مشاركة

สืบพันธุ์ซอมบี้
สืบพันธุ์ซอมบี้
مؤلف: นรกสร้าง

แนะนำตัว

last update تاريخ النشر: 2026-06-10 01:01:18

เรื่องราวของโลกปัจจุบันในประเทศที่เต็มไปด้วยเชื้อไวรัสหลากหลายสายพันธุ์

บางสายพันธุ์ถูกนำไปใช้ในทางที่ดี บางสายพันธุ์ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด จนเกิดการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจพิเศษยิบย่อยตามมา

คาเยน ฟาอัค อายุ39ปี

หัวหน้าหน่วยปราบปรามควบคุมเชื้อไวรัสใหม่  หนึ่งในทีมสำคัญที่คอยคัดกรองควบคุมเชื้อไวรัสไม่ให้เเพร่กระจายมากจนเกินไป

แต่งานที่มีมากมายหลายอย่างของหัวหน้าหน่วยทำให้ต้องทำงานกับองค์กรความมั่นคงที่พึ่งถูกตั้งทีมเฉพาะกิจมาแจกจ่ายวัคซีนแทนกรมสาธารณสุขที่ถูกสอบสวนเรื่องฉ้อโกง

วิเวียน จาง อายุ 30 ปี

เด็กใหม่ในแผนกที่ถูกตั้งขึ้นเฉพาะกิจแม้อายุจะสามสิบปีแล้วแต่ไม่เคยทำงานเพราะปัญหาด้านสุขภาพ เป็นเด็กหลอดแก้วร่างกายไม่สมบูรณ์แต่เพื่อนสนิทของพ่อที่ผลักดันให้คุ้นเคยกับเชื้อด้วยการไปแจกจ่ายวัคซีนต้านไวรัสให้ชาวบ้าน

ลูแปง แรร์ 49 ปี เพื่อนสนิทพ่อของวิเวียน เป็นคนรอบรู้ เก่ง ฉลาด ให้คำปรึกษาเรื่องเด็กหลอดแก้วกับพ่อของวิเวียนมาตั้งแต่แรก  และเป็นคนที่ร่วมงานวิจัยเรื่องไวรัสกับพ่อของวิเวียนหลายครั้ง แต่พ่อของวิเวียนติดเชื้อไวรัสตายแม้แต่ลูกเมียก็ไม่สามารถดูศพได้เพราะเชื้อเข้มข้นมาก

เซมิ เรียว อายุ 39 รองหัวหน้าหน่วยปราบปรามพิเศษเพื่อนสนิทของคาเยน  เป็นคนใจเย็นมีมารยาท มาจากครอบครัวยากจน เป็นคนที่ทำให้คาเยนอารมณ์เย็นลง เป็นที่ปรึกษา เป็นทุกอย่างให้คาเยนเพราะคาเยนเป็นลูกคนเดียวไม่ค่อยมีใครคบ

วิล บิลเลียน อายุ 39 นักวิจัยพิเศษแผนกวิจัยไวรัสใหม่เพื่อนสนิทอีกคนของคาเยน  เป็นลูกคนรวยสมองเฟื่องมีจินตนาการล้ำเลิศมากกว่าความฉลาด เป็นคนรั่วๆ กวนๆทำให้คาเยนผ่อนคลายได้เสมอ

เฮนรี่ หยาง อายุ 30 ปี เพื่อนร่วมงานตำแหน่งเดียวกับวิเวียน เป็นคนเงียบๆ ช่างสังเกตุถนัดเก็บข้อมูลไม่ชอบความวุ่นวาย

....

 

เมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้าท้องฟ้าขมุกขมัวราวกับมีหมอกตลอดเวลาไม่ใช่ฤดูหนาว ไม่ใช่ฤดูฝน และไม่ใช่ฤดูไหนทั้งสิ้น ปัจจุบันโลกไม่มีฤดูกาลที่แน่นอนอีกต่อไป วันหนึ่งจะมีกี่ฤดูก็ได้ไม่ต้องมีพยากรอากาศ เพราะต่อให้มีความกดอากาศต่ำหรือสูงก็สามารถเปลี่ยนไปได้ภายในพริบตา

