INICIAR SESIÓN“จะว่าไปเรื่องนี้แก้วกับแม่ที่ผิด พี่เชนทร์เป็นแค่หมากตัวหนึ่ง ไม่แปลกที่เขาจะไม่พอใจ โกรธและเกลียดแก้ว” วาติยาแย้ง ข้อนี้ธาริการู้ดี แต่มันอดไม่ได้ ราเชนทร์ทำกับน้องสาวตนเกินไป มีหรือที่พี่สาวจะยอม
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พูดดีๆ ขอหย่าแบบเงียบๆ ก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย เอาเป็นว่าพี่ขอไปแก้แค้นแทนแก้วสักอาทิตย์นึงแล้วกัน จากนั้นพี่จะเจรจาขอหย่ากับนายราเชนทร์แบบสันติวิธี บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น” วาติยายิ้มได้ ความกังวลหายไปเกินครึ่ง
“ดีค่ะพี่ไหม”
“ไปส่งผักกับพี่ดีกว่า ที่ตลาดน่ะมีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะเลย แก้วจะได้ไม่เหงา ส่งผักเสร็จแล้วพี่จะพาแก้วไปกินของอร่อยๆ ขุนให้แก้วอ้วนขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อยจะได้มีน้ำมีนวล”
ธาริกาจูงมือน้องสาวไปที่รถกระบะคันเก่งของตน วาติยารู้สึกสบายใจและมีความสุขเมื่ออยู่ใกล้พี่สาว ไม่ว่ายามทุกข์หรือยามสุขมือของพี่สาวคนนี้อบอุ่นเสมอ
ราเชนทร์เดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขามีความสุขที่สุดในรอบเจ็ดเดือนที่ผ่านมา มีความสุขที่ไม่ต้องทนเห็นผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าภรรยาเดินอยู่ในเรือนกุหลาบของเขา บ้านที่เป็นมรดกตกทอดของคุณตาที่ยกให้เขา คุณหญิงรุ่งระวีมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของบุตรชาย นางอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้
“วันนี้อารมณ์ดีจังเลยนะตาเชนทร์” คุณหญิงเอ่ยถามบุตรชายที่ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา
“คนมีความสุขก็ต้องยิ้มสิครับ”
ราเชนทร์ตอบอย่างอารมณ์ดี
“มีความสุขเรื่องอะไรจ๊ะ”
“ตัวกาลีบ้านกาลีเมืองที่ชื่อวาติยาออกไปจากชีวิตผมแล้วครับ” ราเชนทร์ตอบ ไม่ออมคำพูดยามเอ่ยถึงวาติยา
“จริงเหรอลูก เมื่อไหร่ล่ะ” คุณหญิงรุ่งระวีถาม
“เมื่อวานนี้ครับ ในที่สุดผมก็ทำให้ผู้หญิงหน้าด้านออกไปจากบ้านผมได้สักที”
“แน่ใจนะว่ามันจะไม่กลับมาอีก” คุณหญิงถามอย่างกังวล “กลัวจะไปแล้วไม่ไปลับน่ะสิ”
“แน่ใจครับ ถึงกลับมาผมก็จะทำให้กระเด็นออกไปภายในวันนั้นเลยครับ” เขาตอบอย่างเชื่อมั่นว่าเขาต้องทำสำเร็จเหมือนครั้งก่อน
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ดีสิลูก แม่ล่ะเกลียดทั้งแม่ทั้งลูกเลย เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเจอ”
“อย่าไปพูดถึงตัวกาลกิณีให้เสียปากเลยครับ คุณแม่ครับ มะรืนนี้ผมจะทำบุญบ้านที่เรือนกุหลาบ วันนี้ผมให้คนมาขนของของวาติยาออกไปจากห้องนั้นแล้ว ตกแต่งใหม่หมด ผมจะให้พระมารดน้ำมนต์ไล่เสนียดออกไปจากเรือนกุหลาบของผม”
