Masukธาริกาเดินลงมาจากชั้นบนเวลาเกือบห้าโมงเย็น บ้านทั้งบ้านเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ เธอจึงเดินสำรวจเรือนกุหลาบ ซึ่งเป็นบ้านทรงยุโรปผสมผสานกับความเป็นไทยได้อย่างลงตัว ขนาดของบ้านไม่ใหญ่ไม่เล็กมาก ชั้นบนมีสามห้อง ห้องนอนของราเชนทร์ ห้องนอนของเธอ และห้องทำงานของเขา ส่วนด้านล่างมีห้องรับแขกขนาดพอดี ห้องอาหารที่อยู่ติดกับห้องครัว และห้องนั่งเล่นที่มีชุดเครื่องเสียงขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ ด้านขวามือจะมีบาร์ ห้องนี้ดูเหมือนจะเป็นห้องปาร์ตี้ที่มีความจุไม่เกิน 20 คน
ด้านหน้าของบ้านจะมีต้นกุหลาบออกดอกชูช่ออยู่เป็นแนวตลอดทางเดิน ไปสิ้นสุดที่ทางเชื่อมระหว่างเรือนกุหลาบกับบ้านหลังใหญ่ที่มีความใหญ่มากกว่าที่เรือนกุหลาบเกือบสามเท่า
ธาริกาเดินมาหยุดตรงแปลงดอกไม้เล็กๆ ที่อยู่ริมสนามหญ้า ดอกไม้ที่ปลูกไว้มีกล้วยไม้หลายสายพันธ์ ดอกดาวเรืองที่ปลูกไว้ในกระถางเล็กๆ เรียงกันเป็นแถวๆ ละสิบกระถาง ดอกนี้มีทั้งหมดสามแถว ต้นดอกมะลิอีกสามต้น ต้นแววมยุราสองต้นและเบญมาศอีกสองต้น
ธาริกายืนมองดูดอกไม้แล้วนึกคันไม้คันมือตามประสาคนชอบปลูกผัก ปลูกต้นไม้ เธอมองไปรอบๆ เผื่อจะเจอเสียมสำหรับพรวนดิน ซึ่งบังเอิญมันวางอิงอยู่ข้างกระถางต้นไม้เปล่า เธอจึงเดินไปหยิบมัน ก่อนจะยิ้มเมื่อเห็นถังใส่ปุ๋ยที่คนสวนคงเตรียมไว้สำหรับบำรุงต้นไม้
หญิงสาวใช้เสียมขุดดินอย่างคล่องแคล่ว เธอพรวนดินตรงต้นแววมยุราก่อนใส่ปุ๋ยลงไป จากนั้นก็มาทำกับอีกต้นหนึ่ง ธาริกาใช้เวลาอยู่ตรงนี้นานร่วมสี่สิบนาที แต่เธอก็ไม่เบื่อที่จะทำ และไม่รู้จักเหนื่อย อาจเป็นเพราะความชอบส่วนตัวที่ทำทั้งวันยังได้
ขณะที่กำลังแปลงร่างเป็นชาวสวนอยู่นั้น สร้อยได้เดินตามหาธาริกาที่คิดว่าเป็นวิติยาเสียทั่วบ้าน เรือนกุหลาบก็ไม่มี จะไปตามที่บ้านใหญ่ก็คงไม่เจอ เพราะสถานที่แห่งนั้นเป็นที่ต้องห้าม รุ่งระวีห้ามลูกสะใภ้ที่ไม่ต้องการไปเหยียบที่นั่น สร้อยจึงลองเดินดูรอบๆ บ้านจนกระทั่งเห็นคนที่เธอตามหากำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ตรงแปลงดอกไม้
“คุณแก้วทำอะไรอยู่คะ” ธาริกาหันมาทางต้นเสียง เธอมองเห็นหญิงสาวร่างเล็ก ผิวดำแดงชอบคาดผมไว้กลางศีรษะ ลักษณะและรูปร่างเหมือนกับคนชื่อสร้อยที่วาติยาเล่าให้ฟัง
“กำลังพรวนต้นไม้น่ะ ว่าแต่สร้อยมีอะไรหรือเปล่า”
“พรวนต้นไม้หรือคะ” สร้อยไม่ตอบแต่กลับถามด้วยสีหน้าแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นวาติยาทำงานแบบนี้เลยสักครั้ง
“ใช่จ้ะ ฉันชอบน่ะ” ธาริกาตอบ “ว่าแต่สร้อยมีอะไรหรือเปล่า หรือว่าใครเรียกฉัน”
