Masukพูดจบก็เข้าไปรายงานเจ้านายในบ้าน ไม่นานเกินรอราเชนทร์ก้าวดุ่มๆ ออกมานอกบ้านพร้อมด้วยคุณหญิงรุ่งระวี
ราเชนทร์จ้องมองผู้หญิงที่ยืนยิ้มและก้าวเท้าเข้ามาหาตนตาไม่กระพริบ เขาแน่ใจว่าใช่วาติยา เมียไม่ปรารถนา แต่ที่ไม่แน่ใจคือการแต่งตัวของเธอที่เปลี่ยนไปจากเดิม เปลี่ยนชนิดที่ว่าหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ วาติยาที่ยืนอยู่ตรงหน้าราเชนทร์ตอนนี้ สวมเสื้อเกาะอกสีแดงสดกับกางเกงยีนขาสั้นชนิดที่ว่าสั้นมาก ผมยาวสลวยหยักศกเป็นธรรมชาติปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าถูกปกปิดด้วยแว่นตาสีน้ำตาลเข้ม
“แหมพี่เชนทร์ขา เห็นเมียตัวเองใส่ชุดเซ็กซี่แค่เนี้ยมองตาไม่กะพริบเลยนะคะ”
ธาริกาถอดแว่นตาออก พร้อมกับเดินเข้ามาหาราเชนทร์ที่ยืนใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาไม่นึกว่าวาติยาจะหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้ และไม่คิดว่าเธอจะกลับมาที่นี่อีก
“กลับมาทำไม ฉันอุตส่าห์นิมนต์พระมาไล่เสนียดจัญไรออกไปจากบ้านฉันแล้วนะ นึกว่าความร้อนจากน้ำมนต์จะช่วยปัดเป่าสิ่งเลวทรามให้ออกไปจากชีวิตฉันถาวร ไม่น่าเชื่อน้ำมนต์ยังเอาชนะความหน้าด้านหน้าทนของเธอไม่ได้เลย”
ราเชนทร์ต่อว่าอย่างเผ็ดร้อน ปากอย่างนี้นี่เองที่ทำให้น้องสาวของเธออยู่ที่นี่ไม่ได้ แต่มันใช้ไม่ได้กับเธอ
“แหม พี่เชนทร์พูดมาได้ว่าไล่เสนียดจัญไร ทีตอนกลางคืนแก้วไล่ลงจากเตียงพี่เชนทร์ยังไม่ยอมลงเลย กลับวิ่งเข้าหาแก้วทั้งคืนด้วย ใครกันแน่คะที่หน้าด้านหน้าทนแก้วบอกว่าไม่ไหวๆ พี่เชนทร์ก็บังคับแก้ว”
ธาริกาตอกกลับ ราเชนทร์ถึงกับเสียศูนย์เมื่อได้ยินคำพูดของวาติยาตัวปลอม ทุกทีที่เขาต่อว่าเสียๆ หายๆ วาติยาไม่เคยเถียงเขาสักคำ เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว ผู้คนในงานต่างฮือฮากับคำพูดของเธอ ทำให้คุณหญิงและบุตรชายแทบเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี
“เธอเอาอะไรมาพูดแม่โสเภณี คนอย่างฉันไม่เคยเกลือกกลั้วกับเธอเลยสักครั้งเดียว ที่ว่านอนกับเธอทั้งคืนคงไม่ใช่ฉันหรอก คงจะเป็นลูกค้าของเธอมากกว่า”
“ลูกค้า แหม ก็พี่เชนทร์ไงคะลูกค้าของแก้ว ทำเป็นจำไม่ได้ ทีเวลานอนกับแก้วปากก็บอกว่าแก้ววิเศษที่สุด เยี่ยมที่สุด น่ารักที่สุด จากกันแค่สองวันลืมของเดิมซะแล้ว” ธาริกาพูดด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่
“เธอออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ไป!” ราเชนทร์ไล่หญิงสาวออกไปจากบ้านเขาด้วยความโมโห
“ไม่ไป แก้วเพิ่งมาจะไล่แก้วไปไหนล่ะคะ คืนนี้แก้วจะทวนความจำให้พี่เชนทร์ รับรองพรุ่งนี้พี่เชนทร์ไม่มีทางไล่แก้วออกจากบ้านแน่นอนค่ะ”
“ไป! ฉันบอกให้เธอออกไปจากบ้านของฉัน แม่โสเภณี!”