ราเชนทร์ทำอย่างที่พูดทุกอย่าง วันนี้เขาสั่งให้คนมาขนของทุกอย่างที่อยู่ในห้องนั้นพร้อมเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นออกจากห้องนั้น และเอาเฟอร์นิเจอร์ชุดใหม่เข้ามาไว้แทน
“แล้วเรื่องทำบุญมะรืนนี้จัดการหรือยัง” คุณหญิงเอ่ยถามบุตรชาย
“เรียบร้อยแล้วครับ วิชัยจัดการทุกอย่างแล้ว ผมเลยมาบอกคุณแม่ไว้ก่อน และต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า เพราะมันกะทันหัน” ราเชนทร์พนมมือไหว้มารดาพร้อมกับพูดขอโทษ
“ไม่เป็นอะไรหรอกลูก เรื่องแค่นี้เอง แม่ดีใจด้วยที่ลูกไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับผู้หญิงที่ไม่มียางอายอย่างวาติยา หมดเคราะห์หมดโศกแล้วนะลูก”
คุณหญิงโอบกอดร่างของบุตรชาย ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้ม น้ำตาเอ่อคลอด้วยความดีใจ นางไม่รู้เลยว่า เคราะห์ใหญ่กำลังเดินทางมาหาลูกชายถึงที่
คราวนี้แหละ...มันส์
ธาริกามองกระเป๋าที่วางอยู่ตรงหน้าบ้านไม้หลังขนาดกลางของตน วันนี้เธอต้องเดินทางไปที่บ้านอิศราภักดี ไปใช้ชีวิตเป็นคุณผู้หญิงของบ้านหลังนั้นแทนน้องสาว ธาริการวบรวมข้อมูลที่วาติยาเล่ามาสองคืนจนขึ้นใจ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกบันทึกลงในสมองของเธอเรียบร้อยแล้ว
“พี่ไปก่อนนะ รอฟังข่าวจากพี่ ลุงหมายฝากดูแก้วด้วยนะคะ ไอ้จ้อยอย่าลืมรดน้ำที่สวนผักล่ะ ฉันไม่อยู่อย่าอู้งาน ไม่งั้นเจอหักเงินเดือนแน่” ธาริกาสั่งลุงหมายและไอ้จ้อย
“ไม่ต้องห่วงหนูไหม ลุงจะดูแลหนูแก้วเป็นอย่างดี” ลุงหมายรับคำ
“ผมก็จะดูแลสวนผักให้ดีเช่นกันครับ” ไอ้จ้อยพูดออกไป ยังไม่รู้เลยว่าจะทำได้หรือเปล่า
“ปากดีไปเถอะเอ็งไอ้จ้อย ทำให้ได้อย่างที่พูดล่ะ”
ธาริกาสั่งเสร็จก็เดินไปโอบกอดน้องสาวอีกครั้ง ก่อนจะเดินถือกระเป๋าไปขึ้นรถประจำทางคันเล็กที่จอดรออยู่ เพื่อไปยังท่ารถประจำอำเภอ จุดหมายปลายทางของเธอคือกรุงเทพมหานคร
ระยะทางจากสระบุรีมายังกรุงเทพใช้เวลาไม่นานนัก ธาริกาลงจากรถทัวร์ปรับอากาศ สิ่งแรกที่เธอคิดจะทำคือเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะชุดที่เธอสวมใส่มาไม่เหมาะกับคำว่าโสเภณีอย่างที่ราเชนทร์ว่าวาติยา ธาริกาหยิบเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าชุดหนึ่ง และเปลี่ยนมันที่ห้องน้ำ
ธาริกามองชุดที่เธอสวมใส่ใหม่ในกระจกเงาอย่างพอใจ ทันทีที่เธอเดินออกมาจากห้องน้ำ สายตาทุกคู่มองมายังเธอเป็นตาเดียว โดยเฉพาะผู้ชายที่มองเธอตาเป็นมัน หากแต่ธาริกาหาได้สนใจไม่ หญิงสาวก้าวขึ้นแท็กซี่ที่จอดเรียงรายอยู่นับสิบคัน ก่อนจะบอกชื่อสถานที่ให้แท็กซี่รู้
11.30 น.
