Share

CHAPTER 01

Author: RINSP
last update publish date: 2026-07-24 18:59:50

Herevite: น้องเบลล์วิ่งเสร็จรึยังคะ?

Herevite: เบลล์ขา เฮียรบกวนหน่อยได้มั้ย เบลล์ช่วยเอาของมาให้เฮียที่ร้าน T Bar หน่อยสิคะ ถุงสีน้ำตาลเล็กๆ วางอยู่บนโต๊ะนั่งเล่นห้องเฮียอะ love belle 10000 ม้วฟๆๆๆ

Herevite: มาถึงร้านละโทรมาบอกนะ

ฉันไล่สายตาอ่านข้อความที่เขาส่งมาให้พลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ฉันไม่ใช่เลขาเขาปะ คนรับใช้ส่วนตัวก็ไม่ใช่ แต่ใช้กันอยู่นั่น ด่ายังไม่ทันจะหายหงุดหงิด คนบ้าก็ส่งข้อความมาอีกแล้ว

Herevite: อ่านแล้วทำไมไม่ตอบล่ะคะคนดีของเฮีย?

Me: ขับรถค่ะ เดี๋ยวโทรกลับ

ฉันพิมพ์และกดส่งออกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะทิ้งโทรศัพท์วางแหมะตรงเบาะนั่งข้างคนขับและหมุนพวงมาลัยยูเทิร์นกลับเพื่อเปลี่ยนเส้นทางจากจุดหมายปลายทางเดิมที่เป็นคอนโดฉันไปยังคอนโดของเขาทันที

คอนโดเฮียไวท์

กริ้ก!

“อิเฮียรีบไปแรดจนลืมปิดไฟห้องเลยเหรอเนี่ย” ฉันบ่นพึมพำออกไปเมื่อเห็นว่าในห้องเขานั้นเปิดไฟสว่างโร่ทั้งๆ ที่ไม่มีคนอยู่ มองจากตรงนี้ก็เห็นเจ้าถุงสีน้ำตาลวางอยู่บนโต๊ะ

ขณะที่ฉันไปหยิบของที่ต้องการนั้นเอง เสียงบานประตูห้องนอนของเฮียนั้นถูกเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่เดินออกมา ดวงตาพลันเบิกกว้างด้วยความแปลกใจ คราแรกฉันนึกว่าโดนผีหลอกเสียอีก เกือบร้องกรี๊ดแล้วไหมล่ะ แต่พอเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นเป็นคนจริงๆ

ในใจก็อยากจะร้องกรี๊ดเหมือนเดิม แต่ยังหักห้ามใจเอาไว้ทัน ผู้หญิงคนนี้ฉันคิดว่าเคยเห็นเธออยู่บ่อยๆ ตามหน้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยของเรานะ ถ้าจำไม่ผิดเธอน่าจะเป็นดาวของคณะบริหารฯ

“เธอเป็นใคร” เสียงเล็กติดไม่พอใจถามกลับมา เรียวตาคมไล่สำรวจตัวฉันอย่างไม่ไว้ใจ

“เออ...เราเป็นรุ่นน้องเฮียไวท์น่ะ” เธอมองฉันนิ่งราวกับกำลังประเมินคำตอบของฉันอยู่ จากตอนแรกที่ทำหน้าเหมือนไม่รับแขกพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างขึ้นมาทันควัน

“อ่อ พี่ไวท์ให้มาเอาของใช่ปะ” ร่างบางเดินผ่านฉันไปก่อนจะเดินไปที่โต๊ะนั่งเล่นทำตัวราวกับเป็นเจ้าของห้อง มือเรียวยาวหยิบถุงสีน้ำตาลขึ้นมายื่นให้ฉันอย่างใจดี

