เข้าสู่ระบบ'เขา' เจ้าของไร่ที่พ่วงมาด้วยตำแหน่งอาหนุ่ม แต่ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย กำลังทำให้เส้นแบ่งที่เขาขีดเอาไว้ไร้ค่า เมื่อหัวใจเรียกร้องให้มองเขาเป็นมากกว่าอา
ดูเพิ่มเติม"เก็บของเสร็จรึยังพายลูก"
เสียงของคนเป็นพ่อเดินโผล่หน้าเข้ามาในห้องของลูกสาวเพียงคนเดียว ที่นั่งอยู่กับพื้นพลางพับเสื้อผ้าเข้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง "คุณพ่อ พายไม่ไปไม่ได้หรอคะ คุณพ่อกับคุณแม่ไปกันแค่สองคนก็ได้นี่นา" หญิงสาวตัวเล็กน่ารักในวัยยี่สิบเอ็ดปี ยังคงเกลี้ยกล่อมคนเป็นพ่อ ด้วยประโยคเดิมๆที่พูดมาแล้วกว่าเกือบสิบครั้งเห็นจะได้ แต่ก็ดูเหมือนความพยายามจะสูญเปล่าเหมือนครั้งก่อนๆ "ปิดเทอมทั้งที พ่อจะให้พายอยู่บ้านแค่คนเดียวได้ยังไง ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง พ่อว่าเผลอๆ ลูกสาวพ่อต้องถูกใจไร่การุณแน่ๆ" 'อัศนัย' ยกมือขึ้นกอดอก เกลี้ยกล่อมลูกสาวกลับบ้างด้วยรอยยิ้ม ที่พูดไปเขาไม่ได้โกหกเธอสักคำ ไร่ของรุ่นน้องหนุ่มในแวดวงธุรกิจคนนี้ ชื่อเสียงเลื่องลือทั้งในและนอกประเทศ หลังจากผ่านมาหลายปี ก็จะได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน และดูผลงานของรุ่นน้องคนสนิทเสียที "คุณพ่อคะะะ" นัยน์ตาคู่สวยหันมองคนเป็นพ่อพลางเบะปากเหมือนจะร้องไห้ แต่อัศนัยทำเพียงส่ายหัวด้วยรอยยิ้มบางๆ หันหลังเดินหนีลูกสาวตัวเองจนใบหน้าสวยบูดบึ้งหนักกว่าเดิม มือเล็กวางข้าวของลงในกระเป๋าแรงๆ ด้วยความไม่สบอารมณ์ "ปิดเทอมทั้งที ทำไมต้องไปไอ้ไร่นี่ด้วยนะ!" ถึงปากจะพูดไปแบบนั้น แต่สุดท้ายเธอก็ต้องจำใจลากกระเป๋าลวมาจากชั้นบน ทุกอย่างถูกขนขึ้นรถตู้เสร็จสรรพ รวมทั้งกระเป๋าเดินทางของเธอที่ถูกคนขับรถรีบก้าวเข้ามารับไปขึ้นรถ "มาเร็วเข้าพาย เดี๋ยวไม่ทันเที่ยวบินนะลูก" 'ชุลี' คนเป็นแม่รีบกวักมือเรียดลูกสาวขึ้นรถยิ้มๆ แม้จะนึกเอ็นดูที่ใบหน้าของคนเป็นลูกบูดบึ้ง แต่เธอก็ไม่ได้อยากปล่อยให้ลูกสาวอยู่บ้านคนเดียวตามลำพัง อย่างที่คนเขาว่ากัน ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหน ในสายตาพ่อแม่ก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี "มาแล้วค่ะ" เสียงหวานเง้างอนดังขึ้น พายหอมหย่อนตัวลงนั่งขนาบข้างคนเป็นแม่ โดยคนเป็นพ่ออย่างอัศนัยนั่งอยู่อีกฝั่ง รถตู้คันหรูเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์บ้านสุทธาธิรักษ์ ตรงดิ่งไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ และในอีกไม่กี่ชั่วโมง เธอก็จะได้เห็นสักที ว่าไอ้ไร่การุณที่พ่อกับแม่คะยั้นคะยอให้เธอไปให้ได้ มันจะวิเศษวิโสมากสักแค่ไหน 'ก็แค่ไร่องุนเก่าๆ จะมีอะไรน่าสนใจนัก' เที่ยวบินเฟิร์สคลาสที่ถูกจองไว้ ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ เครื่องก็ลงจอด ครอบครัวของเธอได้รับการต้อนรับจากรุ่นน้องคนสนิทของพ่ออย่างดี เขาเตรียมทั้งคนและรถตู้คันหรูมารับ และรถก็พาตรงดิ่งไปยังไร่ทันที พสิกาก้มลงพิจารณาขนม ผลไม้ที่ปอกเปลือกมาอย่างน่าทาน และน้ำนาๆชนิดที่เตรียมเอาไว้บนรถ อย่างน้อยๆก็ถือว่าใส่ใจเธอและครอบครัวได้ไม่ขาดตกบกพร่องนัก "พาย ถ่ายรูปกันหน่อยลูกมา" ชุลีที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้า ขนาบข้างอัศนัยเอี้ยวตัวมามองเธอด้วยรอยยิ้ม พลางมือก็ยกกล้องขึ้นเพื่อเก็บภาพความทรงจำที่มักทำเป็นปกติเมื่อต้องออกไปเที่ยวกันเป็นครอบครัว แม้จะไม่ค่อยมีความสุขกับการต้องเอาเวลาว่างมาที่เขียงใหม่ แถมยังเป็นไร่ที่ดูจะชนบท แต่พายหอมก็ไม่ได้อยากทำให้บรรยากาศตลอดทริปหลายวันนี้กร่อยเพียงเพราะเธอจนพ่อกับแม่หมดสนุก เธอยิ้มกว้าง มิงตรงไปยังกล้อง พร้อมกับเสียงชัตเตอร์ที่ดังขึ้นหลายครั้ง "ดูสิคะคุณ สวยมากเลยค่ะ แบบนี้ต้องโพสต์ลงสักหน่อย" "ดีเลย คุณแม่จะได้เห็นด้วย" พายหอมกลับเข้าสู่ใบหน้าเบื่อหน่าย น้ำเสียงจากบทสนทนาอันมีความสุขของคนเป็นพ่อกับแม่แทบไม่ได้เข้าโสตประสาทเธอเลยสักนิด เธอคว้าอบุุ่่นสีสวยเข้าปาก ก่อนจะขะงักไปเล็กน้อย "อร่อยดีจัง" รสชาติสดใหม่และควานหอมหวานที่แตกต่างจากในห้างหรูพาให้ประหลาดใจเล็กน้อย หญิงสาวใช้เวลาตลอดการเดินทางไปกับการเล่นเกมส์ และดื่มด่ำกับขนมผลไม้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ เพื่อฆ่าเวลาอันแสนน่าเบื่อหน่าย 'พายหอม' หรือพสิกา เป็นหญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปี เธอเรียนอยู่ปีสามคณะบริหาร มหาลัยชื่อดังในกรุงเทพ และเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านสุทธาธิรักษ์ นี่เป็นช่วงปิดเทอมสั้นระหว่างภาคเรียนราวๆ สองอาทิตย์ ที่เธอพึ่งได้พักจากงานของมหาลัยที่ยุ่งยาก และวุ่นวาย ทั้งยังไม่แม้แต่จะได้พักให้หายเหนื่อย ก็โดนพ่อกับแม่ลากมาเชียงใหม่ซะก่อน และยังเป็นเวลาสองอาทิตย์ ที่ต้องมาพักอยู่ที่นี่พอดิบพอดี จนชวนให้เธอหงุดหงิดแทบบ้า "เชิญครับ พ่อเลี้ยงรออยู่ในบ้านแล้วครับ" คนขับรถรีบวิ่งมาเปิดประตู เชื้อเชิญให้ทั้งสามคนลงจากรถ พายหอมเดินลงพร้อมกับหรี่ตาเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อแสงแดดอุ่นๆ สาดส่องเข้ามาปะทะกับร่างของเธอ นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองรอบตัว ไร่การุณนี้ดูเหมือนจะใหญ่จนสายตาเล็กๆ ของเธอมองได้ไม่หมด ต้นไม้นานาพันธุ์ ดอกไม้หลากสีสัน และถนนที่ยังเป็นดินอยู่ ทำเอาคนตัวเล็กพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ สวย อากาศดีแล้วยังไง ในเมื่อความสะดวกสบาย ดูยังจะเข้าไม่ถึงนัก "ไปเถอะลูกไป" ชุลีพยุงไหล่ของลูกสาว พร้อมกับดันเข้าไปยังบ้านไม้หลังมหึมาตรงหน้า หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าบ้านจะใหญ่ได้ขนาดนี้ แถมยังดูใหม่และทันสมัย จนทำให้บริเวณโดยรอบดูดีขึ้นมาถนัดตา "พี่นัย" น้ำเสียงแกร่งของใครบางคนเรียกออกมาจากในตัวบ้าน สายตาของอัศนัย ชุลี และพายหอมรีบหันไปมองตามเสียง พร้อมกับใบหน้าสวยที่นิ่งงันไปเล็กน้อย ดวงตาสวยของเธอวาววับ พลางมองคนตัวโตที่ยืนยิ้มบางๆ อยู่บนระเบียงชั้นสองของตัวบ้านตาไม่กระพริบ "ภพ!" อัศนัยยิ้มกว้าง โบกมือทักทายรุ่นน้องหนุ่มคนสนิทด้วยท่าทีสนิทสนม เจ้าของไร่อย่างการุุณภพรีบเดินลงมาด้านล่าง เพื่อต้อนรับจับสู้ครอบครัวสุทธาธิรักษ์ด้วยรอยยิ้มทันที "สบายดีนะครับ" อัศนัยและการุณภพสวมกอดกันเล็กน้อย "สบายดีมาก" อัศนัยตบแผ่นหลังของรุ่นน้องหนุ่มเบาๆ ก่อนทั้งสองคนจะผละออกจากกัน การุณภพหันไปยิ้มทักทายชุลี และสวมกอดเธอเบาๆ "พี่ชุสบายดีนะครับ" "สบายดีมากจ้ะ ภพล่ะ?" ชุลีสวมกอดตอบ ก่อนจะผละออกช้าๆ "ผมสบายดีครับ ไม่เจอกันตั้งนาน ยังสวยหล่อกันเหมือนเดิมเลยนะครับ" การุณภพพูดเย้าด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ชุลีเองก็ยิ้มออกมา เธอพิจารณาร่างกำยำของรุ่นน้องที่ล่าสุดเจอกันเมื่อสองปีก่อนยังถือว่าตัวไม่หนา ไม่ล่ำสันถึงขนาดนี้ "สาวที่ไหนหักอกน้องพี่รึเปล่าเนี่ย ถึงได้ออกกำลังกายจนกล้ามโตแบบนี้" เห็นภรรยาพูดแบบนั้น สามีอย่างอัศนัยก็พยักหน้าเห็นด้วย เขาเอื้อมมือไปจับลำแขนล่ำสันของรุ่นน้องหนุ่มด้วยความประหลาดใจ เพียงแค่สองปี การุณภพก็เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ "ถ้ามีก็ดีสิครับ คุณแม่จะได้เลิกคะยั้นคะยอให้ผมแต่งงานสักที" การุณภพยิิ้มเบื่อหน่าย พลางส่ายหัว คิดไปถึงคนเป็นแม่ที่มักจะนัดพบหญิงสาวให้เขามากหน้าหลายตา ตลอดระยะเวลาที่กลับมาอยู่ไทย และเริ่มทำงานในตำแหน่งพ่อเลี้ยงไร่การุณ จนเขาเบื่อจะแย่ "ไม่เอาน่า คุณนายผกาท่านหวังดี อยากเห็นลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝาก็เท่านั้น" การุณภพส่ายหัวกับคำของรุ่นพี่ ก่อนนัยน์ตาคู่คมจะปะทะเข้ากับหญิงสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ที่ยืนขนาบข้างชุลีอยู่ "อ้อ นี่ลูกสาวพี่เอง พสิกา แต่ก่่อนไม่มีโอกาสพามารู้จัก วันนี้ได้ฤกษ์สักที