ตึก ตึก ตึก

รองเท้าหนังหนักๆ กระทบกับพื้นดังใกล้เข้ามาในห้องๆ หนึ่ง เสียงพูดคุยหัวเราะของพนักงานด้านในเล็ดรอดออกมาให้ได้ยิน ร่างสูงใหญ่ในชุดเจ้าพนักงานระดับสูงขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ละใบหน้าออกจากเอกสารในแฟ้มที่ถือมา ปลายปากกาสีดำมีตราประทับสีทองรูปไม้กางเขนปลายด้ามบ่งบอกสถาณะของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ร่างหนาก้าวเข้ามาในห้องที่มีผู้คนอยู่ด้านในฝ่ามือใหญ่วางปากกาลงกึ่งกลางแฟ้มงานก่อนจะวางทั้งหมดกระแทกโต๊ะเสียงดังสนั่น

ปึ้งงง!!

 

ผู้คนที่พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานเงียบกริบฉับพลันบรรยากาศอึมครึมปกคลุมทั่วบริเวณโดยอัตโนมัติ

สายตาทุกคู่ในห้องทำงานของหน่วยปราบปรามพิเศษค่อยๆ หันมองใบหน้าบึ้งตึงคิ้วพันกันเป็นปมกวาดสายตาเชือดเฉือนมองรอบห้องเป็นสัญญาณเตือนว่าช่วงเวลาพักแสนสุขได้จบลงแล้ว

เจ้าหน้าที่ในห้องทุกคนต่างพากันแตกฮือเดินตัวลีบลุกออกไปจากห้องราวกับรู้กันดีว่าระเบิดลูกใหญ่กำลังจะลง

 

เพียงคนเดียวที่เหลือรับมือกับสถานการณ์กลุ่นกลิ่นโทสะเช่นนี้ของหัวหน้าหน่วยปราบปรามพิเศษจอมเหวี่ยงวีนไม่สนใจใครเช่น คาเยน ฟาอัค

บุรุษวัยสามสิบเก้าผู้มีรูปร่างสูงใหญ่แข็งเเรงบึกบึน ใบหน้าคมเข้มสายตาดุร้ายคล้ายสัตว์ป่า ดูน่าเกรงขามและบ้าอำนาจ..

แต่กับเพื่อนสนิทอย่างเซมิ เรียว ที่นั่งดื่มกาแฟด้วยท่าทางสบายไม่ทุกร้อนลนลาน แต่กลับส่งยิ้มอ่อนยักคิ้วให้หัวหน้าหน่วยที่ใครต่อใครเกรงกลัวด้ววท่าทีสบายพ

คาเยนพยักหน้าขึ้นเป็นการทักทาย ความอันตรายที่แผ่รังสีออกมาค่อยๆ จางลง

การได้ระบายออกกับเพื่อนสนิทเป็นสิ่งที่คนอย่างคาเยนมักจะทำเสมอ

 

"ทำไมหน่วยความมั่นคงถึงตั้งแผนกพิเศษขึ้นมาควบคุมการฉีดวัคซีนวะ ทั้งที่มีหน่วยสาธารณสุขอยู่แล้ว  มีอุปกรณ์การรักษาเพียบพร้อม พอตั้งหน่วยใหม่ก็ต้องเบิกงบใหม่ สิ้นเปลืองขนาดนี้ไปเพื่ออะไร ประเทศยังเป็นหนี้ไม่พอสินะ!"

 

คาเยนพูดจาเสียงแข็งกร้าวดุดันราวกับโกรธแค้นใครนักหนา หน้าผากยับย่นไม่สบอารมณ์จนเกิดริ้วรอยบนใบหน้าเพิ่มขึ้นจากการหงุดหงิดตลอดเวลาทั้งที่อายุพึ่งจะแตะเลขสี่

 

"มึงหงุดหงิดเพราะเรื่องนี้เหรอ ท่านลูแปงเป็นคนรอบคอบมากนะทำไมมึงถึงคิดว่าการตัดสินใจนั้นเป็นสิ่งผิดวะ?"

