LOGINความรัก ความแค้นและครอบครัวที่เขาต้องดูแล ซีรีส์เพลิงแค้นในแดนเดือดเล่มจบ สุริยันต์ ภาคต่อแดนตะวันนะคะ ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ไปนอนได้แล้ว มันดึกแล้ว” เขาไล่เธอตรงๆ จริงๆ แล้วจิตใจของเขากระวนกระวายทุกครั้งที่เธอเข้ามาชิดใกล้ “ค่ะ เฮียอย่านอนดึกนะคะ” พิมพ์รดาเอ่ยบอกเสียงเบาหวิว เธอกลั้นใจมองแก้มสากของเขาไม่วาง ยืนเล็งอยู่แบบนั้นเหมือนเล็งเป้ายิงปืน เธอหลับตาก้มลงไปหา อยากหอมแก้มเขาสักฟอดก่อนนอน แต่มันไม่ใช่แก้มนี่สิ เนื่องจากเขาหันหน้ามาหาพอดีเพราะรู้สึกว่าเธอยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม จึงจะหันไปถามว่ามีอะไรอีกไหม กลายเป็นว่าเธอก้มลงไปจูบปากของเขาเต็มๆ พิมพ์รดารีบลืมตามองเพราะตอนจะหอมแก้มเขา เธอหลับตารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีประทับริมฝีปากลงไปหา จึงไม่เห็นว่าสิ่งที่กำลังประทับลงไปหานั้นไม่ใช่แก้ม แต่เป็นปากของเขานั่นเอง เธอตาโตมองเขาในระยะกระชั้นชิดขยับใบหน้าออกห่างแต่สุริยันต์รวบท้ายทอยของเธอเอาไว้ ก่อนจะบดจูบอย่างดุดัน เขารั้งร่างน้อยมานั่งบนตักเลื่อนมือไปสัมผัสลูบไล้เนื้อตัวหอมกรุ่น สอดแทรกลิ้นเข้าไปพัวพันกับลิ้นน้อยอย่างเร่าร้อน เธอหอบหายใจสะท้านเบือนหน้าหนี
View Moreสุริยันต์ สมุทรากร เสี่ยหนุ่มวัยสี่สิบสอง เจ้าของธุรกิจสถานบันเทิงและอาบ อบ นวด ชื่อดังสบถอย่างหัวเสียเมื่อมีคนขับรถตามประกบยิง
เขาสั่งให้ลูกน้องคู่ใจเพิ่มความเร็วรถให้มากขึ้น นักรบเหยียบคันเร่งจนมิด แต่รถที่ขับออกมาจากทางแยกด้านหน้าทำเอานักรบต้องหักหลบกะทันหัน จนรถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง ตกลงไปตรงไหล่เขา
สุริยันต์ตะกายร่างออกมาจากรถ ก่อนที่รถจะระเบิด เขายิงต่อสู้กับคนร้าย ร่างสูงใหญ่วิ่งหนีก่อนจะสะดุดล้มกลิ้งลงไปจนศีรษะกระแทกกับก้อนหินสลบคาที เหตุการณ์มันรวดเร็วมากในขณะที่นักรบยิงต่อสู้กับคนร้ายจนพลาดท่าเสียทีอีกคน ลูกน้องคนอื่นๆ ไม่มีใครรอดเลยสักรายโดนยิงตายกันหมด
หลังจากนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นอีกระลอกใหญ่ ร่างของหญิงสาวชุดดำคนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้น ก่อนจะยิงต่อสู้กับคนร้ายที่ติดตามมาราวกองทัพ ฝีมือการยิงปืนที่แสนแม่นยำทำให้คนร้ายโดนยิงเรียงตัว เสียชีวิตทันที
