Masuk“แล้วจะไปที่ไหนล่ะครับ กี่โมง เพราะผมมีนัดกับลูกค้า”
“ที่โรงแรมเมอริออท ห้องอาหารประทุมทิพย์ ตอนหนึ่งทุ่ม” คุณหญิงรุ่งระวีบอกสถานที่และเวลาให้ลูกชาย
“ครับ แล้วเจอกันนะครับคุณแม่”
ราเชนทร์พูดจบก็เดินออกไปจากบ้านทันที โดยที่ทั้งสองไม่รู้ว่ามีผู้หญิงที่ทั้งสองเกลียดชัง ยืนฟังทั้งสองคุยกันอยู่
“นายเสร็จฉันแน่ นายราเชนทร์” ธาริกาพูดอย่างหมายมั่น เธอจะให้ทั้งสองรู้ว่าการที่พาผู้หญิงคนอื่นมาให้ดูตัวเป็นสิ่งที่ทั้งสองคิดผิด
ห้องอาหารประทุมทิพย์
คุณหญิงรุ่งระวีกับลูกชายมาถึงก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย ใบหน้าคนเป็นแม่เปื้อนรอยยิ้มตลอดเวลา ต่างกับคนเป็นลูกที่ทำหน้าซังกะตาย หากไม่ติดว่า ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะมาดูตัวตามข้อตกลง เขาไม่มาเด็ดขาด ที่มาเพราะจะได้จบๆ กันไป สองแม่ลูกนั่งคอยคนนัดหมายไม่ถึงสิบนาที สตรีที่นางหมายตาเป็นลูกสะใภ้ก็มาถึง
วิมาดาสตรีวัยยี่สิบห้าปี ผู้มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติและทรัพย์สมบัติ พนมมือไหว้รุ่งระวี ก่อนหันมาไหว้ราเชนทร์ที่มองเธอด้วยสายตาพอใจ
“เชนทร์ หนูนิกกี้จ้ะ” รุ่งระวีแนะนำตัวให้ราเชนทร์รู้จักวิมาดาอย่างเป็นทางการ
“สวัสดีค่ะพี่เชนทร์”
“สวัสดีครับนิกกี้” น้ำเสียงอ่อนนุ่มทักทายกลับ ราเชนทร์ยิ้มให้วิมาดา หญิงสาวกิริยามารยาทเรียบร้อย และนั่นทำให้เขานึกถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่นอนกอดทะเบียนสมรสไม่แน่น คนนั้นมารยาท คำพูดคำจาต่างกับวิมาดาลิบลับ
“สั่งอาหารกันเลยดีกว่านะ” รุ่งระวีพูดขึ้น นางพอใจมากที่เห็นแววตาและใบหน้าลูกชาย ที่มองแล้วทำให้รู้สึกว่า นางกำลังได้ลูกสะใภ้คนใหม่
“รุ่งสั่งเลย ฉันกับลูกไม่เรื่องมาก” คุณหญิงพิมพาบอกเจ้ามือ
“งั้นเอาเซทห้านะ” พูดจบรุ่งระวีก็ยกมือเรียกพนักงานเพื่อมารับออเดอร์ ระหว่างคอยอาหาร รุ่งระวีบอกให้ลูกชายชวนวิมาดาคุย ทำความรู้จักกันมากขึ้น
อาหารทั้งห้าอย่างถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ ทั้งสี่ลงมือกินอาหารและพูดคุยกันอย่างออกรส สองคุณหญิงพากันยิ้มพอใจ เมื่อเห็นราเชนทร์เอาใจวิมาดาด้วยการตักอาหารให้ หันมายิ้มให้กันและสนทนากันอย่างถูกคอ
บรรยากาศบนโต๊ะถือว่าดีมาก นอกจากอาหารอร่อยถูกปาก นั่งกินไปคุยไป ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาเวลาพลบค่ำ ช่างแสนอภิรมญ์เหลือเกิน
นานหลายเดือนแล้วที่ราเชนทร์ติดกับความอึดอัด ไม่สบายใจ อาจเป็นเพราะเขามีเมียตีทะเบียนที่ไม่ต้องการ ชิงชังหนักหนาอยู่ใกล้ตัว เวลาจะกินอะไรก็กินไม่ลง มีวันนี้ที่เขารู้สึกคล่องคอ เจริญอาหารเป็นพิเศษ