บ้านอิศราภักดีวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะเรือนกุหลาบเรือนหลังขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กที่อยู่ภายใต้อาณาเขตของบ้านอิศรา-ภักดี ได้จัดพิธีทำบุญ ขับไล่เสนียดจัญไรที่อยู่ในบ้านส่วนตัวของราเชนทร์ให้ไปแล้วไม่ต้องกลับมา เจ้าของบ้านสั่งให้ตกแต่งห้องเดิมของวาติยาใหม่ ข้าวของทุกชิ้นที่วาติยาใช้เขาสั่งให้คนเอาไปบริจาค แล้วสั่งของชุดใหม่เข้ามาแทน
แขกที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่บนโต๊ะหน้าบ้านต่างพากันมองไปยังสตรีสาวสวยแต่งตัวจี๊ดเข็ดฟันที่เดินมาหยุดหน้าบ้าน สร้อยที่กำลังบริการแขกของเจ้านายหันไปมองตามสายตาของหลายคน เธอดีใจ ตกใจและแปลกใจในเวลาเดียวกันเมื่อเห็นวาติยาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ในรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมลิบลับ
“สร้อย นั่นคุณแก้วนี่ หายไปไม่กี่วันเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยเหรอ” ทับทิมสาวใช้อีกคนพูดกับสร้อย “ไปบอกคุณเชนทร์ดีกว่า คุณเชนทร์เห็นต้องปรี๊ดแตกแน่ๆ”
Chapter 44 โฉมฉายเดินออกไปจากห้องรับแขกทันทีที่พูดจบ ซาฮัคมองตามร่างของโฉมฉายที่เดินออกไป อีกไม่นานเขาก็จะได้วาติยาหญิงที่เขาหลงรักมาครอบครองแล้ว อีกไม่นาน จาเหม็ดและกีรตาเดินมาถึงหน้ารีสอร์ตในเวลาเกือบค่ำ มาทันที่จะเห็นโฉมฉายเดินออกไปทางด้านหน้ารีสอร์ต ทั้งสองยืนสบตากันนิ่งถ่ายทอดความรักทั้งหมดที่มีออกมาทางแววตาที่เปล่งประกายด้วยความรัก “นุ่นจะจดจำวันนี้ไว้ในใจนะคะ จะไม่มีทางลืมเลยค่ะ” กีรตาพูดทั้งน้ำตา และเดินเข้าไปในรีสอร์ตโดยไม่หันกลับไปมองจาเหม็ดที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่ด้านหลังเธอเลย จาเหม็ดยืนมองร่างดอกฟ้าที่เดินห่างเขาออกไปทุกที มือของเขาสั้นเกินไปที่จะไขว่คว้าเธอมาครอบครอง ชั่วชีวิตนี้คงได้แต่มองเท่านั้น “ผมรักคุณ” จาเหม็ดพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เบาแสนเบา ฝากคำพูดนี้ไปตามสายลมที่พัดผ่านมา หวังว่าสักวันหนึ่งเธอคงได้ยินและรับรู้ความรู้สึกของเขา สร้อยมองวาติยาที่แปลกไปกว่าเดิมมากในความรู้สึกของสร้อย ข้อแตกต่างที่สร้อยมองเห็นมีมากมายนัก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าการแต่งกายที่แปลกตาไปกว่