“คุณเชนทร์ให้มาเรียกคุณแก้วค่ะ” สร้อยตอบ
“แล้วคุณเชนทร์อยู่ที่ไหน”
“อยู่ที่...” สร้อยทำท่าอึกอักจนธาริกาสงสัยอีกครั้ง
“มีอะไรสร้อย พูดมา”
“คุณเชนทร์ให้คุณแก้วไปหาที่ห้องคุณแก้วค่ะ แล้วคุณเชนทร์ก็พาผู้หญิงไปนอนที่ห้องคุณแก้วอีกแล้วค่ะ”
สร้อยพูดด้วยน้ำเสียงเบา รู้สึกสงสารสาวตรงหน้าจับใจ ยังคิดอีกว่า วาติยาเข้าไปในห้องไม่นานก็คงวิ่งร้องไห้มาเหมือนเดิม
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ธาริกาพูดอย่างมาดมั่น ไม่มีทีท่าหวั่นใจสักนิดเดียว
“คุณแก้วกลับมาครั้งนี้ดูเปลี่ยนไปนะคะ ไม่เหมือนคุณแก้วคนก่อนเลย ดูอย่างวันนี้สิคะ คุณเชนทร์กับคุณท่านหน้าหงายไปเลย”
สร้อยชื่นชมในตัวของหญิงสาวมาก เพราะสร้อยรู้สึกสงสารและเห็นใจวาติยาที่ต้องทนฟังราเชนทร์พูดจาแรงๆ ทุกวัน
“แก้วคนเก่าตายไปแล้วสร้อย ต่อไปนี้จะมีแต่แก้วคนใหม่ ที่ไม่มีวันให้ใครมารังแกง่ายๆ ใครร้ายมาฉันจะร้ายกลับให้ดู เอาให้กระอักไปเลย”
ธาริกาพูดจบก็เดินกลับไปยังเรือนกุหลาบ ขึ้นไปที่ชั้นบนตรงไปที่ห้องของเธอ
วินาทีแรกที่เปิดประตูเข้าไป ธาริกาเห็นร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวรูปร่างสมส่วน ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นซุกซบอยู่ตรงซอกคอของเขา ร่างกายท่อนบนของราเชนทร์เปลือยเปล่า มัดกล้ามเป็นมัดๆ ดูสวยงามและแข็งแกร่ง หน้าท้องที่แบนราบ ลำแขนทั้งสองข้างกำยำ รูปร่างที่สมบูรณ์และสวยงามของราเชนทร์ทำให้ธาริกาถึงกับใบหน้าแดงซ่าน เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายที่ร่างบึกบึนและสมบูรณ์อย่างนี้มาก่อน
หัวใจธาริกาสั่นไหวจินตนาการไปไกลว่า ถ้าหากเธอเป็นหญิงสาวร่างเปลือยคนนี้และกำลังทำกับเขาอย่างที่ผู้หญิงคนนี้ทำ เขาจะรู้สึกยังไง จะแสดงอาการรังเกียจหรือทำหน้าพอใจเช่นนี้ ความคิดก็ต้องสะดุดลงเมื่อเสียงราเชนทร์ดังขึ้น
“ว่าไงถอดเสื้อผ้าเร็วเข้าสิ จะได้มาสนุกด้วยกัน” ราเชนทร์ทำตามแผนเดิมที่เคยทำไว้กับวาติยาทุกอย่าง ธาริกายิ้มอย่างฝืนๆ ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาร่างของราเชนทร์ด้วยขาที่ค่อนข้างสั่น เธอไม่เคยเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อนในชีวิต แต่เมื่อมาถึงที่นี่แล้วเธอไม่มีทางถอยเด็ดขาด เธอต้องสู้ และสู้
“ชอบเซ็กซ์หมู่เหรอคะ แล้วก็ไม่บอกแก้ว เดี๋ยวแก้วจัดให้”
ธาริกาพูดจบเธอเดินไปหยิบโทรศัพท์และกล้องดิจิตอลที่อยู่ในลิ้นชักหัวเตียง รวมถึงถุงใส่ถุงยางอนามัยเกือบสามสิบกล่อง ก่อนจะส่งโทรศัพท์ให้ผู้หญิงร่างเปลือยที่นอนซบราเชนทร์อยู่