 

เซมิก้มลงเก็บปากกาประจำตำแหน่งหัวหน้ายื่นให้เจ้าของ ใบหน้าเต่งตึงดูเด็กกว่าสหายรักอมยิ้มให้เล็กๆ สรรพนามที่ใช้เรียกหัวหน้าหน่วยบ่งบอกได้ว่าสนิทชิดเชื้อมากเพียงใด

ถึงกระนั้นเซมิก็มีความอ่อนโยนยิ้มง่ายเข้าใจคนอื่นกว่าชายขี้เหวี่ยง ขี้โมโห และพูดจาหมาไม่แดกอย่าง

คาเยน ฟาอัค

บุคคลอันเป็นที่เอือมระอาของทุกคน ด้วยความเป็นคนเด็ดขาด ไม่เห็นหัวใครถ้าไม่ถูกต้องก็พุ่งเข้าชนได้หมดไม่สนว่าจะตำแหน่งไหน เข้ากับคนยาก หักหน้าคนเป็นว่าเล่น ตำหนิลูกน้องได้เถรตรงจนร้องไห้มาแล้วหลายคน ไม่เคยเป็นที่รักของใครแม้แต่ลูกน้องยกเว้นรองหัวหน้าอย่างเซมิ

 

เซมินั่งไขว่ห้างฟังเงียบๆ ไม่ทุกร้อนกับอาการโกรธเกรี้ยว สาดอารมณ์รุนแรงออกมา แต่กลับยกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ พยักหน้ารับอย่างผู้ฟังที่ดีพึงกระทำ ท่าทางดูมีสง่าราศรีกว่าเพื่อนสนิทอย่างคาเยนมากนัก

 

คาเยน  อายุย่างเข้าวัยหลักสี่แม้ใบหน้าที่แสนหล่อเหลา ดุ ดิบเถื่อน น่ามอง แต่เพราะมีใบหน้าที่เหมือนโกรธใครอยู่ตลอดเวลาทำให้เสน่ห์ความหล่อลดลง

ความเอาแต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ และบ้าบิ่นเกินไปคือเอกลักษณ์ของคนยศสูงผู้นี้ และเพราะเป็นลูกของท่านผู้นำคนก่อนจึงเป็นเหตุผลให้ไม่มีใครกล้าต่อกรแม้จะเป็นคนมีฝีมือจริงๆ ก็ตาม

 

การรับมือกับอารมณ์คนอย่างคาเยนทำให้เซมิมีความอดทนมากขึ้น รู้จักพูดให้เพื่อนที่ดุยิ่งกว่าล็อตไวเลอร์สงบลง

ฟังเพื่อนขี้โมโหพูดไม่พอใจระบบงานหน่วยอื่นจึงกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเซมิโดยปริยาย

ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นลูกชายผู้มีอิทธิพลแต่เพราะความเด็ดขาดกล้าได้กล้าเสียทำให้คาเยนดำรงค์ตำแหน่งนี้มาเนิ่นนานกระทั่งพ่อและแม่เสียไปจนเหลือตัวคนเดียว...

 

"เหตุผลอะไรวะ? มึงดูเส้นทางการแจกจ่ายวัคซีนในพื้นที่สีเหลืองที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มหลังการรับวัคซีนนั่นสิว่ามีมากแค่ไหน เราต้องตามล้างตามเช็ดพื้นที่สีแดงหลังการให้วัคซีนไปเพื่ออะไรไหนบอกจะมีเพื่อเเบ่งเบาหน่วยเรานี่มันเพิ่มงานให้ชัดๆ "

ฝ่ามือหยาบกร้านวางจออิเล็กทรอนิคลงบนโต๊ะให้เพื่อนสนิทดู ปรากฎพื้นที่สีแดงปกคลุมประเทศไปครึ่งหนึ่ง

"อืม...อาจจะบังเอิญก็ได้มั้งเชื้อมันระบาดหนักนี่หว่า" เซมิเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น

"โลกเราจะแตกเพราะมีคนอย่างพวกมันนี่ไงมึงยื่นเรื่องถึงผู้นำเลยให้เราประกบหน่วยนี้ตอนฉีดวัคซีนทุกครั้ง เดี๋ยวกูไปหาไอ้วิล"

คาเยนสั่งงานเพื่อนทันทีใบหน้าเจ้าเล่ห์เหมือนนึกอะไรดีๆ ออก

"ไปทำไมวะ? มันเป็นนักวิจัยนะเว้ยไม่ได้มีหน้าที่ภาคสนาม" เซมิเลิกคิ้วถามไม่เข้าใจ

"กูต้องพิสูจว่าวัคซีนนั่นมีส่วนผสมเหี้ยอะไรทำไมฉีดแล้วไม่ดีขึ้นแล้วยังคลั่งอีก จะได้รู้กันไปเลยว่าฝ่ายความมั่นคงมันไม่ได้มั่นคงเหมือนชื่อ!"