“อะ...อันที่จริงเราบอกพี่ไวท์แล้วว่าจะเอาไปให้เอง แต่เขาก็บอกว่ารุ่นน้องจะเข้ามาเอาที่ห้อง แต่ไม่ยักรู้ว่าเขามีรุ่นน้องเป็นผู้หญิงด้วย เราชื่อแอลนะ แล้วเธอชื่ออะไรเหรอ” เธอหันมาคุยกับฉันอย่างเป็นมิตรคล้ายกับว่าอยากสานสัมพันธ์เอาไว้ยังไงอย่างนั้น ฉันได้ยิ้มบางๆ พลางคิดในใจถ้าหากผู้หญิงคนนี้รู้ว่าฉันไม่ใช่แค่รุ่นน้องของอิเฮีย เธอจะยังยิ้มให้ฉันอยู่อีกไหม

“เบลล์”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

“อือ งั้นเราไปก่อนนะ” ฉันรีบตัดบทสนทนาทันที หมุนตัวกลับไปยังหน้าประตู หากแต่การก้าวเดินกลับชะงักเมื่อได้ยินประโยคที่ทำให้ความโกรธฉันพุ่งปรี๊ดจนอยากจะรีบขับรถไปกรี๊ดใส่คนสุขนิยมที่เป็นต้นเหตุของปัญหา

“อ่า ฝากบอกพี่ไวท์ด้วยนะว่ารีบกลับมา เรารออยู่ที่ห้องนะ”

ฉันได้แต่ยิ้มจืดเจื่อนและเดินออกมาจากห้อง ในมือกำถุงสีน้ำตาลไว้แน่นเก็บความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้ในใจ รออีกไม่นานมันได้ปะทุใส่ไอ้ตัวต้นเหตุแน่ ๆ

ราว ๆ ยี่สิบนาทีฉันก็มาอถึงร้านประจำของอิเฮีย โชคดีที่ร้านนี้เขาเคยพาฉันมาบ่อยๆ พี่การ์ดหน้าร้านเลยยอมปล่อยให้เข้ามาโดยไม่ตรวจบัตรเหมือนกับร้านอื่นๆ ที่ห้ามคนที่อายุต่ำกว่า 20 เข้าไป

ทันทีที่เดินเข้ามาด้านใน ฉันก็กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งร้านทันที พวกเขาคงคิดว่าฉันเป็นคนบ้าละมั้งที่ใส่ชุดวิ่งมาเที่ยวร้านเหล้าน่ะ

ไม่รอช้าฉันจึงเดินปรี่ขึ้นไปยังชั้นสองซึ่งเป็นโซนวีไอพีที่พวกเฮียๆ นั่งเป็นประจำทันที ภาพแรกที่เห็นคือภาพผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาสามคนกำลังโดนสาวสวยนั่งประกบคลอเคลียอยู่

คันไม้คันมืออยากจะหยิบโทรศัพท์ถ่ายรูปส่งให้แฟนพวกเฮียๆ เห็นจริง ๆ

“เหี้ย” ฉันตั้งใจเรียกไอ้คนที่นั่งตรงกลางเสียงดัง ส่งผลให้เพื่อนๆ ของเขาผละใบหน้าจากเด็กของตัวเองขึ้นมามองอย่างพร้อมเพรียง จะมีเพียงแค่อิคนนั่งตรงกลางนั่นแหละที่ยังไม่รู้ตัว

ภาพคนผมทองที่เอาแต่ซุกไซร้คอสาวอยู่มันช่างสะกิดต่อมหงุดหงิดเหลือเกิน กระทั่งเพื่อนของเขาสะกิดแขนให้หันมาสนใจนั่นแหละ แต่กว่าที่เขาจะผละออกจากผู้หญิงคนนั้นและลุกเดินมาหาฉันก็เพิ่มความหงุดหงิดได้อีกหลายเท่า

“น้องเบลล์” เฮียไวท์เดินโซซัดโซเซเข้ามากอดฉันไว้ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกแตะปลายจมูกทันที นี่เขาดื่มหรืออาบมากันแน่เนี่ย

