All Chapters of ล่ามเมีย : Chapter 151 - Chapter 160

184 Chapters

บทที่ 150 ในที่สุด

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของลลิสาค่อยๆ ห่างออกไปพร้อมกับเสียงบานประตูปิดลง ความเงียบงันอันหนักอึ้งเข้าจู่โจมห้องทำงานสลัวทันที หลังม่านกำมะหยี่ผืนหนาสีทึบนั้น ร่างใหญ่ของเหมันต์นั่งอยู่บนวีลแชร์นิ่งราวกับรูปสลัก ทว่าภายในใจกลับมีไฟแผดเผาอย่างร้อนแรง มือหนาสั่นเทาราวกับหนาวเหน็บ ขณะทาบวางบนหน้าขาของตัวเอง “นายครับ เธอไปแล้วครับ” เสียงทุ้มของคานโลดังขึ้นหลังก้าวเข้ามา มองหาร่างของนายอยู่หลังม่านทึบ ทันทีที่สบเข้ากันกับสายตาแดงก่ำและเจ็บปวด ถึงกับต้องเร่งก้มหน้าลง ไม่กล้าที่จะมองต่อ เช่นนั้นมันไม่ต่างกับการมองเยาะเย้ย อีกอย่างเขาไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรเช่นกัน เหมันต์ไม่ตอบในทันที เขาหลับตาลง เสียงประกาศกร้าวของลลิสาก่อนหน้านี้ ยังสะท้อนอยู่ในหัวของเขา “อืม” ลูกน้องคนสนิทเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเห็นสภาพของคนทั้งคู่ ก็อยากจะพูดอะไรสักหน่อย “นายครับ ผมว่า.. ชีวิตคนเรามันสั้นนะครับ” “มึงจะพูดอะไร” “แบบว่า...เราควรทำอะไรที่เราอยากทำ ไม่ควรฝืนใจอะไรทำนองนี้ บอกตรงๆนะครับ ผมเห็นสภ
Read more

บทที่ 151 แล้วตอนนี้ทำไมบอก

รถที่ถูกเรียกมาจากสนามบินแล่นเข้ามาจอดเทียบประตูบ้านหลังเดิมที่เธอเพิ่งจากมาเมื่อวาน ก่อนจะลงมายืนเหยียบพื้นแล้วปิดประตูกลับไป รถวิ่งออกไปนานแล้วแต่ร่างเล็กยังคงยืนอยู่กับที่ มองคฤหาสน์ที่ไกลออกไป แต่ยังคงใหญ่ราวกับอยู่ใกล้กัน ทั้งที่ทางเดินเขืทิ้งระยะห่างไปแล้วเกือบครึ่งกิโล ลลิสาสูดหายใจเข้าปอดสุดลึก เลือกที่จะเดินทอดน่องเข้าไปทั้งที่หัวใจกำลังเต้นแรง สิ่งแรกที่กีดขวางระหว่างความคิดและความจริงชนวนเหตุที่ทำให้ลุ้นคือบานประตู เธอตั้งความหวังขณะมาว่าต้องเป็นเขาคนที่อ่านข้อความนั้นไปแล้ว หากไม่ใช่คงผิดหวังน่าดู เอาล่ะ! มาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม ตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน รอบบริเวณยังคงเป็นเหมือนเดิมตอนที่เธอเคยมา ถ้ามองอีกมุมตอนนี้คล้ายว่าเธอกำลังบุกรุก แน่นอนว่าคนที่อุตส่าห์บากหน้ามาด้วยความรู้สึกหัวใจแทบจะหยุดเต้นจะไม่มีทางสนใจเรื่องนี้ มือเรียวเย็นเฉียบกำโทรศัพท์ไว้แน่นขณะมองไปรอบบริเวณบ้าน หลังผลักประตูเข้ามาแล้ว “เหมันต์” เธอตะโกนเรียกเขา แหงนหน้ามองไปยังบันไดวนตรงชั้นสองของโถงกว้าง
Read more