Chapter 43 กีรตามองน้ำตกที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความตื่นตะลึงในความสวยงาม ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เธอถอดรองเท้าส้นเตี้ยออก แล้วพับขากางเกงขึ้นจนถึงเข่า ก่อนจะเดินลงไปในลำธารด้วยเท้าเปล่า เพื่อสัมผัสกับความเย็นของสายน้ำ จาเหม็ด เห็นกีรตาเดินลงไปในลำธาร แม้ระดับน้ำที่กีรตายืนอยู่จะไม่ถึงเข่า หากแต่เขามีหน้าที่คอยดูแลเธอตามคำสั่งของเจ้าชีวิต เขาจึงถอดรองเท้า ถุงเท้าแล้วพับขากางเกงขึ้นเช่นเดียวกับเธอ และเดินลงไปในลำธาร กีรตาใช้มือวักน้ำที่เย็น เหมือนเธอจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ กีรตาจึงใช้มือปัดน้ำอย่างแรง เพื่อให้น้ำกระเด็นไปโดนตัวของจาเหม็ด “อย่าครับคุณกีรตา ตัวผมเปียกไปหมดแล้ว” จาเหม็ดร้องห้ามกีรตา แต่เสียงหัวเราะของเธอทำให้เขาชะงัก ดูเธอมีความสุขกับการที่ได้แกล้งเขา จาเหม็ดจึงใช้มือปัดน้ำจนกระเด็นไปโดนร่างเธอเช่นกัน ส่งผลให้ร่างของทั้งสองเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ เสียงหัวเราะของจาเหม็ดที่สาวน้อยไม่เคยได้ยิน วันนี้กลับชัดเจนในความรู้สึกของเธอยิ่งนัก กีรตาก้าวเข้า มาหาจาเหม็ดแต่ขาเรียวงามก้าวได้เพียงสามก้าว ร่างบางก็ต้องเซไปทางด้านหน
Chapter 42 “พอดีไปซื้อของมาค่ะ ยี่ห้อดังด้วยนะคะ อย่างเช่นกระเป๋าที่ดิฉันถืออยู่นี่ ราคาเกือบสามแสนเชียวนะคะ แล้วนาฬิกาเรือนนี้ดูซิคะสวยไหม เรือนนี้ก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะแสนห้าเอง” โฉมฉายโอ้อวดสิ่งของของตัวเองที่ซื้อมาด้วยความอิ่มเอิบใจ ผู้หญิงที่เดินเข้ามาทักโฉมฉายมองมาที่นางด้วยสีหน้าเยาะเย้ย ดูหมิ่น ‘จะคอยดูว่าของพวกนี้จะอยู่กับแกได้นานเท่าไหร่ รับรองไม่เกินคืนนี้แน่’ ผู้หญิงคนนั้นพูดในใจก่อนจะเดินเข้าไปในบ่อนเช่นเดียวกัน เงินที่ได้มาถูกละลายทิ้งไปในบ่อนและการซื้อของใช้ที่ฟุ่มเฟือย เพราะโฉมฉายคิดว่ามีความสามารถมากพอที่จะไปขอซาฮัคชีคผู้ร่ำรวยได้อีก นางจึงเล่นและใช้เงินอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนกระทั่งเงินยี่สิบล้านมลายหายไปในชั่วข้ามคืน หากแต่ใบหน้าของนางยังคงยิ้มได้ เพราะนางคิดว่าจะไปขอเงินจากชีคหนุ่มอีกครั้ง ซาฮัคนั่งมองเตียงกว้างที่อยู่ในห้องนอนของเขา ที่ครั้งหนึ่งร่างของวาติยาเคยเอนกายนอนอยู่ที่เตียงของเขา แม้ว่าระยะเวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ตาม ความคิดถึงวิ่งเข้าจู่โจมหัวใจของซาฮัคอีกระลอก เมื่อตอนเช้าเขาได้เดินทางไปหาวาติยาที่สวนผัก แต่จ้อยบอกว่า