เจ้าตัวเค้าปิดเทอมแล้ว" เมื่อใบหน้าคมของพ่อเลี้ยงหนุ่มดูสงสัยใคร่รู้ในตัวเด็กสาว คนเป็นแม่ก็รีบแนะนำลูกสาวให้การุณภพรู้จักมัดจี่ทันที "สวัสดีค่ะอาภพ พายหอมค่ะ" พสิกายกมือไหว้อาหนุ่มด้วยรอยยิ้มหวาน นัยน์ตาคู่สวยเป็นประกายแวววาว จนพ่อเลี้ยงหนุ่มนิ่งงันไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางๆ "สวัสดี โตมาสวยเชียว คงได้คนเป็นแม่มาเยอะนะครับ" ประโยคหลังเขาหันไปพูดกับชุลี จนเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน การุณภพเชื้อเชิญอัศนัยและชุลีขึ้นไปยังบ้านชั้นสอง ที่เขาได้เตรียมการต้อนรับเอาไว้เป็นอย่างดี ส่วนหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่ทำเพียงมองตามแผ่นหลังของคนเป็นพ่อและแม่ ที่เดินตามพ่อเลี้ยงหนุ่มเข้าไปในไร่ด้วยนัยน์ตาคู่สวยที่หรี่ลงเล็กน้อย 'เขาไม่ให้ความสำคัญเธอสักนิด' รอยยิ้มกับคำชมตามมารยาทนั่น เด็กอมมือก็ดูออก ว่าไม่ได้ชมจากใจจริง จริงอยู่ที่พ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นคนรูปหล่อ ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ตัวแน่นไปด้วยมัดกล้าม แต่ก็ต้องพูดกันตามตรง ว่าการที่เขาเมินเฉยกับเด็กสาวที่เป็นถึงดาวคณะ ทำเอาเธอเสียเซลฟ์ไปมากทีเดียว "เชอะ พายก็ไม่ได้สนใจอานักหรอค่ะ แบร่!"“ยังปวดอยู่รึเปล่า” คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงึก ได้แต่ปล่อยให้คนตัวโตบีบนวดไหล่เล็กไล่ความเมื่อยล้า จากศึกหนักเมื่อคืนที่กินเวลาไปหลายชั่วโมง จนวันนี้ต้องตื่นกันเที่ยง แม้จะพึ่งกินข้าวเสร็จ แต่เธอยังรู้สึกว่าร่างกายพลังงานยังไม่กลับมาดีสักนิด “เย็นนี้อาจะพาออกไปกินข้าว” พสิกาเลิกคิ้ว หันมองใบหน้าคมด้วยรอยยิ้มหวาน ซึ่งอาหนุ่มเองก็ไม่ต่างกัน ความสัมพันธ์ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพียงแค่ไม่กี่วัน มันช่างหอมหวาน เต็มอิ่ม และอบอุ่นเหลือเกิน “ลองเปิดดูสิ” คนตัวโตเอนตัวไปคว้ากล่องหรูใบหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะยื่นมาให้ พสิการับไว้ในมือด้วยความสงสัย พลางเปิดมันออกช้าๆ ก่อนนัยน์ตาคู่สวยจะแวววาวเต็มไปด้วยความดีใจ รีบเอาเดรสออกมากาง พิจารณามันด้วยรอยยิ้ม “สวยจังค่ะอา” การุณภพมองภาพคนตัวเล็กอย่างนึกเอ็นดู “เมื่อคืนอาห้ามใจแทบตาย ไม่งั้นบนตัวคงมีแต่รอยอาไปแล้ว” พสิกาที่พึ่งนึกได้ก็พยักหน้าหงึกหงัก เพราะแบบนี้นี่เอง เมื่อคืนบทรักของเขามันถึงได้ดูน่าประหลาดใจอยู่บางช่วง พอจะก้มลงดูดดุนลำคอเธอเหมือนทุกครั้ง เขาก็ชะงักไปดื้อๆ และหันไปสนใจหน้าอกอวบแทน “เก่งมากค่ะอา แบบนี้ต้องได้รางวัล” จุ้บ!