ราเชนทร์เริ่มตัวสั่นเพราะความโกรธ เขาไม่เคยโกรธใครเท่าผู้หญิงคนนี้เลย ทั้งโกรธทั้งเกลียด ทั้งขยะแขยง
“คำก็โสเภณี สองคำก็โสเภณี ถามหน่อยเถอะว่าถ้าเมียเป็นโสเภณีแล้วผัวจะเป็นอะไร ก็เป็นแมงดาไง แสดงว่าพี่เชนทร์เป็นแมงดา ส่วนบ้านหลังนี้ก็เป็นซ่อง ”
ธาริกาสวนกลับอย่างเจ็บแสบ ทำให้ราเชนทร์ถึงกับอึ้ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ แล้วเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างบันได เขาเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบใบหน้านวล แต่เสียงหวานใสของธาริกาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“ตบสิ คุณตบฉัน ฉันจะตบคุณด้วยรองเท้าข้างนี้ เอาสิ! ตบสิ!”
ธาริกาถือรองเท้าส้นสูงสีดำขึ้นเหนือศีรษะ ตั้งท่าจะฟาดกับใบหน้าของเขาทันทีที่เธอถูกทำร้าย ราเชนทร์ไม่คิดว่าวาติยาคนใหม่จะกล้าทำกับเขาแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาวาติยาคนเดิมไม่กล้าขึ้นเสียงกับเขา เขาว่าแรงๆ ก็เอาแต่ร้องไห้ แต่วาติยาคนนี้เถียงเขาทุกคำ แถมยังสู้ถ้าหากเขาคิดทำร้ายเธอ
“พอแล้วเชนทร์ พอแล้ว อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ พอลูก แม่อายเขา แม่ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว”
คุณหญิงรุ่งระวีทำท่าเหมือนจะเป็นลมเมื่อเจอฤทธิ์เดชของลูกสะใภ้ ทำไมไม่เหมือนกับที่บุตรชายของเธอพูดเลยสักนิดเดียว แขกที่นางเชิญมาร่วมงานแม้มีไม่มากเพียงแค่สิบชีวิต แต่ก็ทำให้นางอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ราเชนทร์รีบมาประคองร่างของมารดาที่กำลังล้มพับอยู่ที่พื้น สายตาของเขามองมาที่หญิงสาวอย่างแค้นเคือง เธอเห็นกรามทั้งสองข้างของเขาขบกันแน่น ธาริกาแอบลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอเมื่อเห็นสายตาคู่นั้น แม้ว่าภายนอกเธอจะดูแข็งแกร่งแต่ภายในไม่มีใครรู้ว่าเธออ่อนแอมากเพียงใด แต่เธอก็ทำใจดีสู้เสือ เพราะเธอมาถึงที่นี่แล้ว เธอไม่มีทางถอยเด็ดขาด แม้ว่าจะต้องเจอกับฤทธิ์เดชของเขามากเพียงใดก็ตาม
“ฝากไว้ก่อนเถอะ” ราเชนทร์กัดฟันพูด
“รีบมาเอาคืนไวๆ นะคะ แก้วจะรอ”
ธาริกาพูดจบก็เดินขึ้นไปที่ชั้นบนของเรือนกุหลาบทันที ราเชนทร์มองร่างที่เดินขึ้นไปที่ชั้นบนด้วยสายตาที่ดุดัน แค้นเคือง นับวันเขายิ่งเกลียดผู้หญิงคนนี้เข้าไส้ เกลียดชนิดที่ว่าลามไปทั่วทุกรูขุมขนภายในร่างกาย พรุ่งนี้เขาจะทำให้ผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบ้านหลังนี้ให้ได้ เขาสาบาน
