تسجيل الدخول“นี่น่ะเหรอลูกสะใภ้ที่รุ่งพูดถึง”
“ใช่...คนนี้แหละ” คุณหญิงรุ่งระวีตอบเพื่อนรัก
“นี่หนู ลูกค้าที่นี่มีแต่ผู้ดีมีตระกูลมาทานข้าวกันนะจ๊ะ เขาไม่ต้อนรับไพร่สถุลไม่มีการศึกษาอย่างหนูหรอก ฉันว่าหนูกลับบ้านไปนอนกอดทะเบียนสมรสดีกว่านะ ได้ข่าวว่าหวงทะเบียนสมรสมากไม่ใช่เหรอ กลับไปกอดให้แน่นๆ เลย เพราะอีกไม่นานหนูก็คงได้กอดใบหย่าแทน”
คำพูดนุ่มนวลแต่เจ็บไปถึงทรวง คำก็ไพร่สองคำก็ไม่มีการศึกษา รู้จักฤทธิ์แม่น้อยไปแล้ว ผู้ที่ร่วมโต๊ะต่างอมยิ้มกับคำพูดที่เสียดสีของคุณหญิงพิมพาเป็นอย่างมาก รู้สึกสะใจที่ได้เห็นใบหน้าของ วาติยาที่เริ่มแดงด้วยความโกรธ
“เหรอคะ คนที่นี่คงมีการศึกษาสูงนะคะ ถึงเอาลูกสาวตัวเองใส่พานยอมให้เป็นเมียน้อยของคนอื่น รู้ทั้งรู้ว่าเขามีเมียอยู่แล้ว และที่สำคัญเมียก็ยืนหัวโด่อยู่นี่ด้วย อยากรู้จริงๆ เลยว่าคุณยายส่งลูกสาวไปเรียนที่ไหนคะถึงไม่รู้จัก อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้กับคำว่าหน้าด้าน นิยมเป็นเมียน้อยของคนอื่น”
คุณหญิงพิมพาแทบจะกรี๊ดเมื่อได้ยินสรรพนามที่เธอเรียกนางว่า ยาย และยิ่งโกรธมากยิ่งขึ้นเมื่อเด็กคราวลูกพูดจาไม่ให้เกียรติ
“แก! แกนังปากตลาด เกิดมาไม่เคยเจอะเคยเจอ ผู้หญิงอะไร ทำไมถึงได้ ปากคอเราะราย ฉันไม่แก่ขนาดที่แกจะมาเรียกฉันว่ายายนะ”
คุณหญิงพิมพาพูดอย่างเหลืออด ส่วนมารดาของราเชนทร์ต้องควานหายาดมในกระเป๋า เพราะเธอกำลังจะเป็นลมกับฤทธิ์เดชของลูกสะใภ้ เมื่อก่อนวาติยาไม่เคยมีปากมีเสียงแบบนี้ แต่หลังจากที่หนีออกจากบ้านไปสองสามวันพอกลับมาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
“โถ เรียกยายน่ะถูกแล้วค่ะ ดูสิคะ ตีนกาขึ้นเต็มหน้าเลย ต่อให้ดึงหน้าตึงเป็นหนังกลองยังไง รอยตีนกาที่ประทับอยู่บนใบหน้าของคุณยายมันก็ยังมองเห็นอยู่ดี”
คุณหญิงพิมพาชี้หน้าหญิงสาวอย่างไม่หลงเหลือความอดทน
“แก! นังโสเภณี! ถ้าแกไม่มอมยาตาเชนทร์ แกก็ไม่มีวันได้จดทะเบียนกับตาเชนทร์หรอกรู้ไว้ซะด้วย”
“ใช่ ฉันมันโสเภณี แล้วการที่เป็นโสเภณีมันหนักส่วนไหนของพวกคุณ พวกคุณดีเลิศประเสริฐศรีนักหรือไง การที่พวกคุณมีเงินมีการศึกษาที่ดี มีโอกาสที่มากกว่าคนอื่นมันไม่ช่วยให้จิตใจของพวกคุณสูงกว่าฉันเท่าไหร่หรอก เพราะอะไรรู้ไหม เพราะหัวใจของพวกคุณต่ำกว่ารองเท้าของฉันเสียอีก คิดแต่เรื่องต่ำๆ ชอบ เหยียบย่ำคนอื่น มองคนอื่นเหมือนหมูเหมือนหมา ทั้งๆ ที่พวกคุณกับโสเภณีอย่างฉันก็เดินบนผืนแผ่นดินเดียวกัน” วาจาที่กลั่นออกมาจากใจผสมกับความโกรธ ทำให้ คนที่นั่งอยู่ถึงกับอึ้งกับคำเปรียบเปรยของเธอ