ครืด.....ครืด......เสียงโทรศัพท์สั่น เรียกสายตาคมของคนที่นั่งอยู่บนโซฟา คว้ามันขึ้นมากดรับหลังจากที่พึ่งอุ้มคนตัวเล็ก ส่งบนเตียงและห่มผ้าให้เสร็จสรรพ"ครับพี่ชุ""พายอยู่กับภพใช่รึเปล่า""ใช่ครับ โทษทีนะครับ ลืมบอกไปเลย"เสียงถอนหายใจของคนเป็นแม่ ดังมาตามสายเบาๆ"จะรีบไปไหนห้ะ รู้รึเปล่าว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่มันตั้งตัวไม่ทันเนี่ย"ชุลีว่าขึ้นเสียงระอา อยากจะลากคอว่าที่ลูกเขยมาคุยกันให้รู้เรื่องสักที เรื่องหมั้นก็เรื่องหนึ่ง เรื่องพาลูกเธอไปค้างอ้างแรมก็เรื่องหนึ่ง"ถ้าไม่เห็นแก่พสิกา ผมคงยกขันหมากไปที่สุทธาธิรักษ์แล้วล่ะครับ"การุณภพว่าขำๆ แต่แฝงไปด้วยความจริงจัง ชนิดที่ชุลีและอัศนัยที่ฟังอยู่ พูดไม่ออกเพราะความอึ้งตามๆ กันไป"ลูกพี่มีบุญหรือมีกรรมกันแน่ล่ะเนี่ย""พี่ชุรับปากเองนะครับ ว่ารอพสิกาเรียนจบก่อน แล้วจากนั้นจะว่ายังไงก็ให้พวกเราจัดการกันเอง""รู้แล้วๆ เธอเนี่ยจริงๆ เลยนะภพ ครั้งหน้าจะทำอะไรก็บอกก่อนหน่อยเถอะ เดี๋ยวหัวใจวาย เป็นลมเป็นแล้งขึ้นมานายจะว่ายังไง ช่างเถอะ เอาเป็นว่าดูแลพายด้วยล่ะ พี่กลับบ้านก่อนแล้วกัน"ชุลีว่าเสียงระอา เพราะการุณภพไม่เปิดโอกาสให้เธอได้หวงแหนลูกสาวเล
“แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ ค่ะอา”คนตัวเล็กว่าด้วยสีหน้าเป็นกังวล มือก็ควงลำแขนหนาเอาไว้แน่น หลังจากที่เสร็จกิจแสนวาบหวาบกับอาหนุ่มลง เธอก็ต้องยอมให้ลำแขนของเขาพยุงร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงของตนเองอย่างจำใจแต่สิ่งที่ทำให้กังวลมากกว่าอะไร คือการที่อาหนุ่มกำลังจะทำการเปิดตัวเธอในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า แก่สายตาของทุกคนในงาน เธอที่ไม่ได้เตรียมตัวมาสำหรับเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ได้แต่บอกเขาไปหลายครั้ง ว่าเธอคิดว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดี แต่เขาก็ค้านเธอกับประโยคที่ว่า‘ประธานบริษัทใหญ่ และคุณหนูตระกูลสุทธาธิรักษ์ อยู่ในห้องน้ำกันตามลำพังสองต่อสอง แบบนี้ฟังดูดีกว่ารึเปล่า’และนั่นก็เป็นเหตุผล ที่ทำให้เธอต้องหายใจไม่เป็นจังหวะ จะโทษก็คงต้องโทษที่เขาเดินตามเข้ามา ทำให้เรื่องมันวุ่นวายหนักกว่าเก่า แบบนี้สายตาคนในงานจะมองเขาอย่างไรก็ไม่แน่ใจ น่างอนเสียให้เข็ด พสิกาคิด เอี้ยวมองเขาอย่างไม่พอใจ ซึ่งอาหนุ่มที่รู้ตัวก็รีบยิ้มรับพลางประตูก็เปิดออกช้าๆร่างทั้งสองร่างเดินออกจากห้องน้ำหรู โดยที่ใบหน้าของคนตัวเล็กยังคงก้มลงมองต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองสายตาของผู้คนในงาน“เชิดหน้าขึ้นหน่อย อย่าลืมว่าเป็นคู่หมั้นอา”คนตั