ธาริกาเดินเข้าห้องของน้องสาวตามที่วาติยาบอกด้วยขาที่ค่อนข้างสั่น ตัวจริงปากปีจอยิ่งกว่าที่วาติยาเล่าให้ฟังเสียอีก แต่คนอย่างเธอสามารถรับศึกได้ทุกรูปแบบอยู่แล้ว นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นสงครามระหว่างเธอกับราเชนทร์ยังอีกไกล อย่าหวังว่าจะเอาลูกไม้เก่าที่ใช้กับวาติยามาทำกับเธอได้ เพราะคนอย่างธาริกาสามารถแก้เกมได้ทุกเกมอยู่แล้ว ธาริกาโยนกระเป๋าลงบนเตียงหนานุ่ม หยิบเสื้อผ้าที่ซื้อมาเมื่อวานเก็บเข้าตู้เสื้อผ้า เธอมองเสื้อผ้าที่ซื้อมาใหม่ แต่ละตัวล้วนแต่เผยให้เห็นสรีระของผู้หญิงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อที่ผ่าหน้าผ่าหลัง กางเกงกับกระโปรงที่สั้นกุด
“จะไหวไหมเนี่ย”
ธาริกาหมายถึงเสื้อผ้าที่เธอต้องทนใส่ให้สมกับที่ราเชนทร์กล่าวหาว่าน้องสาวเธอเป็นโสเภณี เธอจะทำให้ราเชนทร์สยบแทบเท้าโสเภณีอย่างเธอ โสเภณีที่ชื่อธาริกาให้ได้
Chapter 15“พี่เชนทร์” เสียงเรียกเหมือนคนละเมอของธาริกาเลือนหายไปในลำคอ เมื่อเรียวปากของทั้งคู่แนบสนิทกัน จูบที่อ่อนหวานและเต็มไปด้วยการเรียกร้องที่เขามอบให้ ธาริกามีความรู้สึกเหมือนมีคนเอาน้ำที่เย็นจัดมาราดรดใส่ศีรษะของเธอ ร่างกายเธอเย็นเฉียบ มือของเธอไม่สามารถยกขึ้นมาต่อต้านการกระทำของเขาได้ ไอเย็นจากลมพายุด้านนอกทำให้อุณหภูมิภายในห้องหนาวเหน็บมากยิ่งขึ้น แต่ร่างสองร่างที่ตระกองกอดกันอยู่กลับร้อนดั่งไฟแผดเผา มือของเขาเริ่มสำรวจตามร่างกายของเธอ มือสากสอดเข้าไปในเสื้อตัวสวยก่อนจะมาวางหยุดนิ่งที่ทรวงอก แรงบีบเคล้นที่ทรวงอกทำให้ธาริกาเริ่มรู้สึกตัว และรีบดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมาได้เสียก่อน “อย่าค่ะ ” ธาริกาวางมือของเธอทับมือสากของเขา และพยายามดึงออกจากทรวงอกเต่งตึงของเธอ หากแต่มือหนาก็ยังคงบีบเคล้นอยู่อย่างนั้น จนร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแรงลง “ทำไมล่ะ หรือว่าเธอไม่ต้องการ” เขาถามเสียงเบา ริมฝีปากหนายังคงวนเวียนอยู่ที่ใบหน้าอิ่มของเธอ “คือว่า ” เสียงของเธอเบาเหมือนปุยนุ่นจนเขาแทบไม่ได้ย
Chapter 14สมองน้อยๆ ของเธอกำลังขาดอากาศหายใจ เพราะเขาไม่เว้นระยะให้เธอหายใจได้เลย ราเชนทร์มัวแต่หลงเพลินกับเรียวปากอวบอิ่มอยู่ จึงไม่รู้ว่าหญิงมากแผนการอย่างเธอกำลังจะทำอะไร อาการคอพับคออ่อนและร่างกายอ่อนแรงของเธอ ที่นิ่งพับไปทำให้เขารู้สึกตกใจ ร่างกายที่ต่อต้านเขาเมื่อครู่กลับนิ่งสนิทไม่มีอาการตอบสนอง เขาจึงถอนริมฝีปากออก ก่อนจะใช้มือของเขาตบที่แก้มของเธอเบาๆ “นี่เธอเป็นอะไรของเธอ แก้วตื่นสิ” ราเชนทร์พยายามเรียกหญิงสาวในอ้อมแขนของเขา แต่เรียกเท่าไหร่เธอก็ไม่ตอบสนองเสียงเรียกของเขา ร่างของธาริกาถูกเขาช้อนอุ้มด้วยลำแขนหนา