แต่ในความสบายใจระยะสั้นๆ ของราเชนทร์ กำลังยุติลงเมื่อสตรีนางหนึ่งก้าวเท้าเข้ามาในห้องอาหาร เจ้าของเรือนร่างสวยเดินนวดนาดมายังโต๊ะที่สามีเธอนั่งกินข้าวอยู่
“แหม...คุณแม่ขา จะหาเมียน้อยให้พี่เชนทร์ทั้งที ไม่ชวนแก้วมาดูตัวด้วยคนล่ะคะ จะได้ช่วยกันดูว่าผ่านเกณฑ์หรือเปล่า”
เสียงของธาริกาดังก่อนมาถึงโต๊ะ คุณหญิงรุ่งระวีมองตามเสียงด้วยความไม่พอใจและตกใจ สองแม่ลูกอีกคู่ถึงกับหน้าเสียกับคำพูดสตรีแปลกหน้าที่เข้าใจว่า เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของราเชนทร์
ราเชนทร์ทั้งตกใจและอึ้ง มือใหญ่ถือช้อนค้างนิ่งเมื่อมองเห็นเรือนร่างของวาติยา ภรรยาที่ไม่ต้องการ วันนี้เธอดูสวยสะดุดตาด้วยชุดเดรสเกาะอกสีดำกำมะหยี่สั้นเหนือเข่า ทรวงอกสวยงามโผล่ล้นออกมาชวนให้ผู้ชายกลัดมันอยากจะซุกซบ ผมยาวสลวยของเธอปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าถูกแต่งแต้มเพียงลิปกลอสสีเคลือบเงามันวาวเท่านั้น แต่ทำไมชวนให้อยากจุมพิตเสียเหลือเกิน ที่สำคัญอยากกระชากร่างสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน จากนั้นก็ระดมจูบเธอทั้งตัว
เฮ้ย! คิดอย่างนี้ไม่ได้นะไอ้เชนทร์
ราเชนทร์ปรับเปลี่ยนอารมณ์ตัวเองทันที ก่อนจะพูดเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธ
“มาทำไม ใครสั่งให้เธอมา” ราเชนทร์ถามเมื่อหญิงสาวมายืนอยู่ข้างตน
“พี่เชนทร์ถามโง่ๆ ก็มาตามผัวกลับบ้านน่ะสิคะ ตัวเองมาดูตัวเมียน้อยปล่อยให้เมียหลวงอย่างแก้วนอนอยู่ที่บ้านคนเดียว มันดูไม่ยุติธรรมเลยนะคะ”
ธาริกาพูดพร้อมกับใช้ฝ่ามือลูบบ่ากว้างไปมาอย่างเย้ายวน และนั่นทำให้ราเชนทร์ตื่นตัวขึ้นมาทันใด มือที่ถือช้อนสั่นจนเธอสังเกตได้ แต่ไม่รู้ว่าสั่นจากความโกรธหรือว่าความปรารถนาในตัว
“ใครเป็นผัวเธอไม่ทราบ” ราเชนทร์กัดฟันถามอีกครั้ง
“จะหมายถึงใครล่ะคะ แก้วมีผัวคนเดียวก็คือพี่เชนทร์ หรือว่าจะให้แก้วบอกต่อหน้าทุกคนดีคะว่าเราเป็นผัวเมียกันด้วยวิธีไหน”
ธาริกาพูดไปยิ้มไป คุณหญิงรุ่งระวีอายจนอยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี ส่วนสองแม่ลูกอีกคู่ก็มีสีหน้าไม่แตกต่างกับคุณหญิงรุ่งระวีมองหน้ากันเลิกลั่ก ราเชนทร์พยายามข่มความโกรธไม่ให้ทำร้ายผู้หญิงตรงหน้า สิ่งที่เขาทำได้ก็คือคำพูดเชือดเฉือนโต้กลับไม่ยอมแพ้
“ผัว...ฉันเนี่ยนะผัวเธอคนเดียวของเธอ” เขาถามราวย้อนถามเมียชังน้ำหน้า “ใช่..ฉันเป็นผัวคนเดียวที่โง่ยอมจดทะเบียนสมรสกับเธอ ส่วนผัวคนอื่นๆ ที่เคยนอนกับเธอ พวกเขาไม่โง่ไง เธอถึงจับพวกเขาไม่ได้”
