เพลิงภูหมอก

เพลิงภูหมอก

last updateآخر تحديث : 2025-04-19
بواسطة:  rasita_suinمكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
63فصول
626وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ดอกฟ้าบอบบางหอมหวาน เบ่งบานล่อแมลงดอมดม สีสันงามล้ำชวนชม กลับถูกฉุดลงตมด้วยคนพาล “ไปไหนมาแต่เช้าเชียว” ใจดวงน้อยระทึกขึ้นกับความสนิทชิดเชื้อของเขา คิดอย่างอ่อนอกอ่อนใจว่าเมื่อไรเธอจะทำใจได้สักที เธอแทบไม่กล้ามองหน้าเขาด้วยซ้ำ ตัวสั่นใจสั่นทุกครั้งที่ชายหนุ่มแตะต้อง ทั้งยังรู้สึกร้อนวูบวาบบนเรือนกายรวมทั้งใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะกลิ่นกายบุรุษที่ไม่เคยสัมผัสใกล้ชิดนอกจากพี่ชายก่อให้เกิดความหวามไหวแบบที่เธอไม่เคยรู้จัก ยิ่งตอนนี้ได้กลิ่นหอมของสบู่เหลวที่ตนใช้กับไอเย็นจากร่างสูงใจก็ยิ่งสั่น เปรมินทร์จับคนที่ทำตัวเกร็งพลิกให้หันหน้ามาหาเขาพร้อมกับอุ้มเธอขึ้น พาให้นั่งที่เตียงโดยให้ร่างอรชรอยู่บนตักของตน ก่อนจะเชยคางเล็กให้เงยขึ้นสบตาเขา “ผมถามว่าไปไหนมา” “ไปดูเพ็ญเตรียมอาหารค่ะ” ปากอิ่มสวยสีระเรื่อขยับเพียงน้อยนิดทั้งเสียงที่ตอบก็บางเบา หากชายหนุ่มก็ได้ยิน แม้ความสนใจของเขาจะหยุดอยู่ที่กลีบปากสวยมากกว่าสิ่งใดก็ตาม “ต่อไปตื่นมาต้องเห็นคุณอยู่บนเตียงกับผม” เพลิงแค้นในใจ 'เปรมินทร์' แผดเผา 'กัญญานัน' ด้วยไฟเสน่หา

عرض المزيد

الفصل الأول

1...ชะตาลูกหมาตัวน้อย (1)

อากาศเมืองเหนือที่มีฝนโปรยปรายเช้าจรดเย็นทั้งชื้นและหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ แม้แต่คนตัวโตยังต้องหาความอบอุ่นให้ร่างกาย หากร่างน้อยร่างหนึ่งกลับไม่อาจทำได้ แม้มันจะพยายามซุกตัวเข้าไปในกองขยะที่สุมรวมกันอยู่มุมหนึ่งของถนนอย่างเต็มความสามารถ ขณะแทะเล็มเศษกระดูกอย่างพอใจกับรสและกลิ่น

ทว่าเสียงฝีเท้ากับกลิ่นกระดูกไก่ย่างหอมๆ ที่ลอยมาใหม่ ทำให้เจ้าตัวน้อยมุดตัวโผล่ออกจากกองขยะด้วยความสนใจอย่างไม่แคร์ฝนฟ้าซึ่งเริ่มกระหน่ำมากขึ้น

คนที่กำลังเพิ่งทิ้งขยะลงถังและพยายามจะเก็บชิ้นอื่นๆ ที่หล่นบนพื้นผงะเล็กน้อย เพราะบางอย่างขยุกขยิกก่อนจะมีเจ้าตัวเล็กกระจ้อยสีเทาขมุกขมัว เลอะทั้งโคลนทั้งเศษอาหารโผล่มาตรงหน้า ดวงตาสีดำสนิทแป๋วแหววคู่เล็กจ้องมองมาพร้อมหน้าแหลมแหงนเงยเต็มที่

ใบหน้าสวยหวานราวนางฟ้าซ่อนอยู่ในฮูดกันฝนมองมันนิ่งชั่วครู่ แล้วมือเรียวบางจึงค่อยๆ ยื่นไปหามันพร้อมระบายยิ้มละไมบนริมฝีปากอิ่มสีเรื่อ เจ้าตัวเล็กเอียงคอมองมือนั้นอย่างไม่แน่ใจ แต่เพียงอึดใจเดียวมันก็เลียแผล็บที่นิ้วเรียว ดมฟุดฟิด ก่อนจะเลียซ้ำไปมาอยู่อย่างนั้น ระหว่างนั้นมือบางอีกข้างก็ค่อยๆ หยิบขยะรอบๆ เจ้าตัวเล็กใส่ถังจนหมด ร่างเล็กมอมของมันเปียกโชกเพราะฝนและกำลังสั่นเทา ขนสั้นๆ มอมแมมไม่ช่วยอะไร หญิงสาวรู้ว่าเจ้าตัวเล็กที่มีแค่หนังหุ้มกระดูกนี่อาจไม่รอดแน่ ถ้ามันยังต้องอยู่แบบนี้

“ก้อย รถที่บ้านมาแล้ว เร็วๆ เข้า”

เสียงหนึ่งเรียกมาจากด้วนหลัง ทำให้คนร่างบางหันกลับไปพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจแล้วตัดสินใจลุกขึ้นพร้อมรวบเจ้าตัวเล็กขึ้นมาแนบอก และมันก็ร้องลั่นขึ้นทันที