“เฮีย อย่ามาทำรุ่มร่าม” ฉันทำเสียงดุพลันดึงแขนแกร่งของเขาออกจากตัวฉัน แต่คนตัวโตกลับทำมือเหนียวหนึบยิ่งกว่าปลาหมึกเสียอีก

“รุ่มร่ามอะไร เฮียกอดเมียตัวเองไม่ได้เหรอยังไงคะ” คนที่เกยคางอยู่บนไหล่นั้นพึมพำกลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะจนอยากจะถีบออกหลายๆ ครั้ง

“นี่ของ เบลล์กลับละนะ พรุ่งนี้มีแข่งเช้า” ฉันยัดถุงสีน้ำตาลไปที่กลางอกเขาจนเกิดเสียงดังกึก อิเฮียเบ้หน้าอย่างเจ็บปวดก่อนจะเข้ามาซบฉันอีกครั้งอย่างออดอ้อน

“กลับด้วย” เขาบอกเสียงอ่อน ก่อนจะโยนถุงนั้นให้เพื่อนที่นั่งมองเราอยู่ พร้อมกับหันไปบอกพวกเขาว่า “กูกลับก่อนนะพวกมึง เด็กมาตามว่ะ”

เดี๋ยวนะ อะไรคือการหันไปขิงใส่เพื่อน ใครมาตามไม่ทราบ เป็นเขาไม่ใช่เหรอที่เรียกฉันมาน่ะ

“ปะ น้องเบลล์กลับบ้านกันค่ะ” เขาไม่ปล่อยให้ฉันได้แก้ตัวหรือแย้งอะไรแม้แต่นิดเดียว จากนั้นเขาก็ดึงมือฉันให้เดินตามเขาออกไป

“เบลล์ขับนะ เฮียไม่ไหวอ่า” เขาบอกเสียงอ่อนตอนที่เราเดินมาถึงลานจอดรถ ทว่าพูดยังไม่ทันขาดคำเขาก็ทำท่าจะเซล้มไปนอนกับพื้น ฉันจึงต้องรีบเข้ามาประคองเขาเอาไว้ก่อนจะจับเขายัดเข้าไปในรถ

“เมาแล้วเป็นภาระสังคมจริงๆ”

“เดี๋ยวเบลล์ไปส่งเฮียข้างล่างคอนโด แล้วเฮียก็โทรบอกแอลลงมารับละกัน” ฉันหันมาบอกคนข้างกาย ตอนนี้เรากำลังขับรถเลี้ยวเข้าซอยคอนโดของเขาแล้ว

“ไม่เอา เฮียจะไปนอนกับเบลล์” เขาโวยวายเสียงดังจนทำฉันสะดุ้งตกใจเกือบขับรถเสียหลักแล้วไหมล่ะอิเฮีย

“ไม่ได้ เฮียไปนอนห้องตัวเองเลย มีคนรออยู่ไม่ใช่เหรอไง” ประโยคท้ายนั้นเสียงฉันเบาลงกว่าครึ่ง ปวดใจหนึบๆ ตอนที่พูดเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ทั้งที่ในใจมันตรงข้ามกันสิ้นเชิง ถึงเขาจะเมามายไม่ได้สติแต่จะให้ฉันขึ้นไปส่งเขาที่ห้องเพื่อให้ผู้หญิงอีกคนดูแล มันมากเกินไปหรือเปล่า

“ให้เฮียไปนอนห้องเบลล์ นะๆ” เขาพูดไม่พอยังโน้มใบหน้าเข้ามาถูตามต้นแขนฉันอย่างอีก “อยากนอนกอดน้องเบลล์อ่า”

“ที่ห้องก็มีคนรอกอดอยู่นี่” มันอดที่จะพูดประชดประชัดเขาออกไปไม่ได้

“ทำไมน้องเบลล์ชอบผลักไสเฮียให้ไปหาผู้หญิงคนอื่นอ่า” เขาพึมพำออกมาพลางยู่ปากใส่ฉัน น่ารักจนอยากจะฆ่าให้ตายเลย