“แสดงว่าคุณยอมรับว่าตัวเองเป็นโสเภณี”
วิมาดาที่อดทนนั่งฟังมานานเริ่มเปิดปากพูด ธาริกามองใบหน้าของวิมาดาที่สวยพริ้ง ที่มีเครื่องสำอางราคาแพงแต่งเติมบนใบหน้าให้ขาวผ่องและสวยสะดุดตา
“ใช่ ฉันมันโสเภณี แล้วจะทำไม” ธาริกาถามหยั่งเชิง ยืนกอดอกรอฟังคำตอบอย่างไม่เกรงกลัว
“ก็ไม่ทำไมหรอก โสเภณีก็เป็นอาชีพหนึ่งที่ขายร่างกายเพื่อแลกกับเงิน แต่เธอนี่ก็เก่งนะสามารถทำให้พี่เชนทร์จดทะเบียนสมรสได้ รู้ทั้งรู้ว่าพี่เชนทร์ไม่เต็มใจ แต่ที่เธอทำน่าเกลียดมากไปกว่านั้นก็คือ เธอแสดงกำพืดของตัวเองออกมาประจานให้บุคคลอื่นได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือว่าการกระทำ เธออาจจะไม่อาย แต่เธอก็น่าจะนึกถึงคุณหญิงแม่บ้าง และที่สำคัญเธอต้องให้เกียรติสามีของเธอด้วย ไม่ใช่จะมาทำกิริยาต่ำๆ แถวนี้”
วิมาดาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และมันกรีดลึกเข้าไปถึงหัวใจของธาริกา แต่เธอไม่แสดงสีหน้าโกรธ สิ่งที่เธอทำคือยิ้ม
“ขอบคุณนะคะสำหรับคำเตือน แต่ฉันก็อยากจะเตือนลูกผู้ดีมีตระกูลอย่างคุณเหมือนกัน อย่าริอ่านเป็นเมียน้อยของโสเภณีอย่างฉันเลย รู้ถึงไหนก็จะอายไปถึงนั่น มีความรู้สูงแต่ไม่มีปัญญาหาผัว จะเสื่อมเสียวงศ์ตระกูลอันสูงส่งของคุณเปล่าๆ แม่คุณก็เหมือนกัน รู้ก็รู้ว่าพี่เชนทร์เขาแต่งงานแล้ว ก็ยังจะยอมให้คุณมาเป็นเมียน้อยของฉันอีก แต่ขอโทษ เมียหลวงอย่างฉันไม่มีวันยอม เคยได้ยินสุภาษิตที่ว่าเสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใครหรือเปล่าคะ และผัวรวยๆ หล่อๆ แถมโง่อย่างนี้หายากค่ะ หายาก”
ธาริกาพูดกระทบหลายคนที่อยู่ร่วมโต๊ะ ราเชนทร์ที่ทนฟังและทนเห็นพฤติกรรมของวาติยาแทบไม่ไหว คุณหญิงพิมพาและวิมาดาต่างอึ้งเมื่อถูกย้อนอย่างเจ็บแสบ คุณหญิงรุ่งระวีไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่นั่งดมยาดม หายใจเข้าออกอย่างแรง
“มานี่เลย มานี่”
ราเชนทร์ทนไม่ไหวคว้าข้อมือของเธอ โดยไม่สนใจคุณหญิงรุ่งระวีและเพื่อนรักของมารดารวมทั้งผู้หญิงที่มารดาของเขาพามาดูตัว ก่อนจะลากโดยไม่สนใจเสียงร้องและแรงขัดขืนของเธอเลย ราเชนทร์ลากเธอมาถึงลานจอดรถที่อยู่ชั้นใต้ดินของทางโรงแรมเดินตรงไปที่รถยนต์ของเขา จากนั้นก็เปิดประตูรถและยัดร่างของเธอให้นั่งด้านข้างของคนขับ ส่วนเขาก็นั่งประจำที่คนขับรถ
“ไอ้บ้าปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยฉันลง จอดรถสิจอดรถ”
ธาริการ้องตะโกนดังลั่นรถ หากราเชนทร์ยังคงนั่งนิ่งขับรถต่อไปอย่างไม่สนใจเธอ เขาขับรถมาเรื่อยๆ จนออกนอกเมือง ธาริกามองข้างทางที่มีอาคาร บ้านเรือนหนาแน่น แต่ตอนนี้เริ่มเบาบางลงเหมือนกับว่าเขาขับรถออกไปยังต่างจังหวัด