“เงียบน่า ฉันไม่จับไปขายหรอก หมาพันธุ์ทาง ไม่ได้ราคา”

นิ้วเรียวสวยตีจมูกแหลมๆ ที่เงยขึ้นมาร้องใส่เธอราวกับประท้วงเบาๆ ขณะเอ่ยเสียงขำขัน

จากนั้นร่างบางอ้อนแอ้นก็วิ่งกลับไปหาเพื่อนอีกสองคนที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนัก ทั้งสองสาวรูปร่างใกล้เคียงกับคนแรก ทั้งความสูงและขนาดตัว แถมยังผมยาวสลวยเกือบจะถึงบั้นเอวเหมือนกันหมด หากแต่ใบหน้าสวยงามไปคนละแบบ

“อะไรน่ะก้อย ทำไมมันสกปรกอย่างนี้”

คนที่เอ่ยถามเป็นสาวผิวขาวกระจ่างใส ตากลมโตน่ารักราวกับนางเอกในการ์ตูนตาหวาน ส่วนอีกคนที่รออยู่เป็นสาวสวยตาคมเฉี่ยว ผิวขาวเหลืองนวลลออ ใบหน้างดงามราวกับนางในวรรณคดี ทางด้านคนร่างบางที่กลับมาพร้อมเจ้าตัวน้อยแสนมอมในมือนั้นผิวขาวผ่องอมชมพู

“ก็มันอยู่กับกองขยะนี่นา ก้อยสงสารเลยพามาด้วย”

คนที่อุ้มเจ้าตัวน้อยแนบอกบอกเสียงอ่อย ขณะที่เพื่อนสองคนได้แต่ทำหน้าแหย ไม่ได้รังเกียจมันหรอก แต่ก็ไม่คิดว่าเพื่อนจะกล้าอุ้มเจ้าตัวสกปรกเลอะเทอะนั่นด้วยมือเปล่า

“แต่ว่าพามันมาด้วยแบบนี้แล้วจะเอาไงดีล่ะคะ เราต้องไปบ้านสอง งานเสร็จก็ต้องบินกลับพรุ่งนี้แต่เช้า เอามันไปด้วยไม่ได้อยู่ดีนี่คะคุณก้อย”

พิมพ์ปรางถามด้วยน้ำเสียงเกรงใจ เพราะก้อยสำหรับเพื่อนสนิท หรือที่คนอื่นๆ ต่างเรียกว่า กัญญา นั้น คือหม่อมหลวงกัญญานัน อรรถพันธ์พงศ์ เป็นบุตรสาวของหม่อมราชวงศ์พงศกร อรรถพันธ์พงศ์ ซึ่งคุณยายของเธอเป็นแม่นมของคุณชาย และเธอก็อยู่ที่วังของอรรถพันธ์พงศ์มาตั้งแต่เล็ก จนเป็นเพื่อนสนิทสนมกับคุณก้อยและเรียกติดปากเสมอมา

คนที่พาเจ้าตัวเล็กมาส่ายหน้ายิ้มแหยให้ มาธาวีสาวตาโตแวววาวราวการ์ตูนจึงหัวเราะขึ้นมาพร้อมพูด

“เอาอีกแล้วนะ นิสัยชอบช่วยชาวบ้านแบบไม่คิดหน้าคิดหลังก่อนนี่เมื่อไรจะเลิกสักทีนะก้อย”

“ไม่รู้ล่ะ ก้อยทิ้งมันไม่ได้ จะเอาไงค่อยว่ากันอีกที”

กัญญานันทำหน้างอ พอดีกับที่รถจากบ้านพ่อเลี้ยงศรา คุณพ่อของมาธาวีมาจอดพอดี เพราะสาวๆ เที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่หลังลงเครื่องก่อน แล้วนัดเวลากับจุดที่ให้มารับเอาไว้ เมื่อช็อปปิ้งกันจนพอใจแล้วจึงมารอเพื่อจะได้เดินทางไปยังบ้านพ่อเลี้ยงที่อยู่นอกตัวเมืองท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขา ซึ่งขับรถต่อไปอีกไม่ไกลก็จะเข้าเขตจังหวัดเชียงราย

รถตู้คันใหญ่แล่นมาจอดก่อนที่ชายวัยกลางคนจะลงมา ทั้งสามสาวยกมือไหว้ขณะที่อีกฝ่ายก้มหัวให้แล้วช่วยพวกเธอเอาของไปเก็บในรถ เมื่อทั้งหมดขึ้นไปบนรถก็ทำจมูกฟุดฟิดเพราะกลิ่นแปลกๆ ทุกสายตามองมาทางกัญญานัน หญิงสาวยิ้มแหยๆ ให้พร้อมกับกอดเจ้าตัวน้อยที่ยอมซุกตัวหาความอบอุ่นแนบอก สองสาวที่เหลือต่างก็ส่ายหน้า ส่วนลุงคนขับทำหน้าฉงนแต่ก็ยิ้มให้แล้วหันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โดยไม่ได้ซักถามเรื่องของผู้เป็นนาย

 ================

ร่างสูงเพรียวกำยำที่ดูแกร่งด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงเดินทอดน่องมองกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่สวยงามภายในเรือนเพาะกล้วยไม้ด้วยความสนใจ โดยมือข้างหนึ่งเกี่ยวเสื้อสูทพาดอยู่บนไหล่ อีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายๆ ทว่าในสมองคิดถึงความเป็นไปได้ของผลกำไรจากการลงทุน หากเขาจะเพาะกล้วยไม้ขึ้นมาบ้าง มันสามารถเป็นอีกตัวเลือกให้กับลูกค้าของเขานอกจากกุหลาบที่ไร่ เขาจะเสนอทำเรือนเพาะกล้วยไม้กับพ่อดูและจะเป็นคนดูแลตรงส่วนนี้เอง แต่อย่างแรกคงต้องขอคำแนะนำจากพ่อเลี้ยงศราเสียก่อน

ชายหนุ่มเดินออกมาด้านนอก ฝนที่เพิ่งหยุดไปทำให้สนามหญ้าชุ่มน้ำ ทว่าทางเดินมีหินปูห่างๆ ตามระยะก้าวจึงไม่จำเป็นต้องกังวล ขายาวก้าวช้าๆ เพื่อกลับเข้าไปในส่วนจัดงานเลี้ยง หลังฆ่าเวลารองานเริ่มจนสมควรที่จะกลับแล้ว

วันนี้มีงานเลี้ยงใหญ่ฉลองวันเกิดครบรอบห้าสิบปีของพ่อเลี้ยงศรา และท่านเพิ่งได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา แม้พ่อเลี้ยงศราจะไม่ต้องการให้มีงานเลี้ยงเอิกเกริกใหญ่โต ทว่าท่านเป็นผู้ทรงคุณธรรมที่คนในจังหวัดต่างก็นับหน้าถือตามากมายหลายคนต่างต้องการมาร่วมยินดีจึงไม่อาจเลี่ยงได้ ชายหนุ่มเองก็มาพร้อมกับผู้เป็นแม่ ซึ่งก็คือ เจ้าปัทมาดารา

ศิริจันทร์ ณ ภูศรีจัน ที่รู้จักนับถือกันมานานกับพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงเป็นอย่างดี แม้เจ้าแม่ของเขาจะอยู่ที่เชียงรายก็ตาม

เพราะความสนิทสนมที่มีทำให้เจ้าแม่ของเขาอยากมาช่วยงานเร็วๆ ลูกอย่าง เปรมินทร์ ศิริจันทร์ ณ ภูศรีจัน คลากสัน จึงจำต้องติดตามมาด้วยก่อนงานเริ่ม ส่วนผู้เป็นพ่อคือนาย เฮนรี่ คลากสัน ต้องเคลียร์งานก่อนแล้วจะตามมา

เปรมินทร์เดินมาถึงทางเชื่อมไปเรือนครัวซึ่งกำลังวุ่นวาย แล้วก็ได้ยินเสียงที่ดึงความสนใจให้หันมอง

“คุณกัญญาเจ้า กำเดียวงานก่อจะเริ่มแล้วน่ะเจ้า ปล่อยหมาน้อยก่อนเต๊อะเจ้า มันมอมขนาด ชุดงามๆ เลอะหมดแล้วน่ะเจ้า”

“ไม่เลอะหรอกค่ะ ก้อยระวังอยู่ แต่ก้อยอยากอาบน้ำให้มันหน่อยน่ะค่ะ”

“บ่ต้องดอกเจ้า ข้าเจ้าอาบหื้อมันเองดีกว่าเจ้า คุณกัญญาปิ๊กหลังเวทีเต๊อะเจ้า”

แววตาคมพานพบกับภาพที่ไม่อาจดึงสายตากลับมาได้ หญิงสาวรวบผมขึ้นสูงไปมวยประดับปิ่นระย้ามากมายเอาไว้เผยดวงหน้ากระจ่างหวาน แม้จะมีเครื่องสำอางแต่งแต้มหากก็ดูออกว่าเธอไม่จำเป็นต้องพึ่งพามัน เรือนร่างอ้อนแอ้นงามงอนอยู่ในชุดเกาะอกสีทอง มีเสื้อแขนกระบอกโปร่งใสผ่าหน้าคลุมทับอีกชั้น นุ่งซิ่นลายทองเงินสลับตามขวาง เข็มขัดทองคาดทับเอวคอดกิ่วเน้นทรวดทรงเปรมินทร์มองนิ่งและคิดว่าเขาอาจจะตาฝาด

นางฟ้าลงมาเดินบนดินหรืออย่างไร

หากแต่การพูดคุยที่เข้าหูอยู่ตลอดนั้นทำให้รู้ว่าเธอเป็นคนมีชีวิตจิตใจเหมือนๆ กับเขา จับต้องได้ ทุกอย่างในตัวเธองามเลิศ ทำเอาเขาหยุดทอดสายตามองเพลิน ทว่ากลับมีบางอย่างขัดตา

สุนัขน้อยมอมแมมที่เธออุ้มอยู่

เปรมินทร์อยู่ในมุมที่มีพุ่มไม้จึงไม่มีใครสังเกตเห็นเขา แถมคนงานหลายคนต่างก็วุ่นวายกับงานของตนเองเพื่อจะได้ทำทุกอย่างให้ทันเวลา ไม่มีใครสนใจสิ่งรอบข้างมากนัก

“ก้อยเกรงใจน่ะค่ะ กำลังยุ่งกันอยู่เลย”

“บ่เป็นหยังเจ้า ส่งหมาน้อยมาหื้อข้าเจ้าเต๊อะ คุณกัญญาล้างไม้ล้างมือเต๊อะเจ้า”

“จะดีเหรอคะ ก้อยกลัวจะรบกวนน่ะสิคะ”

เสียงแสนหวานไพเราะถามอย่างเกรงใจ จนเปรมินทร์อดเหล่มองลูกสุนัขในมือเธอไม่ได้ จะว่าไปแล้วความน่าเกลียดของมันก็น่าอิจฉาอยู่ไม่น้อย เพราะมีสาวสวยจะอาบน้ำให้เองกับมือ

“บ่เป็นหยังเจ้า ข้าเจ้ามีหน้าที่คอยช่วยคุณสองกับเพื่อนอยู่แล้วเจ้า”

“ขอบคุณนะคะ”

สาวสวยบอกพร้อมกับส่งลูกสุนัขมอมแมมแทบจะไม่เห็นสีจริงของมันไปให้อีกฝ่าย

“ฟ้อนเสร็จแล้วข้าเจ้าจะเอามันไปหื้อน่ะเจ้า”

ใบหน้างดงามสลดลงมาเมื่อได้ยินคำบอก ก่อนจะพึมพำเบาๆ พร้อมมือก็ลูบหัวเจ้าตัวเล็กไปด้วย

“ก้อยยังไม่รู้เลยค่ะว่าจะเอายังไงกับมันดี เอาขึ้นเครื่องกลับด้วยคงไม่ได้ แต่ถึงจะหาทางพามันไปด้วยได้ ที่หอก็ไม่ให้เลี้ยงสัตว์อยู่ดี”

“กะเจ้า?”

“ค่ะ”

เมื่อมาถึงตรงนี้สองสาวต่างก็หน้าเศร้าลง ก่อนจะคนงานสาวจะเสนอขึ้น

“บ่ต้องกึ๊ดนักดอกเจ้า บ่ดีคุณสองเปิ้นอาจจะฝากแม่เลี้ยงไว้ก่ะได้เจ้า”

“แต่...ก้อยเกรงใจ ก้อย...”

“ก้อย มัวทำอะไรอยู่ เร็วเข้า มานี่ เราต้องไปเตรียมตัวแล้ว”

พร้อมเสียงใสๆ ร่างบางในชุดสวยงดงามซึ่งต่างจากคนแรกก็ก้าวมาเร็วๆ ทั้งที่ผ้านุ่งทำให้ก้าวได้สั้นเธอก็เดินเร็วราวกับเคยชินเป็นอย่างดี ดวงหน้าใสที่ดูคุ้นตาของคนมาใหม่ทำให้เปรมินทร์พอจะเดาได้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใคร แม้ไม่ได้เจอหน้ากันหลายปี เธอก็ดูไม่ค่อยเปลี่ยนไปมากนัก ยังตัวเล็กร่างบางเหมือนเดิม จะต่างไปคงเป็นสัดส่วนที่ดูสมวัยขึ้น

“ตายๆ มัวแต่มายุ่งกับหมาหน้ามอมนี่อยู่ได้ ไปล้างมือเลยเร็วเข้า”

มือบางของคนมาใหม่ดึงคนที่ตัวเองบ่นหมับแล้วลากไปทันที ไม่รอให้ทักท้วง ขณะที่สาวผู้มีใบหน้างดงามในความรู้สึกของเปรมินทร์ยังอุตส่าห์หันกลับมามองเจ้าลูกสุนัขตัวน้อยด้วยแววตาละห้อย

ชายหนุ่มมองตามหญิงสาวแล้วก็หันกลับไปมองหน้าแหลมเล็กๆ ของสุนัขที่ดูสกปรกก่อนจะยิ้มมุมปาก คืนนี้เขาได้เจอนางฟ้าตัวจริงเข้าให้เสียแล้ว

=====

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
63 فصول
1...ชะตาลูกหมาตัวน้อย (1)
อากาศเมืองเหนือที่มีฝนโปรยปรายเช้าจรดเย็นทั้งชื้นและหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ แม้แต่คนตัวโตยังต้องหาความอบอุ่นให้ร่างกาย หากร่างน้อยร่างหนึ่งกลับไม่อาจทำได้ แม้มันจะพยายามซุกตัวเข้าไปในกองขยะที่สุมรวมกันอยู่มุมหนึ่งของถนนอย่างเต็มความสามารถ ขณะแทะเล็มเศษกระดูกอย่างพอใจกับรสและกลิ่นทว่าเสียงฝีเท้ากับกลิ่นกระดูกไก่ย่างหอมๆ ที่ลอยมาใหม่ ทำให้เจ้าตัวน้อยมุดตัวโผล่ออกจากกองขยะด้วยความสนใจอย่างไม่แคร์ฝนฟ้าซึ่งเริ่มกระหน่ำมากขึ้นคนที่กำลังเพิ่งทิ้งขยะลงถังและพยายามจะเก็บชิ้นอื่นๆ ที่หล่นบนพื้นผงะเล็กน้อย เพราะบางอย่างขยุกขยิกก่อนจะมีเจ้าตัวเล็กกระจ้อยสีเทาขมุกขมัว เลอะทั้งโคลนทั้งเศษอาหารโผล่มาตรงหน้า ดวงตาสีดำสนิทแป๋วแหววคู่เล็กจ้องมองมาพร้อมหน้าแหลมแหงนเงยเต็มที่ใบหน้าสวยหวานราวนางฟ้าซ่อนอยู่ในฮูดกันฝนมองมันนิ่งชั่วครู่ แล้วมือเรียวบางจึงค่อยๆ ยื่นไปหามันพร้อมระบายยิ้มละไมบนริมฝีปากอิ่มสีเรื่อ เจ้าตัวเล็กเอียงคอมองมือนั้นอย่างไม่แน่ใจ แต่เพียงอึดใจเดียวมันก็เลียแผล็บที่นิ้วเรียว ดมฟุดฟิด ก่อนจะเลียซ้ำไปมาอยู่อย่างนั้น ระหว่างนั้นมือบางอีกข้างก็ค่อยๆ หยิบขยะรอบๆ เจ้าตัวเล็กใส่ถังจนหมด ร่างเล
اقرأ المزيد
1...ชะตาลูกหมาตัวน้อย (2)
แม้บนเวทีจะมีสาวงามถึงสองคนฟ้อนด้วยท่วงท่าลีลาเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงราวกับเป็นคนเดียวกัน ทว่ามีเพียงหนึ่งเดียวที่ตรึงสายตาของเปรมินทร์ให้มองตามทุกการร่ายรำของเธอ คนที่เขาเห็นเธอเป็นเหมือนนางฟ้านั่นเองหญิงสาวกำลังฟ้อนอย่างอ้อนช้อยงดงาม โดยมีมาลัยคล้องอยู่ในนิ้วของมือข้างหนึ่ง เปรมินทร์ไม่เคยรู้หรือสนใจเกี่ยวกับนาฎศิลป์ใดๆ ทว่าชายหนุ่มกลับรู้ว่าสิ่งที่เธอกำลังแสดงเรียกว่า ‘ฟ้อนมาลัย[1]’ จากเจ้าแม่ของเขาเอง เพราะท่านกระซิบกระซาบกับแม่เลี้ยงตั้งแต่มีการรำอวยพรวันเกิดในชุดแรกว่าเป็นมาธาวี หรือ สอง ลูกสาวคนเล็กรำเปิดงาน เขานั่งหลังผู้เป็นแม่จึงได้ยินชัด ซึ่งเจ้าแม่ของเขาก็ชมไม่ขาดปากว่ารำสวย มืออ่อน ตัวอ่อน หน้าตาก็สวยน่ารักน่าเอ็นดูสมกับเป็นนางรำ เมื่อเพลงใหม่ดังขึ้นท่านก็อุทานชื่อการแสดงเบาๆ ด้วยความยินดี นั่นทำให้เขารู้ว่าการฟ้อนของนางฟ้าคนสวยชื่ออะไร“หนูสองคนนี้ก็รำเก่งเชียว สวยทั้งคู่เลย แม่เลี้ยงจ้างมาจากที่ไหนคะ ฉันชอบ เผื่อมีงานจะได้ติดต่อบ้าง”ชายหนุ่มเห็นเจ้าแม่ของเขาหันไปถามแม่เลี้ยงอีกครั้ง“อุ๊ย...ไม่ได้จ้างมาจากที่ไหนหรอกค่ะเจ้า หนูสองคนนี้เป็นเพื่อนลูกสองค่ะ เขาเรียนด้วยก
اقرأ المزيد
2...นางฟ้าในใจ (1)
ช่วงเวลาสองปีบางคนก็รู้สึกว่าผ่านไปเร็ว บางคนก็เหมือนจะแสนเชื่องช้า หากสำหรับเปรมินทร์แล้วเกิดขึ้นทั้งสองความรู้สึก ในเวลาที่สนุกสนาน ได้พบเจอเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ เปิดหูเปิดตาในสถานที่แตกต่างจากบ้านเกิดเมืองนอน ทุกอย่างก็ดูจะผ่านไปรวดเร็ว แต่เมื่อเกิดความผิดพลาดในงาน ต้องแก้ปัญหาและหาทางออกที่เหมาะสมเวลากลับขยับอย่างยากลำบาก จนแล้วจนรอดเปรมินทร์ก็ก้าวผ่านทุกอย่างมาได้โดยปราศจากความท้อหรือยอมแพ้ ขณะที่ต้องไปศึกษาการบริหารงานของธุรกิจกับผู้เป็นอาที่ออสเตรเลียชายหนุ่มถูกคุณเฮนรี่เคี่ยวเข็ญอย่างหนัก ทั้งที่เรียนจบถึงปริญญาเอก ทว่าเมื่อถึงเมืองไทยก็ต้องลงไปทำงานทุกอย่างในไร่ เรียนรู้ทุกจุด ทุกไร่ที่ครอบครัวมี รวมทั้งเหมืองพลอยที่เป็นมรดกตกทอดของเจ้าแม่อีกด้วย จนกระทั่งสามปีชายหนุ่มเข้าอกเข้าใจความรู้สึกนึกคิด ทั้งยังผูกพันกับคนงานตั้งแต่ระดับล่างจนถึงผู้บริหารแล้ว แทนที่คุณเฮนรี่จะให้เขาได้ช่วยงานอย่างเต็มที่และริเริ่มการเพาะกล้วยไม้ ชายหนุ่มกลับถูกส่งไปฝึกเป็นผู้ช่วยอาของตนเองเสียก่อน เนื่องจากท่านอยากให้ลูกชายได้รู้จักการบริหารบริษัทที่อยู่ในระดับกลางหลังกลับมาเชียงรายอีกครั้ง เปรมินทร
اقرأ المزيد
2...นางฟ้าในใจ (2)
“นั่นไงน้องสาวฉัน”“ว่าไงนะ”เปรมินทร์ถามก่อนจะหันกลับไปจ้องบนเวทีอีกครั้งอย่างไม่ต้องการให้เสียเวลาพร้อมเอ่ยต่อ“ทำไมฉันไม่คุ้นหน้าเลย”“อ๋อ ไม่ใช่คนที่นายเคยเจอหรอก นี่น้องสาวคนเล็ก”“น้องสาวคนเล็กงั้นเหรอ”ชายหนุ่มหันมามองเพื่อนอีกครั้งแล้วถามย้ำ“คนไหน”ตอนนี้กิตติกรเองก็หันมามองเพื่อนเช่นกัน เขายิ้มกว้างขณะตอบ“คนซ้ายมือ คนที่อยู่ทางซ้ายมือของเราน่ะ”คำบอกของเพื่อนทำให้เปรมินทร์เหมือนจะหยุดหายใจไปชั่วขณะอย่างลืมตัว นางฟ้าคนนั้นคือน้องสาวคนเล็กของเพื่อนสนิทเขาเอง เขาได้รู้จักกิตติกรตอนเรียนที่อเมริกาแล้วอยู่คณะเดียวกัน การเป็นคนไทยด้วยกันทำให้ทั้งคู่ปรึกษาช่วยเหลือกันและกันระหว่างเรียนมาตลอด เปรมินทร์รู้เพียงว่ากิตติกรมาจากครอบครัวผู้ดีเก่าจากนามสกุลของเขาเท่านั้น ด้วยความที่ทั้งสองคบหากันด้วยใจมากกว่า ก็เลยไม่มีการพูดคุยหรือถามไถ่เกี่ยวกับประวัติครอบครัวของกันและกันมากนัก ต่างก็รู้เท่าที่อีกฝ่ายบอกหรือไม่ก็พูดขึ้นในบางครั้ง เขารู้ว่ากิตติกรมีพี่น้องนับรวมตัวเองด้วยกันสี่คน เป็นผู้ชายสองผู้หญิงสอง รายละเอียดอื่นเขาไม่สนใจ ก็เหมือนกับกิตติกรที่รู้แค่ว่าเปรมินทร์เป็นลูกชายคนเดียวของ
اقرأ المزيد
3…ปัญหาที่รออยู่ (1)
ในห้องนอนขนาดกลางของบ้านหลังใหญ่หรือเรียกวังน่าจะถูกกว่า มีร่างอ้อนแอ้นงดงามในชุดคลุมหลังอาบน้ำเดินไปเดินมา กระทั่งสวมเสื้อผ้าชุดกระโปรงผ้าพลิ้วยาวเหนือเข่าเล็กน้อยดูเรียบร้อย แล้วมาหยุดหน้ากระจกบานใหญ่สูงครึ่งตัวกรอบฉลุลายโบราณสวยวิจิตร แต่งเติมหน้าตาเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะหนักไปที่ขั้นตอนการบำรุง จากนั้นก็รวบผมยาวสลวยเกือบถึงกลางหลังถักเปียหลวมๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายคู่ใจเดินเสียงเบาออกจากห้องเสียงตึงตังที่ได้ยินด้านล่างทำให้หญิงสาวทำหน้าฉงน ขณะเดียวกันใครคนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากประตูฝั่งตรงข้ามเอ่ยทัก“น้องก้อย จะไปไหนแต่เช้า”“ก้อยจะไปคุยเรื่องโรงเรียนกับเพื่อนค่ะพี่ปัฐ”หญิงสาวตอบ คิ้วเข้มของอีกฝ่ายขมวดเข้าหากันพร้อมใบหน้ายุ่งไม่ชอบใจกับสิ่งที่ได้ยิน“พี่คิดว่ายกเลิกไปแล้วเสียอีก เดี๋ยวนี้น้องก้อยดื้อ ไม่เชื่อพี่แล้วหรือไง”ปัฐวิกรพี่ชายคนโตของตระกูลอรรถพันธ์พงศ์ ตอนนี้เป็นหัวเรือใหญ่ของการบริหารงานทุกอย่างในครอบครัว ค่อนข้างนิ่งขรึม จริงจัง และเหตุมีผล สิ่งใดที่เขาเห็นว่าไม่เหมาะสมน้องทุกคนก็มักจะเชื่อฟัง ทว่าคราวนี้น้องน้อยกลับยังฝืนทำตามใจตัวเอง ทำให้พี่ชายถึงกับขุ่นใจ“โธ่...พี่ปั
اقرأ المزيد
3...ปัญหาที่รออยู่ (2)
“อะไรนะ”เสียงคุณรุจีรัตน์แหลมขึ้น หากก็ยังเบาอยู่“น้องไม่ชอบงานของครอบครัว ผมว่าเราไม่ควรบังคับนะครับ ยังไงก็มีผมกับพี่ปัฐทำอยู่แล้ว แล้วอีกไม่นานพอน้องนางจบโทกลับมา ก็จะมาทำงานด้านดีไซน์ให้เราอยู่แล้วด้วย ถึงน้องก้อยไม่ทำ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ”“นายกลาง”ปัฐวิกรปรามน้องชาย หากแต่อีกฝ่ายยังไม่หยุดพูด“น้องก้อยชอบนาฏศิลป์ ให้น้องไปทำงานที่น้องรักเถอะนะครับ แค่ผมกับพี่ปัฐต้องทิ้งงานของตัวเองมาช่วยที่บ้านก็พอแล้ว อย่าฝืนใจน้องเลยนะครับ”คุณรุจีรัตน์หันไปมองลูกสาวคนเล็กน้อยสีหน้าไม่พอใจ หากก็ไม่ได้ดูโกรธเกรี้ยวแต่อย่างใด ด้วยรู้ว่าลูกสาวคนนี้ไม่มีความสามารถด้านแฟชั่นเช่นลัลนา ส่วนคุณชายพงศกรมองนิ่ง แววตาเต็มไปด้วยความเห็นใจเมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กเริ่มน้ำตาคลอ“จริงเหรอหนูก้อย”คุณชายถามสั้นๆกัญญานันมองผู้เป็นพ่อตรงๆ พร้อมกับพยักหน้าและรับคำเบาๆ“ค่ะคุณพ่อ”“ถึงจะไม่ชอบ แต่จะบอกว่าไม่อยากทำมันก็ไม่ถูกนะคะคุณชาย เพราะยังไงนี่ก็เป็นงานของทางบ้าน แล้วครอบครัวเราก็กำลังแย่ จะมีเงินที่ไหนให้ยายก้อยเอาไปลงทุนเปิดโรงเรียนกับเพื่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปรอดไหม สมัยนี้ไม่มีใครเขาสนใจเรื่องพวกน
اقرأ المزيد
4...ลิขิตพรหม (1)
รถโฟร์วีลสีดำเคลื่อนมาจอดหน้าเรือนไม้หลังใหญ่แบบผสมผสานทั้งความคลาสสิกคละเคล้าความโมเดิร์นแบบคันทรีได้อย่างลงตัวสวยงาม ร่างสูงกำยำของเปรมินทร์ลงจากรถ ผิวที่เป็นสีแทนขึ้นมาทำให้ดูดุเข้มขึ้น น่าเกรงขาม และมีเสน่ห์ไปอีกแบบ ทั้งความหล่อเหลาก็ยังล้นเหลือ ชายหนุ่มเพิ่งกลับจากดูแลขั้นตอนผลิตไวน์จากองุ่นล็อตใหม่ที่เพิ่งตัดมาเมื่อช่วงเช้าหลังปล่อยทิ้งให้แห้งคาต้นมาสองเดือน เพื่อจะได้รสหวานตามที่ต้องการ เป็นไวน์แบบหวานปานน้ำผึ้งที่เป็นผลผลิตส่งออกราคาดีอีกอย่างของไร่ภูศรีจัน ขณะเดินเข้าบ้านเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เจ้าปัทมาดาราซึ่งออกมาจากห้องครัวเห็นลูกชายคนพอดีก็เอ่ยขึ้น“วันพรุ่งนี้มินทร์ไปเชียงใหม่กับแม่หน่อยนะลูก”“ครับ”ชายหนุ่มรับปากโดยไม่ซักถามอะไรต่อ แต่ดูเหมือนเจ้าปัทมาดาราอยากเล่าให้ฟัง จึงเอ่ยออกมาเองทำให้เขาต้องหยุดเท้าฟังต่อ“แม่จะไปเจอเพื่อนเก่า เห็นว่าเขามีลูกสาวด้วยนะ เพื่อนแม่สมัยเรียนสวยมากเลย ลูกสาวคงไม่ทิ้งแม่ ลองไปดูตัวหน่อยนะตามินทร์”คนเป็นลูกอึ้งไป คุณเฮนรี่ที่กำลังลงบันไดมาจากข้างบนหัวเราะเสียงดัง เขากลับมาถึงก่อนลูกและอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว“อึ้งเชียวนะไอ้เสือ เจ้าแค่พ
اقرأ المزيد
4...ลิขิตพรหม (2)
คุณรุจีรัตน์หยิบมือถือขึ้นมาพูดคุยด้วยน้ำเสียงสดใส หลังจากเดินนำกัญญานันไปยืนรออยู่ที่จุดหนึ่งของสนามบิน โดยที่คนเป็นลูกสาวถือกระเป๋าเดินทางกะทัดรัดทั้งสองใบ แม้ในตอนแรกคุณชายพงศกรจะบอกให้พาเด็กในบ้านมาด้วย ทว่าคุณรุจีรัตน์เห็นว่ามาแค่นี้สะดวกดีแล้วก็ไม่อยากเสียค่าตั๋วเครื่องบินเพิ่มไม่ถึงสิบนาทีคุณรุจีรัตน์ก็ทักใครคนหนึ่ง ใบหน้ายิ้มแย้มสดใสทำให้กัญญานันที่ยืนมองนั่นนี่ไปเรื่อยๆ ต้องหันไปมองตาม“เจ้า ไม่เจอกันนานเลย สบายดีไหมคะ”กัญญานันเห็นผู้หญิงวัยใกล้เคียงกับผู้เป็นแม่ในชุดสวยที่ดูก็รู้ว่าราคาแพง