“เฮียต่างหากที่เป็นคนทำ” ฉันโต้กลับ ที่ผ่านมาเป็นเขาต่างหากไม่ใช่เหรอไงที่ทำอะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนบนโลกใบนี้ที่อยากจะผลักไสคนที่เรารักให้ไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่นหรอก

“เฮียทำอะไรอ่า”

“…” ฉันเลือกที่จะเงียบและปล่อยให้เขาพูดพร่ำเพ้อต่อไป เขาจะมาถามฉันได้ยังไง ในเมื่อคนที่เป็นต้นเหตุยังตอบไม่ได้ด้วยซ้ำ

“เบลล์ใจร้าย ไม่รักเฮียเลยอ่า”

“ใครกันแน่ที่ไม่รักกัน” ฉันพึมพำกลับไปก่อนจะเปิดประตูรถเพื่อเดินไปเรียกพี่ยามหน้าตึกคอนโด แอบรู้สึกผิดกับพี่เขาอยู่เหมือนกันที่ต้องให้เขาช่วยแบกคนวุ่นวายขึ้นห้องตลอด

ฉันยืนมองร่างสูงต่างวัยเดินหายเข้าไปด้านใน ก่อนจะพาตัวเองกลับเข้ามาในรถแล้วถอนหายใจออกมาอย่างคนหมดแรง 

“แกเลือกเขาเองนะเว้ย ก็ต้องยอมรับให้ได้ดิ” ฉันบอกกับตัวเองซ้ำๆ อยู่แบบนี้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจจะนับได้ และฉันก็รู้ตัวดีว่า เลิกรักเขาไม่ได้ด้วยนี่สิ

ได้แต่ขำตัวเองในใจ ฉันเผลอใจไปหลงรักคนสุขนิยมอย่างเขาได้ยังไงกันนะ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเราสองคนอาจไม่ได้มีตอบจบที่มีความสุขเหมือนกับนิยามของเขา แต่ฉันก็ยังเลือกจะอยู่ตรงนี้

ถ้าหากจะโทษใครสักคนก็ต้องโทษตัวเองแล้วล่ะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักไม่ลอง (TRY LOVE)   CHAPTER 07

    “พี่ปล่อยมือเบลล์นะ ถ้าไม่ปล่อยเบลล์จะตะโกนจริงๆ ด้วย” ฉันทำเสียงดุแกมขู่หวังว่าเขาจะรู้ตัวว่ายังมีคนอื่นอยู่ที่นี่ ทำไมเขาถึงได้กล้าทำเรื่องอุกอาจแบบนี้กันนะ ในตอนนั้นเองที่ฉันใช้แรงทั้งหมดเพื่อให้มือตัวเองหลุดจากอีกฝ่ายชั่ววินาทีนั้นเองที่เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ดวงตาพลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใครจะคิดว่าเขาจะปล่อยมืออย่างไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งรับล่ะ ฉันที่ออกแรงดึงสุดชีวิตก็เสียหลักอย่างเลี่ยงไม่ได้ วินาทีนั้นที่รู้ว่าตัวเองต้องล้มหงายหลังแน่ ๆ ฉันจึงรีบคว้ามือคนตรงหน้าเอาไว้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บอกให้เขาปล่อยมือกันแทบตายทันทีที่จับมืออีกฝั่งไว้ได้ เขาก็เป็นฝ่ายกระตุกและดึงฉันให้กลับมานั่งตามเดิม ประจวบเหมาะกับที่ไฟในหอประชุมถูกเปิดขึ้นพอดี เป็นสัญญาณว่าพิธีได้จบลงแล้วแต่กับคนตรงหน้า ฉันว่าเราคงมีเรื่องคุยกันอีกยาวเลยล่ะ เจ้าของรอยยิ้มที่มองจากร้อยเมตรก็รู้ว่าเป็นคนกะล่อน อีกทั้งสายตาเจ้าเล่ห์ที่ไม่น่าไว้วางใจนั่นอีก ถึงแม้ภายนอกเขาจะแต่งตัวดูดีตั้งแต่หัวจดเท้าก็ตามทีฉันคิดว่า ฉันจำเขาได้นะ เขาคือคนบ้าที่บอกว่าตัวเองเป็นคนดีน่ะ“มองเฮียตาแป๋วแบบนี้ จำกันได้ใช่ไหมคะ” เสียง