คำพูดของราเชนทร์ที่สื่อความหมายว่าวาติยาน้องสาวฝาแฝดของเธอมั่วกับผู้ชายหลายคน ทำให้เธอตอกกลับอย่างเจ็บแสบ
“รู้ตัวเหรอคะว่าตัวเองโง่ แต่กว่าจะรู้ตัวมันก็สายไปเสียแล้วค่ะ เพราะว่าคนฉลาดอย่างแก้วได้นอนกอดทะเบียนสมรส ได้เป็นลูกสะใภ้ของตระกูลอิศราภักดี และได้ผัวโง่ๆ มาครอบครองคนหนึ่ง และแก้วไม่มีวันยอมให้ใครมาแทนที่แก้วด้วย ใครกล้าแม่จะตบไม่เลี้ยงเลย”
วาจาเผ็ดร้อนของธาริกาทำให้ราเชนทร์แทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ได้แต่นั่งตัวสั่นใบหน้าแดงก่ำข่มความโกรธไว้เต็มกำลัง
คุณหญิงพิมพามองหน้าธาริกาด้วยสายตาเหยียดหยาม กระตุกยิ้มขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนยิงคำถามใส่รุ่งระวี
Chapter 15“พี่เชนทร์” เสียงเรียกเหมือนคนละเมอของธาริกาเลือนหายไปในลำคอ เมื่อเรียวปากของทั้งคู่แนบสนิทกัน จูบที่อ่อนหวานและเต็มไปด้วยการเรียกร้องที่เขามอบให้ ธาริกามีความรู้สึกเหมือนมีคนเอาน้ำที่เย็นจัดมาราดรดใส่ศีรษะของเธอ ร่างกายเธอเย็นเฉียบ มือของเธอไม่สามารถยกขึ้นมาต่อต้านการกระทำของเขาได้ ไอเย็นจากลมพายุด้านนอกทำให้อุณหภูมิภายในห้องหนาวเหน็บมากยิ่งขึ้น แต่ร่างสองร่างที่ตระกองกอดกันอยู่กลับร้อนดั่งไฟแผดเผา มือของเขาเริ่มสำรวจตามร่างกายของเธอ มือสากสอดเข้าไปในเสื้อตัวสวยก่อนจะมาวางหยุดนิ่งที่ทรวงอก แรงบีบเคล้นที่ทรวงอกทำให้ธาริกาเริ่มรู้สึกตัว และรีบดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมาได้เสียก่อน “อย่าค่ะ ” ธาริกาวางมือของเธอทับมือสากของเขา และพยายามดึงออกจากทรวงอกเต่งตึงของเธอ หากแต่มือหนาก็ยังคงบีบเคล้นอยู่อย่างนั้น จนร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแรงลง “ทำไมล่ะ หรือว่าเธอไม่ต้องการ” เขาถามเสียงเบา ริมฝีปากหนายังคงวนเวียนอยู่ที่ใบหน้าอิ่มของเธอ “คือว่า ” เสียงของเธอเบาเหมือนปุยนุ่นจนเขาแทบไม่ได้ย
Chapter 14สมองน้อยๆ ของเธอกำลังขาดอากาศหายใจ เพราะเขาไม่เว้นระยะให้เธอหายใจได้เลย ราเชนทร์มัวแต่หลงเพลินกับเรียวปากอวบอิ่มอยู่ จึงไม่รู้ว่าหญิงมากแผนการอย่างเธอกำลังจะทำอะไร อาการคอพับคออ่อนและร่างกายอ่อนแรงของเธอ ที่นิ่งพับไปทำให้เขารู้สึกตกใจ ร่างกายที่ต่อต้านเขาเมื่อครู่กลับนิ่งสนิทไม่มีอาการตอบสนอง เขาจึงถอนริมฝีปากออก ก่อนจะใช้มือของเขาตบที่แก้มของเธอเบาๆ “นี่เธอเป็นอะไรของเธอ แก้วตื่นสิ” ราเชนทร์พยายามเรียกหญิงสาวในอ้อมแขนของเขา แต่เรียกเท่าไหร่เธอก็ไม่ตอบสนองเสียงเรียกของเขา ร่างของธาริกาถูกเขาช้อนอุ้มด้วยลำแขนหนา