 

ร่างใหญ่โตเดินพรวดพราดออกไป ท่าทางหัวร้อน อารมณ์แรงตั้งแต่หนุ่มยันแก่ทำให้เซมิโคลงหัวเล็กน้อยอย่างคุ้นชิน

สักพักพนักงานคนอื่นก็เข้ามาในห้องทำงานอีกครั้งหลังจากเห็นหัวหน้าจอมโหดขับรถออกไป

..

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 39

    การเดินทางที่แสนยาวไกลของหกหนุ่ม จากเรื่องหาคู่กลับกลายเป็นเรื่องการพจญภัยครั้งสำคัญในชีวิตไม่ต่างจากได้ท่องโลกโลกกว้างด้วยตนเองแทบทุกวันวิเวียนกับคาเยนมักจะได้รับโทรศัพท์จากลูกๆ ที่แย่งกันพูดว่าไปเจออะไรมาบรรดาซอมบี้ตัวโตไม่ต่างจากเด็กอนุบาลอ้อนพ่อกับแม่ได้ทุกวัน พอเจออะไรแปลกใหม่ก็มักจะส่งไปให้ดู บางอย่างก็สวยงามแต่มีพิษ บางอย่างก็ดูธรรมดาแต่อร่อย ทำให้ระยะทางไม่เป็นอุปสรรคให้ครอบครัวยังคงอบอุ่นรักกันแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นทุกอย่างเเปลกใหม่ สนุกสนาน สมบุกสมบันไม่มีสักครั้งที่ทั้งหกแยกจากกันความลำบากตลอดการเดินทางไม่ทำให้บรรดาพี่น้องทะเลาะกันแต่กลับทำให้รักและเข้าใจกันมากขึ้นจนกระทั่งต้องเดินทางลงสู่ทิศใต้ที่ค่อนข้างลำบากไม่สามารถโทรหาพ่อแม่ได้บ่อยเช่นเคย"นี่เราหาเมียจะทั่วประเทศแล้วนะมันไปหลบอยู่ไหนวะไอ้สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าเมียเนี่ยกูรู้สึกว่าตัวกูเริ่มจะเหี่ยวแห้งอ่อนแรงแล้วนะเว้ย! กูต้องการเมีย! กู อยาก มี เมียยยยย!!!"วีว่าชักดิ้นชักงอราวกับเด็กน้อยบนรถที่แล่นลงสู่เมืองที่เต็มไปด้วยท้องทะเลเลาะริมหาดทรายไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดมายผั่วะ!!!ๆๆๆๆๆเนื่องจากทำตัวปัญญาอ่อนจึงโดนโบ

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 38

    คาเยนส่ายหัวขำในลำคอก่อนจะพูดคำถัดมาให้บรรดาลูกชายจอมห่ามหน้าแดงกันทั้งแถบ อะไรเอ่ยบอกรักด้วยการไม่พูดคำว่ารัก.... (พ่อไง!!) "ไม่ดีที่ไม่อยู่ตอนเมียคลอด อยากเห็นพวกนายตอนตัวเท่านิ้วก้อยคงจะน่ารักกว่านี้เยอะ" "หู้ย~น่ารงน่ารักอะไรขนลุก!" วีว่าทำท่าลูบแขนแต่ก็ยิ้มกว้างออกมา "พอเห็นพวกนายแข็งแรงโตเป็นหนุ่มปากดีได้แบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่า นี่มันดีเอ็นเอพ่อกับแม่มันชัดๆ" "ตอนหนุ่มลุงห้าวเหรอ?" คาเรนถามขึ้นบ้างเพราะพ่อนั้นดูใจเย็นเเละเย็นชาสุดขีด แต่กลับบอกว่าลูกนิสัยเหมือนตนทำให้ลูกๆ นึกภาพไม่ออกว่าตอนหนุ่มพ่อเป็นแบบไหน "อืม~ อาจจะแบบนั้น คนทำแต่งานพ่อแม่ตายหมดเพื่อนน้อยไม่มีลูกเมียมันก็เลยขี้หงุดหงิดไปหน่อย" "ตอนเจอเเม่แล้วนิสัยดีขึ้นมั้ย?" วีแก้นชอบฟังพ่อพูดถึงแม่จึงถามขึ้นมาอีก "หึ หึ หึ ..เหมือนเดิม แม่พวกนายบ่นหนวกหูบ่อยๆ" "กูรู้แล้วว่าไอ้คามิวเหมือนใคร?" "เออกูก็รู้พวกเราแฝดหกนะเว้ย!" ในระหว่างที่ทั้งหกทำท่าจะกัดกันคนเป็นพ่อมองนาฬิกาเห็นว่าดึกมากแล้วจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินลูบหัวฝ่าลูกทั้งหกออกมาหน้าประตู พร้อมกับพูดด้วยใบหน้านิ่ง มองหน้าลูกทุกคนแล้วกลับออกไป "พ่อรักพวกลูกนะ