  • รักไม่ลอง (TRY LOVE)   CHAPTER 06

    “กูออกไปข้างนอกก่อนนะ เดี๋ยวต้องไปช่วยไอ้เจ็ทเตรียมสถานที่อีก” ไอ้ปกหันมามองผมหน้านิ่งแถมยังใช้น้ำเสียงเข้มแกมข่มขู่กัน “อย่าก่อเรื่องอีกเข้าใจไหม ไม่งั้นกูจะให้ไอ้เจ็ทมาสวดมึงเจ็ดวันเจ็ดคืน”เจ็ดวันเจ็ดคืน พวกมึงนึกว่าจัดงานวัดกันหรือยังไง คล้อยหลังไอ้ปกเดินเปิดประตูออกไปผมก็เริ่มบ่นสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “แน่จริงเรียกมาสวดเลยดิวะ กูกลัวที่ไหน”“เมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ” ผมทำตาโตตกใจ รีบเม้มปากตัวเองอย่างไวตามสัญชาตญาณการหลบหลีกอันยอดเยี่ยมของตัวเองที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เมื่อตะกี้ผมเห็นไอ้ปกมันเดินเปิดประตูออกไปแล้วนะ ทำไมมันยังเดินกลับมาอีก “กลัวไร”“อ๋อ กูบอกว่าพวกมึงไม่ต้องกลัว วันนี้กูจะเป็นคนดีของน้องเบลล์”"ถามน้องเขาก่อนไหมว่าอยากเป็นของมึงหรือเปล่า"จบบทบรรยายหลังจากทำกิจกรรมช่วงกลางวันเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนส่วนตัว อาบน้ำ เตรียมตัวเข้าพิธีผูกข้อมือรับน้องที่จะจัดขึ้นในช่วงค่ำคืนนี้ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะหกโมงเย็น ฉันแต่งตัวอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกมาข้างนอกเร็วกว่าเวลานัดเรียกรวมพล เนื่องจากเพื่อนๆ ของแก้วเข้ามาอยู่ในห้องเพื่อแต่งหน้า แต่งตัว พูดคุยกันเสีย