Chapter 41คุณหญิงรุ่งระวีเดินเข้ามาภายในเรือนกุหลาบ หลังจากที่รถยนต์ของราเชนทร์ขับออกไปจากตัวบ้าน ทั้งๆ ที่เพิ่งจะเดินทางกลับมาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ในมือของนางถือโหลแก้วอยู่ในมือ ในโหลนั้นมีน้ำอยู่เกือบเต็ม “คุณท่านมาถึงนี่มีอะไรจะให้ทองม้วนรับใช้เหรอคะ” ทองม้วนรีบพูดเพื่อเอาใจ เพราะเธอแอบมานอนที่เรือนหลังนี้เป็นประจำ “ไปตามนังแก้วมาหาฉันสิ” คุณหญิงพูดเสียงแข็งและเดินมาทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา “มีอะไรให้แก้วรับใช้คะ อุตส่าห์เดินมาถึงที่นี่” ธาริกาที่เดินลงมาจากชั้นบน ได้ยินคำพูดของคุณหญิงพอดี ภายในใจคิดว่านางต้องไม่ได้มาดีแน่ “มานี่สิ ฉันมีอะไรจะให้” ธาริกาเดินมานั่งที่โซฟาอีกตัวอย่างใคร่รู้ ว่านางจะมาไม้ไหนกับเธอ สตรีวัยกลางคนลุกขึ้นยืนก่อนจะเทโหลแก้วที่บรรจุน้ำราดรดลงบนศีรษะของธาริกา ทำให้เส้นผมเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ เสื้อผ้าสีหวานเปียกชื้นไปด้วยน้ำ โดยมีน้ำตาเทียนสีขาวหลายวงติดอยู่ตามใบหน้า “คุณทำอะไรของคุณ” ธาริกาลุกขึ้นยืนก่อนจะปาดน้ำตาเทียนที่ติดอยู่ที่แก้มออกด้วยอารมณ์
Chapter 40 “ไม่มีใครผิดหรือว่าใครถูกหรอกครับ เพราะโชคชะตามักเล่นตลกกับเราเสมอ” ใช่ โชคชะตากำลังเล่นตลกกับเขา ที่นำเขามารู้จักกับเธอ ให้มาเจอเธอด้วยความบังเอิญที่ชายหาด อ้อมกอดของลำแขนบางที่โอบกอดเขาด้วยความดีใจ เมื่อนึกว่าเขาเป็นชายอีกคนหนึ่ง และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของความรักครั้งแรกของเขา รักทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอมีเจ้าของแล้วก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ซาฮัคไม่รู้คือ หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี้เป็นคนละคนกับผู้หญิงที่เขาหลงรัก เพราะเธอทั้งสองหน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ “ไปที่บ้านดีกว่าค่ะ” วาติยาพูดเสียงนุ่ม ก่อนจะนำช่อดอกไม้วางลงในตะกร้า มือบางจับที่หูของตะกร้าทั้งสองข้างเพื่อยกตะกร้าผักไปที่บ้านพัก หากมือหนาของใครคนหนึ่งทาบทับที่มือของเธอ ดวงตาของทั้งสองสบกันนิ่งในระยะใกล้ จ้องมองลึกลงไปในแววตาคู่นั้นจนเห็นกันและกัน ใบหน้าของซาฮัคโน้มเข้ามาใกล้ใบหน้างามที่มองเขาอย่างตื่นตะลึง ริมฝีปากของเขากำลังแตะที่ริมฝีปากบางในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที ร่างของวาติยาผงะหงายเมื่อตั้งสติได้อีกครั้ง “ไปกันเถอะค่ะ” วาติยาหยิบช่อดอกไม้ที่วาง