บทที่ 152 เจอกันอีกครั้ง

“นั่นน่ะสิ” เสียงเบาหวิวราวขนนก ดุจล่องลอยอยู่บนอากาศดังเสมือนได้ยินแค่เพียงตัวเอง หากแต่เรียกหัวคิ้วบางของลลิสาชนกัน “อาจเป็นเพราะผมคิดถึงคุณจนทนไม่ไหวแล้วมั้ง ในแต่ละวันที่ตื่นมาผมเหมือนคนที่กำลังจะตายจริงๆเลย” เข้าใจแล้วว่าเมื่อวานคงเป็นภาวะแสงสุดท้ายของเขา ที่ได้เจอเธอแล้ว และกลัวว่าจะสูญเสียไปอีก กลัวว่าจะตายจากกันจริงๆ ถึงได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ผ่านการกระตุ้นจากคำพูดของคานโล ผู้ที่สนับสนุนเขาอย่างเป็นการอยู่เรื่อย “คุณอยู่ในสภาพแบบนี้ สาก็โกรธไม่ลงสินะคะ” “คุณโกรธไม่เป็นต่างหาก” “เป็นสิ..แต่กับคุณไม่รู้ทำไม” ใช่.. น่าแปลก กับผู้ชายคนนี้ ถ้าเขาทำเรื่องที่ผิดก็ว่าไปตามถูกจนน่าโมโหตัวเอง บางครั้งเรื่องที่เขาทำมันไม่น่าให้อภัย แต่เธอกลับมองข้ามมันจนน่าหมั่นไส้ หยาดน้ำตาที่กลิ้งลงมาสดๆถูกกำจัดไปด้วยก้านนิ้วแกร่ง ม่านตาพร่ามัวในทีแรกจึงกระจ่างขึ้น เห็นใบหน้าของเขาชัดเจน หลังจากไม่ได้เห็นมานานหลายเดือน เขาใจร้ายเธอยอมรับ แต่อีกด้านก็ยังมีความใจดี ถึงลึกๆจะ
Read more

บทที่ 153 คำบอกรัก

ภายในห้องกระจกใสของศูนย์ฟื้นฟูร่างกาย แสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องกระทบแผ่นหลังกว้างของเหมันต์ ชายหนุ่มที่ใครๆก็คิดว่าเสียชีวิตไปแล้ว กำลังนั่งอยู่บนรถเข็น ขณะเดียวกันกรามของเขาก็ขบกันแน่นขมับขึ้นเส้นเลือดปูดโปน มือหนาทั้งสองข้างเกาะราวเหล็ก พยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน ตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด แต่ขาที่ไร้ความรู้สึกกลับทรุดลงไปนั่งกับรถเข็นอีกครั้งอย่างไม่ใยดี เหมันต์ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะบีบขาตัวเองและนวดแรงๆ “ทำไม่ได้...” “ใจเย็นๆค่ะ สาอยู่ตรงนี้แล้ว คุณไม่ต้องรีบ” เสียงหวานสั่นเครือ แต่คุ้นเคยดังขึ้นจากประตู เหมันต์ชะงักค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง ขณะเดียวกันก็คลายมือตรงหัวเข่าไปด้วย นั่งรอร่างเล็กที่กำลังเดินเข้ามาจนทรุดตัวลงนั่งยองตรงหน้าตัวเอง “ผม..” “ไม่ต้องฝืน..” มือบางยื่นมาทาบทับบนหัวเข่า จุดเดียวกันกับที่เขาเผลอทำร้ายมันไปเมื่อกี้ แต่เธอกลับลูบมันเบาๆ ด้วยท่าทีทะนุถนอม “คุณค่อยๆทำ ทำสม่ำเสมอจนร่างกายคุณชิน มันจะมีสักวันที่คุณทำได้..เดินได้อีกครั้ง” แม้กำลังใจของเธอจะมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แต่ดวงตาคู่
Read more

บทที่ 154 ลำบากเธอจนได้

หลังจากทำกายภาพเสร็จ ด้วยพลังอันล้นเปี่ยมของเหมันต์ที่เหมือนจะมีมากกว่าทุกวัน เนื่องจากคนช่วยคือเมียสุดที่รัก เขาก็ได้พักเหนื่อย ทว่าลลิสากลับไม่ยอมปล่อย เธอจัดการล็อกล้อรถเข็นเอาไว้ ก่อนจะขยับเข้าไปยืนชิดจนหน้าขาของเธอเบียดกับเข่าของร่างสูง เหมันต์มองหน้ามองหญิงสาว หัวใจเต้นแรงกับความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานาน “ถอยไปก่อน ตัวผมมีแต่เหงื่อ” เขาปรามเสียงแหบพร่า พยายามจะดันเอวบางออกเบาๆ แต่ฝ่ามือหนากลับรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตเมื่อสัมผัสถูกผิวเนียน “ไม่ถอยค่ะ” ลลิสาจ้องลึกเข้าไปในตา แทนที่จะถอยเธอกลับค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งค่อมบนตัก ท่าทางล่อแหลมนั้นทำให้เหมันต์สูดหายใจเข้าลึก สัญชาตญาณความดิบเถื่อนปลุกความเป็นชายตื่นตัวทันที “ลลิสา..คุณกำลังปลุกมันนะ” เหมันต์เตือน เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า มือหนาเปลี่ยนเป็นรวบเอวคอกิ่วของเธอไว้แน่นเพื่อยึดไม่ให้เธอตก แต่อีกใจคือเขาไม่อยากปล่อยเธอไปไหนอีกแล้ว “ปลุกได้ก็ดีสิ” ลลิสาส่งยิ้มยั่วเย้า มือเรียวซุกซนลูบไล้ไปตามแผงอก ผ่านเนื้อผ้านุ่มที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเพราะความร้อน “ไหน
Read more