“นายจะไปไหน” ธาริกาถามอย่างหวาดหวั่น
“ ” เงียบไม่มีเสียงตอบจากเขา
“หูหนวกหรือไง ฉันถามว่าจะไปไหน”
ธาริกาตะโกนถามดังลั่น ราเชนทร์เบรกรถอย่างแรงจนได้ยินเสียงห้ามล้อดังไปทั่ว ดีที่ว่าทั้งเขาและเธอต่างสวมเข็มขัดนิรภัยไว้ ไม่เช่นนั้นใบหน้าและส่วนต่างๆ ของร่างกายคงเขียวช้ำจากแรงกระแทก
“ไอ้บ้า จะฆ่ากันหรือไง”
ธาริกาตวาดลั่น มือหนาของเขาปลดเข็มขัดนิรภัยของเขาออก ก่อนจะหัน มาปลดของเธอ ซึ่งธาริกาได้แต่มองการกระทำของเขาอย่างงงๆ
Chapter 15“พี่เชนทร์” เสียงเรียกเหมือนคนละเมอของธาริกาเลือนหายไปในลำคอ เมื่อเรียวปากของทั้งคู่แนบสนิทกัน จูบที่อ่อนหวานและเต็มไปด้วยการเรียกร้องที่เขามอบให้ ธาริกามีความรู้สึกเหมือนมีคนเอาน้ำที่เย็นจัดมาราดรดใส่ศีรษะของเธอ ร่างกายเธอเย็นเฉียบ มือของเธอไม่สามารถยกขึ้นมาต่อต้านการกระทำของเขาได้ ไอเย็นจากลมพายุด้านนอกทำให้อุณหภูมิภายในห้องหนาวเหน็บมากยิ่งขึ้น แต่ร่างสองร่างที่ตระกองกอดกันอยู่กลับร้อนดั่งไฟแผดเผา มือของเขาเริ่มสำรวจตามร่างกายของเธอ มือสากสอดเข้าไปในเสื้อตัวสวยก่อนจะมาวางหยุดนิ่งที่ทรวงอก แรงบีบเคล้นที่ทรวงอกทำให้ธาริกาเริ่มรู้สึกตัว และรีบดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมาได้เสียก่อน “อย่าค่ะ ” ธาริกาวางมือของเธอทับมือสากของเขา และพยายามดึงออกจากทรวงอกเต่งตึงของเธอ หากแต่มือหนาก็ยังคงบีบเคล้นอยู่อย่างนั้น จนร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแรงลง “ทำไมล่ะ หรือว่าเธอไม่ต้องการ” เขาถามเสียงเบา ริมฝีปากหนายังคงวนเวียนอยู่ที่ใบหน้าอิ่มของเธอ “คือว่า ” เสียงของเธอเบาเหมือนปุยนุ่นจนเขาแทบไม่ได้ย
Chapter 14สมองน้อยๆ ของเธอกำลังขาดอากาศหายใจ เพราะเขาไม่เว้นระยะให้เธอหายใจได้เลย ราเชนทร์มัวแต่หลงเพลินกับเรียวปากอวบอิ่มอยู่ จึงไม่รู้ว่าหญิงมากแผนการอย่างเธอกำลังจะทำอะไร อาการคอพับคออ่อนและร่างกายอ่อนแรงของเธอ ที่นิ่งพับไปทำให้เขารู้สึกตกใจ ร่างกายที่ต่อต้านเขาเมื่อครู่กลับนิ่งสนิทไม่มีอาการตอบสนอง เขาจึงถอนริมฝีปากออก ก่อนจะใช้มือของเขาตบที่แก้มของเธอเบาๆ “นี่เธอเป็นอะไรของเธอ แก้วตื่นสิ” ราเชนทร์พยายามเรียกหญิงสาวในอ้อมแขนของเขา แต่เรียกเท่าไหร่เธอก็ไม่ตอบสนองเสียงเรียกของเขา ร่างของธาริกาถูกเขาช้อนอุ้มด้วยลำแขนหนา ราเชนทร์อุ้มหญิงสาวมายังห้องนอนที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนจะวางร่างที่ไร้สติลงบนเตียงนอนสีขาวหนานุ่ม “อะไรวะ ท่าทางกร้านโลกขนาดนี้โดนจูบนิดเดียวเป็นลม บ้าจริง” ราเชนทร์บ่นพร้อมกับส่ายศีรษะไปมา เขานั่งมองใบหน้าที่ดวงตาทั้ง สองข้างหลับพริ้ม จมูกโด่งรั้นเชิดเล็กน้อย ริมฝีปากที่บวมช้ำจากการบดจูบของเขา ยามที่เธอหลับมันเป็นภาพที่เขามองได้ไม่รู้เบื่อ แต่สำหรับคนที่ถูกมองหัวใจเต้นรัวบังคับไม่ให้มันเต้นแรงไ
