเวลานัดเรียกรวมพล เนื่องจากเพื่อนๆ ของแก้วเข้ามาอยู่ในห้องเพื่อแต่งหน้า แต่งตัว พูดคุยกันเสีย
[บทบรรยาย: ไวท์ วรัท]“คนอะไรวะ หล่อฉิบหาย” ผมพึมพำออกมาพลางมองตัวเองผ่านกระจกทรงสูงตรงหน้า นานเท่าไหร่แล้วนะที่ผมไม่ได้แต่งชุดนักศึกษาจัดเต็มแบบนี้ น่าจะนานจนผมลืมวิธีผูกเนคไทไปแล้วล่ะ ผมเลยต้องแอบชำเลืองวิธีผูกจากไอ้ปกที่กำลังแต่งตัวข้างๆ ผม“ทำช้าๆ ดิวะ” ผมบ่นออกไปเพราะไอ้ปกไม่ยอมรอให้ผมทำตามมันเลยสักนิด ไอ้นี่แค่วิธีผูกเนกไทยังหวงกัน ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิงผมจะไม่ต่อว่ามันเลยสักคำถ้าหากพูดถึงเรื่องสเปกผู้หญิงของพวกผมสองคน ออกจะแตกต่างกันพอสมควร เพราะเหตุผลนี้ผมเลยวางใจให้มันไปตามดูว่าที่เด็กของผมให้หน่อย ตอนแรกผมจำเรื่องราวคืนที่ผ่านมาไม่ได้หรอกนะ แต่จู่ ๆ ตอนที่ผมกำลังหลับตาน่ะ สมองผมดันจำได้ขึ้นมาว่ามีผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งผลักผมจนล้มไปกองกับสนามหญ้า ผมถึงได้รู้สาเหตุของอาการปวดตามเนื้อตามตัวของตัวเองขึ้นมาจากนั้นผมก็จดจำทุกอย่างได้ ผมเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดไปแล้ว“เป็นไง มึงว่าน้องหนูของกูน่ารักปะ” ผมเอ่ยถามไอ้คนหน้านิ่งที่กำลังจับชายเสื้อนักศึกษายัดใส่กางเกงสแลคสีดำ วันนี้ไอ้ปกมันหล่อจังวะ“อืม น่ารักดี” มันตอบกลับพลางหันมามองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มมุมปากมันยกขึ้นมาอย่างไม่
เสียงนกหวีดเรียกรวมพลทำให้ทุกคนรีบเปิดประตูวิ่งกุลีกุจอออกจากห้องกันอย่างเร่งรีบ ไหนพวกรุ่นพี่บอกว่าจะเรียกตอนเก้าโมงครึ่งไง ทั้งยังบอกอีกว่าให้พวกเรานอนหลับพักผ่อนกันให้เต็มที่เพราะวันนี้ต้องเข้าฐานที่ขึ้นชื่อโหดมาก เสียงเล่าอือเล่าอ้างบอกว่าเด็กปีหนึ่งร้องไห้ระงมร้องอยากกลับบ้านกันทุกปี พวกเราทุกคนต่างหวั่นใจกันใหญ่ นี่ขนาดเตรียมใจเอาไว้แล้วนะแต่พอถึงหน้างานไม่รู้จะว่าจะไหวหรือเปล่า“ผมให้เวลาพวกคุณสามนาที จัดแถวนับจำนวนครับ” เสียงทุ้มแฝงด้วยความหนักแน่นน่าเกรงขามของพี่เฮดปีสองนั้นทำให้เราทุกคนต้องปิดปากเงียบและรีบจัดแถวกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำผู้ชายร่างสูงโปร่งสวมใส่เสื้อยืดสีดำ ชายเสื้อเข้ากับกางเกงยีนสีเข้ม เขาชื่อว่า พี่เจ็ท หรือที่พวกเพื่อนๆ ผู้ชาย เรียกเขาว่า เฮียเจ็ท ผู้ชายคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อ ความฉลาด สอบได้เกรด 4.00 ทุกเทอม แถมที่บ้านของเขายังร่ำรวยมาก ครอบครัวติดอันดับมหาเศรษฐีในเมืองไทยเลยล่ะ แต่พี่เขากลับทำตัวเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ใส่แบรนด์เนมตั้งแต่หัวจดปลายเท้า แต่สิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมคือพี











