Masuk‘ห้ามหึง ห้ามหวง ห้ามแสดงความเป็นเจ้าของฉัน…จำไว้’ นั่นคือคำพูดของ ‘ฟาโรห์’ มาเฟียร้ายกาจบ้าอำนาจและไม่เคยสนหัวใคร เขาพูดเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความดุดันใส่เธอ ในวันแรกที่ลากเธอขึ้นเตียงเพื่อขัดดอก ‘มิรัน’ ต้องยอมทุกอย่างแม้กระทั่งทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองลงเพื่อแลกกับชีวิตของพี่สาวตัวเองไว้… แค่ต้องนอนกับเขาหนึ่งปีเต็มคงไม่เป็นอะไรหรอก เพราะไอ้คำว่า ‘ห้ามรู้สึกกับเขา’ เธอทำได้อยู่แล้ว เป็นเขาต่างหากที่ต้องจำคำนี้ไม่ใช่เธอ!
Lihat lebih banyakตึก ตึก ตึก
เสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นขึ้นเสียงดังตามจังหวะสะบัดขาของร่างอรชรหุ่นดีราวกับนางแบบ ที่กำลังเดินเข้ามาในตึกเรียน ใบหน้าเย่อหยิ่งละลายหายไปในทันทีเมื่อคลี่ยิ้ม หลงเหลือเพียงรอยยิ้มหวานที่สามารถสะกดสายตาของเหล่านักศึกษาหลายคนที่อยู่ภายในตึกเรียนให้หันมามองที่เธอเป็นตาเดียว “มิรัน..ทางนี้” เสียงเล็กจีบปากจีบคอของเพื่อนรักอย่างอันนาดังขึ้นมาพร้อมกับโบกไม้โบกมือไปมากวักเรียกเธออย่างอารมณ์ดี มิรันส่ายหน้าเบาๆ กับท่าทางของเพื่อนรักก่อนจะรีบเดินเข้าไปหา โดยไม่ได้สนใจสายตาของนักศึกษาคนอื่นที่กำลังมองมา...เธอคุ้นชินกับสายตาพวกนั้นแล้ว “จะเกินหน้าเกินตาแล้วนะคะ!” อันนาพูดประชดพร้อมกับใช้มือเขี่ยกระดุมชุดนักศึกษารัดรูปของมิรันเล่นอย่างหยอกล้อ “ดูตัวเองไหม” มิรันปัดมือของอันนาออกจากหน้าอกของตัวเองเบาๆ พร้อมกับมองหาเพื่อนสนิทอีกคนของตัวเอง “แล้วนี่ต้นน้ำไปไหน” “อย่าถามหามันเลย..มันติดสาวไม่เคยเห็นหัวเพื่อนหรอก” อันนาตอบกลับด้วยความหัวเสียเพราะโดนเพื่อนรักอย่างต้นน้ำทิ้งให้นั่งอยู่นี้คนเดียว “โทรตามผัวแกดิ จะมาส่งไหมงาน” มิรันส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับคำตอบของอันนา มันเป็นภาพที่คุ้นชินของเธอไปแล้ว เพราะต้นน้ำกับอันนาเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคู่กัดกันเลยทีเดียว “ผัวบ้านแกสิ! มั่วแบบนั้นฉันไม่เอามันมาทำพันธุ์หรอกย่ะ” อันนาแหวใส่เพื่อนรักเสียงดัง เมื่อมิรันพูดจาไม่เข้าหู “เร็วๆ ...ฉันมีงานต้องไปทำ” “งานอะไรกันคะ อย่างคุณหนูมิรันนี่ยังต้องทำงานอีกเหรอ” คิ้วเล็กของอันนาเลิกขึ้นอย่างสงสัย บ้านมิรันรวยจะตายยังต้องทำงานอะไรอีก ถึงแม้จะมีกันแค่สองคนกับพี่สาว และพี่สาวก็ทำงานหาเงินอยู่ฝ่ายเดียว แต่พี่สาวของมิรันเป็นถึงประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ยังต้องกลัวอะไรอีก “ฉันแค่จะแวะไปหาเลขาพี่รินซะหน่อย เห็นช่วงนี้พี่รินดูแปลกๆ ไป จะถามก็คงไม่ยอมบอก” มิรันตอบกลับไปด้วยความกังวลใจ เธอไม่เคยมีอะไรปิดบังกับอันนาและต้นน้ำอยู่แล้ว ทุกเรื่องของเธออันนาและต้นน้ำย่อมรับรู้ดี เหมือนที่เธอเองก็รับรู้เรื่องทุกอย่างของอันนากับต้นน้ำดีเหมือนกัน “พี่มิรินน่ะเหรอแปลกไป จะห่วงอะไรพี่มิรินแกร่งจะตาย” “ไม่รู้สิ แต่ฉันรู้สึกเหมือนว่าพี่รินกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่” ช่วงนี้พี่สาวของเธอดูแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด เหมือนเวลาโทรหาก็แทบจะคุยกันนับคำได้ พอจะไปหาก็เลี่ยงตลอด หรือว่าจะโกรธเธอเหรอที่อาทิตย์ก่อนเธอหนีไปเที่ยวที่ต่างประเทศโดยไม่ยอมบอก...แต่ก็ไม่น่าจะใช่เพราะยังส่งเงินมาให้เธอเหมือนเดิมโดยไม่หักทำโทษเหมือนที่ผ่านมาเวลาหนีเที่ยว เหมือนพี่มิรินกำลังมีปัญหาอะไรบางอย่างที่ปิดบังไม่อยากให้เธอรู้อยู่เลย “ตัวเองอ่ะคิดมากไปเองรึเปล่าเถอะ” “ก็ฉันเหลือแค่พี่รินคนเดียวไหมล่ะ ไม่คิดมากไม่ห่วงใยกันแล้วจะให้ใครมาห่วง” อย่างที่ว่าเธอเหลือแค่พี่สาวอยู่คนเดียว มันไม่แปลกที่เธอจะเป็นกังวลเพราะเหลือกันเพียงแค่สองคนแล้ว และที่ผ่านมาพี่มิรินก็ตามใจเธอแทบทุกอย่างไม่ว่าอยากได้อะไร พี่มิรินเปรียบเสมือนแม่คนที่สองของเธอไปเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากที่พากันหนีออกมาจากบ้านตั้งแต่เธออายุแค่สิบขวบและตอนนั้นพี่สาวก็อายุแค่สิบหกเท่านั้น เพราะอยู่ไปก็ไม่ต่างกับอยู่ในคุก เนื่องจากพ่อของตัวเองเอาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในบ้านหลังจากที่แม่ของเธอเสียไปได้แค่เพียงสามวันเท่านั้น แถมยังหอบเด็กผู้หญิงอีกคนที่อายุมากกว่าเธอแค่สองปีเข้ามาด้วย แล้วยังมาบอกว่าเป็นพี่สาวอีกคนของเธออีก ตอนแรกสองแม่ลูกนั้นก็ดีกับเธอและพี่สาวปกติ แต่พอลับหลังพ่อของเธอเท่านั้นแหละ มันไม่ได้ต่างไปจากละครน้ำเน่าเลย ทั้งทุบทั้งตี กลั่นแกล้งกันสารพัด หนักสุดก็ถึงขั้นพี่สาวเธอเป็นลมหมดสติจนต้องห้ามส่งโรงพยาบาล..ใครมันจะไปทนได้ หลายครั้งที่เธอพยายามบอกเรื่องที่โดนสองแม่ลูกนั้นทำร้ายแต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยเชื่อเลย เธอตัดสินใจไม่ผิดเลยที่หนีออกมาตั้งแต่ตอนนั้น @คอนโดของมิรัน เคร้ง!! “กรี๊ดดดด!!” มิรันร้องเสียงหลงขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อกำลังจะเลี้ยวเข้าคอนโดของตัวเองแต่กลับขับไปชนท้ายกับรถยนต์คันอื่นเข้าอย่างจัง เพราะความเหม่อลอยที่ทำให้เธอมองไม่เห็นรถคันข้างหน้า “ขะ...โทษค่ะ ฉันผิดเอง คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะเจ็บตรงไหนไหม” มิรันรีบลงไปจากรถทันทีที่ได้สติ เธอถอนหายใจอย่างหนักใจเมื่อเห็นหน้ารถของตัวเองพังยับเยินไม่เป็นท่าไหนจะท้ายรถของคู่กรณีที่ไม่ต่างจากรถของตัวเองอีก เธอรีบโค้งขอโทษเจ้าของรถด้วยความจริงใจเมื่อเขาเดินลงมาจากรถ “ผมไม่เป็นอะไรครับ แต่ว่าเจ้านายของผมไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่ที่คุณขับมาชนท้าย” “ฉันขอไปขอโทษเขาได้ไหมคะ” “อย่าดีกว่าครับ ไม่งั้นคุณจะแย่” “ขะ..เขาอารมณ์ร้อนเหรอคะ” “วุ่นวาย! ...มึงมาได้แล้ว” กระจกรถสีดำเงาถูกเลื่อนลงมาก่อนที่ร่างสูงตรงหน้าจะได้ตอบอะไรเธอกลับ พร้อมกับน้ำเสียงน่าเกรงขามที่ฟังดูเริ่มจะไม่สบอารมณ์ดังแว่วออกมาจากข้างในรถ มิรันกำมือเข้าหากันแน่นด้วยความรู้สึกกลัวเพียงแค่เห็นเงาของคนที่อยู่ข้างในรถ ทั้งที่เห็นแค่เงาเลือนรางของเขาแต่กลับรู้สึกหวาดกลัวอย่างแปลกประหลาด แค่คำพูดของเขาไม่กี่คำมันตอบคำถามของเธอที่ถามร่างสูงตรงหน้าไปเมื่อครู่ได้อย่างดี...ว่าเขาคงจะเป็นคนค่อนข้างอารมณ์ร้อนไม่น้อย แถมยังน่าจะเอาแต่ใจอีกด้วย “ผมไม่มีเวลาพอจะมาคุยเรื่องค่าเสียหายเพราะเจ้านายผมมีงานด่วน” “ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวฉันจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเอง นี่นามบัตรของฉันค่ะ” มิรันไม่ลืมที่จะยื่นนามบัตรของตัวเองให้ร่างสูงตรงหน้าเมื่อเห็นเขาดูเร่งรีบ ถึงแม้จะยังไม่ได้ขอโทษคนที่เป็นเจ้าของรถจริงๆ แต่อย่างน้อยก็ขอให้เธอได้รับผิดชอบของการกระทำของตัวเอง หลายชั่วโมงต่อมา “ผมเอารถไปเข้าอู่แล้วครับ ส่วนใบเสร็จผมส่งไปให้คู่กรณีตามที่เธอให้ที่อยู่แล้ว” นิกเดินเข้ามารายงานเจ้านายของตัวเองพร้อมกับวางนามบัตรของคู่กรณีลงตรงหน้าของมาเฟียหนุ่ม “ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นน้องสาวของผู้หญิงคนนั้นครับ” “หึ! ..” ไม่มีสัญญาณอะไรตอบกลับมานอกจากรอยยิ้มร้ายกาจที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของฟาโรห์...เจ้าของฉายาโหดเหี้ยมไร้หัวใจ “..อวดรวยซะด้วย” “นายจะให้ผมจัดการกับเธอไหมครับ” “พี่มันเป็นคนก่อแล้วทำไมกูต้องไปลงกับน้อง? ...ตราบใดที่มันไม่เข้ามาแส่ก็ปล่อยมันไปก่อน” มาเฟียหนุ่มดันลิ้นเข้ากับกระพุ้งแก้มด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาคงไม่ไร้เหตุผลขนาดที่เอาไปลงกับคนที่ไม่ได้ก่อเรื่องขนาดนั้น...แต่หากเข้ามาวุ่นวายเมื่อไหร่ เขาก็กัดไม่ปล่อยเหมือนกัน“กว่าจะออกมาเจอเพื่อนได้นะ” พุฒิพัฒน์เอ่ยแซวมาเฟียหนุ่มขึ้นมาพร้อมกับรินเหล้าให้เพื่อน ในขณะที่มิรันเพิ่งเดินออกไปเข้าห้องน้ำ และเอเดนเดินออกไปดูดบุหรี่ “กูไม่ได้ว่างเหมือนมึงนิ” มาเฟียหนุ่มหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาดื่มเอ่ยตอบอย่างไม่สนใจ เขาเพิ่งกลับจากการออกงานสังคมก็ตรงมาดื่มต่อกับเพื่อนสนิท และแน่นอนว่ามาเฟียหนุ่มคลั่งรักควงภรรยาในทะเบียนออกงานสังคมด้วย ออกงานด้วยกันครั้งแรกเป็นที่จับตามองของบรรดาสื่อต่างๆ เขาใช้โอกาสนี้ประกาศให้โลกรู้ว่าจดทะเบียนสมรสกับเธอแล้ว แถมประมูลเพชรน้ำดีในงานราคาหลักร้อยล้านให้เป็นของขวัญทบท้าย รางวัลของคนทำหน้าที่ภรรยาได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ว่าจะนักธุรกิจคนไหนเข้ามาทักทาย ทั้งต่างชาติและในประเทศ มิรันสามารถสื่อสารได้หมดแถมวางตัวได้เป็นอย่างดี ก็พอรู้ว่าเธอพูดได้หลายภาษาแต่ไม่คิดว่าจะคล่องปรือขนาดนี้ วันนี้เขายิ้มหน้าบานอย่างภูมิใจในความสามารถของคนตัวเล็กจนอดใจไม่ไหวควักเงินในกระเป๋าประมูลของให้เธอไปหลายชุด จบงานก็พาภรรยาคนสวยมาฉลองต่อที่ร้านของเพื่อนรัก และคุยเรื่องงานกับเพื่อนเล็กน้อย ส่วนคนที่นั่งอยู่โซฟาฝั่งตรงข้างเขานอกจากจะเป็นพุฒิพัฒน์เพื่อน
คฤหาสน์ของมาเฟียหนุ่ม “แน่ใจเหรอคะว่าจะยกให้หนูง่ายๆ” มิรันเอ่ยถามมาเฟียหนุ่มที่กำลังนวดขาให้เธอ ว่าแต่ถึงบ้านกินอาหารเย็นเสร็จก็โดนคนตัวสูงอุ้มมานั่งตักในห้องนั่งเล่นพร้อมนวดขาให้เสร็จสรรพ แถมมีผลไม้รสหวานคอยป้อนใส่ปากให้อย่างเอาใจ “ครับ อยากคืนให้” เขาหมายถึงบริษัทเจ้าปัญหาตัวต้นเรื่องที่เคยอยากได้นักหนาของพี่สาวเธอ แต่ตอนนี้ยอมแพ้แล้วไม่อยากเอาชนะใครทั้งนั้น ขอคืนให้คนตัวเล็กดีกว่า “พี่จะโอนเป็นชื่อบี๋” “บริษัทของพี่รินต่างหาก หนูไม่มีความรู้เลยบริหารไม่ได้หรอกคืนให้พี่รินเถอะค่ะ” เธอแย้ง ก็ดีใจที่เขายกมันคืนให้ง่ายๆ แต่ถ้าให้เธอมีหวังบริษัทล้มละลายแน่นอน เพราะเรื่องในบริษัทเธอไม่มีความรู้เลย เพราะเมื่อก่อนเน้นใช้เงินพี่สาวไปวันๆ “มันจะเป็นชื่อบี๋ ส่วนมิรินเป็นคนบริหาร พี่คุยกับมิรินแล้ว” “คะ? คุยตอนไหน” “ตอนไปทะเลก่อนวันขอแต่งงานครับ” เขากระซิบบอกอย่างหยอกล้อ แต่เขาให้จริง ที่คุยกับมิรินในวันนั้นก็คุยเพราะนับถือเหมือนญาติผู้ใหญ่คนนึงแม้มิรินจะเกิดทีหลังเขาก็ตาม ที่ทำแบบนั้นก็เพราะอยากให้เกียรติคนตัวเล็กด้วย เธอมีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง เขาจึงจำเป็นต้องขอมิรันจากมิริน ส่วน
หนึ่งเดือนต่อมา ติง ติง~ Line~ f_mi : send picture f_mi : น่ากินไหม พี่ทำไว้รอว่าที่เจ้าสาวครับ มิรันหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมาเปิดดูข้อความในแอปพลิเคชันสีเขียวขณะนั่งอยู่ในรถยนต์คันหรู ที่มีคนขับรถเป็นลูกน้องของมาเฟียหนุ่มและเขาก็เป็นเจ้าของข้อความที่เธอกำลังอ่าน เขาส่งรูปผลไม้ปอกเปลือกมาให้ดู เหมือนจะฝึกทำเองเพราะรู้ว่าเธอชอบทาน เขามักจะถามทุกวันก่อนออกมาถ่ายละครว่าอยากกินอะไร และจะชอบฝึกทำให้เอง และใช่วันนี้เธอตอบอยากกินผลไม้รสหวานเย็นๆ สักหน่อย แต่รูปองุ่นที่หันผ่าครึ่งไม่ได้รูปเท่าไหร่นั้นบ่งบอกว่าเป็นฝีมือของเขาแน่นอน นอกจากองุ่นจะแหว่งซ้ายแหว่งขวาแล้ว แอปเปิลและพีชข้างๆ ยังช้ำจนลืมสีเดิมอีก คนตัวเล็กหลุดขำพร้อมกับส่ายหัวก่อนจะพิมพ์ตอบกลับ mirun : น่ากินมากค่ะ ก็ลองตอบว่าไม่น่ากินดูสิ มีงอนตุ้บป่องแน่ๆ อย่างเช่นวันก่อนเธอกลับบ้านค่อนข้างดึกและกินมื้อเย็นกับอันนาไปแล้วถึงบ้านจึงไม่หิว ตอนแรกบอกเธออิ่มแล้วก็ไม่เป็นไรนะเขาบอกเข้าใจไล่ขึ้นไปอาบน้ำ แต่พอถึงเวลานอนเท่านั้นแหละถึงรู้ว่ามาเฟียหนุ่มงอนอีกแล้ว เดินลงมาข้างล่างยังนั่งอยู่ที่เดิมแถมดื่มไวน์หมดไปหลายขวดคนเดียว…แล้
“ว่าแต่ รู้จักกันเหรอ โอบขนาดนี้นี่คือคนรักที่ลูกบอกแม่เหรอ” โฟริสยิ้มถามพลางมองด้วยสายตาร้ายกาจ มีเพียงแค่สามีและลูกชายเท่านั้นที่ดูออกถึงเจตนารมณ์ของเธอ “รู้แล้วจะถามผมทำไม” เขาตอบแม่ตัวเอง “แล้วหนูล่ะ รักลูกชายแม่ไหม” สรรพนามเปลี่ยนทันที โฟริสพุ่งตรงด้วยคำถามตรงประเด็นใส่เป้าหมายอย่างไม่รีรอ ครั้งแรกเจอกันบอกกับเธอว่าโสด ดูสิว่าครั้งนี้ที่นั่งอยู่ในอ้อมแขนลูกชายของเธอ มิรันจะกล้าบอกโสดอีกไหม “……..” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิมมองคนตั้งคำถามทำตาปริบๆ เล่นถามกันอย่างนี้เลยเหรอ ถ้าตอบว่าไม่จะโดนเป่าสมองรึเปล่า ลูกเป็นมาเฟียแล้วพ่อกับแม่จะไปเหลืออะไร “เงียบแบบนี้ ไม่รักเหรอ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบจึงตั้งคำถามไปอีก “หรือลูกชายแม่ทำตัวไม่น่ารักรึเปล่า บอกแม่ได้นะเดี๋ยวจัดการให้ แต่ขออย่างเดียวอย่าเย็นชาใส่ลูกชายแม่เลย ถึงมันจะนิสัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่มันรักจริงนะ ถ้าหนูไม่มั่นใจแม่สามารถจัดงานแต่งให้ตอนนี้ก็ได้” อ่าา…คนตัวเล็กประมวลผลในหัวทันทีว่านี้คงเป็นฝีมือแม่ของเขาแน่นอน ดูจากคำถามและการจงใจจุดประเด็นนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน จริงจังหรือแค่ลองเชิงแล้วกีดกันทีหลังเห