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 37

    ในบ้านหลังใหญ่ที่เป็นทั้งที่ทำงาน ที่กินที่นอน เหมือนรังผึ้งที่มีหลากหลายห้องหลากหลายกิจกรรมในตึกสูงกลางเมือง บ้านที่มีครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่และรองรับการถือกำเนิดของบรรดาซอมบี้ได้อีกมากมาย "อ้าว? มานั่งหน้ามึนอะไรกันตรงนี้ดึกแล้วยังไม่นอน" คุณพ่อลูกห้องเดินเข้ามาในห้องของลูกๆที่มีห้องโถงตรงกลางและมีห้องส่วนตัวของใครของมันเรียงรายบรรดาซอมบี้หนุ่มยังนั่งเล่นเกมส์ทำกิจกรรมอยู่เต็มลานห้องโถง "นอนไม่หลับ แล้วลุงอ้ะมาทำไม?" หนึ่งในหกพี่น้องหน้าเหมือนถามขึ้นเมื่อคนเป็นพ่อเปิดประตู้เข้ามาด้วยสีน้าเรียบเฉยมานั่งไขว่ห้างแหมะบนโซฟามองกองซอมบี้ตัวใหญ่ๆ บนพื้นที่นั่งนอนเล่นเกมส์กินขนมไม่ต่างจากเด็กน้อย "แม่พวกนายให้มาดูเห็นเงียบๆ ไม่เห็นไปวอแวห้องนู้น " "จะไปได้ไงล่ะทำอะไรกันก็ไม่รู้ลูกเต้าโตเป็นควายกันหมดแล้ว" วีว่าบ่นอุบก้มหน้ามองเกมส์ในมือถือแต่ใบหูกลับเเดงเถือก "รู้ได้ไงไม่ได้กระเตงกันมาทำข้างนอกสักหน่อย" ห้องก็เก็บเสียงแถมยังลอคจากด้านในอัตโนมัติด้วย ตัวพ่อซอมบี้ยกยิ้มมุมปากมองเด็กเกเรที่แม้จะพูดออกมาตรงๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาแสนแพรวพราวของคนเป็นพ่อได้ บ่งบอกว่าคนตัวโตยังเหนือชั้นกว่ามา