ราเชนทร์อุ้มหญิงสาวมายังห้องนอนที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนจะวางร่างที่ไร้สติลงบนเตียงนอนสีขาวหนานุ่ม “อะไรวะ ท่าทางกร้านโลกขนาดนี้โดนจูบนิดเดียวเป็นลม บ้าจริง” ราเชนทร์บ่นพร้อมกับส่ายศีรษะไปมา เขานั่งมองใบหน้าที่ดวงตาทั้ง สองข้างหลับพริ้ม จมูกโด่งรั้นเชิดเล็กน้อย ริมฝีปากที่บวมช้ำจากการบดจูบของเขา ยามที่เธอหลับมันเป็นภาพที่เขามองได้ไม่รู้เบื่อ แต่สำหรับคนที่ถูกมองหัวใจเต้นรัวบังคับไม่ให้มันเต้นแรงไ
Chapter 13 “พี่เชนทร์อย่าทิ้งแก้วนะ” ธาริกาพูดเสียงเครือ เมื่อขาสัมผัสความเย็นยะเยือกของน้ำทะเล “ไม่ปล่อยหรอกน่า ลงมาเถอะ” เขารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังกลัว เพราะไม่ว่าน้ำเสียงหรือสีหน้าที่แสดงออกมา ทำให้เขาแกล้งเธอไม่ลง เมื่อขาทั้งสองข้างแตะลงบนผิวน้ำราเชนทร์ก็คว้าร่างของเธอมาอยู่ในอ้อมแขนทันที และอุ้มร่างของเธอด้วยลำแขนของเขา ก่อนจะก้าวเดินอย่างมั่นคงขึ้นไปบนฝั่ง ทันทีที่ขาทั้งสองข้างของเธอสัมผัสกับพื้นทรายที่ทอดยาวตามชายฝั่ง ธาริกาก็ผลักร่างของราเชนทร์ออกให้ไกลร่างของเธอ ก่อนจะเดินสะบัดหน้าเข้าไปในบ้านพักที่ราเชนทร์บอกว่าเป็นของเขาทันที โดยไม่สนใจร่างของราเชนทร์ที่ลงไปนั่งอยู่ที่พื้นตามแรงผลักของเธอ “แหม! พอถึงฝั่งก็ถีบหัวส่งเลยนะ” ราเชนทร์พูดต่อว่าก่อนจะลุกขึ้นและเดินตามเธอเข้าไปในบ้าน ธาริกามองสำรวจบ้านไม้ชั้นเดียว แต่กว้างขวางพอที่จะอยู่กันได้เกือบสิบคน มีห้องนอน 2 ห้อง มีห้องรับแขกขนาดใหญ่ มีห้องครัวที่แยกออกเป็นสัดส่วน และที่สำคัญมีห้องน้ำที่ทันสมัย “จะสำรวจถึงเช้า
Chapter 12 “มันก็เหมือนกันน่ะแหละ ไปสิฉันกลัวนะ” ธาริกายอมเปิดปากออกมาว่าเธอกลัว “เมื่อกี้ยังบอกว่าไม่กลัวอยู่เลย” เขาย้อน “ก็ ก็เมื่อกี้ไม่กลัว แต่ตอนนี้กลัวแล้วนี่” ธาริกายังคงเถียงเขาจนได้ “ได้ แต่เธอต้องทำอะไรให้ฉันอย่างหนึ่งก่อน” เขาบอกอย่างมีเลศนัย เพราะเขามีแผนการบางอย่างผุดขึ้นมาในสมองของเขา “อะไรล่ะ บอกมาสิจะได้รีบไปจากที่นี่สักที” ธาริกาพูดออกไปอย่างไม่คิด เพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอคิดได้คือให้เรือติดและให้เขาขับเรือเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย “จูบฉันก่อนสิ” ธาริกาถึงกับปล่อยมือจากลำแขนหนาของเขาทันทีอย่างตกใจ แต่เมื่อเรือถูกแรงคลื่นลูกใหญ่กระทบเข้า ทำให้เรือโคลงอย่างแรง เธอจึงมาเกาะที่แขนของเขาอีกครั้งทันที “จะบ้าหรือไง จะตายกันอยู่แล้วยังพูดเล่นได้อีก ไอ้พี่เชนทร์บ้า” ธาริกาว่าเขาอย่างอดกลั้น “เอ้า! ตามใจ ถ้าไม่จูบ ฉันก็ไม่ไปแงะไปแคะเรือให้เธอหรอก” ราเชนทร์พูดอย่างเป็นต่อ “ก็ได้ ” ธาริกาพูดเสียงกระแทกก่อนจะเอาริมฝีปากแ