“เธอมีเพื่อนที่เป็นผู้ชายขายตัวบ้างไหม เรียกมาสักสองคนสิ บอกว่าฉันจ่ายไม่อั้น”
ผู้หญิงคนนั้นรับโทรศัพท์อย่างงงๆ เช่นเดียวกับราเชนทร์ที่มองมาที่ หญิงสาวเขม็ง
“เรียกมาทำไม”
ราเชนทร์อดถามไม่ได้ ธาริกายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ราเชนทร์เห็นแล้วต้องตะลึง เพราะรอยยิ้มเธอสวยงามมาก เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนยิ้มสวยเท่าผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเมียมาก่อน หรืออาจเป็นเพราะไม่เคยเห็นเธอในสายตา และทุกครั้งที่เผชิญหน้ากันเขามักเห็นวาติยาร้องไห้มากกว่ามีรอยยิ้ม ราเชนทร์สะบัดความรู้สึกนั้นออกไปทันทีที่นึกขึ้นได้ว่า วาติยากับแม่ร้ายกาจมากแค่ไหน
Chapter 15“พี่เชนทร์” เสียงเรียกเหมือนคนละเมอของธาริกาเลือนหายไปในลำคอ เมื่อเรียวปากของทั้งคู่แนบสนิทกัน จูบที่อ่อนหวานและเต็มไปด้วยการเรียกร้องที่เขามอบให้ ธาริกามีความรู้สึกเหมือนมีคนเอาน้ำที่เย็นจัดมาราดรดใส่ศีรษะของเธอ ร่างกายเธอเย็นเฉียบ มือของเธอไม่สามารถยกขึ้นมาต่อต้านการกระทำของเขาได้ ไอเย็นจากลมพายุด้านนอกทำให้อุณหภูมิภายในห้องหนาวเหน็บมากยิ่งขึ้น แต่ร่างสองร่างที่ตระกองกอดกันอยู่กลับร้อนดั่งไฟแผดเผา มือของเขาเริ่มสำรวจตามร่างกายของเธอ มือสากสอดเข้าไปในเสื้อตัวสวยก่อนจะมาวางหยุดนิ่งที่ทรวงอก แรงบีบเคล้นที่ทรวงอกทำให้ธาริกาเริ่มรู้สึกตัว และรีบดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมาได้เสียก่อน “อย่าค่ะ ” ธาริกาวางมือของเธอทับมือสากของเขา และพยายามดึงออกจากทรวงอกเต่งตึงของเธอ หากแต่มือหนาก็ยังคงบีบเคล้นอยู่อย่างนั้น จนร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแรงลง “ทำไมล่ะ หรือว่าเธอไม่ต้องการ” เขาถามเสียงเบา ริมฝีปากหนายังคงวนเวียนอยู่ที่ใบหน้าอิ่มของเธอ “คือว่า ” เสียงของเธอเบาเหมือนปุยนุ่นจนเขาแทบไม่ได้ย
Chapter 14สมองน้อยๆ ของเธอกำลังขาดอากาศหายใจ เพราะเขาไม่เว้นระยะให้เธอหายใจได้เลย ราเชนทร์มัวแต่หลงเพลินกับเรียวปากอวบอิ่มอยู่ จึงไม่รู้ว่าหญิงมากแผนการอย่างเธอกำลังจะทำอะไร อาการคอพับคออ่อนและร่างกายอ่อนแรงของเธอ ที่นิ่งพับไปทำให้เขารู้สึกตกใจ ร่างกายที่ต่อต้านเขาเมื่อครู่กลับนิ่งสนิทไม่มีอาการตอบสนอง เขาจึงถอนริมฝีปากออก ก่อนจะใช้มือของเขาตบที่แก้มของเธอเบาๆ “นี่เธอเป็นอะไรของเธอ แก้วตื่นสิ” ราเชนทร์พยายามเรียกหญิงสาวในอ้อมแขนของเขา แต่เรียกเท่าไหร่เธอก็ไม่ตอบสนองเสียงเรียกของเขา ร่างของธาริกาถูกเขาช้อนอุ้มด้วยลำแขนหนา ราเชนทร์อุ้มหญิงสาวมายังห้องนอนที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนจะวางร่างที่ไร้สติลงบนเตียงนอนสีขาวหนานุ่ม “อะไรวะ ท่าทางกร้านโลกขนาดนี้โดนจูบนิดเดียวเป็นลม บ้าจริง” ราเชนทร์บ่นพร้อมกับส่ายศีรษะไปมา เขานั่งมองใบหน้าที่ดวงตาทั้ง สองข้างหลับพริ้ม จมูกโด่งรั้นเชิดเล็กน้อย ริมฝีปากที่บวมช้ำจากการบดจูบของเขา ยามที่เธอหลับมันเป็นภาพที่เขามองได้ไม่รู้เบื่อ แต่สำหรับคนที่ถูกมองหัวใจเต้นรัวบังคับไม่ให้มันเต้นแรงไ
Chapter 13 “พี่เชนทร์อย่าทิ้งแก้วนะ” ธาริกาพูดเสียงเครือ เมื่อขาสัมผัสความเย็นยะเยือกของน้ำทะเล “ไม่ปล่อยหรอกน่า ลงมาเถอะ” เขารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังกลัว เพราะไม่ว่าน้ำเสียงหรือสีหน้าที่แสดงออกมา ทำให้เขาแกล้งเธอไม่ลง เมื่อขาทั้งสองข้างแตะลงบนผิวน้ำราเชนทร์ก็คว้าร่างของเธอมาอยู่ในอ้อมแขนทันที และอุ้มร่างของเธอด้วยลำแขนของเขา ก่อนจะก้าวเดินอย่างมั่นคงขึ้นไปบนฝั่ง ทันทีที่ขาทั้งสองข้างของเธอสัมผัสกับพื้นทรายที่ทอดยาวตามชายฝั่ง ธาริกาก็ผลักร่างของราเชนทร์ออกให้ไกลร่างของเธอ ก่อนจะเดินสะบัดหน้าเข้าไปในบ้านพักที่ราเชนทร์บอกว่าเป็นของเขาทันที โดยไม่สนใจร่างของราเชนทร์ที่ลงไปนั่งอยู่ที่พื้นตามแรงผลักของเธอ “แหม! พอถึงฝั่งก็ถีบหัวส่งเลยนะ” ราเชนทร์พูดต่อว่าก่อนจะลุกขึ้นและเดินตามเธอเข้าไปในบ้าน ธาริกามองสำรวจบ้านไม้ชั้นเดียว แต่กว้างขวางพอที่จะอยู่กันได้เกือบสิบคน มีห้องนอน 2 ห้อง มีห้องรับแขกขนาดใหญ่ มีห้องครัวที่แยกออกเป็นสัดส่วน และที่สำคัญมีห้องน้ำที่ทันสมัย “จะสำรวจถึงเช้า
Chapter 12 “มันก็เหมือนกันน่ะแหละ ไปสิฉันกลัวนะ” ธาริกายอมเปิดปากออกมาว่าเธอกลัว “เมื่อกี้ยังบอกว่าไม่กลัวอยู่เลย” เขาย้อน “ก็ ก็เมื่อกี้ไม่กลัว แต่ตอนนี้กลัวแล้วนี่” ธาริกายังคงเถียงเขาจนได้ “ได้ แต่เธอต้องทำอะไรให้ฉันอย่างหนึ่งก่อน” เขาบอกอย่างมีเลศนัย เพราะเขามีแผนการบางอย่างผุดขึ้นมาในสมองของเขา “อะไรล่ะ บอกมาสิจะได้รีบไปจากที่นี่สักที” ธาริกาพูดออกไปอย่างไม่คิด เพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอคิดได้คือให้เรือติดและให้เขาขับเรือเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย “จูบฉันก่อนสิ” ธาริกาถึงกับปล่อยมือจากลำแขนหนาของเขาทันทีอย่างตกใจ แต่เมื่อเรือถูกแรงคลื่นลูกใหญ่กระทบเข้า ทำให้เรือโคลงอย่างแรง เธอจึงมาเกาะที่แขนของเขาอีกครั้งทันที “จะบ้าหรือไง จะตายกันอยู่แล้วยังพูดเล่นได้อีก ไอ้พี่เชนทร์บ้า” ธาริกาว่าเขาอย่างอดกลั้น “เอ้า! ตามใจ ถ้าไม่จูบ ฉันก็ไม่ไปแงะไปแคะเรือให้เธอหรอก” ราเชนทร์พูดอย่างเป็นต่อ “ก็ได้ ” ธาริกาพูดเสียงกระแทกก่อนจะเอาริมฝีปากแ