ราเชนทร์อุ้มหญิงสาวมายังห้องนอนที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนจะวางร่างที่ไร้สติลงบนเตียงนอนสีขาวหนานุ่ม “อะไรวะ ท่าทางกร้านโลกขนาดนี้โดนจูบนิดเดียวเป็นลม บ้าจริง” ราเชนทร์บ่นพร้อมกับส่ายศีรษะไปมา เขานั่งมองใบหน้าที่ดวงตาทั้ง สองข้างหลับพริ้ม จมูกโด่งรั้นเชิดเล็กน้อย ริมฝีปากที่บวมช้ำจากการบดจูบของเขา ยามที่เธอหลับมันเป็นภาพที่เขามองได้ไม่รู้เบื่อ แต่สำหรับคนที่ถูกมองหัวใจเต้นรัวบังคับไม่ให้มันเต้นแรงไ
Chapter 13 “พี่เชนทร์อย่าทิ้งแก้วนะ” ธาริกาพูดเสียงเครือ เมื่อขาสัมผัสความเย็นยะเยือกของน้ำทะเล “ไม่ปล่อยหรอกน่า ลงมาเถอะ” เขารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังกลัว เพราะไม่ว่าน้ำเสียงหรือสีหน้าที่แสดงออกมา ทำให้เขาแกล้งเธอไม่ลง เมื่อขาทั้งสองข้างแตะลงบนผิวน้ำราเชนทร์ก็คว้าร่างของเธอมาอยู่ในอ้อมแขนทันที และอุ้มร่างของเธอด้วยลำแขนของเขา ก่อนจะก้าวเดินอย่างมั่นคงขึ้นไปบนฝั่ง ทันทีที่ขาทั้งสองข้างของเธอสัมผัสกับพื้นทรายที่ทอดยาวตามชายฝั่ง ธาริกาก็ผลักร่างของราเชนทร์ออกให้ไกลร่างของเธอ ก่อนจะเดินสะบัดหน้าเข้าไปในบ้านพักที่ราเชนทร์บอกว่าเป็นของเขาทันที โดยไม่สนใจร่างของราเชนทร์ที่ลงไปนั่งอยู่ที่พื้นตามแรงผลักของเธอ “แหม! พอถึงฝั่งก็ถีบหัวส่งเลยนะ” ราเชนทร์พูดต่อว่าก่อนจะลุกขึ้นและเดินตามเธอเข้าไปในบ้าน ธาริกามองสำรวจบ้านไม้ชั้นเดียว แต่กว้างขวางพอที่จะอยู่กันได้เกือบสิบคน มีห้องนอน 2 ห้อง มีห้องรับแขกขนาดใหญ่ มีห้องครัวที่แยกออกเป็นสัดส่วน และที่สำคัญมีห้องน้ำที่ทันสมัย “จะสำรวจถึงเช้า
Chapter 12 “มันก็เหมือนกันน่ะแหละ ไปสิฉันกลัวนะ” ธาริกายอมเปิดปากออกมาว่าเธอกลัว “เมื่อกี้ยังบอกว่าไม่กลัวอยู่เลย” เขาย้อน “ก็ ก็เมื่อกี้ไม่กลัว แต่ตอนนี้กลัวแล้วนี่” ธาริกายังคงเถียงเขาจนได้ “ได้ แต่เธอต้องทำอะไรให้ฉันอย่างหนึ่งก่อน” เขาบอกอย่างมีเลศนัย เพราะเขามีแผนการบางอย่างผุดขึ้นมาในสมองของเขา “อะไรล่ะ บอกมาสิจะได้รีบไปจากที่นี่สักที” ธาริกาพูดออกไปอย่างไม่คิด เพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอคิดได้คือให้เรือติดและให้เขาขับเรือเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย “จูบฉันก่อนสิ” ธาริกาถึงกับปล่อยมือจากลำแขนหนาของเขาทันทีอย่างตกใจ แต่เมื่อเรือถูกแรงคลื่นลูกใหญ่กระทบเข้า ทำให้เรือโคลงอย่างแรง เธอจึงมาเกาะที่แขนของเขาอีกครั้งทันที “จะบ้าหรือไง จะตายกันอยู่แล้วยังพูดเล่นได้อีก ไอ้พี่เชนทร์บ้า” ธาริกาว่าเขาอย่างอดกลั้น “เอ้า! ตามใจ ถ้าไม่จูบ ฉันก็ไม่ไปแงะไปแคะเรือให้เธอหรอก” ราเชนทร์พูดอย่างเป็นต่อ “ก็ได้ ” ธาริกาพูดเสียงกระแทกก่อนจะเอาริมฝีปากแ