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 36

    "ไม่เจอกันนานเป็นซอมบี้เต็มตัวแล้วดูดีขึ้นนี่"เสียงกลั้วหัวเราะของคนด้านหลังเอ่ยทักร่างกำยำในชุดสูทสุภาพทำให้คนถูกทักหันกลับมาทางต้นเสียงใบหน้านิ่งขรืมเย็นชาไร้แววของคาเยนคนหัวร้อนเอาแต่ใจคนก่อนให้เห็นเพื่อนที่เคยสนิทในวัยห้าสิบกว่าปีกลับมาเผชิญหน้ากันครั้งแรกในศาลกลางอันศักดิสิทธิ์หลังจากหารล่มสลายของมนุษย์สายพันธุ์เดิมแล้วเกิดก่อตั้งศูนย์รวมมนุษย์สายพันธุ์ผสมขึ้นบรรดาผู้มีฝีมือในการช่วยเหลือประเทศถูกเชิญให้มารับตำแหน่งอันทรงเกียรติเพื่อความอยู่รอดและคว่มสงบสุขสืบไป"แต่นายยังเหมือนเดิม..."คาเยนตอบกลับสั้นๆ ไม่ขยายความหมายว่าไอะไรที่เหมือนเดิม"ไม่มีอะไรเหมืนเดิมหรอกครับคุณคาเยน...เราก็ด้วย เมื่อก่อนไม่ว่าผมจะเก่งหรือทำงานหนักแค่ไหนก็ได้เป็นแค่ลูกน้องคุณ แต่ตอนนี้ผมดูจะเหนือกว่าผู้คนเลือกคนที่เก่งไม่ได้เลือกคนจากเส้นสายอีกต่อไป"เซมิยืนตัวตรงอกผายราวกลับตัวกำลังพองโตให้ดูเหนือกว่าจากความไว้วางใจของผู้คน"ยินดีด้วยก็แล้วกันที่มีโอกาสได้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าให้คุ้มกับที่เมื่อก่อนจะเหยียบย่ำคนอื่นมาแทบตายแต่ไม่ได้เป็นผู้นำประเทศ""หึ่!!"สายตาเชือดเฉือนจ้องกันพักใหญ่กว่าจะแยกย้ายกันกลั

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 35

    "มันเข้าไปแล้วครับ"เฮนรี่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นศัตรูฝั่งตรงข้ามเดินเข้าไปในที่ประชุมใหญ่''ถ้าไอ้ชั่วเซมิไปเจอพ่อเราจะเป็นยังไงนะ?"คามิวจินตนาการไม่ออกว่าผู้ใหญ่ที่เคยเกลียดกันจะแสดงออกยังไง"แม่ก็บอกอยู่ว่าข้างในทำอะไรไม่ได้ แต่มึงดูนั่นสิไอ้เตี้ยลูกรักของมันซนชิบหาย มันกี่ขวบกันถึงเดินกินไอติมเล่นน้ำพุ ซุ่มซ่ามแบบนั้นเดี๋ยวก็ตกบ่อน้ำพุตายห่า"วีแก้นมองร่างเล็กแสนซนเดินเลาะขอบอ่างลานน้ำพุมีพวกพี่มันนั่งมองเพราะวิ่งตามมันจนเหนื่อย''แกล้งมันกันมั้ยหมั่นไส้!""คุณๆ อย่าเลยครับถ้าเกิดอะไรขึ้นคุณพ่อจะเดือดร้อนนะครับ!"ชายสูงวัยตักเตือนด้วยความเป็นห่วง"นิดเดียวแค่นิดเดียวจริงๆ ครับลุงเฮนรี่"วีว่าชูนิ้วก้อยขึ้นมีความหมายว่าแค่เล็กน้อยเท่านั้น"พวกคุณจะทำอะไรครับ?""ดูน้ำพุตรงนั้นสิสวยดีนะพวกมึงว่ามั้ยนึกถึงน้ำที่บ้านเกิดเลย"วีว่ายิ้มใก้คนสูงวัยเป็นคำตอบก่อนจะหันมาขยิบตาให้กันราวกับคุยผ่านกระแสจิตได้"สี่คนไปล่อพี่ๆ มันคนหนึ่งดูต้นทาง มาโอน้อยออกกันใครชนะได้ไปผลักมันลงบ่อน้ำพุ่สีๆ หอมๆ นั่น""คุณหนู!!ไม่ได้นะครับ" เฮนรี่พยายามห้ามแต่เด็กทั้งหกนั้นดื้อกว่าตอนอยู่กับแม่เป็นไหนๆ"มึงไปดมมาเหรอ