Chapter 11 “พาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ผู้ชายบ้า ไอ้เฮงซวย” “ทำไมเมื่อกี้ไม่กรี๊ดๆ ลั่นรถแบบนี้บางล่ะ เผื่อคุณตำรวจเขาจะช่วยได้” ราเชนทร์ถามพร้อมกับรอยยิ้ม ส่วนธาริกาทำได้แค่เพียงฮึดฮัดและใช้มือทุบไปที่เบาะที่เธอนั่งเท่านั้น ‘ไม่พูดเพราะนายถลึงตาใส่ฉัน แถมยังพูดไม่ออกเสียง ว่าจะปล้ำฉันอีก แล้วฉันจะกล้าพูดได้ยังไงเล่า’ “เงียบทำไม ที่ไม่พูดเพราะกลัวฉันปล้ำใช่ไหม” เสียงของราเชนทร์กวนอารมณ์เธอสุดๆ ธาริกาจึงตวัดมือฟาดที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง ใบหน้าคมสันหันไปตามแรงตบก่อนจะหันกลับมามองหน้าเธอด้วยใบหน้าที่เรียบตึงดุดัน ใบหน้าซีกที่เธอตบมีรอยฝ่ามือขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตาของเขาฉายแววโกรธจนเธอรู้สึกกลัว หัวใจเต้นแรงกลัวเหลือเกินว่าจะต้องตายคามือเขาแน่ หากความคิดของธาริกากับความเป็นจริงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะราเชนทร์ไม่ทำอะไรเธอ เขาทำได้แค่เพียงขับรถมุ่งทะยานไปตามท้องถนนที่เริ่มมีรถน้อยลง แต่ความเร็วแรงของรถที่เขาขับอยู่นี้ต่างหากที่เธอกลัว ธาริกานั่งตัวเกร็งตลอดทางภาวนาอย่าให้เขาเอารถราคาหลายสิบล้าน ไปเสยกับรถ
Chapter 10 “ปากดีนัก ไหนลองชิมหน่อยซิว่าของโสโครกอย่างเธอ มันจะรสชาติเป็น ยังไง” ร่างของราเชนทร์โถมเข้าหาร่างของหญิงสาวที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งทันที โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว ร่างของเธอจึงถูกร่างกายที่สูงใหญ่และกำยำของเขาทาบทับ ราเชนทร์เอื้อมมือไปกดปุ่มที่ทำให้เบาะเอนไปจนสุด ทำให้ร่างของเธอขยับเขยื้อนไม่ได้ สีหน้าของธาริกาเต็มไปด้วยความตกใจและตื่นเต้น หัวใจของเธอเต้นเร็วรัวเหมือนกับว่ามีกลองชุดใหญ่อยู่ในหัวใจ ราเชนทร์ใช้มือของเขาอีกข้างหนึ่งจับหมับที่ท้ายทอยของเธอ และรั้งให้ใบหน้าเธอเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขา จนกระทั่งริมฝีปากของทั้งสองแนบสนิทกัน เหมือนกับมีไฟกองใหญ่กำลังสุมไปทั่วร่างกายของเธอ ความร้อนเร่ากับการบดจูบของราเชนทร์ทำให้ร่างของเธอร้อนเหมือนถูกไฟแผดเผา เรียวลิ้นของเขาชำแรกผ่านไรฟันของเธอจนได้สัมผัสกับเรียวลิ้นที่อ่อนนุ่ม ทันทีที่ลิ้นสากแตะสัมผัสกับเรียวลิ้นนุ่มของเธอ หัวใจของเขาเต้นเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันเหมือนหนุ่มน้อยที่เพิ่งเคยลิ้มลองการจูบเป็นครั้งแรก ซึ่งความเป็นจริงแล้วเขาผ่านศึกมามากมายจนนับไม่ไหว มือของเธอคือสิ่งเดียวที่