Chapter 13 “พี่เชนทร์อย่าทิ้งแก้วนะ” ธาริกาพูดเสียงเครือ เมื่อขาสัมผัสความเย็นยะเยือกของน้ำทะเล “ไม่ปล่อยหรอกน่า ลงมาเถอะ” เขารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังกลัว เพราะไม่ว่าน้ำเสียงหรือสีหน้าที่แสดงออกมา ทำให้เขาแกล้งเธอไม่ลง เมื่อขาทั้งสองข้างแตะลงบนผิวน้ำราเชนทร์ก็คว้าร่างของเธอมาอยู่ในอ้อมแขนทันที และอุ้มร่างของเธอด้วยลำแขนของเขา ก่อนจะก้าวเดินอย่างมั่นคงขึ้นไปบนฝั่ง ทันทีที่ขาทั้งสองข้างของเธอสัมผัสกับพื้นทรายที่ทอดยาวตามชายฝั่ง ธาริกาก็ผลักร่างของราเชนทร์ออกให้ไกลร่างของเธอ ก่อนจะเดินสะบัดหน้าเข้าไปในบ้านพักที่ราเชนทร์บอกว่าเป็นของเขาทันที โดยไม่สนใจร่างของราเชนทร์ที่ลงไปนั่งอยู่ที่พื้นตามแรงผลักของเธอ “แหม! พอถึงฝั่งก็ถีบหัวส่งเลยนะ” ราเชนทร์พูดต่อว่าก่อนจะลุกขึ้นและเดินตามเธอเข้าไปในบ้าน ธาริกามองสำรวจบ้านไม้ชั้นเดียว แต่กว้างขวางพอที่จะอยู่กันได้เกือบสิบคน มีห้องนอน 2 ห้อง มีห้องรับแขกขนาดใหญ่ มีห้องครัวที่แยกออกเป็นสัดส่วน และที่สำคัญมีห้องน้ำที่ทันสมัย “จะสำรวจถึงเช้า
Chapter 12 “มันก็เหมือนกันน่ะแหละ ไปสิฉันกลัวนะ” ธาริกายอมเปิดปากออกมาว่าเธอกลัว “เมื่อกี้ยังบอกว่าไม่กลัวอยู่เลย” เขาย้อน “ก็ ก็เมื่อกี้ไม่กลัว แต่ตอนนี้กลัวแล้วนี่” ธาริกายังคงเถียงเขาจนได้ “ได้ แต่เธอต้องทำอะไรให้ฉันอย่างหนึ่งก่อน” เขาบอกอย่างมีเลศนัย เพราะเขามีแผนการบางอย่างผุดขึ้นมาในสมองของเขา “อะไรล่ะ บอกมาสิจะได้รีบไปจากที่นี่สักที” ธาริกาพูดออกไปอย่างไม่คิด เพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอคิดได้คือให้เรือติดและให้เขาขับเรือเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย “จูบฉันก่อนสิ” ธาริกาถึงกับปล่อยมือจากลำแขนหนาของเขาทันทีอย่างตกใจ แต่เมื่อเรือถูกแรงคลื่นลูกใหญ่กระทบเข้า ทำให้เรือโคลงอย่างแรง เธอจึงมาเกาะที่แขนของเขาอีกครั้งทันที “จะบ้าหรือไง จะตายกันอยู่แล้วยังพูดเล่นได้อีก ไอ้พี่เชนทร์บ้า” ธาริกาว่าเขาอย่างอดกลั้น “เอ้า! ตามใจ ถ้าไม่จูบ ฉันก็ไม่ไปแงะไปแคะเรือให้เธอหรอก” ราเชนทร์พูดอย่างเป็นต่อ “ก็ได้ ” ธาริกาพูดเสียงกระแทกก่อนจะเอาริมฝีปากแ