“อ้าปากสิ”คำสั่งของอาหนุ่ม ทำเอาใบหน้าสวยเห่อร้อนขึ้นพัลวัน พสิกาเม้มปากเล็กน้อย ได้แต่จ้องมองแท่งมหึมา ที่ตั้งตรงตระหง่าน ชี้หน้าเธอด้วยความแข็งขัน จนลำคอของเธอเริ่มแห้งผากขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ริมฝีปากสวยอ้าออกช้าๆ เรียกเสียงพอใจในลำคอของคนตัวโตได้เป็นอย่างดี ปากเล็กค่อยๆ ครอบลงบนส่วนหัว ด้วยดวงตาที่ปิดลงแน่น สัมผัสของเจ้าแท่งเนื้อที่คับแน่นอยู่ในปาก ทั้งอุ่น และคับแน่นจนเธอหายใจแทบไม่ออกนัยน์ตาคู่คมจรดจ้องใบหน้าสวย ที่บัดนี้ดูทรมาณจากความไม่คุ้นชินจากเจ้าแกนใหญ่ ที่อยู่ในโพรงปากอุ่นแม้จะยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความยาวของมัน“อย่าให้โดนฟัน”เสียงทุ้มพูดขึ้นบาๆ ใช้นิ้วปัดผมลอนสลวยสีน้ำตาลอ่อนไปทางด้านหลัง เด็กสาวพยายามเรียนรู้อย่างเร็วรี่ แม้จะเป็นประสบการณ์ครั้งแรกก็ตามแต่ ริมฝีปากสวยค่อยๆ ขยับเข้าออก ตามที่เธอเคยเห็นในหนังโป๊ที่รินรดาเคยเอามาให้ดู และศึกษาด้วยตัวเองอยู่บ้างในบางครั้ง แม้จะเป็นครั้งแรกที่ไม่ช่ำชองนัก แต่มันก็เรียกให้คนตัวโตซี้ดออกมาได้เบาๆ และนั่นก็ยิ่งเรียกความมั่นใจให้เธอเป็นเท่าตัวอ๊อก!ๆๆๆเสียงแกนลำยาวที่ถูกผงกหัวเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ อยู่ในสายตาคู่คมของคนตัว
"ลูกเจี๊ยบ ถือดีๆ เดี๋ยวหก""รับทราบค่ะคุณนายขา"ความวุ่นวายเล็กน้อยในยามค่ำของมื้ออาหารเย็น ที่บัดนี้ถูกทำให้พิเศษกว่าวันไหนๆ เนื่องจากเป็นวันส่งท้ายนักศึกษาฝึกงาน ที่ตอนนี้ฝึกครบสามเดือนเต็มเป็นที่เรียบร้อยอย่างพสิกา"มาค่ะคุณนาย เดี๋ยวจุ๋มช่วยค่ะ"ทั้งคุณนายคำผกา คุณคริสโตเฟอร์ นายเป้า จุ๋ม และล
ร่างหนาออกตัววิ่งด้วยความเร็ว ตรงไปยังห้องพักผู้ป่วยอย่างสุดแรง ไม่สนแม้กระทั่งสายตาของผู้คนโดยรอบที่หันมามองเป็นตาเดียว“พสิกา!”เสียงของการุณภพดังขึ้นทันที ที่วิ่งเข้าไปภายห้องพักผู้ป่วย เสียงหอบหายใจของคนที่ยืนอยู่หน้าประตู ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำคร่ำเครียด ทำเอาคนในห้องหันมามองเป็นตาเดียว โดยเฉพาะค
"งั้นพายกลับนะคะพี่จุ๋ม""กลับดีๆ นะพาย"เสียงล่ำลาของคนที่เริ่มสนิทชิดเชื้อกันดังออกมาจากแปลง เรียกสายตาคู่คมที่สงบนิ่งของคนที่รออยู่บนรถให้เหลือบไปมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนสายตากลับมาด้านหน้าเช่นเดิม"ฮึบ!"พสิกาหย่อนตัวลงนั่ง วันนี้น่าแปลก ที่อาหนุ่มไม่ได้หันมาทักทายด้วยนัยน์ตาคู่วาวเหมือ
พระอาทิตย์ของเช้าวันใหม่ เคลื่อนตัวขึ้นบนฟากฟ้า จนแสงนวลส่องสว่างไปทั่วบริเวณไร่ใหญ่แห่งนี้อย่างไร่การุณ ร่างหนาของคนที่พึ่งจัดการตัวเองเสร็จ เดินลงมายังด้านล่างที่เงียบสงัดเหมือนทุกวัน นัยย์ตาคู่คมหันมองดูนาฬิกา และพบว่าเป็นเวลาหกโมงครึ่งแล้ว ซึ่งเป็นเวลาอาหารเช้า เจ็ดโมงตรงต้องออกไปทำงาน เขาแจ้ง




![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