Chapter 39 “เฮียโก้เอาเช็คไปขึ้นเงินหรือยังคะ” โฉมฉายเอ่ยถามเมื่อนางเดินเข้ามาในห้องทำงานของเฮียโก้ “ใจเย็น กำลังให้เด็กไปขึ้นเงินอยู่ นั่นไงมาแล้ว” ยังไม่ทันที่เฮียโก้จะพูดจบ ร่างของลูกน้องสองคนก็เดินเข้ามาภายใน ห้องทำงาน พร้อมกับกระเป๋าสีดำใบขนาดกลาง ชายร่างสูงส่งกระเป๋าสีดำให้เฮียโก้ และเขานำเงินที่อยู่ในกระเป๋านั้นขึ้นมานับ ก่อนจะส่งเงินให้โฉมฉายสิบห้าล้าน “สงสัยคนนี้เงินจะถึงนะคุณนาย ได้มาตั้งสิบห้าล้าน” เฮียโก้รู้ว่าโฉมฉายมักหาเงินมาด้วยวิธีไหน ซึ่งเขาอดสงสารวาติยาลูกสาวแสนสวยของโฉมฉายไม่ได้ ที่มีมารดาเห็นเงินและการพนันดีกว่าลูกสาวของตัวเอง “ถ้าหมดก้อนนี้ ฉันก็ไปเอาใหม่ได้จ้ะ ไม่ต้องห่วงเฮียโก้ ฉันนั่งกินนอนกินในบ่อนของเฮียอีกหลายวัน” โฉมฉายพูดด้วยความอิ่มเอิบใจ หย่อนเงินลงในกระเป๋าสะพายของนาง และเดินออกไปจากห้องเพื่อกินนอนอยู่ในบ่อนนี้ ตามที่นางตั้งใจไว้ ซาฮัครู้สึกคิดถึงหญิงสาวที่ตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาเมื่อค่ำวานนั้นเป็นอย่างมาก รสจูบที่หอมหวานที่เขาไม่เคยได้ร
Chapter 9 “นี่น่ะเหรอลูกสะใภ้ที่รุ่งพูดถึง” “ใช่...คนนี้แหละ” คุณหญิงรุ่งระวีตอบเพื่อนรัก “นี่หนู ลูกค้าที่นี่มีแต่ผู้ดีมีตระกูลมาทานข้าวกันนะจ๊ะ เขาไม่ต้อนรับไพร่สถุลไม่มีการศึกษาอย่างหนูหรอก ฉันว่าหนูกลับบ้านไปนอนกอดทะเบียนสมรสดีกว่านะ ได้ข่าวว่าหวงทะเ
Chapter 8 “แล้วจะไปที่ไหนล่ะครับ กี่โมง เพราะผมมีนัดกับลูกค้า” “ที่โรงแรมเมอริออท ห้องอาหารประทุมทิพย์ ตอนหนึ่งทุ่ม” คุณหญิงรุ่งระวีบอกสถานที่และเวลาให้ลูกชาย “ครับ แล้วเจอกันนะครับคุณแม่” ราเชนทร์พูดจบก็เดินออกไปจากบ้านทันที โดยที่ทั้งสอง
Chapter 7 “อ้าว ก็เรียกให้มาสนุกด้วยกันไงคะ ก็แก้วเห็นว่าพี่เชนทร์ชวนแก้วมาร่วมวงด้วย แค่เราสามคนจะไปสนุกอะไรคะ เพิ่มผู้ชายมาอีกสองคนมันถึงจะสนุก ชายสามหญิงสอง อ้อ ลืมบอกไป แก้วซื้อถุงยางอนามัยมาเผื่อพี่เชนทร์ด้วย มีทุกรสทุกกลิ่นทุกแบบพี่เชนทร์เลือกได้เลย แก้วรับรองว่าพี่เชนทร์ต้องติ
Chapter 6 ธาริกาเดินลงมาจากชั้นบนเวลาเกือบห้าโมงเย็น บ้านทั้งบ้านเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ เธอจึงเดินสำรวจเรือนกุหลาบ ซึ่งเป็นบ้านทรงยุโรปผสมผสานกับความเป็นไทยได้อย่างลงตัว ขนาดของบ้านไม่ใหญ่ไม่เล็กมาก ชั้นบนมีสามห้อง ห้องนอนของราเชนทร์ ห้องนอนของเธอ และห้องทำงานของเขา ส่วนด้านล่างมีห้องรับแขกขนาดพ
![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