Chapter 11 “พาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ผู้ชายบ้า ไอ้เฮงซวย” “ทำไมเมื่อกี้ไม่กรี๊ดๆ ลั่นรถแบบนี้บางล่ะ เผื่อคุณตำรวจเขาจะช่วยได้” ราเชนทร์ถามพร้อมกับรอยยิ้ม ส่วนธาริกาทำได้แค่เพียงฮึดฮัดและใช้มือทุบไปที่เบาะที่เธอนั่งเท่านั้น ‘ไม่พูดเพราะนายถลึงตาใส่ฉัน แถมยังพูดไม่ออกเสียง ว่าจะปล้ำฉันอีก แล้วฉันจะกล้าพูดได้ยังไงเล่า’ “เงียบทำไม ที่ไม่พูดเพราะกลัวฉันปล้ำใช่ไหม” เสียงของราเชนทร์กวนอารมณ์เธอสุดๆ ธาริกาจึงตวัดมือฟาดที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง ใบหน้าคมสันหันไปตามแรงตบก่อนจะหันกลับมามองหน้าเธอด้วยใบหน้าที่เรียบตึงดุดัน ใบหน้าซีกที่เธอตบมีรอยฝ่ามือขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตาของเขาฉายแววโกรธจนเธอรู้สึกกลัว หัวใจเต้นแรงกลัวเหลือเกินว่าจะต้องตายคามือเขาแน่ หากความคิดของธาริกากับความเป็นจริงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะราเชนทร์ไม่ทำอะไรเธอ เขาทำได้แค่เพียงขับรถมุ่งทะยานไปตามท้องถนนที่เริ่มมีรถน้อยลง แต่ความเร็วแรงของรถที่เขาขับอยู่นี้ต่างหากที่เธอกลัว ธาริกานั่งตัวเกร็งตลอดทางภาวนาอย่าให้เขาเอารถราคาหลายสิบล้าน ไปเสยกับรถ
Chapter 10 “ปากดีนัก ไหนลองชิมหน่อยซิว่าของโสโครกอย่างเธอ มันจะรสชาติเป็น ยังไง” ร่างของราเชนทร์โถมเข้าหาร่างของหญิงสาวที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งทันที โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว ร่างของเธอจึงถูกร่างกายที่สูงใหญ่และกำยำของเขาทาบทับ ราเชนทร์เอื้อมมือไปกดปุ่มที่ทำให้เบาะเอนไปจนสุด ทำให้ร่างของเธอขยับเขยื้อนไม่ได้ สีหน้าของธาริกาเต็มไปด้วยความตกใจและตื่นเต้น หัวใจของเธอเต้นเร็วรัวเหมือนกับว่ามีกลองชุดใหญ่อยู่ในหัวใจ ราเชนทร์ใช้มือของเขาอีกข้างหนึ่งจับหมับที่ท้ายทอยของเธอ และรั้งให้ใบหน้าเธอเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขา จนกระทั่งริมฝีปากของทั้งสองแนบสนิทกัน เหมือนกับมีไฟกองใหญ่กำลังสุมไปทั่วร่างกายของเธอ ความร้อนเร่ากับการบดจูบของราเชนทร์ทำให้ร่างของเธอร้อนเหมือนถูกไฟแผดเผา เรียวลิ้นของเขาชำแรกผ่านไรฟันของเธอจนได้สัมผัสกับเรียวลิ้นที่อ่อนนุ่ม ทันทีที่ลิ้นสากแตะสัมผัสกับเรียวลิ้นนุ่มของเธอ หัวใจของเขาเต้นเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันเหมือนหนุ่มน้อยที่เพิ่งเคยลิ้มลองการจูบเป็นครั้งแรก ซึ่งความเป็นจริงแล้วเขาผ่านศึกมามากมายจนนับไม่ไหว มือของเธอคือสิ่งเดียวที่