Chapter 11 “พาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ผู้ชายบ้า ไอ้เฮงซวย” “ทำไมเมื่อกี้ไม่กรี๊ดๆ ลั่นรถแบบนี้บางล่ะ เผื่อคุณตำรวจเขาจะช่วยได้” ราเชนทร์ถามพร้อมกับรอยยิ้ม ส่วนธาริกาทำได้แค่เพียงฮึดฮัดและใช้มือทุบไปที่เบาะที่เธอนั่งเท่านั้น ‘ไม่พูดเพราะนายถลึงตาใส่ฉัน แถมยังพูดไม่ออกเสียง ว่าจะปล้ำฉันอีก แล้วฉันจะกล้าพูดได้ยังไงเล่า’ “เงียบทำไม ที่ไม่พูดเพราะกลัวฉันปล้ำใช่ไหม” เสียงของราเชนทร์กวนอารมณ์เธอสุดๆ ธาริกาจึงตวัดมือฟาดที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง ใบหน้าคมสันหันไปตามแรงตบก่อนจะหันกลับมามองหน้าเธอด้วยใบหน้าที่เรียบตึงดุดัน ใบหน้าซีกที่เธอตบมีรอยฝ่ามือขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตาของเขาฉายแววโกรธจนเธอรู้สึกกลัว หัวใจเต้นแรงกลัวเหลือเกินว่าจะต้องตายคามือเขาแน่ หากความคิดของธาริกากับความเป็นจริงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะราเชนทร์ไม่ทำอะไรเธอ เขาทำได้แค่เพียงขับรถมุ่งทะยานไปตามท้องถนนที่เริ่มมีรถน้อยลง แต่ความเร็วแรงของรถที่เขาขับอยู่นี้ต่างหากที่เธอกลัว ธาริกานั่งตัวเกร็งตลอดทางภาวนาอย่าให้เขาเอารถราคาหลายสิบล้าน ไปเสยกับรถ
Chapter 10 “ปากดีนัก ไหนลองชิมหน่อยซิว่าของโสโครกอย่างเธอ มันจะรสชาติเป็น ยังไง” ร่างของราเชนทร์โถมเข้าหาร่างของหญิงสาวที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งทันที โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว ร่างของเธอจึงถูกร่างกายที่สูงใหญ่และกำยำของเขาทาบทับ ราเชนทร์เอื้อมมือไปกดปุ่มที่ทำให้เบาะเอนไปจนสุด ทำให้ร่างของเธอขยับเขยื้อนไม่ได้ สีหน้าของธาริกาเต็มไปด้วยความตกใจและตื่นเต้น หัวใจของเธอเต้นเร็วรัวเหมือนกับว่ามีกลองชุดใหญ่อยู่ในหัวใจ ราเชนทร์ใช้มือของเขาอีกข้างหนึ่งจับหมับที่ท้ายทอยของเธอ และรั้งให้ใบหน้าเธอเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขา จนกระทั่งริมฝีปากของทั้งสองแนบสนิทกัน เหมือนกับมีไฟกองใหญ่กำลังสุมไปทั่วร่างกายของเธอ ความร้อนเร่ากับการบดจูบของราเชนทร์ทำให้ร่างของเธอร้อนเหมือนถูกไฟแผดเผา เรียวลิ้นของเขาชำแรกผ่านไรฟันของเธอจนได้สัมผัสกับเรียวลิ้นที่อ่อนนุ่ม ทันทีที่ลิ้นสากแตะสัมผัสกับเรียวลิ้นนุ่มของเธอ หัวใจของเขาเต้นเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันเหมือนหนุ่มน้อยที่เพิ่งเคยลิ้มลองการจูบเป็นครั้งแรก ซึ่งความเป็นจริงแล้วเขาผ่านศึกมามากมายจนนับไม่ไหว มือของเธอคือสิ่งเดียวที่