Chapter 11 “พาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ผู้ชายบ้า ไอ้เฮงซวย” “ทำไมเมื่อกี้ไม่กรี๊ดๆ ลั่นรถแบบนี้บางล่ะ เผื่อคุณตำรวจเขาจะช่วยได้” ราเชนทร์ถามพร้อมกับรอยยิ้ม ส่วนธาริกาทำได้แค่เพียงฮึดฮัดและใช้มือทุบไปที่เบาะที่เธอนั่งเท่านั้น ‘ไม่พูดเพราะนายถลึงตาใส่ฉัน แถมยังพูดไม่ออกเสียง ว่าจะปล้ำฉันอีก แล้วฉันจะกล้าพูดได้ยังไงเล่า’ “เงียบทำไม ที่ไม่พูดเพราะกลัวฉันปล้ำใช่ไหม” เสียงของราเชนทร์กวนอารมณ์เธอสุดๆ ธาริกาจึงตวัดมือฟาดที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง ใบหน้าคมสันหันไปตามแรงตบก่อนจะหันกลับมามองหน้าเธอด้วยใบหน้าที่เรียบตึงดุดัน ใบหน้าซีกที่เธอตบมีรอยฝ่ามือขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตาของเขาฉายแววโกรธจนเธอรู้สึกกลัว หัวใจเต้นแรงกลัวเหลือเกินว่าจะต้องตายคามือเขาแน่ หากความคิดของธาริกากับความเป็นจริงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะราเชนทร์ไม่ทำอะไรเธอ เขาทำได้แค่เพียงขับรถมุ่งทะยานไปตามท้องถนนที่เริ่มมีรถน้อยลง แต่ความเร็วแรงของรถที่เขาขับอยู่นี้ต่างหากที่เธอกลัว ธาริกานั่งตัวเกร็งตลอดทางภาวนาอย่าให้เขาเอารถราคาหลายสิบล้าน ไปเสยกับรถ
Chapter 10 “ปากดีนัก ไหนลองชิมหน่อยซิว่าของโสโครกอย่างเธอ มันจะรสชาติเป็น ยังไง” ร่างของราเชนทร์โถมเข้าหาร่างของหญิงสาวที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งทันที โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว ร่างของเธอจึงถูกร่างกายที่สูงใหญ่และกำยำของเขาทาบทับ ราเชนทร์เอื้อมมือไปกดปุ่มที่ทำให้เบาะเอนไปจนสุด ทำให้ร่างของเธอขยับเขยื้อนไม่ได้ สีหน้าของธาริกาเต็มไปด้วยความตกใจและตื่นเต้น หัวใจของเธอเต้นเร็วรัวเหมือนกับว่ามีกลองชุดใหญ่อยู่ในหัวใจ ราเชนทร์ใช้มือของเขาอีกข้างหนึ่งจับหมับที่ท้ายทอยของเธอ และรั้งให้ใบหน้าเธอเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขา จนกระทั่งริมฝีปากของทั้งสองแนบสนิทกัน เหมือนกับมีไฟกองใหญ่กำลังสุมไปทั่วร่างกายของเธอ ความร้อนเร่ากับการบดจูบของราเชนทร์ทำให้ร่างของเธอร้อนเหมือนถูกไฟแผดเผา เรียวลิ้นของเขาชำแรกผ่านไรฟันของเธอจนได้สัมผัสกับเรียวลิ้นที่อ่อนนุ่ม ทันทีที่ลิ้นสากแตะสัมผัสกับเรียวลิ้นนุ่มของเธอ หัวใจของเขาเต้นเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันเหมือนหนุ่มน้อยที่เพิ่งเคยลิ้มลองการจูบเป็นครั้งแรก ซึ่งความเป็นจริงแล้วเขาผ่านศึกมามากมายจนนับไม่ไหว มือของเธอคือสิ่งเดียวที่