“คุณหยกพาเสี่ยหนีไปก่อนค่ะ ทางนี้เหมยจะจัดการเอง” ดอกเหมยตะโกนบอก ก่อนจะรัวปืนใส่คนร้ายอย่างบ้าคลั่ง พิมพ์รดาพยักหน้าให้คนของเธอ ก่อนจัดการหิ้วปีกของสุริยันต์หนีเข้าป่าไปพร้อมกับคนของเธออีกหนึ่งคน
ร่างสูงใหญ่ผวาขึ้นจากที่นอนด้วยเหงื่อโซมกาย เขาร้องโอดโอยกุมศีรษะที่มีผ้าพันแผลพันเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด กะพริบตาให้สายตาปรับเข้ากับแสงสว่างภายในห้อง ก่อนจะทอดมองไปรอบกายด้วยท่าทีระแวดระวังตามนิสัยของตน
“ที่ไหน” คนจำอะไรไม่ได้เพราะสมองได้รับการกระทบกระเทือนหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง เพื่อให้สายตาชินกับแสงไฟในห้องมากยิ่งขึ้น เขายกมือขึ้นกุมขมับ รู้สึกปวดร้าวไปหมดทั้งหัว
“เฮียฟื้นแล้ว เป็นยังไงบ้าง” พิมพ์รดามองพ่อของลูกอย่างดีใจ เธอให้คนตามติดเขาอยู่ตลอด เพราะอยากรู้ความเคลื่อนไหวของเขา ดีที่ไปช่วยเขาได้ทัน ไม่อย่างงั้นลูกของเธอต้องกำพร้าพ่อแน่ๆ เธอดีใจที่เขาฟื้นเพราะเขาสลบไปนานมาก
“เธอเป็นใคร” คนถามหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ กุมศีรษะด้วยความมึนงง พิมพ์รดานิ่งอึ้งไป เธอตั้งสติ เขาคงไม่ได้ความจำเสื่อมหรอกนะ
“เฮียจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ”
“ไม่ได้” เขาตอบเสียงแข็งตามนิสัยโดยไม่รู้ตัว ยกมือขึ้นจับใบหน้าที่พันด้วยผ้าสีขาวทั้งหัว
“พันหน้าพันหัวฉันเอาไว้ทำไม” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนอ่อนแรงอยู่มาก
“เฮียสลบไปนานมากเลยรู้ไหม” เขานอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่นานมาก จนเธอแทบจะถอดใจ สิ่งเดียวที่ทำให้มีกำลังใจคือลมหายใจของเขาที่ยังมีอยู่
“นานแค่ไหน”
“นานนับเดือนเลยค่ะ” เธอตอบเสียงนุ่ม
“แล้วมันเกิดอะไรขึ้น” คนอยากรู้เอ่ยถาม ปวดหัวและตื้อไปหมด เขาจำอะไรไม่ได้เลย
“เฮียใจเย็นๆ ก่อนนะคะ เฮียประสบอุบัติเหตุใบหน้ากระแทกกับหินจนเสียโฉม เลยต้องศัลยกรรมใหม่” พิมพ์รดาตอบเสียงนิ่ง จริงๆ เธอศัลยธรรมใบหน้าของเขาทั้งหน้าเลยด้วยซ้ำ พอเขาฟื้นขึ้นมา เธอจะบอกเขาว่าใบหน้าของเขาเสียโฉมเลยต้องศัลยกรรม แต่ไม่คิดว่าเขาจะความจำเสื่อมแบบนี้
เหตุผลที่เธอทำแบบนี้เพราะสุริยันต์มีอันตราย เขาจะต้องหายสาบสูญไปจากโลกใบนี้ เขาต้องหายไปในสายตาของทุกคน ต้องไม่มีใครได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาอีก เธอเลยจัดการเปลี่ยนชื่อนามสกุลของเขาด้วยทั้งหมด เธอเป็นห่วงเขา อยากให้เขาปลอดภัยและอยู่กับเธอไปนานๆ เป็นพ่อของลูก เป็นสามีของเธอ เป็นคนธรรมดาที่ไม่ต้องมีศัตรูตามฆ่าแกงเหมือนเช่นเก่าก่อน