แม้จะเป็นเสื้อคลุมผ้าไทยกับกางเกงผ้าสบายๆ ก็ตาม มีผู้ชายเดินตามหลังมาสองคน แต่หญิงสาวไม่ได้สนใจมองเนื่องจากคุณรุจีรัตน์หันมาจับมือเธอให้ก้าวเข้าไปใกล้ท่าน“รุจี ไม่น่าเชื่อ กี่ปีกี่ปีก็ยังสวยไม่เปลี่ยนเลยนะเธอ”“แหม เจ้าก็เหมือนกันค่ะ”ทั้งสองสาววัยห้าสิบกว่าจับมือยิ้มให้กันอย่างยินดี เพราะครั้งล่าสุดก็คือวันแต่งงานของเจ้าปัทมาดาราที่เชิญเพื่อนสมัยเรียนในคอนแวนต์ด้วยกันมาร่วมงาน แล้วคุณรุจีรัตน์ก็แนะนำกัญญานัน“นี่กัญญานัน น้องก้อยลูกสาวคนเล็กของรุจีค่ะเจ้า น้องก้อยไหว้เจ้าปัทมาดาราซะลูก
اقرأ المزيد
5…ดอกไม้ใกล้มือ (2)
ร่างบางรีบเร่งขึ้นรถตู้ เพราะก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมงกัญญานันได้รับโทรศัพท์จากเจ้าปัทมาดาราขอร้องให้เธอช่วยไปรำแทนนางรำคนหนึ่งที่บังเอิญมีเรื่องตบตีกับนางรำด้วยกัน โดยที่คนหาเรื่องก่อนถูกสั่งให้กลับบ้านไป ซึ่งกัญญานันก็เต็มใจช่วย อีกอย่างเธอกับมาธาวีก็คุยเรื่องตกแต่งเรียบร้อยแล้ว เธอจึงให้กุญแจกับมาธาวีไว้แล้วออกมาก่อน เพราะอีกฝ่ายบอกว่าเย็นๆ จะไปเจอเพื่อนสมัยเรียนมัธยมที่เรียนออกแบบตกแต่งภายในกัญญานันนั่งมาไม่นานรถตู้ก็จอดอีกครั้ง ประตูเปิดออกอย่างอัตโนมัติแล้วร่างสูงเพรียวกำยำที่หญิงสาวไม่คิดว่าจะได้เจอก็ก้าวขึ้นมา เขาสบตากับเธอด้วยแววตานิ่งสนิท แล้วก็ขยับมานั่งลงที่เบาะแรกของด้านหลังข้างเธอ ทำเอากัญญานันขยับชิดกระจกอย่างลืมตัว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเขาฟุ้งอยู่ใกล้ตัว เสื้อสูทที่ชายหนุ่มใส่อยู่ถูกถอดออกจนแขนกำยำสัมผัสกับต้นแขนเธอเล็กน้อย กัญญานันพยายามนั่งนิ่งๆ กำลังคิดคำทักทายชายหนุ่มตามมารยาทรถก็เคลื่อนตัวออก เมื่อตั้งใจจะเอ่ยปากเสียงโทรศัพท์อีกฝ่ายก็ดังขึ้น“ครับพ่อ”เขารับสาย แล้วก็เงียบไป ก่อนจะรับคำอีกครั้ง“ครับ ไม่เสียแรงที่ผมอุตส่าห์กลับไปแต่งตัวออกมาพบมิสเตอร์กับมิสซิสกลอรี
اقرأ المزيد
5…ดอกไม้ใกล้มือ (2)
ร่างบางรีบเร่งขึ้นรถตู้ เพราะก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมงกัญญานันได้รับโทรศัพท์จากเจ้าปัทมาดาราขอร้องให้เธอช่วยไปรำแทนนางรำคนหนึ่งที่บังเอิญมีเรื่องตบตีกับนางรำด้วยกัน โดยที่คนหาเรื่องก่อนถูกสั่งให้กลับบ้านไป ซึ่งกัญญานันก็เต็มใจช่วย อีกอย่างเธอกับมาธาวีก็คุยเรื่องตกแต่งเรียบร้อยแล้ว เธอจึงให้กุญแจกับมาธาวีไว้แล้วออกมาก่อน เพราะอีกฝ่ายบอกว่าเย็นๆ จะไปเจอเพื่อนสมัยเรียนมัธยมที่เรียนออกแบบตกแต่งภายในกัญญานันนั่งมาไม่นานรถตู้ก็จอดอีกครั้ง ประตูเปิดออกอย่างอัตโนมัติแล้วร่างสูงเพรียวกำยำที่หญิงสาวไม่คิดว่าจะได้เจอก็ก้าวขึ้นมา เขาสบตากับเธอด้วยแววตานิ่งสนิท แล้วก็ขยับมานั่งลงที่เบาะแรกของด้านหลังข้างเธอ ทำเอากัญญานันขยับชิดกระจกอย่างลืมตัว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเขาฟุ้งอยู่ใกล้ตัว เสื้อสูทที่ชายหนุ่มใส่อยู่ถูกถอดออกจนแขนกำยำสัมผัสกับต้นแขนเธอเล็กน้อย กัญญานันพยายามนั่งนิ่งๆ กำลังคิดคำทักทายชายหนุ่มตามมารยาทรถก็เคลื่อนตัวออก เมื่อตั้งใจจะเอ่ยปากเสียงโทรศัพท์อีกฝ่ายก็ดังขึ้น“ครับพ่อ”เขารับสาย แล้วก็เงียบไป ก่อนจะรับคำอีกครั้ง“ครับ ไม่เสียแรงที่ผมอุตส่าห์กลับไปแต่งตัวออกมาพบมิสเตอร์กับมิสซิสกลอรี
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status