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 34

    ทางการขอความร่วมมือทุกองค์กรที่มีศักยภาพในการทำวิจัยวัคซีนเพื่อมวลมนุษยชาติ โครงการของผู้นำสูงสุดกึ่งบังคับให้หลายหน่วยงานต่างภูมิภาคเข้าประชุมหารือร่วมกันเพื่อรวบรวมสานสัมพันธ์คนในประเทศให้กลับมาสามัคคีแน่นแฟ้นอีกครั้งอยู่มาวันหนึ่งประกาศฉบับนี้ก็ออกมาให้ทุกคนรับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อความสงบสุขของผู้คนทั้งลูกครึ่งคนซอมบี้และทุกสายพันธุ์ที่สามารถใช้ชีวิตปกติได้เป็นเหมือนการร่างกฎหมายครั้งใหญ่ในรอบสิบปีก่อนการล่มสลายของมนุษยชาติทันทีที่ทุกคนได้รับทราบมีการออกมาโต้แย้งส่งข้อกังขาไปถึงท่านผู้นำว่าไม่ควรจะอยู่รวมกันเพราะแต่ละสายพันธุ์แต่ละหน่วยมีความเชื่อเป็นของตัวเอง มีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันมากเกินไปแต่ท่านผู้นำมองว่าเพื่อลดการปะทะและความขัดแย้งในภายภาคหน้าถ้าไม่รวมกันวันนี้วันข้างหน้าต้องมีการรบราครั้งใหญ่เกิดขึ้นจนอาจจะกลายเป็นสงครามได้"สรุปคือทุกคนต้องร่วมเข้าหารือกันในที่ประชุมใหญ่ในไม่กี่วันข้างหน้านี้เหรอครับ?"เด็กหนุ่มทั้งหกที่ต้องถอดเสื้อเดินไปเดินมาในสภาพอากาศร้อนของเมืองกรุงถามผู้เป็นแม่ขึ้นในเช้าวันหนึ่งที่เห็นประกาศจากทางการออกข่าวอึกทึกครึกโครมไปทั่วประ

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 14

    ในตู้คอนเทนเนอร์วันนั้นความตกใจทำให้ร่างที่ถูกล่ามแขนขาสี่มุมร้องคำรามเสียงดังก้องภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่ต่างจากห้องทดลองย่อมๆมีเครื่องมือสารเหลวระเกะระกะเต็มไปหมดในขณะที่มองสำรวจไอ้ตัวประหลาดที่รูปร่างคล้ายคนมีเมือกหลายสีหยดย้อยตามเนื้อตัวมีแผลฉีกขาดเปื่อยยุ่ยจนเห็นกระดูกดวงตาลึกโบ๋ฟันห่างแห

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 13

    "วิเวียน"(พยักหน้า)"อะไรลุงพยักหน้าทำไม?""กูรู้ว่ามึงรู้ กูไปรอในรถ"ร่างบางกรอกตาซ้ายขวาลอบสังเกตุคนอื่นก่อนจะบอกกับเฮนรี่ว่าปวดอึอาจจะเข้าห้องน้ำนานหน่อยอีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้จึงเดินตามร่างสูงมายังรถจี๊ปราคาแพงที่แต่งคล้ายกับรถถัง ทั้งกระจกดำกันกระสุน ทั้งอะไหล่นอกแสนแพงคนรวยนี่ขยันหาของมาเล

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 12

    วันรุ่งขึ้น "คาเยนมึงจะนั่งอยู่ในรถอีกนานมั้ยน้องๆ มันเตรียมขนวัคซีนแล้ว ไปช่วยกันก่อนค่อยไปลาดตระเวน" ลมหายใจหนักๆ ถูกพ่นออกมาท่าทางอิดออดไม่กระชับกระเฉงจากคนมั่นใจในตัวเองสูง จู่ๆ ก็ลดระดับลงเพียงเพราะต้องเจอหน้ากับเด็กในหน่วยความมั่นคง.. "เออ!" "สวัสดีครับหัวหน้าคาเยน" เฮนรี่เจ้าหน้าที่แผน

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 11

    พรึ่บ!! "ทำไมลุงต้องแก้ผ้าอวดไอ้นั่นตอนมันแข็งต่อหน้าผมทุกครั้งเลยวะ..แม่ง" คาเยนปลดเข็มขัดรูดซิบเคลื่อนกางเกงลงอวดแท่งร้องแข็งค้างส่วนหัวฉ่ำเยิ้มเคลือบเมือกใสวาววับ วิเวียนบ่นอุบเสหน้าหลบแท่งร้อนที่มาเห็นอีกครั้งเต็มตาตอนมีสติดีอยู่ "จับ" คาเยนออกคำสั่งทั้งที่เสียงพร่าชิดใบหูทำเอาคนเด็กกว่ารับ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status