“แล้วเธอเป็นใคร” สุริยันต์เอ่ยถาม เขาทอดสายตามองหญิงสาวแปลกหน้าอย่างสงสัย
“หยกเป็นเมียเฮียไง” จริงๆ แล้วเขาความจำเสื่อมก็ดีเหมือนกัน พิมพ์รดาแอบคิดในใจคนเดียว
“เมียอย่างนั้นเหรอ” เขาทวนประโยคของเธอ
“ใช่” เธอพยักหน้าให้เขา สุริยันต์นิ่วหน้ากุมศีรษะเพราะรู้สึกปวดหัว
“ปวดหัว” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ร่างกายของเขาไม่มีแรงแม้แต่จะขยับ
“เดี๋ยวให้หมอมาตรวจนะคะ” เธอดีใจที่เขาฟื้น จะจำอะไรได้หรือไม่ได้ก็ช่างมันก่อน แค่เขาไม่ตายและไม่เป็นเจ้าชายนิทราไปตลอดชีวิตแค่นี้เธอก็ดีใจที่สุดแล้ว
พิมพ์รดาพูดแค่นั้นก่อนจะหายลับออกไปจากห้องสีขาวกว้างขวาง สุริยันต์หลับตาลงอีกครั้งเพราะอาการปวดหัว ก่อนที่หมอคนหนึ่งจะเดินเข้ามาในห้องและตรวจอาการ
พิมพ์รดาตามคุณหมอออกไปครู่ใหญ่ก่อนเดินกลับมาในห้องพักของสุริยันต์อีกครั้ง
“เฮียความจำเสื่อมน่ะค่ะ แต่ไม่เป็นไร กินยาเดี๋ยวก็หาย” พิมพ์รดานั่งลงข้างเตียง มองคนตัวโตที่มีสีหน้าหงุดหงิดเหมือนไม่ได้ดั่งใจ
“ทำไมฉันถึงความจำเสื่อม” น้ำเสียงกระโชกโฮกฮากตามนิสัยไม่เคยเปลี่ยนแม้จะจำอะไรไม่ได้ก็ทำเอาพิมพ์รดาค้อนให้เสียหนึ่งที
“เฮียมีเมียน้อย แล้วไอ้เมียน้อยก็มีผัวแล้ว ผัวมันเลยไล่ยิงเฮีย จนเฮียต้องวิ่งหนี ล้มลงหัวกระแทกพื้น หน้ากระแทกหินจนเสียโฉม” พิมพ์รดาประชด คนบนเตียงหรี่ตามอง ท่าทางไม่เชื่อถือ
“ฉันเจ้าชู้ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ใช่ ดีที่ไม่เป็นเอดส์ตาย” เธอพูดประชดเขาอีก ยังน้อยใจที่โดนเขาไล่ในตอนนั้น
“แล้วเป็นไหมล่ะ” คนป่วยพูดกวนโมโห พิมพ์รดาค้อนให้อีกวง ขนาดความจำเสื่อมแต่นิสัยยังเหมือนเดิม มันน่าแกล้งให้ความจำเสื่อมแบบนี้ไปนานๆ
“ไม่ได้เป็นหรอกค่ะ ตอนนี้เฮียมีลูกมีเมียต้องดูแล จำเอาไว้ให้ดีด้วย” เธอค้อน
“ไหนลูก” คนป่วยเลิกคิ้วขึ้นถาม อยากเห็นหน้าตาลูกที่เธอเอ่ยอ้าง
“อยู่ในนี้ค่ะ” เธอดึงมือหนามาวางทาบทับบนหน้าท้องที่ยังไม่นูนมากนัก เขาชะงักมองสบตาเธอนิ่งเหมือนใช้ความคิด
“คนเดียวเหรอ” เขาถามเสียงแข็งไร้ความนุ่มนวล
“ค่ะ” พิมพ์รดาตอบรับ หัวใจสั่นระริกยามที่มือหนาสัมผัสหน้าท้องของเธอ
“กี่เดือนแล้ว” คำถามของเขาทำเอาพิมพ์รดาน้ำตาซึม ถ้าเขาไม่ได้ความจำเสื่อมเขาคงไม่ถามแบบนี้ แต่คงพูดว่าไปเอาเด็กออกซะ!