  • รักไม่ลอง (TRY LOVE)   CHAPTER 05

    [บทบรรยาย: ไวท์ วรัท]“คนอะไรวะ หล่อฉิบหาย” ผมพึมพำออกมาพลางมองตัวเองผ่านกระจกทรงสูงตรงหน้า นานเท่าไหร่แล้วนะที่ผมไม่ได้แต่งชุดนักศึกษาจัดเต็มแบบนี้ น่าจะนานจนผมลืมวิธีผูกเนคไทไปแล้วล่ะ ผมเลยต้องแอบชำเลืองวิธีผูกจากไอ้ปกที่กำลังแต่งตัวข้างๆ ผม“ทำช้าๆ ดิวะ” ผมบ่นออกไปเพราะไอ้ปกไม่ยอมรอให้ผมทำตามมันเลยสักนิด ไอ้นี่แค่วิธีผูกเนกไทยังหวงกัน ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิงผมจะไม่ต่อว่ามันเลยสักคำถ้าหากพูดถึงเรื่องสเปกผู้หญิงของพวกผมสองคน ออกจะแตกต่างกันพอสมควร เพราะเหตุผลนี้ผมเลยวางใจให้มันไปตามดูว่าที่เด็กของผมให้หน่อย ตอนแรกผมจำเรื่องราวคืนที่ผ่านมาไม่ได้หรอกนะ แต่จู่ ๆ ตอนที่ผมกำลังหลับตาน่ะ สมองผมดันจำได้ขึ้นมาว่ามีผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งผลักผมจนล้มไปกองกับสนามหญ้า ผมถึงได้รู้สาเหตุของอาการปวดตามเนื้อตามตัวของตัวเองขึ้นมาจากนั้นผมก็จดจำทุกอย่างได้ ผมเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดไปแล้ว“เป็นไง มึงว่าน้องหนูของกูน่ารักปะ” ผมเอ่ยถามไอ้คนหน้านิ่งที่กำลังจับชายเสื้อนักศึกษายัดใส่กางเกงสแลคสีดำ วันนี้ไอ้ปกมันหล่อจังวะ“อืม น่ารักดี” มันตอบกลับพลางหันมามองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มมุมปากมันยกขึ้นมาอย่างไม่

  • รักไม่ลอง (TRY LOVE)   CHAPTER 04

    เสียงนกหวีดเรียกรวมพลทำให้ทุกคนรีบเปิดประตูวิ่งกุลีกุจอออกจากห้องกันอย่างเร่งรีบ ไหนพวกรุ่นพี่บอกว่าจะเรียกตอนเก้าโมงครึ่งไง ทั้งยังบอกอีกว่าให้พวกเรานอนหลับพักผ่อนกันให้เต็มที่เพราะวันนี้ต้องเข้าฐานที่ขึ้นชื่อโหดมาก เสียงเล่าอือเล่าอ้างบอกว่าเด็กปีหนึ่งร้องไห้ระงมร้องอยากกลับบ้านกันทุกปี พวกเราทุกคนต่างหวั่นใจกันใหญ่ นี่ขนาดเตรียมใจเอาไว้แล้วนะแต่พอถึงหน้างานไม่รู้จะว่าจะไหวหรือเปล่า“ผมให้เวลาพวกคุณสามนาที จัดแถวนับจำนวนครับ” เสียงทุ้มแฝงด้วยความหนักแน่นน่าเกรงขามของพี่เฮดปีสองนั้นทำให้เราทุกคนต้องปิดปากเงียบและรีบจัดแถวกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำผู้ชายร่างสูงโปร่งสวมใส่เสื้อยืดสีดำ ชายเสื้อเข้ากับกางเกงยีนสีเข้ม เขาชื่อว่า พี่เจ็ท หรือที่พวกเพื่อนๆ ผู้ชาย เรียกเขาว่า เฮียเจ็ท ผู้ชายคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อ ความฉลาด สอบได้เกรด 4.00 ทุกเทอม แถมที่บ้านของเขายังร่ำรวยมาก ครอบครัวติดอันดับมหาเศรษฐีในเมืองไทยเลยล่ะ แต่พี่เขากลับทำตัวเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ใส่แบรนด์เนมตั้งแต่หัวจดปลายเท้า แต่สิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมคือพี

  • รักไม่ลอง (TRY LOVE)   CHAPTER 03

    “เฮ้ยพี่ อะไรเนี่ย” ฉันผลักหน้าอกเขาเบาๆ อย่างตกใจ “เบลล์ไม่ใช่ศาลพระภูมินะ”ทว่ายังไม่ทันได้ถอดคืนเจ้าของ จู่ ๆ คนตัวโตก็ล้มลงไปกับพื้นสนามหญ้าเสียอย่างนั้น หนำซ้ำยังร้องโอดโอยเหมือนคนกำลังจะตายยังไงอย่างนั้นแหละ นี่ฉันแค่ผลักเขาๆ เบาเองนะฉันหันไปมองโดยรอบๆ เผื่อจะมีคนได้ยินเสียงของเขาแล้ววิ่งเข้ามาช่วย ในตอนนั้นเองที่สายตาพลันเห็นกลุ่มรุ่นพี่กำลังเดินมาทางนี้ รีบเผ่นดีกว่า ขืนอยู่ให้พวกรุ่นพี่เห็นคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ คิดได้ดังนั้นฉันก็ใช้โอกาสที่คนตรงหน้านั้นพยายามลุกขึ้นมารีบวิ่งข้ามตัวเขาไปเพื่อกลับที่พัก ฉันไม่ได้อยากจะเสียมารยาทหรอกนะ แต่เขาดันนอนขวางทางเดินของฉันนี่นา ช่วยไม่ได้จริงๆสาธุ ขอให้พรุ่งนี้พี่เขาตื่นขึ้นมาแล้วความจำเสื่อมทีเถอะ ขอให้เราสองคนอย่าเจอกันอีกเลย[บทบรรยาย: ไวท์ วรัท]“ตายห่ายัง” ลืมตาตื่นขึ้นมายังไม่ทันได้กระพริบตา ไอ้ปกเพื่อนรักก็เอ่ยทักทายกันอย่างน่าถีบ ขาสองข้างเตะผ้าห่มที่คลุมตัวออก พลางยืดลำตัวลุกขึ้นสำรวจมองโดยรอบห้องปวดหัวฉิบหาย“กูรู้สึกไม่สบายว่ะ รู้สึกปวดเนื้อปวดตัว” ถึงแม้ผมจะไม่ใช่หมอ แต่ผมก็คิดว่าตัวเองรู้ระบบร่างกายตัวเองดี อาการปวดหัวเห

  • รักไม่ลอง (TRY LOVE)   CHAPTER 02

    สองปีก่อน“เมื่อตะกี้พี่พูดว่าอะไรนะคะ” ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดหรือเปล่าเลยต้องถามคนตรงหน้าย้ำอีกครั้งหนึ่ง ฉันเดินของฉันอยู่ดีๆ แล้วเขาก็เดินเข้ามาทักทายกันด้วยประโยคแรกว่า“หนูลองมาเป็นเด็กเฮียไหม”ใช่! ประโยคเหมือนเดิมเป๊ะเลย แถมแววตาที่เป็นประกายวิบวับเหมือนหมาป่ากำลังจ้องงับลูกแกะนั่นอีก มองจากยอดเขาก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนดีแน่ ๆและไม่มีคนดีที่ไหนเขาบอกว่าตัวเองดีด้วย“หนูไม่ต้องกลัวเฮียนะ เฮียเป็นคนดี” เนี่ย ใครเชื่อก็บ้าแล้วล่ะ“เบลล์ไม่เคยเจอคนดีที่บอกตัวเองดีเลยสักคน” ฉันสวนกลับพลันกวาดสายตามองเพื่อหาทางหลบหลีกจากเขา แต่ตอนนี้มันดึกมาแล้วอะ ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้วด้วยฉันน่าจะรอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าแล้วค่อยมาเก็บของที่ลืมเอาไว้ แต่ดันคิดผิดที่ตัดสินใจออกมาจากห้องกลางดึกแบบนี้ ตอนที่ฉันเดินผ่านสนามหญ้านั่นเอง ฉันก็เห็นรุ่นพี่กลุ่มของคณะกำลังนั่งล้อมวงกินเหล้า เล่นดนตรีกันอยู่อย่างสนุกสนาน ตอนแรกคิดว่าจะเดินผ่านไปเงียบๆ พยายามไม่ให้พวกรุ่นพี่เขาสังเกตเห็น แต่ใครจะรู้ว่าหนึ่งในนั้นจะตามหลังฉันมาแบบนี้ล่ะดูจากแก้มสองข้างที่ขึ้นสีแดงลามไปจนถึงใบหูพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮออล์ฉุนกึกน่ะ พี่คน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status