บทที่ 155 แสงจันทร์เป็นพยาน

เสียงลมหายใจหอบกระชั้นดังระงมห้อง เครื่องปรับอากาศที่มักจะถูกเปิดไว้ก่อนหน้าเจ้าของห้องกลับมาครึ่งชั่วโมงจนเย็นฉ่ำกลับไม่ช่วยอะไร ความเงียบที่เคยโรยตัวลงมามักจะทำผู้พิการหนาวเหน็บ บัดนี้ไม่ใช่แบบนั้นอีกแล้ว เนื่องจากมีใครบางคนมาแทนที่ เปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นไปโดยปริยาย “อา..” พวกเขากำลังโยกกัน เป็นการขยับเคลื่อนตัวที่สตรีเป็นผู้คุมเกมซะมากกว่า นอกจากเธอจะอยู่ข้างบนแล้วยังจัดท่าให้กับเขา เกิดความเสียวแหงนหน้าซู้ดปากอย่างเมามัน สะโพกกลมกลึงยกขึ้นตอกอัดลงเผยเสียงลามกดังตับๆ เปลือกตาสีสวยหลับพริ้ม ริมฝีกปากล่างถูกขบเพียงเล็กน้อย คนใต้ร่างเธอเห็นภาพนั้นทวีคูณความกระสันเข้าไปอีก แม้ว่าจะยังเดินไม่ได้ทว่าเวลานี้เขาสู้ตาย มือสากใหญ่จับหมับบนเอวคอดกิ่ว ออกแรงบีบจนขึ้นรอยแดงปื้น ต้องการควบคุมจังหวะ พาเร่งความเร็วหรือช้าลงตามใจชอบ และนั่นเป็นการเพิ่มพูนความเสียวให้แก่เธอ ถึงกับครางเสียงดังระงม บ่งบอกถึงความคุ้มของคนทั้งคู่...อีกคนขาดเซ็กซ์มานาน ส่วนอีกคนต้องการเซ็กซ์มากๆ “อื้อ..” มือสากเลื่อนต่ำลงมาจากเอวคอดเป็นสะโพกกลมกลึง บีบเคล้นและลูบวน
Read more

บทที่ 156 อย่าทิ้งไปไหน

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่าน ทอแสงประกายอบอุ่นไปทั่วทั้งห้องพัก เหมันต์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเป็นคนแรก เขายังคงนอนนิ่งไม่ยอมขยับ ด้วยกลัวว่าคนข้างๆจะตื่น ชายหนุ่มทอดสายตามองใบหน้าจิ้มลิ้ม เธอในตอนนี้อยู่น่าเอ็นดู แสงแดดอ่อนๆขับผิวเนียนลื่นของเธอทวีคูณความเปล่งปลั่ง นิ้วเรียวของเขาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมออกไปให้พ้นทาง อดใจไม่ได้ที่จะก้มลงไปหอมแก้ม “อือ..” เสียงครางประท้วงในลำคออย่างแผ่วเบา พร้อมกับร่างเล็กที่ขยับ ก่อนเปลือกตาสีอ่อนจะค่อยๆลืมขึ้นมา สบเข้ากับดวงตาคู่คม จากนั้นจึงส่งยิ้มหวานให้ “มอร์นิ่งครับ” “มอร์นิ่งค่ะ..ตื่นนานแล้วเหรอคะ” เสียงของเธอแหบพร่า ยิ่งฟังยิ่งออดอ้อนในความรู้สึกเขา “นานมากพอจะเห็นคนนอนกรนครับ” “จะ จริงเหรอ?” เธอเบิกตากว้าง “สากรนเหรอ” “ล้อเล่น” “คุณนี่..” “ปะ..ลุกเหอะ ผมโทรสั่งมื้อเช้าไว้ให้แล้ว เดี๋ยวคานโลคงจะยกขึ้นมา” “แล้วคุณ...” ลลิสามองหน้าเขา ก่อนจะเงียบไปเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มกว้างอีก “อาบน้ำ
Read more