“สามเดือนกว่าแล้วค่ะ” เธอตอบทั้งน้ำตา ตอนจากเขามาเธอท้องได้สองเดือน ท้องสาวเลยไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงมากนัก หลังจากที่เธอพาคนไปช่วยเขาตอนถูกลอบยิง เขาก็นอนสลบไม่ได้สติไปนานนับเดือน ตอนแรกเธอใจเสียคิดว่าเขาจะเป็นเจ้าชายนิทราเสียแล้ว
“ร้องไห้ทำไม” คนป่วยตกใจ รีบเช็ดน้ำตาให้ คิดไปว่าเขาคงเจ้าชู้มาก ทอดทิ้งลูกเมียจนทำให้เธอเสียน้ำตาเช่นนี้
“เปล่าค่ะ” เธอรีบปาดน้ำตาทิ้ง
“เมื่อก่อนฉันไม่ดี ทอดทิ้งเธอกับลูกเหรอถึงได้ร้องไห้แบบนี้” เขายังไม่ได้ละความสนใจกับข้อสนทนาที่คุยกันอยู่ ความรู้สึกของเขาในตอนนี้คือต้องการหาความจริงในอดีต
“เฮียไล่หยกกับลูกให้ไปไกลๆ” เธอพูดทั้งน้ำตา
“ฉันไล่เธอ ไล่ทำไม” คนถามอึ้งไป สีหน้าไม่ค่อยดีนัก ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นคนชั่วร้ายสารเลวขนาดนั้น
“เฮียไม่ต้องการลูก” เธอตอบตามจริง
“ขอโทษแล้วกัน แต่ฉันจำอะไรไม่ได้ ต่อไปจะไม่ไล่แล้ว เพราะเธอช่วยชีวิตฉันเอาไว้” เขาให้คำมั่นสัญญา
“ถ้าเฮียความจำกลับมาจะไล่หยกอีกไหม” เธอเอ่ยถามย้ำ ได้ยินคำสัญญาแล้วไม่แน่ใจนัก แต่คนแบบสุริยันต์จะยึดถือคำมั่นสัญญาเสมอ
“ไม่ไล่ สัญญา” เขาย้ำอย่างหนักแน่น
“สัญญาแล้วนะ” เธอพูดแล้วดึงนิ้วก้อยของเขามาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเธอ สุริยันต์ขมวดคิ้วเข้าหากัน สีหน้าไม่ชอบใจที่เธอทำอะไรเหมือนเด็กๆ แต่เขาก็ไม่ได้ดึงมือหนี
“อือ...” เขาครางรับ หลับตาเพราะปวดศีรษะ
“แล้วฉันชื่ออะไร” เหมือนเขาเพิ่งนึกออกเลยเอ่ยถามชื่อตัวเองออกไป
“ทรงกลดค่ะ” นี่คือชื่อใหม่ที่เธอเปลี่ยนให้เขา ถ้าสุริยันต์รู้ความจริง เธอคงโดนแหกอกเป็นแน่ แต่เธอชอบชื่อนี้
“แล้วเธอล่ะชื่ออะไร”
“พิมพ์รดาค่ะ เฮียเรียกว่าหยก”
“พ่อแม่เธอล่ะ” เขาเอ่ยถามถึงบิดามารดาของเธอ
“พ่อแม่หยกเหรอคะ ท่านไม่อยู่แล้วค่ะ” คนตอบชะงัก มองสบตาเขา รอยเศร้าในดวงตาทำให้สุริยันต์สะท้อนใจเหลือจะกล่าว
...บทส่งท้าย...สุริยันต์เปิดค่ายมวยอีกครั้ง สืบทอดเจตนารมณ์ของเสริมศักดิ์ก่อนตายที่บอกให้เขารักษาค่ายมวยนี้เอาไว้ เขารับศิษย์รุ่นแรก ทั้งหญิงและชายโดยไม่เกี่ยงอายุและเพศในสังคมปัจจุบันมีคนเลวมากขึ้น เด็กและเยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องรู้จักดูแลป้องกันตัวเอง วิชาการต่อสู้จึงสำคัญมาก ไม่เฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่ผู้หญิงควรมีไว้ติดตัว เอาไว้เพื่อปกป้องตัวเอง“ดูคุณแดนสิคะ แพ้ท้องแทนน้องอัญทุกวันเลย”พิมพ์รดามองคู่ของแดนตะวันที่แพ้ท้องแทนเมียแล้วอมยิ้ม อัญชัญยังแสบซ่าเหมือนเดิมแม้กระทั่งท้อง คนเป็นสามีก็คอยห้ามปรามเพราะหวาดเสียวแทน ดีหน่อยที่ไม่คิดจะปีนป่ายขึ้นต้นไม้เหมือนสมัยก่อน“เฮีย... อยากกินไก่อบฟาง”“กินเก่ง” แดนตะวันบ่นแต่ก็รีบเร่งไปทำให้เมียกิน เขาคลื่นไส้อาเจียนรู้สึกเหม็นเบื่อไปหมด ในขณะที่อัญชัญกินอะไรได้ทุกอย่าง“อร่อยจังเลยค่ะ เฮียกินไหม” เธอยื่นน่องไก่หอมกรุ่นให้เขา แดนตะวันถึงกับส่ายหน้าไปมา“เฮีย”“ครับ” แดนตะวันรับคำเมียตาปริบๆ“อยากกินอะไรบอกอัญมา เดี๋ยวอัญทำให้กิน”“จริงเหรอ” แดนตะวันถามอย่างแปลกใจ ร้อยวันพันปีอัญชัญไม่เคยคิดเข้าครัวทำอะไรให้เขากินเลย“จริงค่ะ เฮี