บทที่ 157 จากลารอบสอง

ภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา แต่กลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บในใจของคนทั้งคู่ได้ ลลิสาอยู่หน้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือเรียวของเธอจัดเสื้อผ้าเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อซ่อนความสั่นเทา อย่างที่บอก..เธอเลือกทีจะเก็บความจริงไว้ข้างหลัง ยอมให้คนทั้งโลกสรุปเอาเองว่าสามีของเธอได้ตายไปแล้ว แม้การจากลาครั้งนี้จะเป็นเพียงการเดินทางไกล พวกเขาสามารถเจอกันได้อีก ไปมาหาสู่กันได้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดในอกของคนทั้งสองลดน้อยลงเลย “ผมไปส่งที่สนามบินนะ” เสียงทุ้มของร่างสูงบนรถเข็นดังขึ้น ความโศกเศร้าและความหมองหม่นฉายในแววตาอย่างเห็นได้ชัด เขายังคงกอดความคิดที่ว่า เธอเป็นหญิงหม้ายที่สูญเสียสามี และการเดินทางกลับเมืองไทยในครั้งนี้คือเป็นการกลับไปทำงานที่บ้านเกิดของเธอ ร่างเล็กหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เธอยอมฝืนทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้เสียใจที่ต้องเดินทาง ทั้งอันที่จริงแบกความคิดถึงเขาอยู่เต็มอก “ไม่ต้องหรอกค่ะ” ลลิสาตอบเสียงเรียบพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ “คุณไม่สะดวก อีกอยากไม่อยากให้ไปอยู่ตรงคนเยอะๆด้ว
Read more

บทที่ 158 พาร์ทเนอร์คนใหม่

เมื่อความมืดเข้าปกคลุมน่านฟ้า แสงไฟในห้องโดยสารเริ่มสลัวลง น้ำตาที่สะกดกลั้นมานานก็ไหลอาบแก้มเนียนเงียบๆ ลลิสายกมือขึ้นกอดตัวเองซุกหน้าลงกับหมอนใบเล็ก สะอื้นไห้จนตัวโยนโดยไร้เสียง เพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น ...เธอไม่ได้อยากห่างกับเขาเลยสักนิด . . บรรยากาศภายในเพนท์เฮาส์ เงียบเชียบกว่าที่เคย ลลิสาวางกระเป๋าเดินทางลงกับพื้น เสียงสะท้อนของมันยิ่งขับเน้นความอ้างว้าง เนื่องจากเพิ่งจะผ่านการเดินทางมาอย่างยาวนาน จากอิตาลีกลับมาถึงผืนแผ่นดินไทย ร่างกายเหนื่อยล้า แต่หัวใจกลับว้าวุ่นยิ่งกว่า เธอนั่งลงบนโซฟาตัวเก่า มองดูโทรศัพท์ในมือที่ถืออยู่ ก่อนจะกดปุ่มโทรออกหาเขา สัญญาณรอสายดังขึ้นไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดรับ “สาถึงไทยแล้วค่ะ” (ครับ) เสียงทุ้มต่ำของเหมันต์ตอบรับสั้นๆ แต่อบอวลไปด้วยกระแสอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา ลลิสากำโทรศัพท์แน่นขึ้น ความคิดถึงจุกอยู่ที่อก เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะปิดเปลือกตา “คิดถึงคุณจัง..เหมันต์” สุดท้ายปลายสายก็เงียบตาม กว่าจะเอ่ยประโยคสั้นๆออกมาใช้เวลาอยู่พัก
Read more

บทที่ 159 ทักทายกันหน่อย

ความเงียบเชียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างขวาง มีเพียงเสียงล้อรถเข็นไฟฟ้าที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ก่อนหยุดตรงริมหน้าต่างบานใหญ่ เหมันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมเม็ดบนทอดสายตามองออกไปด้านนอก ขาทั้งสองข้างของเขาที่ไร้ความรู้สึกถูกคลุมทับไว้ด้วยผ้าขนสัตว์เนื้อดี แม้ร่างกายท่อนร่างจะขยับไม่ได้ แต่บารมีและความน่าเกรงขามรอบตัวของเขากลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย เหมันต์ยังคงแข็งแกร่ง มีเพียงขาที่เดินไม่ได้เท่านั้นคือตัวถ่วง ทว่าเขาจะไม่ยอมแพ้ จะต้องกลับมาเดินให้ได้ในสักวัน ยิ่งรู้ข่าวนี้ก็ยิ่งต้องทำให้ได้ มีผู้ชายคนอื่นมาเข้าใกล้เมียของเขา! หลังโทรศัพท์จากบอดี้การ์ดที่ประเทศไทยโทรมารายงาน พร้อมไฟล์ภาพถ่ายมากมายที่มีหน้าของเธอและชายคนอื่นเด่นหรา นั่นเป็นชนวนทำให้เขาโกรธจัด ภาพของลลิสา หญิงสาวที่เป็นดั่งดวงใจและกรงขังของเขา กำลังก้าวขึ้นรถไปกับวสุ ชายคนนั้นที่กำลังดูแลเอาใจใส่จนออกนอกหน้าเกินคำว่าเพื่อน รอยยิ้มหวานของลลิสาที่สมควรจะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวเปิดเผยต่อหน้าชายอีกคน มอบให้เห็นอย่างง่ายดาย แววตาของมาเฟียร้ายมืดครึ้ม
Read more
PREV
1
...
141516171819
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status