ในระหว่างที่แดนตะวันกำลังจะจับตัวพิทายส่งตำรวจ พิทายก็หันมาจัดการกับแดนตะวัน มือของมันคืออาวุธมีดที่กรีดเข้ามาตรงแขน จนแดนตะวันเสียหลัก ทำให้ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือดสุริยันต์ได้พาพิมพ์รดาหนีออกมาสมทบ เจอเข้ากับ สรพงศ์ที่กลายเป็นบ้าวิ่งตรงเข้ามาทำร้าย และต่อสู้กับสุริยันต์ คนบ้านั้นกำลังมหาศาล และในจังหวะที่สุริยันต์กำลังจะจัดการกับสรพงศ์ มีดคมๆ จากเงื้อมือของพิทายก็กรีดมาตรง กลางของแผ่นหลัง แต่กลับไม่ระคายผิวของสุริยันต์เลยแม้แต่น้อย ทั้งสองต่อสู้กันจนพลัดตกหน้าผาไปทั้งคู่ พิมพ์รดาตะโกนเรียกสุริยันต์อย่างตกใจกำลังตำรวจเข้ามาที่ค่ายมวยเก่าแก่ของเสริมศักดิ์ ช่วยกันจับกุมคนของพิทายเอาไว้ แดนตะวันนั้นได้ส่งหลักฐานให้ตำรวจที่อยู่เบื้องหลังการให้พี่ชายปลอมตัวเข้าไปสืบเรื่องขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคใต้ของประเทศข่าวการจับกุมบ่อนการพนัน การค้ามนุษย์ และคลิปโหดๆ ที่เผยแพร่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ และคนที่มีเมมเบอร์ต้องจ่ายเงินเท่านั้นถึงจะดูคลิปพวกนี้ได้ถูกปราบปรามอย่างหนักสุริยันต์ฟื้นขึ้นมาด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส เขาเห็นร่างของพิทายถูกเสียบด้วยกิ่งไม้แหลมอยู่หน้าปากถ้
“นายคิดว่ามันจะสอนให้นายจริงๆ เหรอครับ” ลูกน้องคนสนิทของสรพงศ์เอ่ยถาม“สอนสิ เพราะฉันเคยดูดวงให้ตัวเองว่าสักวันหนึ่งฉันจะได้เรียนวิชานี้จากลูกศิษย์ของไอ้เสริมศักดิ์ หลังจากฉันเรียนสุดยอดวิชานี้สำเร็จ ฉันก็จะฆ่ามันซะ แล้วคนที่จะครอบครองสุดยอดเคล็ดวิชานี้ ก็คือฉันคนเดียวเท่านั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” สรพงศ์หัวเราะอย่างชั่วร้ายสุริยันต์กลับมายังห้องคุมขัง เขาใช้มีดกรีดรอยแผลเป็นที่ขาออกเป็นทางยาว ก่อนจะดึงกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกฝังเอาไว้ที่ขาออกมา ชายหนุ่มใช้ผ้าพันแผลห้ามเลือดเอาไว้ ก่อนจะเปิดอ่านจดหมายของอาจารย์ก่อนที่เขาจะออกมาจากค่ายมวยของอาจารย์เสริมศักดิ์ เขาได้รับจดหมายจากท่านมาหนึ่งฉบับ เสริมศักดิ์มีวิชาการดู ดวงและทำนายฤกษ์ยามได้อย่างแม่นยำอาจารย์ของเขาได้ดูดวงเอาไว้ให้เขา ก่อนจะสอนเคล็ดลับสุดยอดเวชาให้ ท่านบอกว่าดวงของเขาเหมาะที่จะเรียนวิชานี้ และเป็นผู้ที่เหมาะสมจะได้รับการถ่ายทอดวิชานี้จากท่านเป็นที่สุดสุริยันต์ค่อยๆ อ่านจดหมายที่อาจารย์ของเขาเขียนเอาไว้ ดวงของเขานั้นเหนือกว่าสรพงศ์ และเขาจะเป็นคนที่ฆ่าสรพงศ์เพื่อล้างแค้นให้อาจารย์คนก่อนที่เป็นเจ้าของเคล็ดวิชาเพื่อแก้แค้น และล้างแค้
เดชร้องโหยหวนลั่นคุก ในขณะที่ผู้คุมเข้ามาสงบศึกเอาไว้ ใครกล้าหือก็จะโดนไม้กระบองตีเข้าให้เดชถูกพาไปรักษาตัวเพราะนอนตัวงอกุมมือข้อด้วยความเจ็บ ทำให้ทุกคนในที่นั้นมองสุริยันต์อย่างตกตะลึงในวิชาการต่อสู้ของอีกฝ่าย ด้วยว่าเดชเก่งกล้าสามารถ ไม่เคยมีใครล้มเดชได้สักคน“นายอยากเจอ” เป็นประโยคสั้นๆ ง่ายๆ ในขณะที่นักโทษคนอื่นถูกพากลับไปขัง สุริยันต์ก็ถูกพาไปยังห้องห้องหนึ่งเขาถูกผลักเข้าไปในนั้น สุริยันต์หรี่ตามองใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่หลังเก้าอี้“ฉันเห็นฝีมือของนายแล้ว พิทายส่งคนเก่งเข้ามาในคุกเลยนะคราวนี้” เสียงของชายชราที่หมุนเก้าอี้ตัวใหญ่มาหา ทำให้สุริยันต์ตาลุกวาบ แว็บเดียวก่อนที่มันจะจางหายไปเขาเห็นหน้าจอขนาดใหญ่ที่สามารถมองดูโรงอาหารของเรือนจำได้ทุกซอกทุกมุมว่าใครกำลังทำอะไรบ้างหัวใจของสุริยันต์เต้นแรงถี่กระชั้นแทบจะหลุดออกมาจากอกเมื่อเห็นฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวของเขามันหายหัวไปนานหลายปี ที่แท้ก็มีความสุขอยู่ในคุกนี่เอง มันไม่ได้ลำบากอะไรเลยสักนิด ไม่ได้รับผลกรรมอะไรเลยใช่แล้ว... ไอ้แก่ที่อยู่ตรงหน้าเขาคือไอ้สรพงศ์ มันติดคุกตลอดชีวิตและไม่มีท่าทีว่าจะออกไปจากคุก ผมบนศีรษะนั้นหงอกขาวบ่ง
“นายรู้ได้ยังไง” สุริยันต์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย“ฉันได้ยินน่ะ”“อืม... ใช่ ก็ตามนั้น” สุริยันต์ครางในลำคอ คล้ายจะยอมรับออกมา“นายมีบุญคุณกับฉัน เราก็เหมือนพี่น้องกัน ถ้านายมีปัญหาฉันจะช่วยนายเอง” ประโยคนั้นของนพทำให้สุริยันต์ได้เจอกับคนที่เขารอคอยมานานนพพาเข้าไปรู้จักกับนทีได้อย่างง่ายดาย โดยไม่เป
“พ่อของหยกช่วยชีวิตเฮียเอาไว้ หลังจากวันนั้นเฮียก็ไม่เคยคิดที่จะทิ้งหยก ไม่เคยคิดที่จะทำให้เสียใจ ยอดรักของเฮีย” ประโยคของเขาทำให้เธอร้องไห้หนักขึ้นไปอีก ดอกเหมยเห็นว่าคนทั้งสองปรับความเข้าใจกันดีแล้วก็ยิ้มออก“เฮียพูดใหม่สิคะ”“พอแล้ว” เขากระแอมทำเสียงขรึม เหลือบไปมอง ดอกเหมย“งั้นเหมยออกไป
“ลุงหมอคะ เฮียเป็นยังไงบ้างคะ” พิมพ์รดาเอ่ยถามคุณหมอวัยกลางคนที่มีศักดิ์เป็นญาติของเธอ“ปลอดภัยแล้ว ดีที่พามาโรงพยบาลได้ทัน” คนตอบถอนใจอย่างโล่งอก“หยกขอบคุณลุงหมอมากเลยนะคะ”“นอนโรงพยาบาลอีกไม่กี่วันก็หายเป็นปกติ ยันต์น่ะเขาใจแข็งมากนะ ไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก” พงศ์พันปลอบใจหลานสาวก่อนจะเอ่ยขอตัว“คุ
“ใช่ค่ะ หรือว่าเสี่ยจะความจำกลับคืนมาแล้วคะ” ดอกเหมยเอ่ยถาม มองการต่อสู้ของสุริยันต์อย่างสนใจ“คิดว่ามันเป็นวิชาที่ติดตัวเฮียมาตั้งแต่เด็กๆ จิตใต้สำนึกของเฮียหรือความเคยชินคงทำให้เฮียต่อสู้ออกไปแบบนั้น ก็เหมือนกับตอนที่เฮียทำอาหารนั่นแหละ”พิมพ์รดาพูดอย่างใจคิด ในขณะที่อุ้มบุตรสาวตัวน้อยของเธออยู่